<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อนุชา” มอบลำไยสดปลอดสารพิษให้บุคลากรด่านหน้า ใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบผู้แทนนำลำไยสดปลอดสารพิษ ที่ซื้อจากชาวสวนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้าตามสถานที่ต่าง ๆ อาทิ&amp;nbsp;โรงพยาบาลสงฆ์ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลรามาธิบดี&amp;nbsp; และโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาดราคาตกต่ำ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การกระจายผลไม้ทำได้ยากขึ้น รวมถึงติดปัญหาการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว เป็นกำลังใจให้กับคุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงจิตอาสา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่เสียสละเวลาส่วนตัวมาทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 อย่างทุ่มเทมาโดยตลอดเวลา ถือเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความเสี่ยง ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112759</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, ชาวสวน, นายอนุชา นาคาศัย, บุคลากรทางการแพทย์, ปัญหาผลผลิตล้นตลาดราคาตกต่ำ, มอบให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้า, มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน, ลำไยสดปลอดสารพิษ, สำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_611133abd5efa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พืชกระท่อมมีค่า7พัน-หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พืชกระท่อม&amp;rdquo; ขาดแคลน ชาวสวนตื่นตัวหาพันธุ์มาปลูก หวังสร้างรายได้ประมาณ 7,000&amp;ndash;10,000 บาท/ต้น/เดือน พร้อมยกเครดิตให้รัฐบาลประยุทธ์ที่กล้าหาญปลดล็อก อีกทั้งยังระบุว่าสามารถป้องกัน &amp;ldquo;ยาบ้า&amp;rdquo; ได้มหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ในฐานะผู้อำนวยการคลินิก นพ.เกรียงศักดิ์ พญ.พิพิธพร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องเตรียมพร้อมหาเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าพืชกระท่อมก่อนเพื่อปลูก เพราะเมื่อปลูกแล้วจะให้ผลผลิตบริโภคใบได้ จะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี ไม่ต่างกับต้นกาแฟที่จะให้ผลผลิตประมาณ 3 ปี เช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พืชกระท่อมเตรียมการเพาะปลูกได้ก่อน เพียงต้องรอกฎระเบียบขั้นตอน เพื่อดำเนินการต่อไป เนื่องจากพืชกระท่อมได้ถูกปลดล็อกออกจากยาเสพติดไปแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านผู้บริโภคพืชกระท่อม อาชีพขับรถขนส่งรับจ้างขนส่งสินค้าส่งรายใหญ่ เปิดเผยว่า คนขับรถและผู้ใช้แรงงานแบกขนสินค้าขึ้นลงรถบรรทุกสินค้า&amp;nbsp; ต่างบริโภคพืชกระท่อมกันมาก นอกจากแรงงานอื่นๆ แล้ว การบริโภคพืชกระท่อมโดยการขบเคี้ยว ส่วนการบริโภคดื่มน้ำพืชกระท่อมเดี่ยวมีประมาณ 3 ใน 10 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พืชกระท่อมในท้องถิ่นขายปลีก 7-8 ใบ 20 บาท และราคาประมาณ 1,000 บาท/กก. บางต้นทำรายได้ประมาณ 10,000 บาท ราคาที่สูงมากเพราะขาดแคลนจากที่ผ่านมามีการโค่นทำลายทิ้งกันไป จนถึงขณะนี้ส่งผลต่อรายได้เป็นจำนวนมาก เมื่อพืชกระท่อมถูกต้องตามกฎหมาย ผู้บริโภคจะสามารถลดต้นทุนได้ เนื่องจากมีตัวเลือกในการบริโภคว่าจากพืชกระท่อม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ราคาประมาณ 10 บาท/ขวด โดยเฉลี่ยคนทำงานจะบริโภคไม่ต่ำกว่า 2 ขวด/วัน ขณะนี้ต่างถามหาต้นพืชกระท่อมเพื่อที่จะเพาะพันธุ์ปลูกบริเวณบ้านเพื่อนำมาบริโภคและทำยาสมุนไพร ซึ่งค่อนข้างหายากในพื้นที่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีรายงานว่า สำหรับในภาคใต้ขณะนี้พืชกระท่อมที่มีมากที่ อ.มะนัง จ.สตูล ไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนของรัฐ ซึ่งงอกเองตามธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) เปิดเผยว่า การปลดล็อกพืชกระท่อมพ้นจากยาเสพติดของรัฐบาล เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประเทศไทย จากที่กฎหมายไม่อนุญาตมานาน ขณะที่ต่างประเทศได้ประโยชน์กับพืชกระท่อมที่นำไปแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์ เช่น ยาผ่าตัด ยารักษาบำบัดกลุ่มติดยาเสพติด เฮโรอีน ยาบ้า ยาไอซ์ และยาอื่นๆ เป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเกิดประโยชน์อย่างมากต่อกลุ่มผู้เสพยาบ้าที่ระบาดอย่างหนักไปทั่วประเทศไทย โดยพืชกระท่อมสามารถมาทดแทนบำบัดได้ และไม่เสพติด พืชกระท่อมจะสร้างรายได้ประระมาณ 6,000-7,000 บาท/ต้น/เดือน มี 5 ต้น สร้างรายได้ประมาณ 30,000 บาท พืชกระท่อมมีอายุเป็นร้อยปี ไม้นำมาทำเฟอร์นิเจอร์จะสวยงามมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพลกล่าวอีกว่า จะต้องยกเครดิตรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กล้าหาญปลดล็อกพืชกระท่อมให้พ้นไปจากยาเสพติดได้สำเร็จ หากไม่ใช่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่สามารถดำเนินการได้ และตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สร้างคุณูปการต่อประเทศอย่างมหาศาลหลายเรื่อง เช่น ปลดล็อกพืชกระท่อมให้พ้นจากยาเสพติด สร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนไปทั่วประเทศ โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจผสมผสาน โคก หนอง นา ขณะนี้ขับเคลื่อนอยู่ทั่วประเทศ และเรื่องจัดเก็บภาษีมรดก ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยุคสมัย พล.อ.ประยุทธ์ได้สร้างไว้มากเพื่อปากท้องของประชาชน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรอบคอบเฝ้าระวัง เรื่ององคาพยพ&amp;rdquo; นายทศพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า พืชใบกระท่อม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 ว่าพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 แต่ในหลายประเทศมิได้กำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษ ประกอบกับอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 และพิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1972 มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากลและบริบทสังคมไทยในบางพื้นที่ที่มีการบริโภคพืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน สมควรยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวสวน, พันธุ์ปลูก, พืชกระท่อม, ยกเครดิตให้รัฐบาล, สร้างรายได้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4f218860af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมต.ประชาธิปัตย์ได้ยิ้ม เกษตรกรพึ่งพอใจมาตรการแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงของเกษตรกร กรณีศึกษาตัวอย่างเกษตรกรทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,040 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 19 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.4 ระบุต้องการเข้าถึงทรัพยากรการผลิต เช่น แหล่งน้ำ ที่ทำกิน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานสะอาด เพื่อการเกษตร รองลงมาคือร้อยละ 71.5 ต้องการเพิ่มราคาประกันพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 69.2 ต้องการแหล่งตลาดรับซื้อผลผลิตการเกษตร ร้อยละ 65.7 ต้องการแก้ปัญหาราคาปุ๋ย และร้อยละ 64.1 ต้องการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงมาตรการดูแลเกษตรกรที่พึงพอใจในยุคของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 พอใจเงินเยียวยาเกษตรกร ประกันราคาสินค้าเกษตร ประกันรายได้ รองลงมาคือร้อยละ 65.0 พอใจการดูแลพัฒนาราคาพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 31.2 พอใจประกันยางพารา ร้อยละ 19.1 พอใจโครงการป้องกันน้ำท่วม และร้อยละ 18.2 พอใจกักเก็บน้ำแก้ภัยแล้ง ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.4 ค่อนข้างพอใจถึงพอใจมากที่สุดต่อมาตรการแก้ปัญหาเกษตรกรของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ คุณลักษณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกษตรกรอยากได้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.2 ระบุแก้ปัญหาได้จริง ร้อยละ 64.8 ระบุรวดเร็วฉับไวแก้ปัญหา ร้อยละ 62.9 ระบุมีความพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรทันที ร้อยละ 62.4 ระบุติดดินเข้าถึงได้ง่าย และร้อยละ 57.4 ระบุไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66682</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ชาวนา, ชาวสวน, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา, สำรวจความคิดเห็น, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200523/image_big_5ec87b0a5e745.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
