<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนไทย-รัฐฉานตึงเครียด ทหารพม่าประชิดกองทัพไทใหญ่ คุกคามผู้อพยพไม่กล้าทำมาหากิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายแดนไทย-รัฐฉานตึงเครียด ชาวไทใหญ่ในค่ายผู้ลี้ภัย 2.5 พันสุดผวา ทหารพม่าส่งกองกำลังประชิดกองทัพไทใหญ่ หวั่นปะทะเดือด&amp;nbsp;ชี้คุกคามผู้อพยพจนไม่กล้าออกไปทำมาหากิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.63 -&amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมารัฐบาลพม่าได้ส่งทหาร 800 นาย ไปประจำที่ทางตะวันออกของอำเภอเมืองสาด เขตรัฐฉาน ตรงข้ามอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อเสริมกำลังทัพของกองทัพพม่าที่มีอยู่ตามแนวพรมแดนประเทศไทย ซึ่งใกล้บริเวณค่ายผู้อพยพดอยก่อวัน ทำให้ชาวบ้านในศูนย์อพยพกว่า 2,500 คน เกิดความหวาดวิตกในความปลอดภัย ในขณะที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก ในช่วงที่มีการปิดพรมแดนในสถานการณ์ช่วงโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า กองกำลังทหารพม่าได้เคลื่อนกำลังพลทั้งรถบรรทุกทางทหารและเดินเท้าจากพื้นที่ต่างๆในภาคตะวันออกของรัฐฉาน รวมทั้งจากเมืองพยาค ท่าเดื่อ และท่าขี้เหล็ก ทั้งนี้การเสริมกำลังพลของกองทัพพม่าดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดทางทหารกับกองทัพของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพแห่งชาติรัฐฉาน (Restoration Council of Shan State/Shan State Army) มากขึ้น เพราะกองทัพพม่าได้ทำการโจมตีกองทัพรัฐฉานในภาคกลางและทางตอนใต้ของรัฐฉานหลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ระบุว่าการขยายกำลังพลของกองทัพพม่านี้ อาจเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลพม่าในพื้นที่นี้ รวมทั้งการให้สัมปทานทำเหมืองทองคำขนาดใหญ่กับบริษัทเหมืองแร่ของออสเตรเลียและจีนในภาคตะวันออกของรัฐฉาน และการให้สัมปทานการทำเหมืองถ่านหินเมืองกกกับบริษัทเอกชนของไทย ซึ่งเดิมพื้นที่ทางตะวันออกของอำเภอเมืองสาดนี้ มีการตรึงกำลังทหารอย่างเข้มแข็งของกองทัพพม่าอยู่แล้ว รวมทั้งกลุ่มทหารบ้าน (militia) กองทัพพม่า และยังรวมถึงกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวว่า การขยายกำลังทหารพม่าครั้งนี้อ้างเรื่องปราบปรามการระบาดของยาเสพติด โดยในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 กองทัพพม่าประกาศยึดยาเสพติดสองล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 370,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ใกล้กับโป่นาโก่ ซึ่งเป็นฐานของกองทหารอาสาสมัคร ที่มีข่าวพัวพันกับการผลิตยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตรวจพบแอมเฟตามีนหลายกระสอบวางอยู่ในป่าแต่ไม่มีการจับกุมบุคคลใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวี่ กำนันหมู่บ้านอพยพดอยก่อวัน เขตรัฐฉาน กล่าวว่า ช่วงนี้ชาวบ้านลำบากมากเพราะก่อนหน้านี้โควิดก็ไปไหนไปไร่ไปนาไมได้ แต่ตอนนี้ทหารพม่าส่งกองกำลังจำนวนมากมาประชิดใกล้ค่ายอพยพดอยก่อวันอีก ทำให้ชาวบ้านไม่เป็นอันทำไร่ทำนาเพราะกลัวในเรื่องความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราไม่อยากให้ทหารปะทะกัน เพราะชาวบ้านจะได้รับผลกระทบไปด้วย ที่ผ่านมาทหารพม่าไม่เคยมาใกล้ขนาดนี้ ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปลูกข้าวด้วย พวกเราไม่กล้าออกไปไหน ไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้ปลูกข้าว ในอนาคตเราจะมีข้าวกินหรือไม่ ทหารพม่าบอกว่าจะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ซึ่งเป็นเขตของทหารไทใหญ่ ทำให้ทหารไทใหญ่ไม่ยอม หากเข้ามาก็ต้องเกิดการสู้รบกันแน่&amp;quot;&amp;nbsp;นายวี่ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้อพยพจากรัฐฉานที่อาศัยในค่าย หรือศูนย์พักพิงชั่วคราว ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ส่วนใหญ่หนีภัยความตายจากการสู้รบของกองทัพพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์มายังพรมแดนไทยตั้งแต่กว่า 20 ปีก่อน และจนปัจจุบันยังไม่สามารถหวนคืนสู่บ้านเกิดได้เพราะยังคงมีการสู้รบอย่างต่อเนื่อง ส่วนค่ายอพยพยดอยก่อวันได้เริ่มมีชาวบ้านมาอาศัยพักพิงตั้งแต่ปี 2544 ประชากรมีทั้งชาวไทใหญ่ อาข่า ลาหู่ จีน และว้า หมู่บ้านเดิมของผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่อพยพมาจากพื้นที่ตะวันออกของรัฐฉาน เนื่องจากปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐว้า และกองทัพพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เหมืองถ่านหินเมืองกก ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทเอกชนของไทย ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำกกตอนบน ซึ่งแม่น้ำกกไหลลงสู่ประเทศไทยที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และไหลผ่าน อ.เมืองเชียงราย เป็นแหล่งน้ำดิบของประปาเทศบาลเมืองเชียงราย โดยก่อนหน้านี้มีกระแสความกังวลถึงผลกระทบข้ามพรมแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนไทย-เมียนมา, ชาวไทใหญ่, มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่, เมียนมาร์-รัฐฉาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc567bb8608.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวไทใหญ่&#039; จัดงานรำลึกวันกองทัพพม่าสังหารโหด 56 ชีวิตเมืองพันเกาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;นาวสาวจ๋ามตอง นักสิทธิมนุษยชนไทใหญ่เปิดเผยว่าชุมชนชาวไทใหญ่ ในรัฐฉาน ได้ออกแถลงการณ์และจัดกิจกรรมทำบุญเพื่อรำลึกลึกถึงการสังหารหมู่ประชาชนรัฐฉาน จำนวน 56 ราย โดยกองทัพพม่า ที่น้ำตกตาดพาโฮ และทรายขาว ในเขตเมืองพันเกาะ หรือเมืองกุ๋นฮิง ในรัฐฉาน ประเทศพม่า เมื่อปี 2540 ซึ่งเป็นการสังหารหมู่ประชาชนโดยกองทัพพม่าในวันเดียวที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุด ในช่วงที่มีปฏิบัตการกวาดล้างทางภาคกลางและภาคใต้ของรัฐฉาน ระหว่างปี 2539-2541&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักสิทธิมนุษยชนไทใหญ่กล่าวว่า ในวันที่ 16 มิถุนายน 2540 ชาวบ้านรัฐฉาน ที่มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กๆ จำนวน 56 คน ถูกกองทัพพม่าสังหารอย่างโหดเหี้ยม&amp;nbsp;โดย 1 เดือนก่อนหน้านั้น ชาวบ้านถูกบังคับอพยพจากหมู่บ้านเดิมที่ริมแม่น้ำป๋าง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาละวิน ให้ไปอยู่ที่เมืองกุ๋นฮิง โดยกองทัพพม่าได้อนุญาตให้ชาวบ้านกลับไปยังหมู่บ้านเดิมด้วยเกวียนเทียมวัว เพื่อเก็บข้าวสารและสิ่งของ แต่ระหว่างทาง ชาวบ้านกลุ่มนี้ถูกทหารพม่าจับกุม และยิงสังหารทั้งหมดตามคำสั่งที่ได้รับมา ที่พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำป๋าง ใกล้น้ำตกตาดพาโฮ โดยหลังจากการสังหารไม่ได้มีการเก็บศพ หรือทำพิธีใดๆ แต่ศพทั้งหมดถูกปล่อยให้เน่าสลายไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักสิทธิมนุษยชนชาวไทใหญ่ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่มีผู้กระทำผิดจากการสังหารหมู่ครั้งนี้ให้ได้รับโทษ ไม่มีผู้รับผิดต่อการทรมาน ข่มขืน และสังหารประชาชนอีกหลายร้อยคนในรัฐฉาน ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างของกองทัพพม่า ระหว่างปี2539-2540 ที่ถอนรากถอนโคนประชาชนกว่า 400,000 คน ใน15 เมืองของรัฐฉาน เป็นเหตุให้หมู่บ้านต่างๆ นับร้อยแห่งทางตอนใต้ของเมืองกุ๋นฮิง หรือที่รู้จักกันในชื่อ &amp;ldquo;เมืองฟันเกาะ&amp;rdquo; ยังคงถูกทิ้งร้างจนกระทั่งทุกวันนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้หนีมายังประเทศไทย และไม่สามารถกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนได้ เนื่องจากทหารพม่ายังคงอยู่ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการสำรวจสำมะโนประชากรของพม่าเมื่อปี 2557 เจ้าหน้าที่รัฐบาลพม่าไม่ได้นับรวมประชาชนที่เคยอาศัยอยู่ในเขตเมืองกุ๋นฮิงจำนวนหลายหมื่นคน ทำให้ชาวบ้านเหล่านี้ไม่มีสัญชาติพม่า ไม่มีสิทธิในการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา คือเมื่อ พ.ศ.2553 &amp;nbsp;และ พศ. 2558 และจะไม่มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งที่จะมาถึงในปลายปีนี้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขับไล่และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลพม่า ในการขับไล่&amp;nbsp;ยึดครอง และแสวงหาประโยชน์จากพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มชาติพันธุ์ ในขณะที่รัฐบาลพม่าก็เดินหน้าโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบร้ายแรง อาทิ โครงการเขื่อนเมืองโต๋น หรือเขื่อนมายตง ในภาษาพม่า ซึ่งจะสร้างกั้นแม่น้ำสาละวิน ในรัฐฉาน โดยจะทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งท่วมหมู่บ้านต่างๆ ตามแม่น้ำป๋าง ในเมืองกุ๋นฮิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ทหารพม่าก็ยังคงปฏิบัติการรอบๆ พื้นที่หัวงานเขื่อน และปฏิบัติมิชอบกับประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นเราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทจากต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุน หยุดแสร้งทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นต่ออาชญากรรมทั้งในอดีตและปัจจุบันของกองทัพพม่า และยุติความสัมพันธ์แบบปกติกับรัฐบาลพม่า จนกว่ากองทัพพม่าจะเข้ามารับผิด และจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ ที่รับประกันสิทธิและความปลอดภัยของชุมชนชาติพันธุ์ ที่ถูกทหารพม่าถือปืนขับไล่ออกจากแผ่นดินของตนเอง&amp;rdquo; นักสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง โครงการเขื่อนมายตง เป็น 1ใน 7 โครงการเขื่อนที่มีการวางแผนก่อสร้างบนแม่น้ำสาละวิน ในพม่า และพรมแดนไทย-พม่า โดยมีแผนที่จะส่งไฟฟ้าให้แก่จีน และไทย โดยก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า จะเป็นการลงทุนโดยรัฐวิสหากิจของจีน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวไทใหญ่, นักสิทธิมนุษยชน, เมียนมาร์-รัฐฉาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8b7d13eb39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอยไตแลง&#039; ไร้ผู้ติดเชื้อโควิด  &#039;เจ้ายอดศึก&#039; เผยสูตรโบราณชาวไทใหญ่ดื่มป้องกันโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;พลโทเจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพรัฐฉานภาคใต้ (Shan State Army &amp;ndash; South : SSA) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่าในส่วนฐานที่มั่นบนดอยไตแลงนั้น ตั้งแต่มีข่าวการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เราก็ได้ทำการป้องกันโดยห้ามคนเข้า-ออก จนถึงบัดนี้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามประเพณีโบราณ ชาวไทใหญ่มีสูตรดั้งเดิมที่ใช้กินป้องกันโรคโดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจและปอดคือ การต้มน้ำขิง หัวหอม น้ำมะนาวและน้ำผึ้ง ไว้ดื่มกิน โดยน้ำขิงมีสรรพคุณทำให้ระบบภายในขับถ่ายโรคได้ดี น้ำมะนาวช่วยป้องกันเชื้อโรค เช่น มะเร็ง ขณะที่หัวหอมช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับปอด-ตับ ส่วนน้ำผึ้งปกติเป็นยาอยู่แล้วแถมยังช่วยให้กินง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ยังไม่มีคนไทใหญ่บนดอยไตแลงติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแม้แต่คนเดียว เพราะเราป้องกันไว้ดี เราพยายามประชาสัมพันธ์ไม่ให้อยู่กันเยอะๆ ใครมีไร่มีสวนในป่าก็แยกย้ายกันไปทำ คนที่กลับจากประเทศไทยหรือต่างประเทศอื่นก็จะถูกกักตัวไว้ 14 วัน&amp;rdquo;พลโทเจ้ายอดศึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำ SSA กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะการทำมาหากิน เพราะเราไม่สามารถค้าขายกับไทยและจีนได้เหมือนเคย เนื่องจากมาตรการปิดชายแดน ทุกวันนี้เพียงแต่ค้าขายกันเล็กๆน้อยๆ อีกส่วนหนึ่งก็คือแรงงานรับจ้างที่ต้องกลับไปอยู่บ้าน แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงนักเพราะตามวิถีของชาวไทใหญ่ต่างทำนาและมีข้าวกินอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีการทำสวนผักในธรรมชาติทำให้แต่ละครอบครัวพึ่งพาตัวเองได้ สิ่งที่ต้องเสียเงินซื้อก็เล็กๆน้อยๆ เช่น เกลือ น้ำมันพืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทเจ้ายอดศึก กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องการอยู่การกิน และระเบียบวินัยต่างๆของมนุษย์ เหมือนกับธรรมชาติมาช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตามในส่วนของประชาชนไทใหญ่ในรัฐฉานนั้น จริงๆเราไม่มีอำนาจ เพราะอำนาจอยู่รัฐบาล แต่ในพื้นที่ชนบท เราได้ประชาสัมพันธ์ 4 ประการ คือ 1.ไทใหญ่ทุกคนและรวมถึงคนพม่าต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน เช่น ห้ามกินเนื้อดิบ ปลาดิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เรื่องคนนอกที่ต้องป้องกันโดยให้ล้างมือ และอย่าให้อยู่ใกล้ชิดกัน ซึ่งตามประเพณีของคนไทใหญ่นั้นเป็นการยกมือไหว้มิใช่เป็นการจับมือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โรคโควิด-19 มักแพร่ระบาดอยู่ในเมืองใหญ่ ดังนั้นจำเป็นต้องเว้นระยะ และถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรจัดงานใหญ่ๆ และ 4.ไม่ว่าจะเป็นคนจีนหรือคนไทย ต่างยกเลิกงานที่ทำร่วมกัน ขณะที่ชาวไทใหญ่ต่างมีที่นาและไร่สวนกันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องส่งเสริมให้ชาวบ้านได้พยายามทำนาทำสวน ขณะเดียวกันเมือเดินทางไปประเทศอื่นก็ให้ระมัดระวัง อย่าให้เหมือนที่ผ่านมาคือ ถูกหลอกไปทำงานที่อื่นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามโรคนี้คาดว่าจะอยู่ยาว และปัจจุบันยังไม่มียารักษา ดังนั้นทุกคนจะต้องดูแลตัวเองให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผู้หนีภัยการสู้รบตามชายแดนไทย-รัฐฉานต่างได้รับผลกระทบเนื่องจากไม่สามารถลำเลียงข้าวและอาหารเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังขาดทุนสนับสนุนจนขาดแคลนข้าว พลโทเจ้ายอดศึกกล่าวว่า มีชาวไทใหญ่อยู่ในศูนย์อพยพเหล่านี้ไม่มากนัก พื้นที่ใดที่ลำบาก พวกเราได้เข้าไปแจกอาหาร ขณะเดียวกันที่มีความเป็นห่วงเรื่องความแออัดในค่ายนั้น ตอนนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนสภาพต่างๆตามคำแนะนำของแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67543</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ชายแดนไทย-เมียนมา, ชาวไทใหญ่, ดอยไตแลง, ผู้นำกองทัพรัฐฉานภาคใต้, พลโทเจ้ายอดศึก, โควิด -19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed4bcc0338c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
