<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพท.แจงประเด็นร้อนยืนยันไม่มีการอนุญาตเครื่องบินเช่าเหมาลำเศรษฐีชาวอินเดียเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25เม.ย.65-รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)แจงว่าจากกรณีที่ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับการเปิดรับการเดินทางของชาวต่างชาติโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ดังกรณีที่มีกระแสว่ามีเศรษฐีชาวอินเดียเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหนีจากสถานการณ์โรคโควิดระบาด โดยใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำมาที่ประเทศไทยนั้น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตเครื่องบินเช่าเหมาลำทำการบินเข้าประเทศไทย

ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยมีข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวชี้แจงดังนี้ 1. ยืนยันว่าไม่มีเครื่องบินเช่าเหมาลำโดยเศรษฐีชาวอินเดีย ขออนุญาตทำการบินมาที่ CAAT เพื่อเข้ามายังประเทศไทยตามที่ประชาชนเป็นกังวล ส่วนการเดินทางโดยเครื่องบินปกติจากสายการบินของประเทศอินเดียที่ขออนุญาตเข้ามายังประเทศไทย ปัจจุบันมีเที่ยวบินลักษณะนี้สัปดาห์ละหนึ่งเที่ยวบิน ซึ่งผู้ที่จะเดินทางเข้ามาได้ต้องเป็นไปตามเกณฑ์เฉพาะบุคคลตามข้อยกเว้นเท่านั้น รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรการการกักตัวอย่างเคร่งครัด

&amp;nbsp;2. ส่วนที่ปรากฏภาพผลการติดเชื้อของชาวอินเดียที่เข้ามายังประเทศไทย เป็นการตรวจพบจากการกักตัวตามมาตรการการคัดกรองก่อนให้เข้าประเทศตามปกติ ซึ่งผู้โดยสารในรายชื่อได้เดินทางเข้ามาในวันที่ 17 เมษายน 2564 และได้ตรวจพบเชื้อในวันที่ 21 เมษายน 2564 ซึ่งอยู่ในช่วงการกักกันตามมาตรการ

3. เครื่องบินจากอินเดียที่เข้ามาในประเทศไทยนั้น เป็นเที่ยวบินปกติที่บินอาทิตย์ละหนึ่งเที่ยว สำหรับให้ผู้เดินทางตามความจำเป็นและเพื่อรับคนไทยกลับบ้าน (Repatriation flight) โดยในเดือนพฤษภาคมมีคนไทยได้ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าแล้ว ตามกำหนดการ คือวันที่1 พฤษภาคม&amp;nbsp; จำนวน 1 คน วันที่ 8 พฤษภาคม&amp;nbsp; จำนวน 70 คน วันที่ 15 พฤษภาคม&amp;nbsp; จำนวน 60 คน วันที่ 22 พฤษภาคม ยังไม่มีผู้ลงทะเบียนกลับไทย

อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; กระทรวงการต่างประเทศได้ชะลอชาวต่างชาติจากอินเดียที่จะขอเข้าไทยไว้แล้วทั้งหมด และผู้ที่เข้าประเทศไทยทั้งหมดจะต้องเข้าสู่มาตรการคัดกรอง คือ การยื่นเอกสารการตรวจก่อนทำการบิน และเข้ารับการกักตัวตามมาตรการของรัฐในสถานที่ที่รัฐกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการระบาดเพิ่มเติมจากผู้ที่เดินทาง กลับไทยในช่วงเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จากข่าวที่ปรากฏกรณีที่กองทัพอากาศได้มีการจัดเครื่องบินไปรับคณะของผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศอินเดียกลับไทยในช่วงเวลานี้ ผู้ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยต้องดำเนินการตามมาตรการเช่นกัน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวอินเดีย, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), เครื่องบินเช่าเหมาลำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606aa89fbb9c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียเตรียมเดินหน้าเสนอตัวจัดยูธโอลิมปิก 2026 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี กล่าวว่า ความคืบหน้าในการเตรียมการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชน ยูธโอลิมปิก 2026&amp;nbsp; นั้น อินเดีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของไทย ได้เริ่มเตรียมการไปมากพอสมควรแล้ว ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเมืองคาซาน ของรัสเซีย ให้ความสนใจในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเช่นเดียวกัน รวมไปถึงเมือง เมเดยิน ของโคลอมเบีย ซึ่งพลาดโอกาสในการเสนอตัวจัดยูธโอลิมปิก 2018 ก็ได้รับการยืนยันเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาว่า จะขอเป็นแคนดิเดตอีกสมัยในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอินเดีย นั้น ทาง นารินเดอร์ บาตรา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกอินเดีย หรือ ไอโอเอ ยืนยันว่า อินเดีย มีความตั้งใจจริงในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกปี 2026 รวมไปถึง โอลิมปิกเกมส์ 2032 โดยเริ่มต้นกระบวนการเตรียมเอกสารเพื่อขอเสนอตัวแล้ว แต่โรคระบาดโควิด-19 ทำให้ขั้นตอนนี้ต้องล่าช้า และคาดว่าจะกลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้งภายในเดือน ธ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาตรา ซึ่งยังดำรงตำแหน่งไอโอซีเมมเบอร์ และประธานสหพันธ์ฮอคกี้นานาชาติ เผยว่า คณะกรรมการโอลิมปิกอินเดีย ได้ส่งทีมงานลงไปตระเวนสำรวจสถานที่ต่าง ๆ และมีการพูดคุยหารือกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะมีการรายงานผลการสำรวจให้ทราบ แต่ล่าสุดกิจกรรมนี้ต้องหยุดชะงักไปก่อน เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และคาดว่าน่าจะกลับมาเดินหน้าต่อได้ในปลายปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอโอซีเมมเบอร์หญิงไทย กล่าวว่า บาตรา ยอมรับว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการติดต่อพูดคุยกับทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลเกี่ยวกับการเสนอตัวจัดโอลิมปิก เพราะสิ่งแรกที่ต้องทำคือการช่วยกันหาทางแก้ปัญหาที่ทั่วโลกเผชิญร่วมกันอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อินเดีย ประกาศมาตั้งแต่ปี 2018 แล้วว่าสนใจเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาหลายรายการทั้ง ยูธโอลิมปิก 2026, เอเชียนเกมส์ 2030 และโอลิมปิกเกมส์ 2032 และได้ส่งจดหมายแสดงความสนใจในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2032 ให้กับไอโอซีทราบแล้ว ตั้งแต่เมื่อเดือน ธ.ค. 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา อินเดียได้ล้มเลิกความตั้งใจในการเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 2030 ทำให้เหลือเพียง ซาอุดิอาระเบีย และกาตาร์ ที่เสนอตัวเป็นแคนดิเดตแค่ 2 ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นิตา อัมบานี มหาเศรษฐินีและไอโอซีเมมเบอร์ชาวอินเดีย ก็ได้ระบุไว้ว่า อินเดีย ต้องการเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิก เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางในการจัดโอลิมปิกเกมส์ในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65109</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการโอลิมปิกสากล, ชาวอินเดีย, ยูธโอลิมปิก, ยูธโอลิมปิก 2026, ไอโอซี, ไอโอซี เมมเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb10350db4cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ท่องเที่ยวจับสาวประเภทสองลักทรัพย์นักท่องเที่ยวอินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63-พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. มอบหมายให้พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 สั่งการพ.ต.อ.ทํานุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.ทท.1 ติดตามคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 รับแจ้งเมื่อวันที่ 28 ม.ค.63 เวลา 04.00 น. จากนักท่องเที่ยวชาวอินเดียว่าขณะที่ตนเองและเพื่อนเดินอยู่ริมชายหาดพัทยา ได้มีสาวประเภทสองเข้ามาทักทายและอาสา เรียกรถสองแถวพัทยาและขึ้นไปนั่งบนรถสองแถวไปพร้อมกับนักท่องเที่ยว จากนั้น สาวประเภทสอง คนดังกล่าวได้ขอลงบริเวณปากซอย 13/3 เพื่อเอารถจักรยานยนต์ เมื่อถึงที่พัก ขณะนักท่องเที่ยวกําลังจะจ่ายเงินค่าโดยสาร จึงพบว่ากระเป๋าเงินได้สูญหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพ.ต.อ.ทํานุรัฐ สั่งการให้พ.ต.อ.สิทธิเมศวริย์ ศรีครุฑรานนท์ ผกก.2 บก.ทท.1 ,พ.ต.ท.วรพรต ผลานิสงค์,พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร รอง ผกก.2 บก.ทท.1 และพ.ต.ท.สมบูรณ์ เอื้อสมานไมตรี สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตํารวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 (ตํารวจท่องเที่ยวพัทยา) ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือนายบุญญาวินทร์ หมื่นไสยาสน์ หรือ เฟม อายุ 27 ปี จึงรวบรวมข้อมูลขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 30/2563ลงวันที่ 3 ก.พ2563 ให้จับกุมนายบุญญาวินทร์ ข้อหากระทําความผิดฐาน &amp;ldquo;ลักทรัพย์ในเวล่ากลางคืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุยังคงพักอาศัยในพื้นที่เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวนตํารวจ ท่องเที่ยวเมืองพัทยา จึงเข้าจับกุมตัวนายบุญญาวินทร์ ได้ที่บริเวณริมถนนเลียบ ชายหาดพัทยา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายบุญญาวินทร์ หมื่นไสยาสน์ หรือ เฟม ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน&amp;rdquo; และนําตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายบุญญาวินทร์ พบเคยเป็นผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์แล้ว 1.ข้อหา ลักทรัพย์ เรือนจํากรุงเทพมหานคร ปี 2558 2.ข้อหา ลักทรัพย์โดยมีอาวุธ หรือร่วมกันฯ เรือนจํากรุงเทพมหานคร ปี 2562
3.ข้อหา ลักทรัพย์ เรือนจําพิเศษพัทยา ปี 2562 (ปล่อยตัว 8 ม.ค.63)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56288</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว, ชาวอินเดีย, สาวประเภทสอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e3964bfc2525.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์เดอร์เลส เฮลธ์แคร์ ผุด XY.life เจาะตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์เดอร์เลส เฮลธ์แคร์ ชูไทยฮับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เปิด XY.life&amp;nbsp; เจาะตลาดกลุ่มคู่รักที่มีบุตรยาก ชูค่าเก็บรักษาไข่ วันละ 100 บาท ถูกที่สุดในโลก เล็งเจาะกลุ่มลูกค้า จีนและอินเดีย ประเดิมขายแฟรนไซส์&amp;nbsp; 10 คลินิค ในปี 2562

นาย เหวย เซียง ยู ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท บอร์เดอร์เลส เฮลธ์แคร์ กรุ๊ป&amp;nbsp; ผู้ก่อตั้งแฟรนไซส์คลินิกหลอดแก้ว ภายใต้ชื่อ XY.life&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และมีชื่อเสียงในด้านการทำเด็กหลอดแก้ว และการวางแผนจัดการภาวะเจริญพันธุ์ ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก&amp;nbsp; ทำให้ทางบริษัท ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญเด็กหลอดแก้วระดับโลก มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในประเทศไทย&amp;nbsp; และทำการเปิดตัว แฟรนไซส์ XY.life อย่างเป็นทางการ

ในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงเปลี่ยนไป กลายเป็นคนทำงานมากขึ้น และบางคนก็มีการแต่งงานช้า ก่อให้เกิดภาวะการมีบุตรยาก ทำให้เกิดความต้องการ แช่แข็งเซลล์ไข่มากขึ้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับการมีบุตรในอนาคต ดังนั้น XY.life นั้นตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งไทยเองมีความเหมาะสมทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย และทำเลที่ตั้ง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งไทย สามารถเป็นเมืองหลวงแห่งการแช่แข็งเซลล์ไข่ หรือEgg Capital ได้ เพราะมีต้นทุนในการรับฝากเพียง 2.95 ดาลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 100 บาท ต่อวัน ซึ่งนับเป็นราคาที่ถูกที่สุดในตลาดโลกในเวลานี้

สำหรับการดำเนินธุรกิจในขณะนี้ ได้มีการตกลงเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MOU)ร่วมกับคลินิกในประเทศไทย แล้ว 5 คลินิก และสามารถจะเปิดให้บริการสาขาแรกได้ไม่เกิน กลางเดือน มิ.ย.นี้&amp;nbsp; ส่วนแผนในปีแรกตั้งใจจะมีแฟรนไซส์เปิดบริการอย่างเป็นทาง อย่างน้อย 10 สาขา&amp;nbsp; เป็นอย่างน้อยโดยคลินิคที่ได้สิทธิแฟรนไซส์ จะได้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยชั้นสูงที่ถูกดำเนินการด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์&amp;nbsp; และเทคโนโลยีบล็อกเชน มาช่วยในการประเมินผลและวิเคราะห์ วางแผนจัดการภาวะเจริญพันธุ์ และรวมถึงเครื่องมือ และ เทคโนโลยี&amp;nbsp; รวมถึงทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา

สำหรับกลุ่มเป้าหมายลูกค้า จะเน้นให้บริการลูกค้าต่างประเทศ 60% และ ลูกค้าในประเทศ 40%&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเน้นกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียล หรือ ผู้ที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 18-37 ปี&amp;nbsp; ส่วนลูกค้าจะเน้นเจาะตลาดไปที่ กลุ่มคู่รักชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มทิ่อยากมีบุตรคนที่สv&amp;rsquo; รวมถึง ประเทศอินเดีย ซึ่งนิยมมาทำผสมเทียมที่ประเทศไทย&amp;nbsp; เบื้องต้นประเมินว่า ลูกค้าที่จะมาใช้บริการจะเป็นกลุ่มที่ต้องการทำเด็กหลอดแก้ว 50% และ กลุ่มแช่แข็งเซลล์ไข่ อีก 50%

&amp;ldquo;การขอให้สิทธิแฟรนไซส์ของ XY.lifeจะใช้เงินลงทุนร่วมต้นประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 33 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ประเทศไทย มีคลินิคที่ให้บริการผสมเทียมเด็กหลอดแก้ว ราวๆ 80 แห่ง ซึ่งคลินิคเหล่านี้ สามารถเข้าร่วมแฟรนไซส์และนำเทคโนโลยีของเราไปใช้งานได้&amp;rdquo; นาย เหวย กล่าว

&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนายกิตติ&amp;nbsp; พรศิวะกิจ&amp;nbsp; นายกสมาคมตลาดท่องเที่ยวไทย เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ปัจจุบัน มูลค่าการท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบัน ติดอยู่ในอันดับ 4 ของโลก ซึ่งนับว่า ไทยเป็นกลุ่มที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงมาก&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ดีผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวในไทย กลับได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ทำให้คนเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้ ตลาดของธุรกิจทัวร์ ตกลงถึงเฉลี่ยปีละ 10% ในแง่ของส่วนแบ่งตลาด ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องหาสินค้าใหม่มาทดแทน และเชื่อว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ เพราะมันจำเป็นจะต้องมีคนที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อ ประสานงานต่างๆ รวมถึงจัดหาที่พัก และโปรแกรมการท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง&amp;nbsp; ดังนั้นสิ่งนี้จึงถือเป็นทางการ และในนามสมาคมเห็นว่า การเชิญชวนให้คู่รักมาใช้บริการผสมเทียม ในประเทศไทย นั้นจะส่งผลดีต่อตลาดท่องเที่ยวอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวอินเดีย, นักท่องเที่ยวจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11f21ce736c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองผบ.ตร.&#039;สั่งเร่งไล่ล่าโจรชิงเพชร10กะรัตกลางกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.61-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6, พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ประชุมเพื่อติดตามเร่งรัดคดีลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเพชรน้ำหนัก 10.5 กะรัต มูลค่า 10 ล้านบาท ณ ศปก.สน.บางรัก หลังเกิดเหตุเมื่อ 11 ธ.ค.61 เวลาประมาณ 14.00 น. บริเวณบ้านเลขที่ 246/2 ถ.สี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กทม. โดย Mr.Jain Vaibhav อายุ 40 ปี สัญชาติอินเดีย ผู้เสียหาย ได้ตกลงที่จะซื้อขายเพชรกับคนร้าย ไม่ทราบชื่อนามสกุล เมื่อผู้เสียหายส่งเพชรให้คนร้าย คนร้ายแจ้งว่าไม่สามารถดูเพชรดังกล่าวได้ชัดเจน จึงขอนำเพชรออกไปตรวจสอบดูบริเวณหน้าห้องฯ เมื่อเดินออกไปบริเวณหน้าห้อง คนร้ายได้ทำการล็อคประตูกระจก แล้วเรียกคนขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามมารับ จากนั้นได้หลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.บางรัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ได้ติดตามเร่งรัดคดีคนร้ายก่อเหตุร่วมกันลักทรัพย์ (เพชร) ครั้งนี้ เพื่อสรุปประเด็นมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย โดยจากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ และทั้งหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ในการหลบหนีของคนร้ายทั้งหมด เพื่อขออนุมัติหมายจับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ได้ส่งชุดสืบสวนออกไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นก่อเหตุที่อุกอาจในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย &amp;nbsp;ซึ่งจากพยานหลักฐานเชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้โดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24087</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้าย, ชาวอินเดีย, ชิงเพชร, ตำรวจ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สน.บางรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181212/image_mid_5c110008d5c06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
