<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 01:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเมารีแห่งนิวซีแลนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของบ้านเราในปัจจุบันสามารถแต่งชุดประจำกลุ่มชาติพันธุ์ ชุดชาวเขาประยุกต์ หรือชุดตามสมัยนิยมเข้าประชุมและลุกขึ้นกล่าวอภิปรายได้ แต่ในนิวซีแลนด์ สมาชิกผู้ทรงเกียรติของพวกเขาที่ไม่ได้ผูกเนคไทกลับถูกประธานสภาไล่ออกจากห้องประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;ldquo;ราวีรี ไวตีตี&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคเมารี ส.ส.นิวซีแลนด์ ผู้มีรอยสักแบบเมารีอยู่เต็มใบหน้า ถูก &amp;ldquo;เทรเวอร์ มัลลาร์ด&amp;rdquo; ประธานสภา ห้ามไม่ให้กล่าวอภิปรายในห้องประชุมด้วยเหตุผลที่เขาไม่ได้ผูกเนคไท ข้อบังคับการประชุมของสภานิวซีแลนด์ระบุชัดว่า &amp;ldquo;ไท&amp;rdquo; คือส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคเมารีสวมสร้อยหยกบ่งบอกความเป็นชาวเมารีแทนการผูกไท หลังจากเพื่อน ส.ส.กล่าวกับประธาน สนับสนุนให้เขาได้พูด &amp;ldquo;ไวตีตี&amp;rdquo; ก็ลุกขึ้นอีกครั้ง ผลลัพธ์เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือถูกท่านประธานไล่ออกจากห้องประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดินออกได้ยินเสียงเขาพูดชัดเจนโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟนว่า &amp;ldquo;It&amp;rsquo;s not about ties, it&amp;rsquo;s about cultural identity mate ไม่เกี่ยวกับไทหรอก มันคืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมต่างหากล่ะพวก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไวตีตีให้สัมภาษณ์หลังออกจากห้องประชุมว่า &amp;ldquo;โพอุนามุ&amp;rdquo; หรือสร้อยหยกนิวซีแลนด์คือไทของเครื่องแต่งกายแบบเมารี &amp;ldquo;นี่คือไทของผม นี่คือไทของชาวเมารี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีที่แล้วเขาเคยผูกไท (จริงๆ) ของชาวตะวันตกเข้าประชุม ลุกขึ้นใช้มือข้างหนึ่งดึงไทสีเลือดหมูขึ้นให้ดูคล้ายลักษณะคนถูกแขวนคอหรือถูกล่าม กล่าวอภิปรายว่า &amp;ldquo;มันคือบ่วงของนักล่าอาณานิคม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาของนิวซีแลนด์ (มีสภาผู้แทนสภาเดียว ไม่มีวุฒิสภา) ชุดปัจจุบัน โดยภาพรวมแล้วมีลักษณะความหลากหลายสูงมาก มีสมาชิกสุภาพสตรี 48 เปอร์เซ็นต์ สมาชิกที่มีความหลากหลายทางเพศสภาพ 11 เปอร์เซ็นต์ สมาชิกชาวเมารี 21 เปอร์เซ็นต์ ชาวเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก 8.3 เปอร์เซ็นต์ และชาวเอเชีย 7 เปอร์เซ็นต์ มีการเรียกร้องให้สามารถแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของตัวเอง และสำหรับสมาชิกสุภาพบุรุษแล้วก็ไม่ต้องผูกไท ทว่าท่านมัลลาร์ด ประธานสภา (บรรพบุรุษมาจากอังกฤษ) เคยบอกว่าสมาชิกส่วนใหญ่ได้มีจดหมายถึงท่านให้คงระเบียบเดิมไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่าย &amp;ldquo;จาซินดา อาร์เดิร์น&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;ฉันไม่คิดว่าชาวนิวซีแลนด์จะสนใจเรื่องเนคไท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีก 2 วันหลังจาก ส.ส.เมารีถูกไล่ออกจากห้องประชุมสภาได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับประเด็นการแต่งกายนี้โดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการไม่สามารถมีมติออกมาได้ แต่ส่วนสมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลด &amp;ldquo;ไท&amp;rdquo; ออกไปจากระเบียบการแต่งกายที่เรียกว่า appropriate business attire&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านมัลลาร์ดจึงกล่าวว่า &amp;ldquo;ในฐานะประธานสภา ผมได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมาธิการให้ประกาศว่า &amp;ldquo;ไท&amp;rdquo; ไม่ได้ถูกบังคับให้เป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกายที่เหมาะสมอีกต่อไปแล้ว&amp;rdquo; เป็นอันว่าจากนี้ไป ส.ส.นิวซีแลนด์ไม่จำเป็นต้องผูกไทเข้าประชุมสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้จักชาวเมารีในนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวเมารีนั้นไม่เหมือนชาวอะบอริจินัลในออสเตรเลียที่อยู่บนดินแดนเดิมของพวกเขามาอย่างน้อย 5 หมื่นปี ชาวเมารีมีบรรพบุรุษอยู่บนเกาะไต้หวัน และได้เดินทางออกหาดินแดนใหม่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เมื่อประมาณ 5 พันปีก่อนสู่หมู่เกาะเมลานีเซีย จากนั้นไปตั้งรกรากอยู่ตามเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะโพลีนีเซียที่กระจัดกระจายอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่ซามัว ตองกา ฮาวาย เกาะอีสเตอร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณปี ค.ศ.1280 ถึง 1320 ชาวเมารีกลุ่มแรกล่องเรือคานูขนาดใหญ่ที่เรียกว่า &amp;ldquo;วากา&amp;rdquo; มายังเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ในปัจจุบัน ไม่มีหลักฐานพบอารยธรรมอื่นอยู่ก่อนหน้านั้น หลักฐานทางโบราณคดีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ชี้ว่าการอพยพตั้งรกรากหลักๆ ครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1230-1350 ตรงกับถ้อยคำบอกเล่ารุ่นต่อรุ่นอันเป็นวิถีของชาวเมารี วันเวลาผ่านไปหลายศตวรรษพวกเขาได้มีวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม ภาษา ศิลปะด้านต่างๆ งานฝีมือ และอื่นๆ จนมีความโดดเด่นในตัวเองแยกจากกลุ่มโพลีนีเซียนดั้งเดิมที่ยังอยู่ตามเกาะเล็กเกาะน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวเมารีมีอยู่หลายเผ่า แต่ละเผ่าแยกออกเป็นตระกูลครอบครัว บางครั้งเป็นมิตร ร่วมไม้ร่วมมือกันดี แต่บางครั้งก็แย่งชิง และต่อสู้กัน พวกเขาดำรงชีพด้วยการหาปลา ล่าสัตว์บกและสัตว์ปีก สัตว์บางชนิดถูกพวกเขาล่าจนสูญพันธุ์ เช่น นกโมอา สัตว์ปีกขนาดใหญ่ที่บินไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานความโหดร้ายป่าเถื่อนถึงขั้นฆ่าคนต่างเผ่าและเอาเนื้อมากินเป็นอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี ค.ศ.1642 &amp;ldquo;อาเบล แทสมัน&amp;rdquo; ยอดนักเดินเรือชาวดัตช์มาถึงดินแดนแห่งนี้ ก่อนจะตั้งชื่อว่า Nieuw-Zeeland ตามชื่อแคว้น Zeelandในฮอลแลนด์ เมื่อเป็นภาษาอังกฤษก็เรียกว่า New Zealand ส่วนภาษาเมารีเขียนด้วยอักษรโรมันว่า Nu Tireni ปัจจุบันใช้ชื่อ Aotearoa&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมาถึงของนักเรือชาวดัตช์ครั้งนั้น ลูกเรือของแทสมันถูกชาวเมารีฆ่าไป 4 คน ขณะที่ชาวเมารีตายไป 1 คน หลังจากนั้นอีกกว่าร้อยปีถึงได้มีชาวยุโรปเดินทางมาถึงอีกครั้ง นั่นคือ &amp;ldquo;กัปตัน เจมส์ คุก&amp;rdquo; ในปี ค.ศ.1769 โดยได้เดินเรือทำแผนที่จนครบรอบเกาะ ต่อมามีนักเดินเรือจากยุโรปและอเมริกาเหนือเดินทางมากันอีกเป็นระยะเพื่อล่าปลาวาฬ ล่าแมวน้ำ และค้าขายกับชาวเมารี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สินค้าสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อชาวเมารีคือปืนคาบศิลา เพราะชาวเมารีนั้นต่อสู้ระหว่างเผ่ากันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เมื่อมีอาวุธที่ก้าวหน้าอย่างปืนคาบศิลาก็ทำให้พวกเขายิ่งรบกันมากกว่าเดิม พวกเขายอมแลกข้าวของมากมายกับปืนกระบอกเดียว และเผ่าที่ไม่มีปืนก็ถูกฆ่าหรือถูกจับเป็นทาสเป็นจำนวนมาก กว่าจะมีปืนกันทั่วทุกเผ่าจนทำให้อำนาจมีความสมดุลระหว่างกัน ชาวเมารีทั้งหลายตายไปประมาณ 3-4 หมื่นคนในช่วง 40 ปีแรกของคริสต์ทศวรรษที่ 19 จากการรบพุ่งกันมากกว่า 600 ครั้ง เรียกสงครามยาวนานนี้ว่า &amp;ldquo;สงครามปืนคาบศิลา&amp;rdquo; หรือ Musket Wars&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความขัดแย้งและสงครามกับนักล่าอาณานิคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความสัมพันธ์ระหว่างชาวเมารีและผู้เข้ามาตั้งรกรากจากอังกฤษในช่วงแรกๆ ไม่ค่อยถึงขั้นเอาชีวิตกันมากนัก กระทั่งปี ค.ศ.1809 เรือขนาดใหญ่ชื่อ Boyd แล่นจากออสเตรเลียหมายเข้าไปหาไม้ซุงในนิวซีแลนด์ ถูกชาวเมารีฆ่าตายไปราว 60 คน นำไปสู่การแก้แค้นกันไปมาหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เป็นฝ่ายหัวหน้าเผ่าต่างๆ ของชาวเมารีที่ร้องขอไปยังพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 แห่งอังกฤษให้เป็นผู้ปกป้องนิวซีแลนด์ด้วยเหตุผลว่ามีนักเดินเรือเข้ามามากและสร้างความวุ่นวายไม่จบสิ้น บริษัท New Zealand Company มีแผนจะตั้งเขตอิสระขึ้นที่เวลลิงตัน รวมถึงฝรั่งเศสก็กำลังจะเข้าตั้งรกรากในเกาะใต้ ทางอังกฤษจึงตั้ง &amp;ldquo;เจมส์ บัสบี&amp;rdquo; ให้เป็นตัวแทนรัฐบาล บัสบีสนับสนุนให้ชาวเมารียืนยันอำนาจของพวกเขา ทำให้หัวหน้าเผ่าต่างๆ ร่วมลงนามประกาศเอกราชของตัวเองในปี ค.ศ.1835 มีมิชชันนารีและพ่อค้าอังกฤษลงชื่อเป็นพยาน จากนั้นส่งไปให้กษัตริย์อังกฤษรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นปี ค.ศ.1840 อังกฤษและชาวเมารีลงนามใน &amp;ldquo;สนธิสัญญาไวตังกี&amp;rdquo; อังกฤษประกาศอำนาจการปกครองเหนือดินแดนนิวซีแลนด์ทั้งหมด ชาวเมารีได้สิทธิ์ครอบครองที่ดิน ป่าไม้ การทำประมง เพื่อแลกกับการเป็นพลเมืองของอังกฤษ ฝ่ายอังกฤษก็สามารถสกัดการตั้งอาณานิคมของฝรั่งเศส ได้รับสิทธิ์ในการซื้อที่ดินจากชาวเมารีเป็นพวกแรก จากนั้นก็ได้สนับสนุนให้ประชาชนชาวอังกฤษเดินทางไกลมาตั้งรกรากในนิวซีแลนด์เป็นจำนวนมาก จนประชากรของพวกเขามีถึงประมาณ 5 แสนคนในนิวซีแลนด์เมื่อถึงปี ค.ศ.1881&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความต้องการที่ดินที่มากขึ้นทำให้เกิดความขัดแย้งกัน เริ่มจากเหตุการณ์ที่เรียกว่า Wairau Affray ในปี ค.ศ.1843 แล้วก็นำไปสู่สงครามการต่อสู้ระหว่างกันที่ยาวนานหลายปี เรียกกันในภายหลังว่า New Zealand Wars (ค.ศ.1845-1872)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงแรกๆ ของสงคราม ฝ่ายเมารีดูจะได้เปรียบเพราะกำลังของอังกฤษยังมีไม่มาก ชาวเมารีชำนาญพื้นที่และมีความสามารถในการรบเป็นทุนอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1860 ฝ่ายล่าอาณานิคมได้เรียกกำลังเสริมมาจากทุกทิศ จนถึงเวลาหนึ่งมีกำลังรวมกันสูงสุดถึงประมาณ 18,000 คน ประกอบด้วยกองกำลังจากอังกฤษ จากออสเตรเลีย จากรัฐบาลนิวซีแลนด์ ชาวอาณานิคมอาสาช่วยรบ และฝ่ายเมารีเองที่ปันใจไปช่วยรัฐบาลนิวซีแลนด์ ขณะที่ฝ่ายเมารีมีกำลังรบมากสุดอยู่ที่ประมาณ 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสู้รบครั้งนองเลือดที่สุดเรียกว่า &amp;ldquo;การบุกไวกาโต&amp;rdquo; ผู้ว่าการนิวซีแลนด์ในเวลานั้นนาม &amp;ldquo;เซอร์จอร์จ เกรย์&amp;rdquo; ส่งหนังสือไปขอกำลังจากสำนักงานอาณานิคมในกรุงลอนดอน 10,000 นาย โดยนายพล &amp;ldquo;เซอร์ดังเคิน แคเมรอน&amp;rdquo; เป็นผู้นำทัพ เขาได้สร้างถนนยาว 18 กิโลเมตรไปยังเขตไวกาโตของชาวเมารี (ใกล้ๆ เมืองโอ๊กแลนด์) &amp;ldquo;เซอร์เกรย์&amp;rdquo; ได้ประกาศเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 1863 ให้ชาวเมารีระหว่างโอ๊กแลนด์ถึงไวกาโตยอมเปล่งวาจาแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ไม่เช่นนั้นจะถูกขับไล่ออกไปจากดินแดน ชาวเมารีไม่ปฏิบัติตามการโจมตีจึงเกิดขึ้นและกินเวลานานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เซอร์แคเมรอน&amp;rdquo; ได้จำนวนผู้ร่วมทัพสูงสุดราว 14,000 คน รวมทั้งเรือรบหลายลำสำหรับใช้ในแม่น้ำไวกาโต ฝ่ายเมารีมีนักสู้ประมาณ 4,000 คน การรบครั้งนี้จบลงในเดือนเมษายน 1864 ฝ่ายอังกฤษตายไปถึงประมาณ 700 คน ฝ่ายเมารีสังเวยไปมากกว่าที่ราวๆ 1,000 คน พวกเขาต้องถอยหนีเข้าไปยังเขตกันดารชั้นในของเกาะเหนือ และถูกยึดที่ดินไปประมาณ 12,000 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท้ายสุดแล้วฝ่ายเมารีไม่อาจต้านทานได้ ถือว่าแพ้พ่ายในสงคราม เสียชีวิตไปรวมกันมากกว่า 2,100 คน ฝ่ายอังกฤษตายไปราว 800 คน มากไปกว่านั้น ชาวเมารีทั้งที่เป็นศัตรูและภักดีต่อฝ่ายอังกฤษโดนยึดที่ดินรวมกันประมาณ 16,000 ตารางกิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมีส่วนร่วมทางการเมืองของชาวเมารี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งทั่วไปในนิวซีแลนด์เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1853 หลังจากรัฐสภาอังกฤษผ่านกฎหมายให้นิวซีแลนด์ปกครองตนเองได้ การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรจัดให้มีขึ้นทุกๆ 3 ปี ชาวเมารีได้รับโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมครั้งแรกในการเลือกตั้งปี ค.ศ.1868 ซึ่งกำหนดไว้ 4 เขต สำหรับ 4 ที่นั่งที่เป็นของชาวเมารีโดยเฉพาะจากทั้งหมด 70 ที่นั่งทั่วประเทศ ในเขตอื่นๆ ไม่มีสิทธิ์โหวต หรือไม่ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งไม่ได้เป็นเมารี ต่อมาแม้จะมีสิทธิ์ลงคะแนน แต่กฎหมายกำหนดให้ผู้เป็นเจ้าของที่ดินเท่านั้นที่มีสิทธิ์ โดยกรรมสิทธิ์ในที่ดินของชาวเมารีนั้นเป็นของชุมชน ทำให้ 1 ชุมชนมีชาวเมารีออกเสียงได้แค่ 1 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวเมารีเริ่มมีพรรคการเมืองของพวกเขาเองในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่สุดท้ายมักจะถูกกลืนหรือผนวกเข้ากับพรรคการเมืองใหญ่ ชาวเมารีสามารถลงสมัครเป็นผู้แทนนอกเขตเมารีได้ในปี ค.ศ.1967 และในปี ค.ศ.1975 พวกเขาสามารถเลือกได้ว่าจะออกไปใช้สิทธิ์ในเขตเมารีหรือเขตอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลาผ่านไปมีนักการเมืองชาวเมารีเข้าไปสังกัดในพรรคการเมืองกระแสหลักมากขึ้น เช่น พรรคเนชันแนล และพรรคแรงงาน ทำให้มี ส.ส.ชาวเมารีในสภามากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อระบบปาร์ตี้ลิสต์ถูกนำมาใช้ในการเลือกตั้งปี ค.ศ.1996 และในช่วงเวลานี้ได้เกิดพรรคการเมืองของชาวเมารีขึ้นใหม่หลายพรรค เพราะพวกเขามองว่าการเข้าไปอยู่ในพรรคใหญ่ไม่สามารถผลักดันประเด็นการต่อสู้เรียกร้องของชาวเมารีได้ตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปัจจุบันยังคงมีเขตเลือกตั้งสำหรับชาวเมารีโดยเฉพาะเพิ่มขึ้นเป็น 7 เขต สำหรับ 7 ที่นั่ง (จากทั้งหมด 120 ที่นั่งในสภา) ทว่าผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งจะมาจากเชื้อชาติใดก็ได้ โดยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 17 ตุลาคมปีที่แล้ว มี ส.ส.ที่เป็นชาวเมารีรวมกันในสภาถึง 25 คน คิดเป็น 21 เปอร์เซ็นต์ของ ส.ส.ทั้งหมดในสภา ขณะที่ทั้งประเทศมีประชากรเมารีเพียง 16.5 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรทั้งหมดของประเทศราว 5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นอกจากจำนวนตัวเลขผู้แทนในสภาแล้ว สภาพความเป็นอยู่ทั่วไปของชาวเมารียังคงไม่สู้ดีนัก ไม่ว่าจะเป็นอัตราการว่างงานมากเกือบเป็น 2 เท่าของอัตรารวมทั้งประเทศ จำนวนนักโทษในเรือนจำเป็นชาวเมารีเสียครึ่งหนึ่งของทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของนิวซีแลนด์ในเวลานี้คือ มีผู้ไร้บ้านจำนวนมาก แม้ว่าบางคนจะมีงานทำแต่ไม่สามารถหาบ้านอยู่ได้ เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้นถึง 90 เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลา 10 ปี (ค.ศ.2008-2018) ทำให้นิวซีแลนด์ในปัจจุบันมีคนไร้บ้านประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด หรือราวๆ 5 หมื่นคน เป็นอัตราส่วนที่มากที่สุดในบรรดาประเทศร่ำรวย 35 ชาติแรกของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในจำนวนประมาณ 5 หมื่นคนที่ไร้บ้านนี้ มีชาวเมารีอยู่ถึง 48 เปอร์เซ็นต์.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;********************&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;อ้างอิง :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- nzhistory.govt.nz/politics/parliaments-people/maori-mps&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- en.wikipedia.org/wiki/M%C4%81ori_politics&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- en.wikipedia.org/wiki/New_Zealand_Wars&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- en.wikipedia.org/wiki/M%C4%81ori_people&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- en.wikipedia.org/wiki/History_of_New_Zealand&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- en.wikipedia.org/wiki/M%C4%81ori_electorates&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- teara.govt.nz/en/torangapu-maori-and-political-parties&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- borgenproject.org/homelessness-in-new-zealand/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- theguardian.com/world/commentisfree/2019/nov/22/on-every-issue-important-to-maori-this-government-is-failing&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;- theguardian.com/world/2021/feb/11/new-zealand-male-mps-no-longer-have-to-wear-ties-after-maori-mp-ejected &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวเมารีแห่งนิวซีแลนด์, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg       </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
