<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ช่วยเหลือชุมชน-ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ช่วยเหลือชาวชุมชนในสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ให้ความช่วยเหลือชุมชนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ นำอาหารช่วยชาวชุมชนและสมาชิก 7 ครอบครัวที่กักตัวดูอาการ&amp;nbsp; ชาวเกาะลิบง จ.ตรัง ปิดเกาะหนีโควิด เตรียม &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo; ช่วยเหลือพี่น้อง&amp;nbsp; สุราษฎร์ธานีช่วยสมาชิกบ้านมั่นคงที่เกาะสมุยขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว อำนาจเจริญเปิดตลาดสินค้าชุมชนสร้างช่องทางการตลาดให้ชาวบ้านในช่วงโควิด ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 &amp;nbsp;แพร่ขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่มีการจัดตั้งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยได้เตรียมพร้อมรับมือกับโควิด- 19 มาตั้งแต่การแพร่ระบาดช่วงแรกเมื่อต้นปี 2563&amp;nbsp; เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนเหล่านี้ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชุมชนและสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางช่วย 7 ครอบครัวกักตัวโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นุชจรี&amp;nbsp; พันธุ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; ในชุมชนเขตวังทองหลางในขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิกบางชุมชนที่ติดเชื้อโควิดแล้ว&amp;nbsp; 1 ราย&amp;nbsp; ตรวจพบเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตอนนี้อยู่ในระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; และมีครอบครัวกลุ่มเสี่ยงรวม&amp;nbsp; 7 ครอบครัวที่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้ออยู่ใน 3 ชุมชน&amp;nbsp; คือ ชุมชนเก้าพัฒนา&amp;nbsp; ชุมชนร่วมสามัคคี&amp;nbsp; และชุมชนทรัพย์สินเก่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้สมาชิกทั้ง 7 ครอบครัวทางชุมชนให้กักตัวเองอยู่ในบ้านเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp; ไม่ให้ออกจากชุมชน&amp;nbsp; โดยทางชุมชนร่วมกับสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางนำอาหารสดและอาหารแห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งเจลล้างมือเอาไปให้ที่บ้าน&amp;nbsp; และให้คำแนะนำในการกักตัวเองอยู่ในบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้องใส่หน้ากาก&amp;nbsp; ไม่ให้ใช้เสื้อผ้าและสิ่งของร่วมกัน&amp;nbsp; ต้องล้างมือบ่อยๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นุชจรีบอกถึงการเฝ้าระวังและสังเกตอาการที่ได้รับความรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาให้คำแนะนำแก่ครอบครัวกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง&amp;nbsp; มีร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; และสถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ใกล้ชุมชน&amp;nbsp; ชาวชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อย&amp;nbsp; ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้าง&amp;nbsp; แท็กซี่&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงปี 2563&amp;nbsp; ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ศูนย์บริการสาธารณสุข 15&amp;nbsp; สำนักอนามัย กทม. และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันโควิด&amp;nbsp; ตรวจคัดกรอง&amp;nbsp; แจกหน้ากาก เจลล้างมือ&amp;nbsp; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อเลี้ยงปลาดุกและแปลงผักที่ชุมชนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรีบอกว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางขอใช้พื้นที่ว่างเปล่าของสำนักงานทรัพย์สิน&amp;nbsp; พระมหากษัตริย์ใกล้ชุมชน&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่&amp;nbsp;ใช้งบประมาณจากกองทุนชุมชน (กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตวังทองหลาง)&amp;nbsp; และงบสนับสนุนจาก พอช.&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัวต่างๆ&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ 6 บ่อ&amp;nbsp; เพื่อแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบให้นำไปทำอาหาร&amp;nbsp; โดยปลาดุกจะเลี้ยงรอบละประมาณ 600&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัว ใช้เวลาเลี้ยงรอบละ 3 เดือน ปัจจุบันเลี้ยงและแจกไปแล้ว 9 รอบ&amp;nbsp; มีชาวบ้านได้รับแจกไปแล้วเกือบ 100 ครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผักก็จะช่วยกันปลูกและดูแล&amp;nbsp; ใครต้องการก็มาเก็บไปทำอาหาร&amp;nbsp; ช่วยลดรายจ่าย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีผัก&amp;nbsp; และอาหารจากมูลนิธิ Thai SOS&amp;nbsp;โครงการรักษ์อาหาร นำผักและอาหารที่ได้รับบริจาคจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; โรงแรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำมาแจกชาวบ้านสัปดาห์ละ 1 ครั้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิรักษ์อาหารนำผักและอาหารมาสนับสนุนชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราจะให้ครอบครัวที่เดือดร้อนขาดรายได้ มาเอาปลาดุกและผักที่ปลูกไปทำอาหารกินเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาผลกระทบทุกอาทิตย์ &amp;nbsp;และเราจะสอนให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อฝึกการทำบัญชีควบคุมรายจ่าย&amp;nbsp; เวลาจะมาเอาปลาดุกก็จะต้องเอาบัญชีครัวเรือนมาให้ดูด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังซื้อข้าวสารจากชาวนานำมาขายราคาถูกให้แก่ชาวชุมชนเพื่อช่วยกันในช่วงโควิดด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางบอก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาวเกาะลิบงปิดเกาะหนีโควิด&amp;nbsp; เตรียม &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo; ช่วยเหลือพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; อ.กันตรัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; เป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง&amp;nbsp; ในช่วงวัดหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่มาท่องเที่ยวแล้วตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 2 ราย&amp;nbsp; ชุมชนจึงลงมติร่วมกันให้ปิดเกาะลิบงตั้งแต่วันที่ 17-30 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อิสมาแอน&amp;nbsp; เบญสะอาด&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์โควิดในปีนี้&amp;nbsp; ถือว่ามีผลกระทบต่อชาวชุมชน&amp;nbsp; เพราะอาหารทะเลต่างๆ ที่เคยขายได้&amp;nbsp; เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ภาคใต้&amp;nbsp; รวมทั้งการปิดเกาะลิบงในช่วงนี้&amp;nbsp; รายได้จากการขายอาหารและการท่องเที่ยวจึงลดน้อยลง&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านต้องซื้อข้าวกินทุกวัน&amp;nbsp; เพราะบนเกาะทำนาไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้แกนนำในตำบลกำลังปรึกษากันเพื่อทำโครงการ &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยจะนำอาหารทะเลแห้งของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาอินทรีย์&amp;nbsp; ปลาสีเสียด&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; กะปิ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ไปแลกข้าวกับพี่น้องที่ทำนาที่อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้กำลังสำรวจว่ามีกี่ครอบครัวที่จะเข้าร่วม&amp;nbsp; ต้องการข้าวสารเท่าไหร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะเอาอะไรไปแลก&amp;nbsp; นอกจากนี้ข้าวที่ได้ก็จะเอามาช่วยคนที่ยากลำบาก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงถือศีลอดของชาวมุสลิม&amp;nbsp; รวมทั้งพี่น้องภาคต่างๆ ที่มีข้าวเพียงพอ&amp;nbsp; หากสนใจก็มาแลกเปลี่ยนกันได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; บังแอนบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; มี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&amp;nbsp; ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตจาก พอช.ในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; จึงนำมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; เป็นอาหาร&amp;nbsp; เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชน จ.สุราษฎร์ธานีช่วยพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากที่เกาะลิบงแล้ว&amp;nbsp; สมาชิกเครือข่ายสภาองค์องค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังรวบรวมน้ำใจนำข้าวสารอาหารแห้ง&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; ไปมอบให้แก่พี่น้องชาวชุมชนบ้านมั่นคง อ.เกาะสมุยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดด้วย&amp;nbsp; เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติไม่เดินทางเข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ทำให้สมาชิกชาวชุมชนบ้านมั่นคงเกาะสมุยโครงการ 1 ประมาณ 300 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ทำงานรับจ้างในโรงแรม&amp;nbsp; รีสอร์ท&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; และบริการต่างๆ ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิชิต จันทร์เดช &amp;nbsp;ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนมองเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุยจึงได้ทำเสื้อสกรีนข้อความ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนสุราษฎร์ธานี&amp;rsquo; นำมาขายราคาตัวละ 300 บาท &amp;nbsp;เพื่อนำรายได้ระดมทุนกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายพี่น้องคุณภาพชีวิต &amp;nbsp;รวมเป็นเงินกว่า 25,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;อาหารแห้ง &amp;nbsp;น้ำมัน &amp;nbsp;ปลากระป๋อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ของยังชีพต่างๆ &amp;nbsp;รวมทั้งพี่น้องชาวเลยังมอบปลาเค็ม&amp;nbsp; เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องบ้านมั่นคงโครงการ 1 อ.เกาะสมุย &amp;nbsp;โดยมอบไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังสำรวจข้อมูลผู้ที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วน พบว่ามี 50 ครัวเรือน &amp;nbsp;จึงได้นำเคสทั้งหมดส่งต่อ พมจ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว&amp;nbsp; และต่อไปเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนสุราษฎร์ธานีจะมีแผนให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านอาชีพแก่พี่น้องที่เกาะสมุย&amp;nbsp; โดยอยู่ระหว่างการประสานงานกับทาง พมจ.สุราษฎร์ธานี&amp;rdquo; &amp;nbsp;แกนนำขบวนองค์กรชุมชน จ.สุราษฎร์ธานีบอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีน้ำใจจากพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนในภาคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ภาคเหนือ จังหวัดน่าน เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดน่าน &amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 และได้รับผลกระทบในพื้นที่ตำบลของตน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา อ.ท่าวังผา &amp;nbsp;มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้ประสบปัญหาติดเชื้อโควิดในพื้นที่ตำบลป่าคาช่วงกักตัว 14 วัน&amp;nbsp;โดยขณะนี้ในจังหวัดน่าน &amp;nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อครอบคลุม 10 อำเภอ&amp;nbsp;มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 66 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา&amp;nbsp; อ.ท่าวังผา จ.น่าน&amp;nbsp; ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบลเสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เปิดตลาดสินค้าชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจำหน่ายและแสดงสินค้าเพื่อช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; โดยให้กลุ่มอาชีพในตำบลนำสินค้าในชุมชนมากกว่า 15 กลุ่ม&amp;nbsp; มาจำหน่ายให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนที่ต้องการอาหารสด​ สะอาด​ ปลอดภัย​ ไร้สารเคมี&amp;nbsp; เป็นการช่วยเหลือพี่น้องสมาชิกกลุ่มอาชีพให้มีรายได้ในช่วงโควิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดสินค้าชุมชนสร้างอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของการช่วยเหลือกันในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ของขวนองค์กรชุมชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อผ่านวิกฤตร้ายนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp; โดยจะ &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; และจะก้าวไปสู่การพัฒนาหลังสถานการณ์โควิดพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ :&amp;nbsp; เรื่องและภาพ&amp;nbsp; โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp; สื่อสารและจัดการความรู้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100571</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา, ขบวนองค์กรชุมชน, ชาวเกาะลิบง, นุชจรี  พันธุ์โสม, บ่อเลี้ยงปลาดุก, ปลาแลกข้าว, มูลนิธิรักษ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะลิบง, สภาองค์กรชุมชนตำบลเสนางคนิคม, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชน, องค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี, อภิชิต จันทร์เดช, อิสมาแอน  เบญสะอาด, เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ, แปลงผัก, โควิด-19, ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083f70f384ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเกาะลิบงร่วมสร้างบ้านมั่นคง-ใช้โดรนดูแลพะยูน  เพาะพันธุ์ปลิงทะเลส่งขาย ก.ก.ละ 7,000   บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกาะลิบง จ.ตรัง / ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ติดตามความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงและการใช้อากาศยานไร้คนขับ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; เพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์พะยูน&amp;nbsp; โดยชาวเกาะลิบงใช้ข้อมูลจากการสำรวจชุมชนมาจัดทำแผนที่ตำบล&amp;nbsp; และใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ซ่อมสร้างบ้านตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; กว่า 1,400&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; ดูแลฝูงพะยูน และส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; รวมทั้งเตรียมแปรรูปปลิงทะเลส่งขายราคากิโลกรัมละ 7,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สภาพบ้านเรือนบนเกาะลิบง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วันนี้ (14&amp;nbsp; มี.ค.) ระหว่างเวลา 09.00-14.00 น.&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; (อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง) ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;rsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาที่เกาะลิบง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.กันตัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; เพื่อลงพื้นที่ติดตามโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์เกาะลิบง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายก อบต.เกาะลิบง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 50 คนให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;นางรมิดา สารสิทธิ์ &amp;nbsp;คณะทำงานเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองลิบง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การทำงานพัฒนาในเกาะลิบงเริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ในตำบลในปี 2555&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้เดือดร้อนด้านที่ดิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์&amp;nbsp; จัดทำแผนที่ทำมือ&amp;nbsp; ทำให้มองเห็นข้อมูลต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; บ้านเรือนมีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;จากนั้นจึงนำข้อมูลมาจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ในปี 2559จำนวน 1,400 ครัวเรือนเศษ&amp;nbsp; งบประมาณสนับสนุนครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; และสร้างใหม่หลังละ 80,000 บาท (โดยชาวบ้านร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนครัวเรือนละ 10 % ของเงินที่ได้รับการช่วยเหลือ&amp;nbsp; เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนรายอื่นต่อไป)&amp;nbsp; เพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; มีสภาพเหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในปี 2560&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมสร้างเสร็จไปแล้วประมาณ&amp;nbsp; 40 %&amp;nbsp; อยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 60 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;แผนที่ทำมือที่คณะทำงานช่วยกันทำเปรียบเสมือนกับเป็นลายแทงขุมทรัพย์&amp;nbsp; เพราะเราใช้ลายแทงนั้นมาแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน&amp;nbsp; และเมื่อเรามีบ้านที่มั่นคงแล้ว&amp;nbsp; เราก็ต้องทำเรื่องอาชีพให้มั่นคง&amp;nbsp; โดยเอาข้อมูลและต้นทุนที่ชาวเกาะลิบงมีอยู่มาส่งเสริมอาชีพและรายได้ชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; ทำเรื่องท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; แปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp; ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ช่วยกันจัดการขยะในครัวเรือน&amp;nbsp; และมีเรือเก็บขยะในทะเล&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางรมิดายกตัวอย่างงานพัฒนาในตำบลเกาะลิบง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;นอกจากนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบงยังได้ร่วมกันเลี้ยงปลิงขาว&amp;nbsp; ซึ่งเป็นปลิงทะเลขนาดใหญ่&amp;nbsp; มีสรรพคุณด้านบำรุงและซ่อมแซมร่างกาย&amp;nbsp; โดยเลี้ยงในบ่อซีเมนต์และบ่อกุ้งเก่า&amp;nbsp; มีพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ในขณะนี้ประมาณ&amp;nbsp; 2,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัว&amp;nbsp; เมื่อโตเต็มวัยจะนำมาทำเป็นปลิงแห้ง&amp;nbsp; และปลิงสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน&amp;nbsp; ราคาขายประมาณกิโลกรัมละ 7,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดตรังช่วยสนับสนุนด้านการตลาด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตลาดที่เยาวราช&amp;nbsp; ไต้หวัน&amp;nbsp; ฮ่องกง&amp;nbsp; และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ช่วยด้านความรู้ในการเลี้ยง&amp;nbsp; เพาะพันธุ์&amp;nbsp; และแปรรูป&amp;nbsp; รวมทั้งยังเลี้ยงกุ้งมังกรส่งขายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปลิงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กุ้งมังกร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; โดยเฉพาะพะยูนนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากเกาะลิบงเป็นแหล่งอาศัยของฝูงพะยูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp; เพราะมีหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์มีฝูงพะยูนอยู่อาศัยกว่า 200 ตัว&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาพะยูนถูกล่า&amp;nbsp; ถูกเครื่อง มือประมงทำอันตราย&amp;nbsp; รวมทั้งเสียชีวิตจากการกลืนเศษพลาสติกในทะเลเข้าไป&amp;nbsp; เช่น &amp;lsquo;มาเรียม&amp;rsquo; ที่เสียชีวิตจากกรณีดังกล่าวจนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ชาวเกาะลิบงได้ร่วมกันดูแลฝูงพะยูน&amp;nbsp; โดยการจัดตั้ง กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์&amp;lsquo;ดุหยง&amp;rsquo; (พะยูน) รวมทั้งจัดทำโครงการ &amp;lsquo;การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์เกาะลิบง&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวฯ เกาะลิบง&amp;nbsp; เสนอโครงการไปยังสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตัล (depa)&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อใช้&amp;nbsp; โดรนในการถ่ายภาพทางอากาศเพื่อดูแลพะยูนและส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และได้รับการอนุมัติจาก depa ในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; จำนวน 1 เครื่อง&amp;nbsp; ในวงเงินงบประมาณ 240,000 บาทเศษ&amp;nbsp; โดยชุมชนร่วมออกเงินสมทบ 120,000 บาท (ใช้เงินจากกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; 6 หมู่บ้านๆ ละ 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายอีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; คนเกาะลิบงมีความผูกพันกับพะยูนเหมือนกับเป็นญาติที่ต้องดูแลกัน&amp;nbsp; และดูแลกันมานานหลายสิบปีแล้ว&amp;nbsp; เพราะพะยูนเหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลิบง&amp;nbsp; หากชาวลิบงเห็นพะยูนมาเกยตื้นก็จะช่วยกันนำไปปล่อย&amp;nbsp; หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งใช้เรือลาดตระเวนดูแลพะยูน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ถ้าไม่มีพะยูน&amp;nbsp; คนเกาะลิบงก็อยู่ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะถ้าที่ไหนมีพะยูน&amp;nbsp; ท้องทะเลตรงนั้นก็จะแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; และคนเกาะลิบงส่วนใหญ่ก็หากินกับท้องทะเล&amp;nbsp; ทำประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีปลาอินทรีย์&amp;nbsp; มีหอยชักตีน&amp;nbsp; มีปลิงทะเล&amp;nbsp; เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารของคนเกาะลิบง&amp;nbsp; พวกเราจึงต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนและสัตว์น้ำวัยอ่อนต่างๆ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วย&amp;nbsp; เพราะเมื่อมีพะยูนอยู่มาก&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวก็อยากจะมาที่เกาะลิบง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มฯ หรือ &amp;lsquo;บังแอน&amp;rsquo; บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บังแอนบอกด้วยว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนใช้เรือลาดตระเวนดูแลพะยูนจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณครั้งละ 3,000 บาท&amp;nbsp; สัปดาห์หนึ่งมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 10,000 บาท&amp;nbsp; เมื่อใช้โดรนจะช่วยประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; และสามารถใช้โดรนบินตรวจในตอนกลางคืนได้&amp;nbsp; โดยจะขึ้นบินตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจจะมีเรือประมงลักลอบเข้ามาเพื่อจับพะยูน&amp;nbsp; หรือมาขโมยตัดไม้บนเกาะเพื่อเอาไปขาย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังใช้โดรนบินถ่ายภาพฝูงพะยูนแล้วต่อสัญญาณภาพมาที่จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดู&amp;nbsp; ไม่ต้องนั่งเรือลงไปดูใกล้ๆ&amp;nbsp; เป็นการรบกวนพะยูน&amp;nbsp; และอาจทำให้พะยูนได้รับอันตราย&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนเคยมีเรือสปีดโบ๊ตพานักท่องเที่ยวมาดูแล้วชนพะยูนตาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนเคยรับราชการเป็นผู้ว่าฯ จ.ตรังมาก่อน&amp;nbsp; ก่อนจะย้ายไปรับราชการที่จังหวัดอื่นในปี 2554&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงนั้นมีพะยูนอยู่ที่เกาะลิบงประมาณ&amp;nbsp; 250&amp;nbsp; ตัว &amp;nbsp;จนถือว่าเกาะลิบงเป็นเมืองหลวงของพะยูน &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันพะยูนมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ &amp;nbsp;ปัจจุบันเหลือประมาณ 187 ตัว &amp;nbsp;ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่ชาวเกาะลิบงได้ร่วมกันดูแลรักษาพะยูนเอาไว้&amp;nbsp; และเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวต้องการมาดูที่เกาะลิบง&amp;nbsp; โดยไม่ต้องไปแข่งกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;ส่วนเรื่องการพัฒนาชุมชนบนเกาะลิบงให้เข้มแข็งนั้น&amp;nbsp; ตนมีข้อคิดมาฝาก 10 เรื่อง&amp;nbsp; &amp;lsquo;10 ก&amp;rsquo; &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนต้องมีแกนนำที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; 2.มีการกำหนดเป้าหมาย&amp;nbsp; 3.มีกลไกการจัดการ (มีกฎระเบียบชุมชน&amp;nbsp; มีข้อมูล)&amp;nbsp; 4.มีกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและชาวบ้าน&amp;nbsp; 5.มีกองทุนเพื่อใช้พัฒนาชุมชน&amp;nbsp; 6.มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น พัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม ฯลฯ 7.มีกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนมีพลัง&amp;nbsp; 8.มีการเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; 9.มีกัลยาณมิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 10.มีการเกษตรนำไปสู่การสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; และรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการติดติดตามความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงและการใช้อากาศยานไร้คนขับ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; เพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์พะยูนแล้ว&amp;nbsp; นายไมตรียังได้ร่วมกับชาวเกาะลิบงปล่อยลูก (ไข่) ปูม้าจำนวน&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ล้านฟองลงสู่ทะเลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ร่วมกับเยาวชนและชาวเกาะลิบงปล่อยลูกปูม้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59742</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตรัง, ชาวเกาะลิบง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เพาะพันธุ์ปลิงทะเล, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c87cfe1f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
