<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรังแห่จับ‘แมงกะพรุนหัวโล้น’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ชาวประมงพื้นบ้านเมืองตรังเฮ! แห่ออกจับ &amp;quot;แมงกะพรุนหัวโล้น&amp;rdquo; นับแสนตัวกลางทะเล หลังเข้าสู่มรสุมฝั่งตะวันตก ที่ใน 1 ปีจะมีครั้งเดียว สร้างรายได้ให้หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ในช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระบาดหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 9 บ้านปากคลอง ต.บ่อหิน อ.สิเกา จ.ตรัง ชาวประมงชายฝั่งได้แล่นเรือออกไปกลางทะเล เพื่อทำการเก็บแมงกะพรุนหัวโล้นที่ลอยอยู่เหนือน้ำกลางทะเลนับแสนๆ ตัวหน้ามรสุมด้วยเครื่องมือเพียงอันเดียว ลักษณะคล้ายกับคราดถากหญ้า โดยนำเอาใส่ไว้ในเรือหางยาวจนเต็มลำ แล้วแล่นกลับมายังชายฝั่ง ซึ่งมีพ่อค้ารับซื้ออยู่ในพื้นที่ประมาณ 3 เจ้า โดยเป็นทั้งคนในพื้นที่และพ่อค้าจากต่างจังหวัดสตูล, กระบี่ และสุราษฎร์ธานี สามารถสร้างรายได้ให้ชาวประมงพื้นบ้านต่อลำวันละ 5,000-10,000 บาท รวมทั้งพ่อค้าที่รับซื้อก็สามารถสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อการนำไปขายหนึ่งครั้ง ส่งผลทำให้เงินแพร่สะพัดในชุมชนกว่าแสนบาทต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกษม บุญญา อายุ 52 ปี หรือผู้ใหญ่เขียว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านปากคลอง ต.บ่อหิน ซึ่งเป็นหนึ่งในพ่อค้าที่รับซื้อ กล่าวว่า ดีใจกับการประมงพื้นบ้านในการประกอบอาชีพครั้งนี้ได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส หลังจากโควิด-19 ได้รับผลกระทบทำให้ต้องเปลี่ยนวิถีจากการประกอบอาชีพทั่วไป เป็นการประกอบอาชีพจับแมงกะพรุน ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงมรสุมจากฝั่งตะวันตกใน 1 ปีจะเข้ามาในชายฝั่งครั้งหนึ่ง ปีนี้อาจจะเข้ามาเยอะ ทำให้แมงกะพรุนเข้ามาสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะคนชายฝั่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้พอสมควร &amp;quot;แมงกะพรุนที่จะมาได้นั้นเป็นแมงกะพรุนหัวโล้น เป็นแมงกะพรุนที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ในทางการวิจัย เป็นอาหารที่สามารถกระตุ้นเลือดลมและสามารถสร้างภูมิต้านทานได้&amp;quot; นายเกษมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใหญ่เขียวกล่าวว่า แมงกะพรุนหัวโล้นที่รับซื้อเราจะนำส่งให้ตลาดทั่วไปทั้งไทยและต่างประเทศ แต่ตอนนี้ติดช่วงโควิดเราต้องรอตลาดเปิดขายต่างประเทศก่อน สำหรับรายได้ก็จะขึ้นกับขนาดเรืออย่างน้อยอยู่ที่วันละกว่าพันบาท หรือหากเรือมีขนาดใหญ่ก็จะตกอยู่ประมาณ 4,000-5,000 บาท บางครั้งก็ถึงหลักหมื่นบาทบาทต่อลำ ซึ่งเป็นรายได้ของเรือประมงที่ได้ อย่างไรก็ตาม ราคาก็จะขึ้นอยู่กับตลาด หากกลางตลาดเปิดกว้าง ราคาก็จะสูง แต่ถ้าตลาดปิดช่วงนี้ราคาก็จะต่ำลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงนี้ราคารับซื้ออยู่ตัวละ 4-8 บาท ปีนี้และปีที่แล้วเราก็ประสบปัญหาโควิด-19 เหมือนกัน โดยปีที่แล้วเราจะแก้ปัญหาด้วยการทำตลาดที่ค่อยเป็นค่อยไป มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการแมงกะพรุนในการซื้อขาย สามารถแลกเปลี่ยนกันก็อยู่กันได้ ส่วนใหญ่แล้วทางประเทศจีนจะมีความต้องการเยอะแมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่มีเลือดร้อน หากใครมีเลือดอุ่นก็สามารถสร้างภูมิต้านทานสูง คนจีนจะนำมาทำเป็นยา ส่วนคนไทยจะนำมาเป็นประกอบอาหาร เช่น ยำเย็นตาโฟหรือเป็นเมนูกับแกล้ม โดยตอนนี้เริ่มเป็นที่นิยม&amp;quot; ผู้ใหญ่เขียวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขั้นตอนการทำแมงกะพรุนหลังจากจับมาแล้ว สิ่งแรกเราต้องเอามาแล่ก่อน และนำมาผสมกับน้ำซึ่งมีส่วนผสมเป็นโซดา สารส้ม เกลือ สามารถสุกได้ตามธรรมชาติของมัน และนำมาล้างขัดแยกผ่านอีก 3-4 ขั้นตอน รายได้ตอนนี้ก็ดีขึ้นเพราะเป็นช่วงมรสุมเข้ามา ถือเป็นโอกาสดีของชุมชน โดยเฉพาะชายฝั่งแต่ละชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสตูล ตรัง กระบี่ พังงา รวมถึงภูเก็ต อาจจะมีผลกระทบจากโควิด แต่มีรายได้จากการประมงเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวี ศรีใหม่พัทลุง อายุ 54 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า ปกติทำอาชีพประมงอยู่แล้ว สำหรับแมงกะพรุนนั้นเป็นรายได้เสริมที่ชาวประมงสามารถหาได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ราคาอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะตลาดปิดเพราะโควิด แต่เราก็ต้องทำ หากจะหางานทำข้างนอกก็คงไม่ค่อยจะมี ยิ่งเป็นช่วงโควิดด้วย การลงทะเลถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ปกติหากทำการประมงรายได้ต่อเดือนหากเฉลี่ยออกมานั้นก็น้อย เพราะบางช่วงติดกับช่วงลมแรง ส่วนการทำแมงกะพรุนนั้นก็ไม่ได้ขึ้นทุกวัน ช่วงไหนที่ลมดี น้ำดี มันก็ขึ้นมาก หากลมและน้ำไม่ดีมันก็ไม่ขึ้นหรือขึ้นน้อย สำหรับรายได้ก็ตกอยู่ที่หลักพันไปถึงหลักหมื่นบาทต่อลำ แต่หากลำไหนต้องแบ่งกับลูกน้องด้วยก็ตกอยู่วันละ 500-600 บาทต่อคนหลังจากที่แบ่งกันแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดลำเรือ โดยออกวันละเที่ยว เพราะต้องเฉลี่ยให้กับเรือลำอื่นๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เรามีเรือประมงอยู่ที่ 40 ลำในพื้นที่ รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงที่ไม่มีงานทำ ทุกคนที่เคยวิ่งเรือทัวร์นักท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบเพราะช่วงโควิด เมื่อถึงฤดูแมงกะพรุนก็หันกลับมาทำแมงกะพรุน รายได้อาจจะไม่คงที่ แต่ก็พอกินพออยู่บ้าง&amp;quot; ชาวประมงพื้นบ้านรายนี้ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102454</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 ปีจะมีครั้งเดียว, ชาวประมงพื้นบ้าน, มรสุมฝั่งตะวันตก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมืองตรัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แมงกะพรุนหัวโล้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_60994219e145d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของเรือตกปลารำคาญโจรลักแบตเตอรี่ ติดป้ายประกาศเชิญมาขโมยอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังท่าเทียบเรือชั่วคราว หมู่ที่ 7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ หลังมีชาวบ้านผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชัง รวมทั้งเจ้าของเรือตกปลาขนาดเล็ก ร้องเรียนว่ามีทรัพย์สินสูญหายบ่อยครั้ง เมื่อไปถึงพบป้ายไวนิลประกาศด้วยตัวหนังสือสีแดง ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;ท้ารบกับโจรกระจอก&amp;nbsp;มีแบตเตอรี่อีก 2 ลูก เชิญมาเอาได้เลย&amp;ldquo; อย่างชัดเจนไว้ที่บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราวแห่งนี้ ผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชั&amp;nbsp;และประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ไสไทย ใช้เป็นสถานที่ลำเลียงอาหารและอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงปลาในกระชัง รวมทั้งเป็นสถานที่จอดเรือตกปลาขนาดเล็กอีกหลายลำ นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์ทำการประมงของชาวบ้านที่เก็บไว้บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราวแห่งนี้อีกหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชัง และชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ทราบว่า บริเวณแห่งนี้มีขโมยชุกชุม&amp;nbsp;มีของหายเป็นประจำ ที่ผ่านมาได้ช่วยกันระมัดระวังแล้ว แต่ก็ยังมีของหายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ขโมยแบตเตอรี่เรือตกปลาไป 2 ลูก จำนวน 2 ครั้ง จนเจ้าของเรือตกปลาต้องนำป้ายมาติดประชดประชันคุณโจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำรัส มะโนคำ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 7 ต.ไสยไทย อ.เมือง จ.กระบี่ &amp;nbsp;กล่าวว่าตนเองมีเรือตกปลาขนาดเล็ก 22 ฟุต จอดไว้บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราวแห่งนี้มานาน ไม่มีอะไรสูญหาย แต่พอกลางเดือนเมษายน แบตเตอรี่หายไป 2 ลูก พอครั้งที่ 2 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แบตเตอรี่หายอีก 2 ลูก แบตเตอรี่ยี่ห้อ GS ลูกละ 2,000 บาท ถูกขโมยไปในเวลาไม่ห่างกันมากนัก ตนเองรู้สึกรำคาญมากกับพฤติกรรมของพวกหัวขโมย เลยติดป้ายไวนิลเพื่อตักเตือนขโมยให้เลิกทำเสียที และอยากจะบอกคุณโจรถ้าไม่มีเงินให้มาเอาที่ตนเองให้เลย 1,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36590</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยแบตเตอรี่, จังหวัดกระบี่, ชาวประมงพื้นบ้าน, ชาวประมงพื้นบ้านเดือดร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce620ec54f30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือเล็กออกจากฝั่ง&#039;วิถีชาวประมงพื้นบ้าน&#039;หลังคลื่นลมสงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.61- &amp;nbsp;ที่บริเวณชายหาดบ้านบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ชาวประมงพื้นบ้านบ้านบ่ออิฐนำเรือประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ออกไปทำการประมง วางอวนจับกุ้งปูปลาตามปกติ&amp;nbsp;เพื่อชดเชยที่หยุดออกเรือช่วงคลื่นลมแรงเกือบ 1 เดือนและยังไม่รู้ว่าจะต้องหยุดออกเรืออีกครั้งเมื่อไหร่ เนื่องจากภาคใต้ยังอยู่ในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;nbsp;โดยออกไปทำการวางอวนตั้งแต่ 03.00 น. และกลับเข้าฝั่งในช่วงเช้า หรืออาจเป็นช่วงสาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนำเรือกลับเข้าฝั่ง ชาวประมงจะช่วยกันเข็นเรือขึ้นมาจอดไว้บนฝั่ง โดยมีแม่บ้านมาช่วยวางสะพานไม้และเพื่อนๆชาวประมงช่วยออกแรงเข็นเรือขึ้นมาจอดไว้บนฝั่งอย่างง่ายดาย เนื่องจากบ้านบ่ออิฐมีเขื่อนกั้นคลื่น ทำให้มีเวิ้งอ่าวที่เรือเข้าออกได้ตลอดเวลา &amp;nbsp;ชายหาดบ่ออิฐเรือสามารถขึ้นมาจอดได้หลายสิบลำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานสภาพอากาศ 24 ธ.ค. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ &amp;nbsp;บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ &amp;nbsp; มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ &amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, คลื่นลมแรง, จังหวัดสงขลา, ชาวประมงพื้นบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c206338ec00c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบแล้ว4ศพชาวประมงพื้นบ้านเรือล่มกลางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ค้นพบศพชาวประมงพื้นบ้านพังงา &amp;nbsp;4 ราย&amp;nbsp;หลังคลื่นซัดเรือล่มกลางทะเลสูญหายหาดท้ายเหมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ก.ย.61-นายสายัน กิจมะโน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ที่สูญหายไปจากเหตุการณ์เรือประมงพื้นบ้านพลิกคว่ำ ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.61 จำนวน 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสายัน กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;โดยสามารถค้นพบศพแล้วจำนวน 2 รายในก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ &amp;nbsp;9 ก.ย.ได้รับแจ้งจากเรือประมงว่าได้พบศพที่คาดว่าน่าจะเป็นชาวประมงที่สูญหายไป พล.ร.ต. นันทพล &amp;nbsp;มาลารัตน์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา สั่งการให้นำเรือพยาบาลออกไปเก็บกู้ศพ พร้อมนำเข้าชันสูตรที่โรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ ทราบชื่อคือนายธนพล &amp;nbsp;คงทรัพย์ ซึ่งเป็นรายที่ 3 จากผู้สูญหาย ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาจากทุกภาคส่วน พร้อมด้วยเครือข่ายทีมค้นหาผู้สูญหายตลอดจนญาติของผู้สูญหาย ได้ประชุมร่วมกันในการวางแผนการค้นหาผู้สูญหายคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ โดยกำหนดให้ทีมต่างๆค้นหา บริเวณชายฝั่งและในทะเลด้านนอกชายฝั่งลงไปทางทิศใต้ของเขาหน้ายักษ์ เขตอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในช่วงค่ำที่ผ่านมาก็ได้รับแจ้งจากชาวประมงว่าพบศพใกล้กับบริเวณที่พบศพ ที่ 3 เมื่อช่วงกลางวัน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา จึงได้สั่งการให้เรือพยาบาลทำการเก็บกู้ศพดังกล่าวเพื่อส่งชันสูตรศพที่โรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ ทราบชื่อ นายณัฐพงษ์ หมาดสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้สูญหายรายสุดท้ายที่ประสบเหตุดังกล่าว จึงยกเลิกและยุติการค้นหา โดยทางเจ้าหน้าที่นำศพทั้งหมดมอบให้ญาติเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17190</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นซัด, ชาวประมงพื้นบ้าน, ฐานทัพพังงา, พังงา, หาดท้ายเหมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b95dc87b5a58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มจิตอาสาตระเวนเก็บไข่ปลาหมึกมาขยายพันธุ์ปล่อยคืนทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านน้ำราบ หรือ บ้านท่าขยง ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ไม่มีใครไม่รู้จักนายชุลี ช่วยเพชร หรือ บังลี&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;111/1&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.บางสัก เนื่องจากบังลีมีจิตอาสาและเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติมานานหลายสิบปี เมื่อว่างเว้นจากภารกิจหลัก บังลีก็จะขับเรือออกตระเวนเก็บไข่หมึกกระดอง หมึกกล้วยและหมึกหอม ที่มักจะมาไข่ทิ้งไว้ในไซดักปูของชาวประมง โดยเก็บไข่ปลาหมึกไปเพาะขยายพันธุ์ให้เป็นตัวอ่อนโดยใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;28-30&amp;nbsp;วันก่อนที่จะนำมาปล่อยคืนสู่ทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเลตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมชาติของปลาหมึกจะมาไข่ทิ้งไว้ตามโขดหินหน้าเกาะต่างๆหรือในไซปูของชาวประมง ซึ่งไข่สามารถยึดเกาะได้ แต่เมื่อชาวประมงไปกู้ไซดักปูขึ้นมา ก็มักจะเคาะไข่หมึกให้ร่วงหล่นแล้วเอาแต่ปูไปขาย ทำให้ไข่ปลาหมึกหมดโอกาสที่จะฟักออกเป็นตัวและลดปริมาณลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บังลีเห็นแล้วนึกเสียดายจึงตัดสินใจซื้อเรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำเพื่อออกหาไข่หมึกตามไซปูของเพื่อนบ้าน และยังขอให้ชาวประมงช่วยเก็บไข่หมึกที่พบมาส่งให้ เพื่อที่จะได้นำมาเพาะฟักในตู้อนุบาลของกลุ่มประมงพื้นบ้านก่อนนำไปปล่อยคืนสู่ทะเลทุกๆ&amp;nbsp;1เดือนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และทำมาแล้วกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้วจนสามารถปล่อยลูกปลาหมึกคืนสู่ทะเลไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ตัวต่อปี โดยจะให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในหมู่บ้านร่วมปล่อยลูกปลาหมึก เพื่อมีส่วนร่วมและปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชุลี บอกว่า&amp;nbsp;นอกจากในชุมชนของตนจะมีปลาหมึกอยู่อย่างชุกชุมแล้ว ชุมชนข้างเคียง เช่นที่เกาะมุก เกาะลิบง บ้านมดตะนอย บ้านหาดยาวและชุมชนอื่นๆยังสามารถจับปลาหมึกขายได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ขาดแคลน ซึ่งตนจะทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดแรง แม้จะเหนื่อยมากแต่ทำแล้วมีความสุข เป็นงานเพื่อสังคมที่ตนทำด้วยใจรัก และสร้างความอุดมสมบูรณ์ในชุมชนชาวประมงได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15874</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวประมงพื้นบ้าน, ทะเลตรัง, นายชุลี ช่วยเพชร, เก็บไข่ปลาหมึก, เพาะพันธุ์ปลาหมึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c07ed973c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
