<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของเรือตกปลารำคาญโจรลักแบตเตอรี่ ติดป้ายประกาศเชิญมาขโมยอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังท่าเทียบเรือชั่วคราว หมู่ที่ 7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ หลังมีชาวบ้านผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชัง รวมทั้งเจ้าของเรือตกปลาขนาดเล็ก ร้องเรียนว่ามีทรัพย์สินสูญหายบ่อยครั้ง เมื่อไปถึงพบป้ายไวนิลประกาศด้วยตัวหนังสือสีแดง ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;ท้ารบกับโจรกระจอก&amp;nbsp;มีแบตเตอรี่อีก 2 ลูก เชิญมาเอาได้เลย&amp;ldquo; อย่างชัดเจนไว้ที่บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราวแห่งนี้ ผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชั&amp;nbsp;และประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ไสไทย ใช้เป็นสถานที่ลำเลียงอาหารและอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงปลาในกระชัง รวมทั้งเป็นสถานที่จอดเรือตกปลาขนาดเล็กอีกหลายลำ นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์ทำการประมงของชาวบ้านที่เก็บไว้บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราวแห่งนี้อีกหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชัง และชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ทราบว่า บริเวณแห่งนี้มีขโมยชุกชุม&amp;nbsp;มีของหายเป็นประจำ ที่ผ่านมาได้ช่วยกันระมัดระวังแล้ว แต่ก็ยังมีของหายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ขโมยแบตเตอรี่เรือตกปลาไป 2 ลูก จำนวน 2 ครั้ง จนเจ้าของเรือตกปลาต้องนำป้ายมาติดประชดประชันคุณโจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำรัส มะโนคำ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 7 ต.ไสยไทย อ.เมือง จ.กระบี่ &amp;nbsp;กล่าวว่าตนเองมีเรือตกปลาขนาดเล็ก 22 ฟุต จอดไว้บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราวแห่งนี้มานาน ไม่มีอะไรสูญหาย แต่พอกลางเดือนเมษายน แบตเตอรี่หายไป 2 ลูก พอครั้งที่ 2 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แบตเตอรี่หายอีก 2 ลูก แบตเตอรี่ยี่ห้อ GS ลูกละ 2,000 บาท ถูกขโมยไปในเวลาไม่ห่างกันมากนัก ตนเองรู้สึกรำคาญมากกับพฤติกรรมของพวกหัวขโมย เลยติดป้ายไวนิลเพื่อตักเตือนขโมยให้เลิกทำเสียที และอยากจะบอกคุณโจรถ้าไม่มีเงินให้มาเอาที่ตนเองให้เลย 1,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36590</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยแบตเตอรี่, จังหวัดกระบี่, ชาวประมงพื้นบ้าน, ชาวประมงพื้นบ้านเดือดร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce620ec54f30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดร้อนหนัก! ชาวประมงพื้นบ้านอ่าวนครขอขยายเวลาปรับเปลี่ยนอาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.61 -&amp;nbsp;ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช (หลังใหม่) ตัวแทนเกษตรกรประมงพื้นบ้านชายฝั่งอ่าวนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดยนายสุริยันต์ ยิ่งบุรุษ เกษตรกรหมู่ที่ 4 ตำบลท่าไร่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและประธาน คสช. ผ่านนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนประมงชายฝั่งอ่าวนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายละเอียดในหนังสือดังกล่าวระบุว่า ชาวประมงพื้นบ้านอ่าวนคร นครศรีธรรมราชได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส จากการกวดขันการทำประมงผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนของการทำลายอุปกรณ์ประมง และการตรวจจับเรือประมง ส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพ และขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว การปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากขาดความคุ้นชิน และความรู้ในการประกอบอาชีพอื่นๆ อีกทั้งยังขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพอื่น เบื้องต้นได้เสนอขอให้มีการชะลอการจับกุมและหยุดการทำลายอุปกรณ์ประมงทุกชนิดของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของชาวประมงพื้นบ้านอ่าวนครด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ตัวแทนเกษตรกรประมงพื้นบ้าน ยังได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาประมงชายฝั่งหรือประมงพื้นบ้าน โดยขอให้มีการแบ่งการทำประมงออกเป็น 2 ประเภทคือ ประมงพาณิชย์ และประมงพื้นบ้าน ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาประมงได้ทั้ง 2 ประเภท พร้อมกันนี้ยังได้ระบุอีกว่าที่ผ่านมากลุ่มอาชีพประมงพื้นบ้านอ่าวนคร ได้อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรประมงและจัดการพื้นที่อ่าวนคร รวมทั้งได้หยุดการใช้เครื่องมือที่ทำลายสัตว์วัยอ่อนอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21815</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, จับประมงผิดกฎหมาย, ชาวประมงพื้นบ้านเดือดร้อน, นายสุริยันต์ ยิ่งบุรุษ, ประมงพื้นบ้านชายฝั่งอ่าวนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be91c491ae69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
