<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบจว.อยุธยาจับหนุ่มอ้างเป็นตร.หลอกเหยื่อชิงทรัพย์ประวัติก่อคดีอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64- พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สั่งการให้พ.ต.อ.ชัยณรงค์ สมเพราะ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธนกฤด กนิษฐกุล ผกก.สืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ทวีวงศ์ ดิษฐแย้ม รอง ผกก.สืบฯ ,พ.ต.ท.อติชาต จันทยานี รอง ผกก.สืบฯพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าจับกุมนายชนะชัย สื่อสาร อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 176/2564 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ,ลักทรัพย์โดย ยึดของกลางรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุและเสื้อผ้ากระเป๋าต่างๆของผู้เสียหายที่ได้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้คนร้ายจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจค้นตัว และทำการลักทรัพย์หรือหากเหยื่อรายใดขัดขืนก็จะข่มขู่ว่าจะทำร้าย โดยก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง โดยนำทรัพย์สินที่ได้ไปหาซื้อยาเสพติด โดยก่อเหตุในเขต สภ.วังน้อย สภ.พระอินทร์ราชาและ สภ.บางประอิน และจากการตรวจสอบข้อมูลประวัติการกระทำความผิด ยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าลักทรัพย์รถจักรยานยนด์ เมื่อปี 2554 ท้องที่ สภ.หนองแค ชิงทรัพย์ เมื่อปี 2554 ท้องที่ สภ.บางปะอิน,ลักทรัพย์ เมื่อปี 2560 ท้องที่ สก.เมือปทุมธานี โดยแต่ละครั้งก็จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อพ้นโทษมาก็กลับมาก่อเหตุอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108430</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พระนครศรีอยุธยา, ชิงทรัพย์, ตำรวจปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60def99078db9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวกัมพูชาท้อง 7 เดือน เดินไปร้านสะดวกซื้อเกือบ 1 กม.ขากลับถูกชิงทรัพย์ 5 พัน ตร.พบพิรุธ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- เวลา 23.30 น. วันที่ 19 เมษายน 2564 สมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเองมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย บริเวณใกล้ทางเข้าซอยสุดใจ ถนนเกาะตะเคียน-ท่าเรือจ้าง ม.1 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งส่งกำลังอาสากู้ภัยเดินทางรับผู้บาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบนางโบนา เซง อายุ 39 ปี ตั้งครรถ์ 7 เดือน ชาวกัมพูชา นั่งอยู่ริมถนน ในสภาพอ่อนเพลีย และปวดหัว โดยนางโบนา ได้แจ้งกับนายอรรถพล ไลวลักษณ์ อาสากู้ภัยฯ ว่าถูกชิงทรัพย์ รถไม่ได้ล้มแต่อย่างใด ก่อนที่นายอรรถพล จะแจ้งให้ตำรวจ สภ.เมืองตราดทราบ เพื่อสนับสนุนที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวนางโบนา ส่งโรงพยาบาลตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ไลวลักษณ์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งแล้วได้รีบเดินทางมาที่เกิดเหตุทันที พบว่าคนเจ็บเป็นหญิงสาวตั้ง 7 เดือน เมื่อสอบถามถึงสาเหตุก็ทราบว่า หญิงรายนี้ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ แต่หญิงสาวไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงอาการหน้ามืด และจะอาเจียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางโบนา กล่าวว่า ถูกคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามมา หลังจากนั้นก็หน้ามืดไป รู้สึกตัวอีกทีเงินในกระเป๋าก็หายไปแล้ว แต่คนร้ายไม่ได้เอากระเป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะ 3 ร.ต.อ.ไชยา สนั่นเมือง หัวหน้าสายตรวจ สภ.เมืองตราด พร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ ได้เข้าไปสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับนางโบนา ที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลตราด ทราบว่า นางโบนา เดินจากห้องเช่าเจ๊นิดภายในซอยเกาะตะเคียน ไปยังร้านสะดวกซื้อที่ห่างจากบ้านเกือบ 1 กิโลเมตร เพื่อนำเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ขากลับก็เดินกลับมาตามปกติแล้วก็ถูกคนร้าย 2 คนลงมือชิงทรัพย์ไปเงินสดหายไป 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางตำรวจไม่ค่อยเชื่อคำให้การของนางโบนาเท่าไรนั้น เนื่องจากบ้านและร้านสะดวกซื้อห่างกันเกือบ 1 กิโลเมตร ทำไมถึงต้องเดินจากบ้านมาทำธุระเพียงลำตัว ทั้งที่นางโบนา กำลังตั้งท้องอยู่ 7 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ร.ต.อ.ไชยา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่นางโบนา ถูกชิงทรัพย์ แต่กลับไม่พบร่องรอยใดที่ระบุได้ว่ามีการชิงทรัพย์ และเมื่อตรวจสอบห้องเช่าเลขที่ 385 /9 ที่นางโบนา เช่าอยู่ ปรากฏว่าห้องล็อก ไม่มีใครอยู่ มีเพียงรองเท้าที่อยู่หน้าห้องเพียง 2 คู่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบห้องเช่าอยู่นั้น นางสาวขวัญชีวา อินทโชติ ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงได้เปิดประตูออกมาดู โดยร.ต.อ.ไชยา ได้สอบถามรู้จักผู้เช่าห้องเลขที่ 385 /9 หรือไม่ แต่กลับไม่รู้จัก และเมื่อนำรูปนางโบนามาให้ดูก็จำได้ทันที และบอกว่านางโบนา พักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าห้องนี้จริง และพึ่งย้ายมาอยู่ได้เพียงไม่กี่เดือน แต่ไม่ค่อยทราบพฤติกรรมการใช้ชีวิตส่วนตัวของนางโบนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อนางโบนา ทั้งหมด ว่าถูกชิงทรัพย์หรือไม่ เพราะหลังจากที่สอบปากคำแล้วพบว่ามีหลายอย่างไม่สมเหตุสมผล อาจจะสร้างเรื่องขึ้นมาหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นการชิงทรัพย์ไป ซึ่งหลังจากนี้จะประสานตำรวจชุดสอบสวนเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
ufa007
ufa350
ufa356
sbobet888
ufalion168
ufa369
ufaland
ufasa
ufa169
ufascr</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ชิงทรัพย์, สาวท้อง7เดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e36ab9e9c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจับชาวพม่า ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านขายยา นำเงินไปแจกเพื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 - พ.ต.อ.สราวุธ ชูประสิทธิ์ ผกก.สภ.ฉลอง &amp;nbsp;พ.ต.อ.บัณฑิต ขาวสุธรรม ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต &amp;nbsp; ชุดจับกุม นำโดยพ.ต.ท.สนั่น จันทร์รงค์ รองผกก.สส.สภ.ฉลอง พ.ต.ท.สุภาพ แซ่ลิ้ม สว.สส.สภ.ฉลอง ตำรวจ สภ.ฉลองร่วมกับ ชุดสืบสวนกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต แถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ที่ร้านขายยา &amp;nbsp;ณ สภ.ฉลอง จว.ภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณี เมื่อเวลาประมาณ 23.50 น.วันที่ 27 ส.ค.63 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกจี้ชิงเงินพนักงานร้านขายยา เหตุเกิดที่ร้านขายยาชื่อ &amp;ldquo;น้อง ฟาร์มาซี&amp;rdquo; เลขที่ 7/9 ม.9 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต โดยคนร้ายได้เงินสดไปประมาณ 4,500 บาท ก่อนวิ่งออกจากร้าน และขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 29 ส.ค.63 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ฉลอง ร่วมกับ ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้เข้าจับกุมตัว ผู้ต้องหา ชื่อ MR.AUNG CHAN THAR อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา หนังสือเดินทางเลขที่ MC 630410 &amp;nbsp;ตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.247/2563 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2563 &amp;nbsp;เข้าจับกุมภายในบ้านที่พักคนงานไม่มีเลขที่ &amp;nbsp;ซ.ป่าหล่าย ม.1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมยึดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ &amp;nbsp;รถจักรยานยนต์ทะเบียน &amp;nbsp;ขจค -112 ภูเก็ต เสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ &amp;nbsp;กระเป๋าสะพาย และอาวุธปืนปลอม ควบคุมตัวสอบสวนที่สภ.ฉลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การ ว่า &amp;nbsp;เดิมมีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง แต่ช่วงนี้ ไม่มีงานทำได้ไปพักอาศัยกับเพื่อน ก่อนก่อเหตุได้ดื่มเหล้าไปจำนวนหลายขวด จึงเกิดความคึกคะนอง ใช้อาวุธปืนปลอมที่เก็บไว้ นำไปจี้ชิงเงินสดที่ร้านขายยาก่อนกลับไปพักผ่อนที่บ้านและได้ใช้จ่ายเงินดังกล่าวหมดแล้วด้วยการแจกเพื่อนๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ในข้อหา กระทำความผิดฐาน &amp;quot;ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม&amp;quot;ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทรัพย์, พ.ต.อ.สราวุธ ชูประสิทธิ์, ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f4a47068bc18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนร้ายผูกคอตายหนีความผิด หลังก่อเหตุชิงเงินล้านบริเวณหน้าธ.กรุงเทพ สาขาเชียงแสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - พ.ต.อ.สมภพ สุภาพร ผกก. สภ.ภูกามยาว จ.พะเยา รับรายงานว่ามีเหตุคนใช้เชือกไนล่อนผูกคอฆ่าตัวตายในคอกเลี้ยงวัว จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผบก.ภ.จ.พะเยา แพทย์นิติเวช ร.พ.พะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่บ้านสันป่าส้าน หมู่ ที่ 12 ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว พบศพ นายชื่นใจ๋ ก้อนคำ อายุ 47 ปี ชาวตำบลห้วยแก้ว ผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งที่ได้หลบหนีจากการร่วมจี้ชิงทรัพย์หน้าธนาคารกรุงเทพฯ สาขา อ.เชียงแสน ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ภูกามยาว จากการชันสูตรศพพบว่าคนตายได้ใช้ใช้เชือก ไนลอนสีเขียว ผูกคอตายในปางวัว ซึ่งเป็นที่เลี้ยงวัวของนายทองอินทร์ เป็นพี่ชายของคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 18 พ.ค. คนตายได้ร่วมกับเพื่อนชื่อนายสิทธิโชค เมืองมา อายุ 33 ปี (ถูกจับกุมตัวได้แล้ว) ได้ร่วมกันจี้ชิงทรัพย์ของนางวัชรินทร์ บรรจงเลขา&amp;nbsp;อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรเชียงแสน ที่ได้เข้าไปเบิกเงินสดจำนวน 1,050,000 บาท (หนึ่งล้านห้าหมื่นบาท) ขณะกลับขึ้นรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเชียงแสน เพื่อเดินทางกลับที่ทำงาน ได้มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาประชิดพร้อมจี้ชิงเงินสดที่เบิกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น คนร้ายได้หลบหนีออกไปจากที่ก่อเหตุ จนกระทั่งเช้าวันนี้มีคนพบนายชื่นใจ๋ ผูกคอตายหนีความผิดในคอกวัว หลังจากนี้ ค้นในตัวคนตายพบเงินสด 400 บาทเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนก็ได้ทำการเข้าไปตรวจค้นบ้านของพ่อและพี่ชาย เพื่อหาเงินสดจำนวนกว่าล้านบาท และของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66517</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพะเยา, ชิงทรัพย์, ปล้นเงิน, สภ.ภูกามยาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec612f15ebcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จับผู้ต้องสงสัยชิงทรัพย์หน้าธนาคารกรุงเทพได้ 1 ราย แต่ยังให้การปฏิเสธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.63 - จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์บริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด สาขาเชียงแสน จ.เชียงราย บนถนนหมายเลข 1016 เทศบาล ต.เวียงเชียงแสน ติดกับที่ทำการด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงแสน และตลาดสดเชียงแสน และยังห่างจาก สภ.เชียงแสน ประมาณ 500 เมตร หลังจากเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรเชียงแสน เพิ่งเบิกเงินสดจากธนาคารจะไปขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่หน้าธนาคารจำนวน 1,050,000 บาท เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดตามเส้นทางหลบหนีโดยดูจากภาพกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ และสืบสวนจากแหล่งที่มาเพื่อสืบหาตัวคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีชาวบ้านรายหนึ่งแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ได้มีเพื่อนชายคนหนึ่ง นำปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ไปฝากไว้กับตนที่ ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร และเป็นทิศทางที่คนร้าย 2 คน ที่ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์พากันขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้หลบหนีไปด้วย ทำให้มีความกังวล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รับทราบดังกล่าว หลังจากได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนจนทราบตัวคนฝากปืน พบว่าเป็นชาวบ้าน ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน ซึ่งเคยทำงานอยู่ที่สหกรณ์การเกษตรเชียงแสนแต่ได้ถูกพักงานด้วย จึงได้ตามไปตรวจสอบที่บ้านพักของชายคนดังกล่าว พบตัวซึ่งก็พบว่าชายคนดังกล่าวอยู่ที่บ้านและยินยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามชายคนดังกล่าวให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รู้เห็นกับการจี้ชิงเงินสดของสหกรณ์ที่บริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงเทพสาขาเชียงแสนดังกล่าวเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบที่บ้านก็พบเพียงรถยนต์ สีขาว จอดอยู่จำนวน 1 คัน แต่ไม่พบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จึงทำการสอบปากคำอย่างละเอียดและตั้งข้อหาว่าร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธในการก่อเหตุ จากนั้น ออกติดตามหาคนร้ายที่เหลือเพราะจากภาพวงจรปิดบ่งชี้ว่ามีจำนวน 2 คน รวมทั้งตรวจหาหลักฐานอื่นๆ ซึ่งก็พบหมวกนิรภัยหรือกันน็อคแบบเต็มใบ จำนวน 2 อัน ถูกวางเอาไว้บริเวณเส้นทางหลบหนีไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากนักด้วย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66270</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงราย, ชิงทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec2777e29637.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขอนแก่นจับทันควันโจรติดคุกมาแล้ว2ครั้งก่อเหตุเชิดเงินผู้เฒ่าเจ้าของร้านชำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63 - พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อำนาจ เชาเทอรี่ สว.สอบสวน สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านไผ่ ควบคุมตัว นายปรีชา ชิดมน อายุ 49 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.6 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุชิงทรัพย์เงินสด พร้อมเครื่องดื่มชูกำลัง เหตุเกิดภายในร้านขายของชำใกล้ซอยศาลเจ้า &amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ภายในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก นายกวงเซียง แซ่โอว อายุ 80 ปี เจ้าของร้านขายของชำว่า ขณะนั่งขายของในร้าน ได้ถูกคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อยืดสีดำ สวมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน มีผ้าโพกศีรษะ ใส่หน้ากากปิดปาก จมูกสีดำ &amp;nbsp;ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีฟ้าไม่ติดทะเบียน ทำทีเข้ามาขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง โดยในขณะเดินหยิบเครื่องดื่มให้นั้น คนร้ายได้ขโมยเงินสด จำนวน 3,000บาท หลบหนีไป ซึ่งหลังรับแจ้งจึงได้สั่การให้ชุดสืบสวนสอบสวนทำการลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะลบหนี โดยเฉพาะการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด &amp;nbsp;11 ตัว ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ จึงพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นขับขี่รถวนเวียนในเขตเทศบาลบ้านไผ่ เจาหน้าที่จึงกระจายกำลังตามหาจนกระทั่งพบคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าตลาดสดบ้านไผ่ จึงเข้าควบคุมตัวไปสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง &amp;nbsp; จึงควบคุมตัวมาตรวจปัสสาวะซึ่งพบว่ามีสีม่วง และจากการตรวจสอบประวัติพบว่า &amp;nbsp;ผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกจับกุมในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ในปี 2541 และปี 2556 &amp;nbsp;อีกทั้งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าสาเหตุที่ก่อเหตุนั้นเพราะต้องการเงินมาใช้จ่ายเนื่องจากไม่มีงานทำ อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่า &amp;nbsp;วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และข้อหาเสพยาเสพติด ก่อนจะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66162</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ชิงทรัพย์, สภ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0f92345a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจตรังรวบพ่อข่มขืนลูกในไส้ พร้อมคู่เขยหลบหนีคดีชิงทรัพย์นาน 9 ปี แต่ถูกจับได้เพราะตกงานช่วงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย ทับเที่ยง ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - พ.ต.ต.อนุสรณ์ เรืองศรี สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง พ.ต.ต.วสันต์ บรรลือพืช สว.สส.สภ.เมืองตรัง ร.อ.ณัฐวุฒ สรรเพชร หน.ชรต.กอ.รมน.จ.ตรัง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัว นายมนัส แสงรัตน์ หรือ &amp;ldquo;อ้ายรู&amp;rdquo; อายุ 30 &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 9 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับตามศาล จ.ตรัง ที่ 130/2563 ลงวันที่ 25 มี.ค.63 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ซึ่งมิใช่ ภริยาของตน โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นจะยินยอม หรือไม่ก็ตาม , พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจาร, พาเด็ก &amp;ldquo;อายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร&amp;rdquo; หลังจากก่อเหตุข่มขืนลูกสาว ด.ญ.สาว (นามสมมุติ) วัย 13 ปี ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่บ้านไทยสมุทร ถ.ห้วยยอด (เขตเทศบาลนครตรัง) เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 21 มี.ค.63 ที่ผ่านมา ซึ่งได้จับกุมตัวได้ที่บ้านหลังดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังได้ควบคุมตัว นายวันชัย ทับเที่ยง หรือบี้ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 ถ.บ้านหนองยวน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งมีศักดิ์เป็นคู่เขยกับนายมนัสฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.ตรัง ที่ 43/2557 ลงวันที่ 21 พ.ย.57 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันชิงทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธปืนฯ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืน หลังก่อเหตุชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ เหตุเกิดบนถนนสายตรัง-กันตัง ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง เหตุเกิดวันที่ 18 พ.ย.57 ที่ผ่านมา ซึ่งได้จับกุมตัวได้ที่ บ้านเลขที่ 28/8 หมู่ 7 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง โดยเป็นบ้านญาติของภรรยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า นายมนัสฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนลูกสาวในไส้ของตัวเอง และคาดว่าน่าจะกระทำมาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งผู้เป็นแม่ของเด็กสาววัย 13 ปี ทราบเรื่องจึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองตรัง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะได้หลบหนีไปซ่อนตัวโดยทำงานรับจ้างก่อสร้างในพื้นที่ จ.พัทลุง พร้อมด้วยคู่เขย คือนายวันชัย&amp;nbsp;ซึ่งมีหมายจับคดีชิงทรัพย์ติดตัวอยู่ด้วย และหนีหมายจับมานานแล้วกว่า 9 ปี จนกระทั่งทั้งคู่เกิดตกงานในช่วงไวรัสโควิด-19 จึงได้เดินทางกลับมาอยู่บ้านพักที่ จ.ตรัง โดยยึดอาชีพรับจ้างแบกไม้ยางพารา หรือไม้บ้อง เพื่อหาเลี้ยงชีพ ขณะเดียวกันทาง ตำรวจชุดสืบสวนได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จึงได้นำหมายจับเข้าจับกุมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยได้มีการควบคุมตัวเข้าห้องขัง สภ.เมืองตรัง ก่อนจะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน นำตัวส่งฟ้องศาล จ.ตรัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันได้มีบรรดาญาติๆของผู้ต้องหาทั้งสองเดินเฝ้าติดตามอยู่ตลอดเวลาในการควบคุม โดยมีอาการร้องไห้เสียใจฟูมฟายอยู่ตลอดเวลา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64702</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีข่มขืน, จังหวัดตรัง, ชิงทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa7fb3d7a42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
