<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านสุดทน!รวมตัวลากไส้แก๊งโกงเงินผู้ยากไร้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.61 &amp;nbsp;- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม สอบสวนประชาชนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม รวมทั้งสิ้น 564 ราย แยกออกเป็น ผู้มีรายได้น้อย 176 ราย ทุนประกอบอาชีพ 286 ราย และผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ 102 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเทพนิมิต หมู่ 9 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ระบุว่ามีประชาชนมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือมากกว่า 200 คน ทั้งที่เป็นหมู่บ้านไม่ใหญ่นัก มีครัวเรือนประมาณร้อยกว่าหลังคา พบชาวบ้านกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้าน จึงเข้าไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย ประจะเณ อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ 9 บ้านเทพนิมิตร เล่าว่าเมื่อวันเด็กที่ผ่านมา มีการประกาศให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนไปร่วมงานที่โรงเรียน ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคม ได้เรียกชื่อตนเข้าไปรับเงินจำนวน 2,000 บาท ในฐานะเป็นผู้ไร้ที่พึ่ง เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการระบุว่าเป็นคนไร้ที่พึ่ง เพราะมีบ้านเรือนอยู่มั่นคง นายพิชัยตอบไม่รู้เนื่องจากไม่เคยใครออกมาสำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสุณี สุนทร อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 94 หมู่ 9 เผยว่าประมาณ 2-3 ปี ตนถูกเพื่อนบ้านชักชวนให้เข้ากลุ่มประกอบอาชีพประกอบผลิตดอกไม้ ตนจึงมอบเอกสารบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเซ็นสำนาถูกต้องจำนวน 1 ชุด กระทั่งวันเด็กก็มีชื่อให้ไปรับเงินเป็นทุนประกอบอาชีพจำนวน 1,000 บาท พอมีเรื่องฉาวเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เชิญตัวไปสอบถาม ปรากฏว่าตนมีชื่อรับเงินดังกล่าวถึง 3 ครั้งๆละ 2,000 บาท และที่น่าสงสัยตรงที่มีชื่อบุคคลซึ่งไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านหลายคน เป็นผู้มีสิทธ์ได้รับเงินช่วยเหลือ ระบุตัวเงินชัดเจน หรือบางคนไม่เคยลงทะเบียนว่าเป็นผู้ไร้ที่พึ่งแต่กลับมีชื่อโผล่ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางปัทมา คำอ้อ อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 24 หมู่ 9 เล่าว่าชาวบ้านขึ้นทะเบียนขอเงินทุนประกอบอาชีพมาหลายปี เพิ่งจะได้รับเงินครั้งแรกเมื่อวันเด็กที่ผ่านมา และประมาณต้นเดือน มี.ค. มี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งเรียกไปประชุมเพื่อทำความเข้าใจว่า หากมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นมาถามให้ตอบตรงกันว่า ได้รับเงินครบตามจำนวนหมดแล้ว จากนั้นได้จ่ายเงินให้คนละ 50 บาท อ้างว่าเป็นค่าเสียเวลาที่มาประชุมตกลงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบุคคลที่ควรจะได้รับเงินช่วยเหลืออย่างนายบัวลา บุตรสงการ และนางนาง บุตรสงกา อายุ 81 ปีเท่ากัน ป่วยเป็นโรคชราอยู่แต่ในบ้าน ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ออกมาสำรวจ และไม่มีชื่อเป็นผู้ยากไร้ &amp;nbsp;สองตายายก็สงสัยว่าทำไมไม่มีใครยื่นมือมาช่วย ทราบจากข่าวมีการโกงเงินคนจนก็พอจะเข้าใจ คนที่มีเรี่ยวมีแรงไม่น่าจะเบียดบังเงินคนทุกข์ยากเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านทั้งหมดกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เอกสารบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเซ็นสำเนาถูกต้อง มีผู้นำชุมชนเป็นผู้เก็บรวบรวมไปส่งให้ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งรับไปดำเนินการ บางครั้งมีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบหน่วยงานใช้รถยนต์สีชมพูเป็นชายหนึ่งหญิงสองออกมาพบ แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไร ส่วนข้อเท็จจริงได้ให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.หมดแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4700</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ชาวบ้าน, ชาวบ้านสุดทน, ทุจริตเงินผู้ยากไร้, นครพนม, ปปท., พม., โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa3ecd4a9df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
