<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านร้องโคตรเหม็นไฟไหม้บ่อขยะของเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63-ความคืบหน้ากรณีเกิดไฟไหม้บ่อขยะของเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ตะคร้ำเอน &amp;nbsp;อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มานานเกือบ 2 เดือน ส่งผลให้เกิดควันและไฟลุกไหม้เกือบทุกวัน จนล่าสุดเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น ได้ส่งเครื่องจักร รถแบ๊คโฮขนาดใหญ่ 2 คัน รถไถปรับพื้นที่ 1 คัน และรถดับเพลิงกับรถน้ำทำการขุดกองขยะเพื่อฉีดดับไฟให้บรรเทาความเดือดร้อนเพื่อรอการขนย้ายไปกำจัดนอกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา จงศิริ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองตาแพ่ง หมู่ที่ 7 ต.ตะคร้ำเอนพร้อมชาวบ้านกว่า 30 คนได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสื่อมวลชนเพื่อขอความช่วยเหลือนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นและต่องการให้หน่วยงานต่างๆมาเร่งช่วยแก้ปัญหา โดย นายยุทธนาพร้อมชาวบ้านได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า บ่อขยะเก่าที่มีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ มีขยะเก่าสะสมประมาณ 10,000 ตัน แต่ปิดปรับปรุงไม่มีการการทิ้งขยะใหม่มานานกว่า 8 เดือน ในบ่อขยะมีเครื่องจักรหนัก รถแบ็คโฮขนาดใหญ่ 2 คัน รถแท็คเตอร์ 1 คัน กำลังรื้อบ่อขยะเน่าจะปรับพลิกขยะที่ติดไฟเพื่อทำการฉีดน้ำดับไฟ และมีการปรับกองขยะทำการฝังกลบทำลายบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา กล่าวว่า ตนและชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน จากบ่อขยะ แห่งนี้ทิ้งฝังกลบขยะได้ส่งกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะเมื่อมีลมพัดแรง ทำให้ชาวบ้านหลายสิบครอบครัว ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นของกองขยะเป็นประจำ เบื้องต้นชาวบ้านต้องการให้ขนย้ายขยะออกจากหมู่บ้าน ไม่อยากให้ใช้วิธีการฝังกลบเนื่องจากขยะจะส่งผลต่อคุณภาพของแหล่งน้ำและการผลิตน้ำประปาของหมู่บ้าน รวมถึงคลอง บ่อบาดาล ทำให้น้ำประปาหมู่บ้านมีกลิ่นเหม็น ตอนนี้ประปาหมู่บ้านก็มีกลิ่นเหม็น ชาวบ้านจึงอยากให้ทางเทศบาล ได้ขนย้ายขยะออกไปจากหมู่บ้านทำให้เกิดมลพิษทางน้ำไม่สามารถบริโภคน้ำหรือใช้น้ำได้ที่ผ่านมาฟังกลบไปมากแล้ว และตอนนี้ขาวบ้านคิดว่าทางเทศบาลกำลังจะฝังกลบขยะอีกเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้หน่วยงานมาช่วยเหลือแก้ไขความเดือดร้อนจากบ่อขยะบ่อนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ปุณยวีร์ โพธิพิพิธ นายกเทศมนตรีเมืองท่าเรือพระแท่น เปิดเผยว่า บ่อขยะดังกล่าวเป็นที่ดินทางทางเทศบาลได้ซื้อและทิ้งขยะมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ห่างไกลชุมชน ต่อมาบ้านเมืองเจริญมีการขยายตัวจึงเกิดชุมชนใกล้เคียง แต่ทางเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่นก็มีความกังวลต่อปัญหาที่ขยะสะสมที่บ่อขยะเช่นกัน มิได้นิ่งนอนใจ ขยะมีปริมาณสะสมมากขึ้นจึงหยุดการทิ้งและกำลังดำเนินการหาแนวทางขนย้ายขยะไปกำจัดตามแนวทางระเบียบปฏิบัติของทางราชการ อยู่ในระหว่างการดำเนินโครงการขนย้าย แต่เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ่อขยะ โดยไฟลามจากที่ดินเอกชนด้านที่บ่อขยะไม่มีกำแพง และมีการลุกไหม้ต่อเนื่องหลายวัน ไฟได้ครุกรุ่นในกองขยะ เมื่อมีลมพัดแรงก็จะเกิดไฟขึ้นมาอีกตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนจึงนำเครื่องจักรเข้ามาขุดพลิกขยะและดับไฟที่ระอุในกองขยะ ตอนนี้น่าจะสามารถหยุดไฟได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้ทางเทศบาลได้ประสานกับอำเภอท่ามะกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนขนย้ายขยะไปกำจัดที่อื่นเพื่อเป็นการลดปริมาณขยะและจะเร่งดำเนินการให้เร็งที่สุด ทั้งนี้ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อร่วมตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อมิให้เกอดผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง โดยมีแผนการดำเนินการร่วมกันแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิวะปกรณ์ วิเชียรเพริศ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี เผยว่า กรณีบ่อขยะที่ท่ามะกาได้รับการประสานจากผู้นำชุมชนในพื้นที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันเบื้องต้นหารือร่วมกับเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่นแล้ว ทราบว่ามีการลงพื้นที่แก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปบางส่วนแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68061</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กาญจนบุรี, ชาวบ้านร้องเรียน, เทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น, ไฟไหม้บ่อขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edcbef0f0a0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านล่าชื่อค้าน &#039;ผู้ใหญ่บ้าน&#039; ตั้งเมียเป็นผู้ช่วย หวั่นบริหารเงินไม่โปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ล่ารายชื่อยื่นร้องอำเภอคัดค้านผู้ใหญ่บ้านตั้งเมียเป็นผู้ช่วยโดยพลการ ชี้ไม่เหมาะสม ทั้งเกรงจะส่งผลทำให้การบริหารงานอาจไม่โปร่งใสเพราะเป็นคนในครอบครัว ยันหากยังฝืนตั้งเมียเป็นผู้ช่วย ชาวบ้านจะไม่ร่วมกิจกรรมในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 -&amp;nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน และชาวบ้านบ้านโคกว่านพัฒนา หมู่ 9 ตำบลโคกว่าน อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และล่ารายชื่อชาวบ้านในหมู่บ้าน เพื่อยื่นร้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอละหานทราย ให้พิจารณาคัดค้านกรณีที่ผู้ใหญ่บ้านแต่งตั้งภรรยาของตัวเอง เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน โดยพลการไม่ได้ไม่มีการหารือ หรือขอความเห็นชอบจากชาวบ้าน หลังจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนเดิมหมดวาระลง เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการฯ และชาวบ้านเห็นว่า การแต่งตั้งภรรยาของตัวเองเป็นผู้ช่วยถือว่าไม่เหมาะสมเพราะเป็นคนในครอบครัว จึงเกรงว่าจะส่งผลต่อการบริหารงานโครงการต่างๆ อาจเกิดความไม่โปร่งใสได้ เพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จึงได้ร่วมกันออกมาร้องคัดค้านการตั้งเมียเป็นผู้ช่วย โดยชาวบ้านจะตั้งใครก็ได้ในหมู่บ้านเป็นยกเว้นคนในครอบครัว ชาวบ้านก็ยอมรับได้ทั้งหมด แต่หากยังฝืนตั้งภรรยาตัวเองเป็นผู้ช่วยฯ ชาวบ้านก็จะไม่เข้าร่วมกิจกรรมหรือโครงการต่างๆของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญนาค สังขละ อายุ 63 ปี ตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาร้องเรียน กล่าวว่า ที่ทางกรรมการฯ และชาวบ้านออกมาร้องคัดค้าน กรณีที่ผู้ใหญ่บ้านแต่งตั้งเมียเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นคนในครอบครัว &amp;nbsp;อาจจะมีผลต่อการบริหารจัดการเงินในโครงการต่างๆ ที่จะลงมาสู่ชุมชนอาจเกิดความไม่โปร่งใสได้ &amp;nbsp;ถึงแม้ตามระเบียบจะไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าห้ามตั้งเมียตัวเองเป็นแต่ผู้ใหญ่บ้านก็ควรนึกถึงความเหมาะสมด้วย และถึงแม้การแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจะสามารถเลือกเองได้ แต่ก็น่าจะสอบถามความเห็นชาวบ้านบ้าง เพราะชาวบ้านก็เป็นคนเลือกผู้ใหญ่เข้ามาทำหน้านี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาในหมู่บ้านชุมชน แต่หากทำแบบนี้ก็ยอมรับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายลำพึง วะดี อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกว่านพัฒนา ออกมาชี้แจงว่า หลังจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนเดิมหมดวาระ ตนก็ได้ไปสอบถามความสมัครใจของคนในหมู่บ้าน 5-6 คน ว่า จะเป็นผู้ช่วยหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครอยากจะเป็นอ้างว่าติดภารกิจต้องประกอบอาชีพ ตนจึงได้ไปขอคำปรึกษาจากทางอำเภอว่าสามารถแต่งตั้งคนในครอบครัวได้หรือไม่ ทางอำเภอก็ตอบว่าไม่ได้มีข้อห้ามในระเบียบ จึงตัดสินใจส่งชื่อภรรยาเสนอไปยังกำนัน และส่งไปให้ทางอำเภอเซ็นอนุมัติ เพราะเชื่อว่าจะสามารถทำงานช่วยได้ และยืนยันว่า ถึงแม้จะตั้งภรรยาเป็นผู้ช่วยแต่ก็ยืนยันว่าการดำเนินโครงการต่างๆ จะทำความด้วยโปร่งใสด้วยสอบได้แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66541</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องเรียน, บ้านโคกว่านพัฒนา, ผู้ใหญ่บ้าน, ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอละหานทราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec64cce59a1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเดือดร้อนหนักรวมตัวโวยกรรมการไม่จ่ายค่าไฟ​ ถูกถอดมิเตอร์ทำน้ำประปาไม่ไหล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านกว่า 120 ครัวเรือน ร้องตรวจสอบกรรมการหมู่บ้านหลังเก็บเงินค่าไฟจากชาวบ้านแต่ไม่ยอมไปชำระ ทำให้ถูกถอดมิเตอร์ไฟที่ใช้สูบดึงน้ำใต้ดินทำระบบประปาหมู่บ้านใช้การไม่ได้​ เดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ จากปกติน้ำก็ไหลน้อยไม่พอใช้อยู่แล้ว จนต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 - ชาวบ้านเสริมสุขพัฒนา หมู่ 20 ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณถังประปากลางหมู่บ้าน เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบและช่วยเหลือ หลังจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่ไหลมา 2 วันติดต่อกัน ทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านกว่า 120 ครัวเรือนเดือดร้อน ไม่มีน้ำอาบ หุงข้าว ทำกับข้าว ซักผ้าและล้างจาน สาเหตุเนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบจัดเก็บค่าน้ำประปาจากชาวบ้าน ไม่ยอมนำเงินไปชำระค่าไฟ จนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาถอดมิเตอร์ไฟออก ทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้สำหรับสูบดึงน้ำใต้ดินมาทำระบบประปาหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรรมการและผู้นำชุมชนไม่ได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าเกิดปัญหาหรือข้อขัดข้องอะไร ถึงไม่ได้นำเงินที่เก็บจากชาวบ้านผู้ใช้น้ำไปจ่ายค่าไฟจนทำให้ถูกถอดหม้อ แต่ขณะที่ชาวบ้านออกมาร้องเรียน จู่ๆก็มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านำมิเตอร์มาติดให้คืนโดยไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่นำมิเตอร์มาติดก็บอกว่า สาเหตุที่ถอดมิเตอร์ออกเนื่องจากมีการค้างชำระค่าไฟของเดือนมกราคม จำนวน 6,455 บาท จึงมาถอดมิเตอร์ออก แต่พอวันนี้ได้รับแจ้งว่ามีการชำระเงินเข้าระบบแล้ว จึงนำมิเตอร์มาติดตั้งให้คืนตามหน้าที่ ยิ่งทำให้ชาวบ้านงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้กรรมการที่ดูแลรับผิดชอบออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูเบศ สังฆระ และนายเสาร์ วงสุวรรณ ตัวแทนชาวบ้าน บอกว่า ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านกว่า 120 ครัวเรือนใช้น้ำจากประปาบาดาลแห่งนี้เพียงจุดเดียว ที่ผ่านมาก็ประสบปัญหาน้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้างต้องอาศัยรองน้ำใส่โอ่งหรือภาชนะไว้ ส่วนน้ำกินก็ต้องซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพราะน้ำบาดาลไม่สามารถกินได้ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้ามาถอดมิเตอร์ไฟที่ใช้สำหรับสูบดึงน้ำใต้ดินที่ใช้ทำประปาหมู่บ้านออก &amp;nbsp;เนื่องจากค้างชำระค่าไฟ&amp;nbsp;ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทั้งหมู่บ้านไม่มีน้ำใช้ ก็อยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเพราะสาเหตุอะไร กรรมการที่มีหน้าที่เก็บค่าน้ำจากชาวบ้านไปแล้วทำไมถึงไม่จ่ายค่าไปจนทำให้ถูกถอดมิเตอร์ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ ยังอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสำรวจขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมด้วยเพราะประปาบาดาลที่มีอยู่เพียงบ่อเดียวไม่พอใช้ โดยเฉพาะหน้าแล้งน้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้าง จนชาวบ้านต้องลงทุนควักเงินซื้อทั้งน้ำกินน้ำใช้ เดือดร้อนต่อเนื่องมาประมาณ 2 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชอน ขันยา ผู้ใหญ่บ้านบ้านเสริมสุขพัฒนา บอกว่าปกติประปาหมู่บ้านจะมีคณะกรรมการหมู่บ้านดูแล มีกรรมการเป็นตัวแทนไปเก็บเงินค่าน้ำประปาจากชาวบ้านผู้ใช้น้ำตามหน่วยที่ใช้จริง แต่ละเดือนก็จะเก็บค่าน้ำได้ประมาณ 3,000 กว่าบาท แต่ต้องจ่ายค่าไฟให้กับการไฟฟ้าเดือนละประมาณกว่า 6,000 บาทก็ใช้เงินกองกลางของหมู่บ้านช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหาถูกเจ้าหน้าที่ถอดมิเตอร์ไฟนั้น จากการสอบถามแล้วทราบว่าเป็นการจ่ายเงินผ่านระบบแอปพลิเคชัน จึงมีปัญหาเรื่องระบบ ยืนยันว่าไม่มีการทุจริตหรือนำเงินไปใช้อย่างอื่น ซึ่งล่าสุดก็ได้ดำเนินการชำระและเจ้าหน้าที่ก็มาติดตั้งมิเตอร์ให้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อความโปร่งใสหลังจากนี้ก็จะนำข้อมูลการเก็บค่าน้ำค่าไฟไปติดไว้ที่ศาลากลางหมู่บ้านให้ชาวบ้านได้รับทราบ ส่วนกรณีที่น้ำประปาไหลบ้างไม่ไหลบ้าง ก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57557</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องทุกข์, ชาวบ้านร้องเรียน, น้ำประปาไม่ไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bd28612bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านฮือประท้วงปลัด ทต.ท่างิ้ว จี้แก้ปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านโสโครก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านร่วม 200 คน ลุกฮือตบเท้า ไม่พอใจปลัดเทศบาลตำบลท่างิ้ว จี้แก้ปัญหาหาน้ำประปาหมู่บ้านโสโครก ด้านปลัดอำเภอออกโรงเจรจาหย่าศึก เดดไลน์ 10 วันแก้ปัญหา ก่อนทำบันทึกข้อตกลง ถ้าไม่จบชาวบ้านจะรวมตัวขับไล่ปลัดออกจากพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลท่างิ้ว ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านท่างิ้ว ร่วมประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน ได้ลุกฮือตบเท้ามาเตรียมขับไล่นางปราณี เยาว์ดำ ปลัดเทศบาลตำบลท่างิ้ว เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่ดำเนินการแก้ปัญหาหาน้ำประปาหมู่บ้านสกปรกโสโครกจนไม่สามารถอุปโภคบริโภคได้ ทั้งยังมีกลิ่นเหม็น และน้ำมีสีขุ่น โดยมี นางสาวสิริรัศม์ ศรีสวัสดิ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เดินทางมารับทราบข้อเรียกร้องของชาวบ้านเพื่อแก้ไขเร่งหาทางออกในเรื่องนี้ พร้อมด้วยนางปราณี เยาว์ดำ ปลัดเทศบาลตำบลท่างิ้ว นายธรรมศทรรศ หรือทักษนัย กี่สุ้น อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่างิ้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ สมาชิกสภาเทศบาลฯ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียดนานกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชม.ท่ามกลางตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความสงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปราณี กล่าวชี้แจงว่ากลุ่มชาวบ้านมาร้องเรียนเรื่องน้ำเสียมีกลิ่น สืบเนื่องจากระบบปั้มน้ำของเทศบาลตำบลท่างิ้วเสียแต่ก็พยายามแก้ในระยะยาวมาโดยตลอด โดยแจ้งกับทางสภาฯให้มีระบบกรองซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีระบบกรอง ระยะเวลาเพียง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน ที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับชาวบ้าน คือหาทางให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำจากผิวน้ำก่อนโดยขอความร่วมมือประสานไปทางประปาภูมิภาคให้สตาร์ทเครื่องจากผิวน้ำก่อน เพราะตอนนี้เราใช้น้ำใต้เขื่อนอยู่ ซึ่งมันขุ่น ยืนยันว่าภายใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วันนี้สามารถแก้ปัญหานี้ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายธรรมศทรรศ กล่าวว่า ปัญหาตรงนี้แก้ได้นิดเดียว แต่ผู้บริหารเทศบาลตอนนี้คือท่านปลัดเทศบาล รักษาการตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลท่างิ้ว เขาไม่ฟังความคิดเห็นของชาวบ้านมาแก้ไข ซึ่งปัญหาคือเรื่องน้ำมีกลิ่นเหม็นเขาไม่สามารถพูดได้ว่าสามารถแก้ได้วันไหน ทั้งที่ชาวบ้านก็รอการแก้ปัญหาอยู่ ตอนนี้ทางชาวบ้านต้องใช้น้ำเพื่อการเกษตรฯ นำมาใช้น้ำจากท้องคลอง ท้องอ่าง ที่ค่อนข้างจะมีสีมีกลิ่น น้ำมีสิ่งเจือปนอยู่ไม่สะอาด ปัญหานี้มามากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์แล้ว เรื่องนี้เกิดจากเครื่องปั้มน้ำทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่องเสียหายพร้อมกัน เมื่อน้ำไม่ได้ปั้มจากผิวน้ำมาใช้ก็ต้องใช้น้ำก้นคลอง มาเชื่อมกับท่อประปาของเทศบาล ซึ่งทางสภาก็ได้อนุมัติงบประมาณในการซื้อเครื่องปั้มน้ำใหม่แล้ว แต่ทางปลัดไม่ได้ซื้อ ซึ่งเรื่องนี้ผ่านสภามาตั้งแต่เดือน มี.ค.&amp;nbsp;62&amp;nbsp;แล้ว ชาวบ้านไม่พอใจมากซึ่งหากภายใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วันยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาชาวบ้านจะขับไล่ปลัดทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเกล้า ทองคลิ้ง อายุ&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ชาวบ้าน เปิดเผยว่า น้ำประปาเหม็นมาก มีเศษหญ้าปะปนมาด้วย น้ำมีสีแดงเหมือนน้ำชา ปัญหามีมาหลายวันแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีปัญหาเรื่องกลิ่นน้ำมาแล้วแต่สีไม่ได้แดงเหมือนครั้งนี้ แต่ตนก็ต้องฝืนใช้ไป ซึ่งต้องใช้ในการอาบน้ำ ซักผ้า อีกทั้งในบ้านยังมีคนชราอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ก็ลำบากมาก อยากให้แก้ปัญหาไม่ให้น้ำมีกลิ่นเหม็นและสีข้นเพราะไม่สามารถนำมาใช้งานได้ วันนี้ก็พอใจที่เขาพูดว่าจะแก้ปัญหาให้แต่อยากให้รีบด่วนหน่อย เพราะเดือดร้อนกันหลายบ้านแล้วไม่ใช่แค่บ้านตนคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางสาวสิริรัศม์ หรือปลัดเปีย กล่าวด้วยว่า ตนเป็นตัวแทนจากอำเภอเข้ามารับทราบข้อเท็จจริงและรับทราบปัญหาความเดือดร้อยของชาวบ้าน เบื้องต้นทางปลัดเทศบาลตำบลท่างิ้ว ให้สัญญาต่อที่ประชุมว่าขอระยะเวลา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วันในการแก้ปัญหา ก่อนทำบันทึกข้อตกลง ขณะที่กลุ่มชาวบ้านพอใจแยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความสงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47208</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ชาวบ้านร้องเรียน, น้ำประปาหมู่บ้าน, น้ำประปาเหม็น, เทศบาลตำบลท่างิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95610d69e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านโวยไม่มีน้ำใช้นาน 3 เดือน สระน้ำผลิตประปาหมู่บ้านแห้งขอดไร้หน่วยงานเหลียวแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านโคกสง่า หมู่ 13 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ว่า ชาวบ้านโคกสง่า 890 คนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องไม่มีน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภคมานานกว่า 3 เดือน เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งทำให้สระน้ำขนาดกลางของหมู่บ้านแข้งขอดไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตประปาหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่หมู่บ้านโคกสง่าพบว่า ประปาหมู่บ้านโคกสง่าแห่งนี้ น้ำไหลน้อย ขุ่นและดำ เต็มไปด้วยโคลน สกปรกมาก ชาวบ้านไม่สามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจากว่า น้ำประปามีกลิ่นเน่าเหม็น&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนประสบปัญหาอย่างหนัก ไม่มีน้ำใช้สอยเหมือนเดิม เด็กและชาวบ้านมีผื่นขึ้นตามร่างกาย เป็นโรคผิวหนัง ต้องไปรักษาและแย่ไปกว่านั้น ไม่มีน้ำแม้จะซักผ้าเสื้อผ้า&amp;nbsp;เมื่อซักด้วยน้ำประปาก็ปรากฏว่า เสื้อผ้าสกปรกเต็มไปด้วยคราบขี้โคลน เสื้อเปลี่ยนสีและมีกลิ่นเหม็นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ลำดวน ขันทอง อายุ 49ปี ชาวบ้านโคกสง่า เล่าว่า ทุกวันนี้เดือดร้อนหนักไม่มีน้ำใช้ น้ำมีแต่ขี้โคลนสกปรก จึงต้องซื้อน้ำใช้ ซึ่งมีราคาแพงไหน&amp;nbsp;ชาวบ้านฐานะยากจน เศรษฐกิจแย่ พืชผลราคาตกต่ำ&amp;nbsp;คงไม่สามารถซื้อน้ำใช้ตลอด วิงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเพราะทนกับสภาพแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ประชาชนในหมู่บ้านโคกสง่า จึงรวมตัวกันล่ารายชื่อร้องยังสื่อมวลชนในครั้งนี้ เพราะทนไม่ไหวต่อความเมินเฉยของทางองค์การบริหารส่วนตำบลตาตุมที่ไม่นึกถึงปัญหาและความทุกข์ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อบต.เพิ่งนำน้ำมาให้ชาวบ้านเพียง 1 คันรถ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;หากใครอยู่บ้านใกล้ก็มีโอกาสได้ใช้น้ำ แต่คนที่อยู่บ้านไกลบ่อน้ำ น้ำไม่ก็ไหลมาตามท่อไม่ถึงจนเป็นปัญหาเรื้อรัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย พิชิต สมใจ&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านโคกสง่า กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนไม่นิ่งนอนใจได้ทำหนังสือแจ้งต่อ นายชัยยง ใจแม่น&amp;nbsp;นายก อบต.ตาตุม เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้ทักท้วงนายชัยยงให้ช่วยแก้ปัญหากรณีประปาหมู่บ้านโคกสง่า แต่กลับได้รับตอบมาว่า &amp;quot;เอาไว้ก่อน&amp;quot; ซึ่งไม่สนใจปัญหาใหญ่ของชาวบ้านทุกหลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญมี ยุทธสารเสนีย์&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกสง่า บอกว่า หวังให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลความทุกข์ของชาวบ้านในครั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยขุดลอกคลอง และขุดสระให้ลึกลงไปอีก 3-4 เมตร เนื่องจากตอนนี้สระมีความลึกเพียง 4 เมตร จึงวอนขอความช่วยเหลือ หวังเพียงเพื่อให้น้ำพอใช้ต่อความต้องการของประชากร และยังสามารถกักเก็บน้ำใช้ในอนาคตได้หากมีฝนตกลงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38445</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุรินทร์, ชาวบ้านร้องทุกข์, ชาวบ้านร้องเรียน, อบต.ตาตุม, ไม่มีน้ำประปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d01bb5479c3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านกระบี่ร้องคอสะพานเป็นหลุมยุบหวั่นเกิดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 มิ.ย.62- ชาวบ้าน บ.บางบอน ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ &amp;nbsp;จ.กระบี่ ร้องเรียนสื่อมวลชนจังหวัดกระบี่ มีคอสะพานยุบเป็นโพรงลึกหวั่นตัดขาดโลกภายนอก ที่ สะพานบางบอน หมู่ที่5 บ้านบางบอน ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ &amp;nbsp;จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมนายสมโชค ชูทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านบางบอน ต.ทุ่งไทรทอง พบชาวบ้านประมาณ 15 คน ยืนมุงดูที่คอสะพานต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงหลุมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิชัย รอดคุ้ม อายุ 37 ปี เป็นชาวบ้าน หมู่ที่ 5 บ้านบางบอน ต.ทุ่งไทรทอง เล่าว่า ถนนสายเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว ซึ่งมีชาวบ้านใช้สัญจรจำนวนมาก ทั้งใช่เพื่อบรรทุกพืชผล สินค้าการเกษตร เช่น บรรทุกปาล์ม ยางพารา จากสวนไปขายร่วมไปถึงเส้นทางทีรถรับส่งบุตรหลานไปยังโรงเรียนด้านนอก ผู้ใช้ถนนต้องระมัดระวังถ้าเป็นชาวบ้านในพื้นที่ พอรู้ว่าถนนข้างหน้ามีหลุมสามารถหยุดรถแล้วขับเลี่ยงได้ แต่คนต่างถิ่นที่ไม่รู้เส้นทางมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง งจึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวสำรวจที่คอสะพานพบหลุมยุบกว้างประมาณ 2 เมตร ด้านล่างเป็นโพรง ด้านในเป็นอุโมงค์เข้าไปข้างในยาวไปถึงกลางถนนถึง 5 เมตร และมีหลุมตรงกลางถนน กว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร ซึ่งหลุมนี้ได้เชื่อมต่อไปถึงหลุมแรก ชาวบ้านได้นำกิ่งไม้มาทำเป็นสัญลักษณ์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมโชค ชูทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านบางบอน ต.ทุ่งไทรทองว่า ได้ทำรายงานไปยังนายไพโรจน์ ศรีละมุน นายอำเภอลำทับ เพื่อหาทางแก้ไขต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38121</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอสะพานยุบ, จ.กระบี่, ชาวบ้านร้องเรียน, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdbe3ae0b88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวขอนแก่นโวยสร้างรถไฟทางคู่ ถมดินปิดทางระบายน้ำ รื้อป้ายวัด-หมู่บ้านพังเสียหาย ไร้หน่วยงานแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวขอนแก่น สุดงง สร้างรถไฟทางคู่ แต่กลับพังป้ายวัด-ป้ายหมู่บ้าน &amp;nbsp;ทั้งยังถมดินทับท่อระบายน้ำ ชาวบ้านนับพันคนเดือดร้อนหนัก วอนหน่วยที่รับผิดชอบแก้ไขด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในเขต บ.หนองนิยม ม.14 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่าได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ตามนโยบายของทางรัฐบาลอย่างมาก หลังรับแจ้งจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บริเวณทางเข้า บ.หนองนิยม ริมถนนเส้นทางสายขอนแก่น-โกสุมพิสัย โดยพบว่ามีการก่อสร้างทางคู่ขนานโครงการรถไฟทางคู่และสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟท่าพระ ประมาณ 1 กม. โดยพบว่ามีการถมดินทับทางระบายน้ำของชาวบ้านในจุดดังกล่าวทั้งหมดจนไม่สามารถที่จะระบายน้ำได้ นอกจากนี้ยังคงพบว่าป้ายวัด ป้ายหมู่บ้าน รวมไปถึงกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล สิทธิโห สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ (ส.อบต.ท่าพระ) กล่าวว่า การก่อสร้างในจุดดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมานานกว่า 4 เดือนแล้ว ชาวบ้านทุกคนนั้นดีใจและยินดีในการที่จังหวัดได้รับการพัฒนาตามนโยบายของทางรัฐบาล แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ในจุดดังกล่าวที่มีการก่อสร้างนั้น ทำไมบริษัทฯที่ดำเนินการก่อสร้างต้องถมดินปิดทางระบายน้ำของหมู่บ้านด้วย ซึ่งทำให้น้ำไม่สามารถที่จะระบายไปในจุดต่างๆได้เลย ยิ่งขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนหากไม่เปิดเส้นทางระบายน้ำหรือแก้ไขปัญหาในจุดดังกล่าวอย่างเร่งด่วนก็จะส่งผลต่อมวลน้ำที่ไม่สามารถระบายน้ำไปได้ชาวบ้านทั้ง ม.14 และ ม.18 เกือบ 1,000 คน ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากการปิดท่อระบายน้ำแล้ว การก่อสร้างในจุดดังกล่าวซึ่งเป็นช่วงทางเข้าหมู่บ้าน การก่อสร้างยังคงพังป้ายวัด ป้ายหมู่บ้าน จนได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังคงรื้อถอนศาลาที่พักผู้โดยสารออกไปด้วย นอกจากนี้ระบบรักษาความปลอดภัย คือระบบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในจุดดังกล่าวก็ยังคงได้รับความเสียหายด้วย ชาวบ้านได้แจ้งเรื่องไปยัง อบต.ท่าพระ และหน่วยงานต่างๆนานกว่า 4 เดือนก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาใดๆ&amp;quot;&amp;nbsp;นางนฤมล กล่าวและว่า โดยเฉพาะป้ายวัด ป้ายหมู่บ้านที่ชำรุดเสียหายและถูกทิ้งไว้ สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านและผู้ที่สัญจรไป-มาอย่างมาก จึงขอให้สื่อมวลชนได้เป็นกระบอกเสียงแก้ไขปัญหาและนำเสนอความเดือดร้อนของประชาชนนับพันคนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นได้รับทราบและเร่งแก้ไขปัญหาเป็นการด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ประสานงานไปยัง อบต.ท่าพระ รวมไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ได้รับคำตอบว่า ได้มีการแจ้งเรื่องไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วหลายครั้ง ก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวนี้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37211</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ชาวบ้านร้องเรียน, ถมดินปิดทางระบายน้ำ, ผลกระทบก่อสร้างรถไฟทางคู่, สถานีรถไฟทางคู่ท่าพระ, อบต.ท่าพระ, โครงการรถไฟทางคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cef6f3a100ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
