<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บคัดแยกรีไซเคิลขยะ  คืนสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นต้นทางของวัตถุดิบที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ผ่านการใช้วัตถุดิบปลาป่นที่ยั่งยืนมาจากผลพลอยได้จากการแปรรูปสัตว์น้ำ จึงต้องอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูผืนป่าชายเลน ซึ่ง นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหารธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร &amp;nbsp; หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพันธมิตรเรือประมงและชาวประมง คืนท้องทะเลสะอาด รักษาสมดุลระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงทางอาหาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสนับสนุนการบริหารจัดการขยะในทะเลที่มีประสิทธิภาพตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเซอร์คูลาร์อีโคโนมี (Circular Economy) และที่ผ่านมายังได้ร่วมสนับสนุนโครงการทะเลสะอาด นำโดยกรมประมงและสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมและรณรงค์ให้ชาวประมงลดการทิ้งขยะลงสู่ทะเล เก็บขยะจากกิจกรรมประมง ทั้งขยะจากการบริโภคบนเรือ และขยะที่ติดมากับเครื่องมือประมงกลับขึ้นฝั่ง โดยขยะที่รีไซเคิลได้จะถูกคัดแยกและส่งขายให้กับโรงรับซื้อขยะต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ซีพีเอฟได้ต่อยอดโครงการทะเลสะอาด โดยมีแนวคิดขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บขยะ การคัดแยก การจัดการ จนถึงการนำขยะมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสร้างมูลค่า โดยเดินหน้าโครงการนำร่อง ประสานความร่วมมือกับโรงงานปลาป่นเจดีพีในจังหวัดตรัง และชาวประมงเก็บขยะจากทะเลคืนฝั่ง จากการรวบรวมขยะจากเรือประมงที่มาขึ้นท่าพบว่ามีขยะที่รีไซเคิลได้ อาทิ ขวดพลาสติก PET ขยะประเภทขวดแก้ว เศษแห เศษอวน ที่สามารถเพิ่มมูลค่าขยะเหล่านี้ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งบริษัทสนใจทดลองนำขยะพลาสติกขวด PET ที่เก็บจากทะเลนำมาแปรรูปเป็นเส้นใยพลาสติก ผลิตเป็นเสื้อโปโลรีไซเคิล ซึ่งขณะนี้การผลิตล็อตแรก 500 ตัว จะเตรียมแจกให้พนักงานซีพีเอฟล็อตแรกเดือนกรกฎาคมนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ซีพีเอฟนำขยะที่ชาวประมงเก็บกลับขึ้นฝั่งมารีไซเคิลและนำกลับมาใช้ประโยชน์อีก เป็นโครงการที่ดำเนินการตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาปริมาณขยะในทะเล ร่วมรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเล สนับสนุนภารกิจของซีพีเอฟในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ทั้งในเรื่องของอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;quot; นายไพโรจน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2557-2561 สามารถอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 จังหวัดได้รวม 2,388 ไร่ ในพื้นที่ จ.ระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา และอยู่ระหว่างดำเนินงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเข้าสู่ระยะที่ 2 มีเป้าหมายอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ระยอง และตราด เพื่อร่วมคืนสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ชาวประมง, ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล, ทะเล, ฟื้นฟูผืนป่าชายเลน, เรือ, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e146782e183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ช่อง8’ช่วยเหลือชาวระนองหลังพบคลัสเตอร์ใหม่ ด้านผอ.รพ.ระนองรับกังวลเรื่องต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือดร้อนกันถ้วนหน้า หลังจังหวัดระนอง ตรวจพบแรงงานต่างด้าวติดโควิดคลัสเตอร์ใหม่ (เมื่อวานนี้) ในโรงงานแปรรูปอาหารทะเลกว่า 90 คน &amp;nbsp;ทีมข่าวช่อง 8 ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ โดยได้นำชุดPPE และหน้ากาก N95 ที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยโควิด19 ในเบื้องต้น ไปมอบให้กับทีมแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง&amp;nbsp; เพื่อนำไปใช้ในการตรวจค้นหาเชื้อเชิงรุกในกลุ่มชาวประมงเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ นงลักษณ์ งามโรจน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ได้มอบหมายให้ นฤพล อาจหาญ ผู้สื่อข่าวอาวุโสช่อง8 เป็นตัวแทนสายธารน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้ร่วมกันบริจาค ผ่านโครงการ &amp;quot;ช่อง 8 รวมใจสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; มอบ ชุด PPE / และหน้ากากอนามัย ให้กับทีมแพทย์ในจังหวัดระนอง โดยมี นายแพทย์ นรเทพ อัศวพัชระ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง&amp;nbsp; เป็นผู้รับมอบ ซึ่งจะนำไปช่วยเหลือและสนับสนุนสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่มาพักฟื้นและสังเกตุอาการ ที่โรงพยาบาลสนามต่างๆในจังหวัดระนอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง ระบุว่า ชุดPPE และ หน้ากากอนามัย N95 ที่ทางช่อง8 นำมาส่งมอบให้นั้น มีความจำเป็นอย่างมากหลังเมื่อวานนี้จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในจังหวัดระนองเพิ่มสูงขึ้น จากคลัสเตอร์ใหม่ ที่เป็นแรงงานต่างด้าวในโรงงานแปรรูปอาหารทะเลกว่า 90 คน สิ่งของที่ทางช่องมอบให้จึงจะถูกนำไปใช้อย่างทันท่วงที ในการช่วยเหลือชาวระนองให้ปลอดภัยจากเชื้อ โควิด-19 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้น ทีมข่าวช่อง8 ยังได้ส่งมอบชุดPPE และหน้ากากอนามัย N95 อีกจำนวนหนึ่งให้กับโรงพยาบาลจังหวัดระนอง ที่ตอนนี้ยังคงมีผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 รักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลกว่า 30 คน และเรื่องฉีดวัคซีนให้กับชาวระนองเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่หลังพบจังหวัดระนองเป็นพื้นที่กลุ่มเสี่ยงที่มีการระบาดเชื้อ โควิด-19 อยู่ในขณะนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อในจังหวัดระนองแล้วมากกว่า 1000 คนและมากกว่า 800 คนส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระนอง ยังบอกอีกว่า มีความกังวลใจถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ถือเป็นผู้ป่วยกลุ่มหลักที่มีการติดเชื้อในจังหวัดระนอง ว่าถ้าหากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 อาจจะทำให้จังหวัดระนองยังคงเป็นพื้นที่ระบาด ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือเพื่อฉีดวัคซีนให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มีความจำเป็นในพื้นที่จังหวัดระนอง แต่เบื้องต้นจะใช้ชุดพีพีอี และหน้ากากอนามัย N95 ที่ทางช่อง8 นำมามอบให้ นำไปใช้ในการตรวจเชิงรุกกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ต่างๆก่อนโดยเฉพาะกลุ่มชาวประมงที่มีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106467</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ระนอง, คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปอาหารทะเล, ชาวประมง, ช่อง 8 รวมใจสู้ภัยโควิด-19, ช่อง8, นงลักษณ์ งามโรจน์, นฤพล อาจหาญ, นายแพทย์ นรเทพ อัศวพัชระ, โควิด, โควิด-19, โรงพยาบาลจังหวัดระนอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c867b246ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!พบเต่าตนุตายติดอยู่ในไซดักปลาชาวประมงกระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.62- เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี &amp;nbsp;จังหวัดกระบี่ ใช้อุปกรณ์ Lift Bag &amp;nbsp;เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในการกู้ไซดักปลา โครงสร้างเป็น ตาข่ายเหล็ก &amp;nbsp;ขนาดความยาว กว่า 3 เมตร กว้าง 2 เมตร &amp;nbsp;ของชาวประมง ที่ลักลอบ วาง จับสัตว์ ไว้ ที่บริเวณ เกาะเสม็ด หมู่ 2 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ &amp;nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ ทำการกู้ขึ้นมาจากทะเล ภายพบซากเต่าตนุ ขนาด ใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ &amp;nbsp;เหลือแต่กระดอง อยู่ในไซ เตรียมส่งตรวจสอบอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปรัญญา พันธุ์ตาจิตร ครูสอนดำน้ำ ร้าน สคูบ้า เอ็กเพริส อ่าวนาง เปิดเผยว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก เพื่อนนักดำน้ำชาวต่างชาติว่าพบเต่าตายติดอยู่ในไซจับปลาที่บริเวณเกาะเสม็ด ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ จากนั้นจึงดำน้ำไปตรวจสอบพบเต่าตายอยู่ในไซจริง แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ จึงประสานแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บกู้ไซดังกล่าวขึ้นมา&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ก่อนนี้มีนักดำน้ำชาวต่างชาตินำคลิปภาพโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเต่าทะเลเสียชีวิตติดอยู่ในลอบดักปลาของชาวประมง &amp;nbsp;ตั้งอยู่บนเแนวปะการังใกล้เกาะเสม็ด &amp;nbsp;ก่อนนี้เจ้าตัวเคยไปแจ้งให้ทาง อุทยานฯ รื้อถอนเครื่องมือประมงดังกล่าวแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่มีการรื้อถอนออกไป จนมาพบซากเต่าติดอยู่ข้างใน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40409</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กระบี่, ชาวประมง, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, เต่าตนุ, ไซดักปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22b8c39c838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอภาคใต้ซ้ำแผล&#039;อนาคตใหม่&#039;อย่าฉาบฉวยปัญหาประมง-ท้องทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Somboon Khamhang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;นายสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนาคตใหม่ต้องทำความเข้าใจปัญหาทะเลไทยให้ชัดเจน จึงจะแก้ไขได้ถูกจุด (เพราะรัก จึงตักเตือน 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำเป็นต้องขยายความเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เพราะมีเพื่อนพี่น้องพลพรรคอนาคตใหม่เข้ามาแลกเปลี่ยน ให้ข้อมูล ทักท้วง ติติงผมกันหลายคน ในโพสเรื่องนี้ที่ผ่านมา ซึ่งในท่าทีที่เป็นมิตรต่อกันผมไม่ติดใจครับ เพราะเจตนาที่ชัดเจนของผมที่ต้องการตักเตือน หรือแนะนำเพื่อให้พรรคอนาคตใหม่ได้รับรู้และเข้าใจถึงข้อผิดพลาดต่อเรื่องนี้ ด้วยเพราะยอมรับว่าพรรคมีความตั้งใจดีที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ให้ดีขึ้นจริง แต่อาจจะด้วยเพราะจังหวะจะโคนที่อาจจะผิดพลั้งไปบ้าง จึงทำให้หลายคนมองไม่เห็นความตั้งใจนั้นได้ชัดเจนนัก และผมยังยืนยันว่าการตักเตือนจากผมยังตั้งอยู่บนความรักและห่วงใย ด้วย เพราะพรรคนี้คือพรรคแรกที่ทำให้ผมเสียความบริสุทธิ์ทางการเมือง (ฮ่าๆๆๆ) ผมจึงน่าจะได้รับสิทธิ์นี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียบเรียงความคิดเพื่อบอกกับพรรคอนาคตใหม่ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเข้าใจเนื้อแท้ หรือรากเหง้าของปัญหาทะเลไทยเสียก่อน คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าเราเข้าใจแบบคลาดเคลื่อน หรือรับรู้ข้อมูลเพียงบางท่อน บางตอน ก็อาจจะส่งผลผิดพลาดต่อเจตนาได้ (อย่างน่าเสียดาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องแยกแยะว่าข้อเท็จจริงที่รับฟังนั้นได้จากใคร อย่างไร รู้จริงเรื่องปัญหานี้แค่ไหนหรือจะรู้จริงมีระสบการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องทะเลมาบ้าง แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ให้ข้อมูลนั้นว่าบิดเบือนหรือไม่ อย่างไร และเพื่อผลประโยชน์ของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องใช้วิธีการรับรู้ หรือเข้าใจปัญหาที่หลากหลาย ที่ไม่ใช่แค่ฟัง แต่ต้องเข้าไปสังเกต หรือเข้าไปขลุกอยู่กับปัญหาอย่างตั้งใจ อย่างเช่นการเข้าไปสัมผัสชีวิต หรือเข้าไปร่วมใช้ชีวิตในวิถีของกลุ่มปัญหานั้นๆ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลอีกระดับหนึ่ง ที่จะมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หัวใจของปัญหาทะเลไทย คือ &amp;quot;ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ที่ถูกใช้อย่างเกินกำลัง &amp;quot; มานานนับหลายปี ในขณะที่รัฐไทยไม่เคยสนใจเรื่องนี้ แต่กลับภาคภูมิใจว่าเราเป็นที่หนึ่งในการทำประมงที่สามารถจับสัตว์น้ำได้มากเป็นอันดับต้นของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;ldquo;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&amp;rdquo; ต้องอ่านให้ออก แม้คำถามเช่นนี้จะมีภาพของการแบ่งแยก แต่ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะคิดว่านี่คือการแย่งชิงทรัพยากร แต่คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรที่ไม่เท่ากัน และเมื่อเราอ่านออกก็จะทำให้ยืนอย่างถูกที่ถูกทางของปัญหา อันจะไม่ทำให้เราตกเป็นเครื่องมือของใครบางกลุ่มบางฝ่ายโดยรู้ไม่เท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นอกจากนี้แล้วยังมีประเด็นเรื่องการใช้แรงงานประมงที่สหภาพยุโรปนำมาอ้างในการให้ใบเหลืองประเทศไทย ซึ่งมีมูลความจริงต่อเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการละเมิดสิทธิต่อเรื่องนี้อย่างหนักของการประมงไทย และเป็นที่รับรู้ว่าแรงงานต่างด้าวคือเหยื่อส่วนใหญ่ต่อเรื่องนี้ และล้วนเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรือประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปัญหาทะเลไทยที่ชาวประมงพื้นบ้านพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาแก้ไขอย่างเป็นระบบ และอย่างจริงจัง ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการวางตัวของรัฐ(ทั้งนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ราชการ)มักเอนเอียงไปข้างกลุ่มประมงพาณิชย์ ที่มีกำลังต่อรองทางการเมืองสูงกว่าชาวประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การเข้ามาใช้มาตรการบังคับของสหภาพยุโรปต่างได้รับผลกระทบกับชาวประมงทั้งหมดทุกระดับ ทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างพยายามนำเสนอ เรียกร้อง และหาทางเข้าไปแก้ไขช่องว่างของปัญหาดังกล่าวบนพื้นฐานของเหตุผล และเชื่อว่าจะยังต้องมีการกดดันให้รัฐแก้ไขต่อไป ซึ่งฝ่ายของนักอนุรักษ์ยืนยันว่าหลักการใหญ่ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องตั้งอยู่บนฐานคิดเรื่องความยั่งยืนของทรัพยากรประมงเป็นที่ตั้ง หาใช่สร้างอำนาจการต่อรองเพียงเพื่อขอทำประมงอย่างไม่รับผิดชอบได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอาสาของพรรคอนาคตใหม่จึงต้องยืนให้ถูกจุด ถูกทิศถูกทางอย่างเข้าใจไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นเครื่องมือของบางฝ่ายที่ไม่เคยรู้สำนึกผิดชอบต่อทรัพนากรส่วนรวมอย่างแท้จริง ดังเหตการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาที่เขาต้องขึ้นศาลากลางจังหวัด เพื่อให้ราขการยึดหละกกฎหมายการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่อาจจะไล่เรียงรายละเอียดของปัญหานี้ได้หมด ซึ่งเรื่องนี้วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยคนปัจจุบันได้นำเสนอผ่านเฟสบุ๊คของตนไว้แล้วอย่างน่าสนใจ ซึ่งผมคิดว่าพรรคคงได้รับข้อมูลชุดนั้นไปแล้ว หากแต่ที่ผมนำเสนอในลักษณะนี้ก็เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีคิดต่อเรื่องนี้ เพื่อจะได้ไม่สับสนตนเองว่าพรรคผิดพลาดอะไรต่อเรื่องนี้ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกตีโต้จากข้าราชการกรมประมง หรือจากสังคมจำนวนหนึ่งอย่างไม่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะเปิดใจรับฟัง พรรคจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมบูรณ์ คำแหง
ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 62&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช., คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้, ชาวประมง, ท้องทะเลไทย, สมบูรณ์ คำแหง, อนาคตใหม่แก้ปัญหาประมง, เรือประมง, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0ca22da3aca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกรมประมง&#039;ตามขยี้&#039;DNAแม้ว&#039;-งัดข้อมูลฝังกลบ&#039;อนาคตใหม่&#039;เซ่นตังเก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62 - นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ตอบโต้คำวิจารณ์นโยบายประมง ยืนยันได้ศึกษานโยบายประมงมาอย่างดี ช่วงที่ คสช. ออกกฎหมายหลายฉบับ การประมงพังทลายทั้งประเทศ ว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่ทราบข้อมูลแล้วมามั่ว ปัจจุบันนี้เรือประมงที่มีใบอนุญาตประมงพาณิชย์ถูกต้องมี 10,500 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเนื่องจากการทำประมงผิดกฎหมายอยู่เพียง 35 ลำ หรือคิดเป็น 0.3 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าพี่น้องชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้องชาวประมงที่ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ส่วนเรือประมงที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ ต้องหยุดทำการประมง 1,028 ลำ ในจำนวนนี้ รัฐบาลเยียวยาโดยการซื้อคืน 419 ลำ ซึ่งจะชำระเงินในระยะที่ 1 จำนวน 305 ลำ ภายในวันที่ 15 มิ.ย. นี้ ส่วนที่เหลืออีก 114 ลำ รอรัฐบาลหน้าที่จะเข้ามาอนุมัติเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง อีก 609 ลำ มี 309 ลำจากจำนวนนี้ ออกทำการประมงไม่ได้เพราะใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุ ซึ่งเพียงไปต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือก็ออกทำการประมงได้แล้ว เหลืออีก 300 ลำที่ไม่มีใบอนุญาตทำประมงเนื่องจากกระทำผิดร้ายแรง ถูกถอนใบอนุญาต หรือไม่มีความประสงค์จะทำอาชีพประมงแล้วเลยไม่ไปขอใบอนุญาต กลุ่มที่พรรคอนาคตใหม่ไปฟังมาแทบทั้งหมดอยู่กลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตเพราะทำผิดกฎหมาย บางคนมีพฤติกรรมที่นานาชาติเรียกว่าโจร IUU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อไปว่า นี่คือผลกระทบที่เป็นจริง ไม่ได้มีอะไรมากมายดังที่พรรคอนาคตใหม่กล่าวอ้าง ขอเรียนว่าข้อมูลนี้เปิดเผย อธิบายได้เป็นตัวเลข ขอเพียงแต่พรรคอนาคตใหม่อย่านำวาทกรรมทางการเมืองมาทำให้ข้อมูลเหล่านี้เกิดความเสียหาย พรรคอนาคตใหม่ต้องระลึกเสมอว่าหัวหน้าพรรคประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรี การประกาศอะไรก็ตามของพรรคเป็นการส่งสัญญาณต่อชาวโลกในทางที่เป็นผลเสียต่อประเทศไทย สังคมไทยคงยอมไม่ได้ที่ว่าที่นายกฯ ของเรา จะทำให้สังคมไทยกลับไปเป็นสังคมค้ามนุษย์ ทำประมงผิดกฎหมายอีก เชื่อว่าคนไทยทุกคนรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ สังคมโลกก็รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องมาโดยตลอดว่าขอให้การทำงานหรือระบบบริหารบ้านเมืองของเราเป็นมาตรฐานสากล มีการเดินสายไปพูดที่ยุโรป มีการเดินสายไปพูดในหลายๆ ที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศบ้าง แต่ทำไมเมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการทำให้เรื่องการทำประมงให้มันถูกกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นมาตรฐานสากล แล้วพรรคอนาคตใหม่มาบอกว่าที่ผ่านมาทำผิด ผมคิดว่าคุณธนาธรและทีมงานคงต้องกลับไปทบทวนแล้วล่ะว่าตัวเองมีความสับสนในจุดยืนของพรรค&amp;quot; นายธนพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่อ้างในพื้นที่ประมงพรรคได้คะแนนเสียงเยอะ แสดงว่านโยบายประมงของพรรคได้รับการยอมรับ นายธนพร กล่าวว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่บอกคนที่เลือกพรรคได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมาย การตรวจตราที่เข้มงวดของภาครัฐ เพื่อทำให้การประมงของประเทศเป็นมาตรฐานสากล พรรคอนาคตใหม่ยกกรณี จ.ฉะเชิงเทรา พี่น้องชาวประมง จ.ฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้ออกทำการประมงโดยไม่ต้องมีการตรวจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรือประมงของ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ซึ่งภาครัฐส่งเสริมอยู่แล้ว พี่น้องชาวประมงกลุ่มนี้แฮปปี้กับผลผลิต สัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะอ้างอิงจังหวัดใดขอให้ตรวจสอบให้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน จ.สมุทรสาคร มีเรือประมงเข้าออกเฉลี่ยวันละ 54 ลำ ในจำนวนนี้จะถูกสุ่มตรวจเพียง 10 - 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 10 - 12 ลำเท่านั้น การตรวจแบบนี้เป็นสากล โรงงานเวลาจะส่งสินค้าก็มีการสุ่มตรวจคุณภาพ ก็ใช้หลักการเดียวกัน ไม่ได้ตรวจเยอะ การยื่นเรื่องก็ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลาตรวจน้อยมาก ไม่เกิน 20 นาทีต่อลำ ก็สามารถเอาสัตว์น้ำขึ้นท่าได้แล้ว ยืนยันว่าการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐไม่มีสิ่งใดเกินกรอบมาตรฐานสากล จึงอยากเรียนว่าทีมงานพรรคนานวันยิ่งตอบคำถามยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่รู้ข้อมูลเลย อ้างมีนักวิชาการหลายท่านเป็นที่ปรึกษา ก็ถามกลับทีมงานนักวิชาการที่ปรึกษาของพรรคว่าการที่ท่านเลือกที่จะฟังคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นการเลือกรับฟังที่มีอคติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวอีกว่า การที่พรรคอนาคตใหม่คิดเช่นนี้ ก็เหมือนกับครั้งหนึ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยบอกว่าจังหวัดไหนเลือกพรรคไทยรักไทยจะได้รับงบประมาณ จังหวัดอื่นที่ไม่เลือกรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็จะไม่ดูแล ความหมายของพรรคอนาคตใหม่ก็แบบเดียวกัน คนในพื้นที่จังหวัดหนึ่งเลือกพรรคอนาคตใหม่ แม้ว่าความต้องการจะเป็นสิ่งที่มาตรฐานสากลบอกว่าผิด เช่นการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานทาส การทำประมงผิดกฎหมาย แล้วพรรคจะเข้าไปดูแลให้ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว วิธีคิดแบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่โคลนนิ่งการคิดมาแบบนายทักษิณ เป็นวิธีคิดที่อันตรายต่อผลประโยชน์ของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ที่เขาทำถูกกฎหมายคุณไม่ดูแล คุณจะดูแลแต่โจร IUU เพราะฉะนั้นวิธีคิดอย่างนี้ก็คือวิธีคิดเดียวกับคุณทักษิณ พรรคอนาคตใหม่ก็คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณใช่หรือไม่ วิธีคิดมันเหมือนกัน ขณะที่คนส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในพื้นที่อื่นไม่ดูแล ดูแลแต่พื้นที่ซึ่งถูกกล่าวหา ถูกประณามจากทั่วโลกว่าค้ามนุษย์ เป็นแหล่งรวมของการฟอกปลา แล้วไปดูแลพื้นที่อย่างนี้ ก็เหมือนกับที่คุณทักษิณเคยพูด พื้นที่ไหนเลือกเรา เราก็ดูแล นี่เป็นการสารภาพต่อสังคมไทยที่ชัดเจนที่สุดว่าพรรคอนาคตใหม่คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37534</URL_LINK>
                <HASHTAG>IUU, ชาวประมง, ตังเก, ธนพร ศรียากูล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นโยบายพรรคอนาคตใหม่, ประมงชายฝั่ง, ประมงผิดกฎหมาย, ประมงพาณิชย์, พรรคอนาคตใหม่, อาชีพประมง, แก้ปัญหาประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf4de6d65826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนชาวประมงสงขลาระวังหมอกหนาแน่นในทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.61- นายสุรเดช &amp;nbsp;นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลา เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ในช่วงนี้จังหวัดสงขลาในทะเลมีหมอกลงจัด เรือประมงและเรือพาณิชย์ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นในทะเลลดลง โดยเฉพาะเรือประมงที่ออกทำการประมงกลางทะเลในช่วงเย็นและกลับเข้าฝั่งในช่วงเช้า ควรที่จะต้องตรวจสอบสปอร์ตไลท์ส่องทางและตรวจสอบไฟสัญญาณเรือต่างๆให้พร้อม ขณะที่ทำการประมงในทะเลช่วงกลางคืน ซึ่งจะมีหมอกลงจัด ก็ขอให้เปิดไฟสัญญาณเรือตลอดเวลา และใช้สปอร์ตไลท์ส่อง เมื่อได้ยินเสียงเรือผ่านมา เพื่อส่งสัญญาณให้เรือที่วิ่งผ่านไปทราบตำแหน่งที่เราทำการประมงจับปลาอยู่ เรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเรือชนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝากเตือนเรือประมงในช่วงที่มีหมอกหนาแน่นในทะเล &amp;nbsp;ก็ขอให้ลดความเร็วลง เมื่อเห็นเรือใหญ่ผ่านไปผ่านมาก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังและหลบให้เรือใหญ่วิ่งไปก่อนเพราะเรือใหญ่มันหลบยาก โดยหยุดรออยู่เฉยๆให้เรือใหญ่วิ่งตัดหน้าไปก่อนก็จะไม่มีปัญหาอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวประมง, ทะเล, สงขลา, หมอก, อากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be24c70b69a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯอนาคตใหม่ตะลึงธุรกิจประมงแย่มาก! ลั่นต้องแก้ปัญหาด้วยประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.61 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหาของชาวประมงในจังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งเยี่ยมชม ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี องค์การสะพานปลา ซึ่งพบว่าบรรยากาศเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก พรก.การประมง พ.ศ.2558&amp;nbsp;และกฎหมายลูกอีกกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ฉบับ ที่เข้ามากำหนดมาตรฐานการทำประมงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนนี้ธุรกิจประมงแย่มาก จากการลงพื้นที่พบว่านักธุรกิจประมงหลายรายขาดทุน บางรายยกเลิกทำประมงไปแล้ว ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากมาตรการที่เราออกมาเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ ไอยูยู (IUU)&amp;nbsp;โดยออกเป็น พรก.การประมง พ.ศ.2558&amp;nbsp; มีหลายเรื่องซึ่งวางมาตรฐานโดยไม่ได้สอบถามชอบประมง ทำให้พวกเขาปฏิบัติตามได้ยาก อีกทั้งถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ยังเจอโทษที่หนัก สบช่องให้เกิดการเรียบรับเงิน เกิดการทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนโยงกลับมาที่การเข้ามาของรัฐบาล คสช.&amp;nbsp; ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมในทางประชาธิปไตย เมื่อต้องการเจรจาระหว่างประเทศ ก็ทำให้อำนาจในการต่อรองน้อยลง จะเห็นว่ามาตรฐานของไอยูยูนั้น ในประเทศอื่นๆ อย่างเวียดนาม เขาเจรจาต่อรองได้ยืดเวลาไปได้หลายปี แต่เราด้วยความไม่เป็นประชาธิปไตย พอเจอใบเหลืองก็กังวลใจ จึงยอมรับทุกอย่างที่ไอยูยูกำหนดมาใช้ทันทีเลย โดยที่ไม่สอบถามว่าธุรกิจประมงนั้นสามารถทำได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักธุรกิจ ประมงพาณิชย์หลายท่านที่ผมไปเจอมา ไม่ได้มีปัญหาต่อมาตรฐานไอยูยู ทุกคนพร้อมที่จะปฏิบัติตาม เพียงแต่ว่าต้องขอความร่วมมือในเรื่องระยะเวลาที่ค่อยๆขยับขยายให้ทำตามขั้นตอน ตามข้อกำหนดนั้น และขอการมีส่วนร่วมในการพูดคุยกันว่า กฎหมายหรือมาตรการต่างๆที่จะออกมา จุดไหนที่จะพอยอมรับกันได้ ทั้งสอดคล้องกับมาตรฐาน และทำให้ธุรกิจของเขาอยู่ได้ด้วย นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เราจำเป็นต้องกลับมาทบทวน หาจุดร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการประมง แรงงาน และมาตรฐานของไอยูยู มานั่งเจรจาตกลงกัน ว่าจุดไหนที่พอจะรับกันได้ เพราะการที่เรายอมรับกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศไว้ทั้งหมด โดยไม่เจรจาต่อรองเลย จะส่งผลในระยะยาวคือ ผู้ประกอบการรายเล็ก หรือระดับกลาง จะไม่สามารถทำได้ตามมาตฐาน ใบอนุญาตก็จะถูกยึด ต้องเลิกประกอบกิจการ สุดท้ายก็จะเกิดกลุ่มทุนใหญ่ซึ่งเป็นทุนผูกขาดเข้ามาเทคโอเวอร์ และไม่ใช่แค่การเทคโอเวอร์เรือ หรือเทคโอเวอร์บริษัทเท่านั้น แต่ในระยะยาว นี่คือการเทคโอเวอร์ทั้งธุรกิจประมง&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า จากการรับฟังปัญหาในหลายๆพื้นที่เรื่องนี้ ทางอนาคตใหม่ตั้งใจที่จะออกแบบนโยบายเรื่องเกี่ยวกับการประมงเข้าไปผลักดันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทบทวนกฎหมายใหม่ โดยหลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสีย มานั่งคุยกัน แก้ไขกฎหมายใหม่ร่วมกัน และอนาคตเมื่อต้องการให้เรือประมง ชาวประมง ธุรกิจประมงให้ได้มาตรฐานไอยูยูมากขึ้น รัฐจำเป็นต้องเข้าไปสนับสนุน และให้ช่วงเวลาในการเปลี่ยนผ่านจนได้มาตรฐาน การบังคับใช้กฎหมายแบบเคร่งครัดทันที อาจจะแลกมาซึ่งการที่เราไม่โดนใบเหลืองใบแดง หรือรัฐบาลได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ แต่ในทางกลับกัน กลับทำลายธุรกิจประมงของคนไทยไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวประมง, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ประชาธิปไตย, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, แก้ปัญหาประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b15db0f0dbf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
