<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเมียนมาอพยพจากพื้นที่อัยการศึก วันจันทร์ดับอีก20</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวบ้านในเขตอัยการศึกของย่างกุ้งพากันอพยพออกนอกพื้นที่ในวันอังคาร หลังจากเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสังหารปราบผู้ประท้วงทำชาวบ้านโดนลูกหลงหลายคน นักเคลื่อนไหวเผยยอดสังเวยวันจันทร์ไม่ต่ำกว่า 20 ศพ ตายรวมเกิน 180 คนแล้ว เผยมีชาวเมียนมาหนีข้ามแดนเข้าอินเดียแล้วว่า 400 คน มีตำรวจและดับเพลิงปะปนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มควันลอยขึ้นจากสิ่งกีดขวางถนนที่ผู้ประท้วงจุดไฟเผาเพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ ในเขตไลง์ตายาของนครย่างกุ้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 16 มีนาคม อ้างข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมาที่รวบรวมข้อมูลการจับกุมและยอดบาดเจ็บล้มตายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร ว่าการใช้ความรุนแรงของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงในหลายเมืองเมื่อวันจันทร์เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันนองเลือดที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์นับแต่ทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี โดยเอเอพีพีรายงานว่ามีคนตายถึง 74 คนทั่วเมียนมาในวันเดียว จำนวนมากเสียชีวิตที่เขตไลง์ตายาในนครย่างกุ้ง เขตที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนจีน โรงงานหลายโรงโดนวางเพลิงเมื่อวันอาทิตย์ และทำให้รัฐบาลทหารตอบโต้ด้วยการประกาศกฎอัยการศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเขตไลง์ตายา กฎอัยการศึกยังครอบคลุมอีก 5 เขตหรือตำบล รวมกันมีประชากรราว 2 ล้านคน หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งย่างกุ้ง ใครก็ตามที่โดนจับกุมภายในพื้นที่กฎอัยการศึกจะถูกส่งขึ้นศาลทหาร และอาจเผชิญกับโทษตั้งแต่ใช้แรงงานหนัก 3 ปี ไปจนถึงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงเช้าวันอังคาร สำนักข่าวอิรวดีเผยแพร่ภาพที่ชาวเมียนมาพากันอพยพออกจากเขตไลง์ตายา ทำให้รถติดยาวเหยียด มีทั้งรถจักรยานยนต์ รถกระบะ และรถตุ๊กๆ รายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่าบอกว่า พวกคนงานต่างถิ่นจากไลง์ตายากำลังหนีกลับรัฐบ้านเกิดของพวกเขา สามารถมองเห็นขบวนของผู้คนบนถนนไกลสุดลูกหูลูกตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอพีพีกล่าวว่า มีคนเสียชีวิตมากกว่า 180 คนแล้วนับแต่รัฐประหาร คำแถลงเมื่อวันอังคารกล่าวว่า จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นอย่างมาก และแม้แต่พลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านรัฐประหารก็โดนลูกหลงเสียชีวิตด้วยหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการรายงานว่า มีตำรวจเสียชีวิต 1 นายเมื่อวันอาทิตย์ จากการโดนยิงที่เมืองพะโคระหว่างการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลสหรัฐประณามความรุนแรงในเมียนมาอีกครั้ง และเรียกร้องให้ทุกประเทศดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อคัดค้านระบอบทหาร &amp;quot;รัฐบาลทหารตอบโต้เสียงเรียกร้องให้รื้อฟื้นประชาธิปไตยในพม่าด้วยกระสุนปืน&amp;quot; จาลินา พอร์เตอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มีชาวเมียนมาหนีข้ามชายแดนเข้าอินเดียแล้วมากกว่า 400 คน หลายคนเป็นตำรวจที่ปฏิเสธทำตามคำสั่งของทหารที่ให้ยิงหรือฉีดน้ำสลายการชุมนุมและหวั่นเกรงว่าจะโดนลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอินเดียนายนี้บอกว่า เมื่อวันศุกร์มีคนเมียนมาข้ามแดนเข้ามาที่รัฐมิโซรัม 116 คน ในจำนวนนี้รวมถึงตำรวจและพนักงานดับเพลิง บางคนหอบหิ้วมาแค่เสื้อผ้าใส่ถุงปุ๋ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ชาวบ้านอพยพ, ต้านรัฐประหาร, พม่า, ย่างกุ้ง, เมียนมา, ไลง์ตายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050579503f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าโทษกองกำลังพุทธยะไข่โจมตีตำรวจ ชาวบ้าน 2,500 คนหนีตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ในรัฐยะไข่ของเมียนมายังระอุ สื่อทางการรายงานกองกำลังติดอาวุธกว่า 30 คนยกพวกโจมตีตำรวจรักษาชายแดนเมื่อวันอังคาร ตำรวจเจ็บสาหัส 1 นาย ยูเอ็นเผยการสู้รบตั้งแต่เดือนที่แล้วทำให้ชาวบ้านอพยพหนีตายแล้ว 2,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวบ้านที่อพยพหนีภัยการต่อสู้ระหว่างกองทัพของรัฐบาลกับกองทัพอาระกัน อาศัยอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เมืองจ๊อกตอ รัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตกของเมียนมา ที่เริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2561 เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กองทัพเมียนมาประกาศหยุดยิงนาน 4 เดือน ในพื้นที่ขัดแย้งทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มแต่เดือนที่แล้ว ด้วยความคาดหวังว่าจะกระตุ้นให้การพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธกลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้ง หลังจากหยุดชะงัก แต่การที่รัฐยะไข่ไม่ได้อยู่ในข่ายด้วย ก็ก่อความคลางแคลงว่ากองทัพมีความเต็มใจจะยุติความขัดแย้งทั่วทั้งประเทศจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาเคยเปิดปฏิบัติการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐที่มีชายแดนติดบังกลาเทศแห่งนี้เมื่อปี 2560 ซึ่งส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพข้ามชายแดนมากกว่า 730,000 คน แต่สถานการณ์รุนแรงล่าสุดนี้เป็นการปะทะกันระหว่างกองทัพของรัฐบาลกับกองกำลังติดอาวุธชาวพุทธยะไข่ที่ใช้ชื่อว่า กองทัพอาระกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา ซึ่งเป็นสื่อของทางการ รายงานเมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม 2562 ว่ากลุ่มชายประมาณ 30 คนใช้อาวุธขนาดเล็กและอาวุธหนักโจมตีตำรวจรักษาชายแดนใกล้กับหมู่บ้านเซตองของเมืองบูตีดองเมื่อวันอังคาร ทำให้ตำรวจบาดเจ็บสาหัส 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกกองทัพอาระกันกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพุธ ปฏิเสธว่า ฝ่ายตนไม่ได้โจมตีตำรวจ แต่ได้ปะทะกับกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลที่เมืองเซตองเมื่อวันอังคาร การต่อสู้ระหว่างกองทัพอาระกันกับกองทัพของรัฐบาลยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตำรวจรักษาชายแดนนับพันนายถูกวางกำลังในพื้นที่ซึ่งอยู่ไกลจากแดน โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการของกองทัพรัฐบาลเมียนมา ที่เปิดปฏิบัติการรุกโจมตีฝ่ายตน และวันนี้การต่อสู้เริ่มแล้วในเวลา 08.00 น. ในพื้นที่แห่งอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานประสานงานกิจกรรมด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติกล่าวไว้เมื่อวันจันทร์ว่า การสู้รบครั้งใหม่ในรัฐยะไข่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้ชาวบ้าน 1,500 คนอพยพทิ้งบ้านเรือน เพิ่มเติมจากชาวบ้านที่ละทิ้งถิ่นฐานแล้วก่อนหน้านี้ 1,000 คน จากการปะทะรอบก่อน ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 เจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงกลุ่มบรรเทาทุกข์เมียนมาและต่างชาติกำลังให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25627</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอาระกัน, กองทัพเมียนมา, ชาวบ้านอพยพ, พม่า, รัฐยะไข่, เมียนมา, โจมตีตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2cc706baee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
