<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อบบี้ฝุ่นตลบ!ชิงเก้าอี้หัวหน้าปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จับตาศึกเลือก หน.ปชป.สะพัด! อดีตบิ๊กต่อสายล็อบบี้จ่ายโหวตเตอร์ ส.ส.เกรดเอหัวละ 2 ล้าน แถมตำแหน่งในรัฐบาล พปชร. 4 ผู้ท้าชิงเช็กเสียงฝุ่นตลบลุ้น &amp;quot;ทีมมาร์ค&amp;quot; เทคะแนนให้ &amp;quot;ทีมจุรินทร์&amp;quot; เสียงนำ โด่ง แต่อาจมีพลิกคืนหมาหอน &amp;quot;นายหัวชวน&amp;quot; ถึงกับเก้าอี้ร้อน ต่อสายตรงถึงลูกพรรคขอให้ยึดศักดิ์ศรี-อุดมการณ์พรรค &amp;quot;เดอะแจ็ค&amp;quot; ปูดนายพลนอกราชการติดต่อผู้หญิงอักษร ก. ทุ่มเงินล้านแทรกแซงเลือก หน.แลกเก้าอี้ รมต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 &amp;nbsp;พ.ค. เวลา 08.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ว่ามีการจับกลุ่มสมาชิกพรรค โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น ส.ส.ปัจจุบัน จำนวน 52 คน โดยได้วิพากษ์วิจารณ์กระแสข่าวการซื้อเสียงโหวตเตอร์ที่เป็น ส.ส.เพื่อให้สนับสนุนผู้สมัครบางทีมในอัตราที่สูงถึง 2 ล้านต่อ 1 เสียง ที่กำลังสะพัดในวงการการเมืองเพื่อให้เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่มีจุดยืนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในการจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีการสอบถามกันในโหวตเตอร์ที่เป็น ส.ส.แต่ละภาค โดยเฉพาะภาคใต้ ว่ามีบุคคลที่เคยเป็นผู้บริหารพรรคระดับบิ๊กและออกไปตั้งพรรคใหม่ได้โทรศัพท์รายตัว และใช้เครือข่ายพรรคพวก กระจายกันติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ถึงโหวตเตอร์เหล่านี้ โดยเสนอให้มาสนับสนุนทีมหนึ่ง พร้อมกับออปชั่นให้ทั้งเงินและตำแหน่ง เช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ โดยบอกว่าไม่มีโอกาสเหมือนครั้งนี้ที่มาแล้วจะได้ทั้งเงินและตำแหน่ง เพราะมีส่วนพลิกและสร้างประวัติศาสตร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.ที่เป็นโต้โผและแกนนำสนับสนุนหัวหน้าทีมหนึ่งก็ได้โทร.หาบรรดาตัวแทนสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และอดีต กก.บห. ซึ่งเป็นโหวตเตอร์ที่มีสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ ให้โหวตให้ทีมตัวเองแลกกับตำแหน่ง กก.บห.ในพรรค และเงินในอัตรา 6 หลัก สอดคล้องกับกระแสข่าวที่ว่ามีการรับเงินมาจากพรรคการเมืองใหญ่ 250 ล้านบาท เพื่อให้โหวตเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ในการไปร่วมรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บรรดาแคนดิเดตทั้ง 4 คนได้มีการเช็กยอดโหวตเตอร์อย่างละเอียดถึงขั้นแสดงรายชื่อ โดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส. 52 คน ข้อมูลล่าสุดในช่วงบ่ายวันที่ 14 พ.ค. พบว่าทีมนายกรณ์ จาติกวณิช และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ มี ส.ส.สนับสนุน 7 เสียง, ทีมนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายสาทิตย์ &amp;nbsp;วงศ์หนองเตย มี ส.ส.สนับสนุน 1 เสียง, ทีมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มี ส.ส.สนับสนุน 18 เสียง ขณะที่ทีมนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งยังไม่เปิดเผยบุคคลที่จะมาเป็นเลขาธิการพรรค มี ส.ส.สนับสนุน 14 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ซึ่งมีโหวตเตอร์ที่เป็น ส.ส.ส่วนใหญ่ในบัญชีรายชื่อ ซึ่งถือเป็นตัวแปรหลักในมือ 12 คน ช่วงเย็นได้ตัดสินใจเทเสียงให้ทีมของนายจุรินทร์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าในคืนวันที่ 14 พ.ค. จะมีการเคลื่อนไหวอย่างหนักเพื่อเสนอเงื่อนไขต่างๆ จนสามารถจูงใจให้โหวตเตอร์เหล่านี้ย้ายไปสนับสนุนให้อีกทีมได้หรือไม่ โดยจะมีการเก็บตัวโหวตเตอร์ของ 2 ทีมที่คาดว่าจะได้รับชัยชนะ โดยทีมหนึ่งพักอยู่ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ ส่วนอีกทีมอยู่ที่ รร.มิราเคิล แกรนด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ภายหลังจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ ทราบว่ามีปัจจัยภายนอกเข้ามาแทรกแซง โดยเฉพาะการโทรศัพท์ขอเสียงแลกกับผลประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ก็ได้โทรศัพท์ถึง ส.ส.ของพรรคหลายคนด้วยตัวเอง เพื่อขอให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีและยึดหลักอุดมการณ์พรรค ตามแนวทางเสรีประชาธิปไตยที่พรรคยึดมาตลอด 73 ปี จนเป็นสถาบันทางการเมือง อย่าให้ล่มสลายไปกับเหตุการณ์นี้ ว่าบุคลากรของพรรคสามารถซื้อได้ด้วยผลประโยชน์เพื่อไปร่วมรัฐบาลสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติ กอไพศาล เลขานุการส่วนตัวนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. และแคนดิเดตเลขาธิการพรรคในการเลือกตั้ง หน.ปชป. คนใหม่ กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค สื่อมวลชนค่ายเนชั่นได้ทำการสำรวจความคิดเห็นว่าใครควรเป็น &amp;ldquo;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;rdquo; คนใหม่ โดยเปิดให้มีการโหวตจากผู้ชมทางบ้านระหว่างวันที่ 10-13 พ.ค.2562 เป็นเวลา 4 วัน และได้ปิดโหวตไปเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2562 เวลา 20.00 น. หลังปิดโหวตพบคะแนนนายจุรินทร์นำโด่งด้วยคะแนนโหวตถึง 76% ทิ้งห่างคู่แข่งทั้ง 3 คน โดยมีนายพีระพันธุ์ตามมาเป็นลำดับที่สอง ด้วยคะแนนโหวต 14% ลำดับสามคือนายกรณ์ ด้วยคะแนนโหวต 6% และลำดับที่สี่ คือนายอภิรักษ์ ด้วยคะแนนโหวต 4%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายจุรินทร์ถือเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์คร่ำหวอดในถนนการเมืองมากว่า 33 ปี มีชื่อเสียงดี ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีวุฒิภาวะสูง มีความเป็นนักบริหารรัฐกิจมืออาชีพ มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และมีความโดดเด่นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ผ่านการบริหารประเทศด้วยตำแหน่งสำคัญๆ &amp;nbsp;มาหลายกระทรวง และเป็นที่คาดการณ์ว่านายจุรินทร์ น่าจะได้รับการสนับสนุนจากบรรดา Voter ให้เป็นหัวหน้าพรรค ปชป.คนต่อไป เพราะมีความเหมาะสมมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องการผู้ที่มีความพร้อมในทุกด้านเพื่อมาปฏิรูปพรรคให้เดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน&amp;quot; นายสมเกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรค ปชป. กล่าวว่า มีการแทรกแซงจากภายนอกในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคชัดเจน พร้อมๆ ข่าวการเสนอเงินล้านเพื่อแลกกับการโหวต ซึ่งวัฒนธรรมพรรค ปชป.ไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน ใครรับเงินหรือตำแหน่งเพื่อแลกกับการโหวตหัวหน้าพรรค ย่อมถือว่าทรยศต่ออุดมการณ์ของพรรค และพระแม่ธรณีบีบมวยผมจะลงโทษไม่ช้าก็เร็ว เชื่อว่าเงินไม่สามารถซื้อโหวตเตอร์ของพรรคได้ แม้ปัจจัยภายนอกพยายามแทรกแซงอย่างหนักทุกวิธีการก็ตาม บางคนกล่าวอ้างว่าจะขอเป็นรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายในชีวิต โดยเขาไม่ใส่ใจเลยว่าเป็นการหนุนการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร มีการสร้างกระแสบีบให้สมาชิกเห็นตามด้วย ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่อายุสั้นไม่มีเสถียรภาพ ก็ยังอยากเข้าไปเป็นรัฐมนตรี แม้ไม่กี่เดือนก็ตามที อ้างชาวบ้านนำหน้าเพียงเพื่อสนองความอยากของตนเองและเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูลเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวด้วยว่า มีนายพลนอกราชการบางท่านติดต่อผ่านผู้หญิงชื่อขึ้นต้นด้วยอักษร ก. ที่ชอบวิ่งเต้นโครงการต่างๆ ของรัฐให้แกนนำพรรคไปพบ บอกว่าประชาธิปัตย์จะเอากี่กระทรวงก็ได้ ขอให้ไปคุยกัน แต่ไม่มีใครไป ท่านคือนายพลคนเดียวกับที่แกนนำพรรค พปชร.ทางภาคใต้คุยว่าให้เงินไปนิดเดียวยังได้ ส.ส.มามากถึงขนาดนี้ เมื่อท่านมีเงินมาก อาจมีใครมาทำหล่นไว้ในรถของนักการเมืองหลายๆ พรรคก็ได้ แต่สำหรับ ปชป. ตราบใดที่ยังมีนายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตราบนั้นเผด็จการทหารก็ยากที่จะมาครอบงำได้ ทั้งนี้ ตนเลือกนายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนท่านอื่นก็เหมาะในลำดับต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงหัวหน้าปชป., ยึดศักดิ์ศรี-อุดมการณ์พรรค, ล็อบบี้ฝุ่นตลบ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdad7f346ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’ยกนิ้ว4แคนดิเดต เหมาะนั่งเป็นผู้นำปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ชวน&amp;quot; ชมเปาะ 4 ผู้เสนอตัวชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีศักยภาพพอฟื้นฟูพรรคได้ ยอมรับในอดีตไม่เคยมีความขัดแย้งในพรรค เพิ่งจะมีช่วงหลัง เพราะโลกเปลี่ยน มีคนใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง &amp;nbsp;จัดให้ 4 ผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค &amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อสมาชิกพรรคภาคกลาง เพื่อประกอบการตัดสินใจลงมติ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค รวมถึงอดีต ส.ส.กทม.บางส่วนเข้าร่วมรับฟังด้วย แต่ไม่ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าร่วมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมรับฟัง 4 ผู้เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แสดงวิสัยทัศน์ว่า เท่าที่ฟังทั้ง 4 คน ทุกคนมีศักยภาพ มีคุณสมบัติที่จะเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไปได้ แต่อาจจะมีแนวทางที่แตกต่างกันบ้าง แต่ทุกคนมีเจตนารมณ์ที่จะฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งที่ผ่านมาค่อนข้างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ทุกคนไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกขึ้น เพราะในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค เพิ่งจะมีในช่วงหลัง อาจเป็นเพราะโลกเปลี่ยน หรือคนที่เข้ามาใหม่ๆ อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ ก่อนหน้านี้เมื่อเลือกหัวหน้าพรรคจบ ทุกอย่างก็จะจบ ทั้งนี้ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงปัจจัยภายนอกพรรคที่อาจเข้ามาครอบงำและชี้นำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มีปัจจัยภายนอกหรือกลุ่มทุนเข้ามาแทรกแซงและครอบงำพรรค อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ก็เป็นห่วงกันในเรื่องนี้ และพยายามบอกกันว่าการแข่งขันให้พยายามคำนึงว่าเป็นเรื่องภายในของพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าหลังวันที่ 15 พ.ค.นี้ จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น อยากให้เมื่อเลือกจบทุกอย่างก็จบ และหันมาร่วมมือทำงานเพื่อพรรคต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์การตัดสินใจที่จะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล เป็นปัจจัยทำให้พรรคมีความไขว้เขวหรือไม่ นายชวนตอบว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก็ได้มีการพูดกันในเรื่องนี้ เช่น นายจุรินทร์ ชี้ให้เห็นว่าพรรคอย่าเพิ่งไปแสดงความเห็นอะไร รอให้มีความชัดเจนและการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปก่อนดีกว่า ทั้งนี้ การจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ขึ้นอยู่กับมติของคณะผู้บริหารพรรค ส่วนการแสดงความคิดเห็นถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่วันนี้ไม่ควรจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ควรจะให้ความไว้วางใจกับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคัดเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ในวันที่ 15 &amp;nbsp;พฤษภาคมนี้ว่า &amp;nbsp;เป็นกระบวนการของพรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตย โดยการประชุมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นหน้าที่ของสมาชิกในการตัดสินใจเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าแคนดิเดตหัวหน้าพรรคมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกนั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหาคนในพรรคทำงานร่วมกันได้ทั้งหมด ทุกคนรู้จักกันดี เคยทำงานร่วมกันมา ส่วนตนยืนยันว่าสามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35612</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงหัวหน้าปชป., นายกรณ์ จาติกวณิช, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน, พรรคประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd6c68451976.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!ชิงหัวหน้าปชป. 1ทุ่มวันศุกร์รู้ผล/&#039;วรงค์&#039;ลั่นถ้าแพ้ไม่ต้องเสนอชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปชป.ลุ้นระทึก! หลังปิดการลงคะแนน 6 โมงเย็นวันศุกร์นี้ ภายใน 1 ชม.รู้ผลหยั่งเสียงหัวหน้าพรรค ด้าน กกต.พรรคขอโทษสมาชิกใช้ระบบ IOS ลงคะแนนไม่ได้เหตุมีปัญหาด้านความปลอดภัย แต่มั่นใจหยั่งเสียงวันสุดท้ายราบรื่น เชื่อผู้สมัครทั้ง 3 คนเคารพผลไม่มีวีโต ขณะที่ &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; ลั่นถ้าแพ้ขอถอนตัวไม่ต้องเสนอชื่อเข้าที่ประชุมใหญ่ เพื่อเคารพเจตนารมณ์ของสมาชิก ยืนยันหลังสิ้นสุดหยั่งเสียง ปชป.ต้องรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) วันที่ 8 พฤศจิกายน นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (กกต.พรรค) พร้อมคณะ แถลงเชิญชวนให้สมาชิกพรรคออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนหยั่งเสียงในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และ กทม. โดยมีการจัดเตรียมเครื่องมือเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่น่าจะมีปัญหา อุปสรรค โดยเชิญไอทีทั้ง 3 ฝ่ายมาทดสอบเครื่องและทบทวนปัญหาต่างๆ ได้รับคำยืนยันว่าพร้อมทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากปิดการลงคะแนนในเวลา 18.00 น. แล้วจะให้ผู้สมัครทั้ง 3 คนมาพิจารณาร่วมกันก่อนใช้กุญแจทั้ง 5 ดอกเปิดดูผลการหยั่งเสียง คาดว่าภายใน 1 ชั่วโมงน่าจะทราบผล พร้อมกับยืนยันว่าผู้สมัครทั้ง 3 คน จะเคารพผลการหยั่งเสียงครั้งนี้ โดยไม่มีการคัดค้านหรือไม่ยอมรับผลการหยั่งเสียง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่พบว่าบางพื้นที่ในภาคใต้มีปัญหาไม่ให้ผู้สังเกตการณ์ของผู้สมัครบางหมายเลขเข้าไปในพื้นที่นั้น นายชุมพลกล่าวว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหา กกต.มีมติว่าถ้าอยากมีผู้สังเกตการณ์ให้รองหัวหน้าภาคส่งรายชื่อมา โดยขณะนี้ส่งชื่อมาแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขาฯ กกต.พรรค แถลงถึงการปิดการลงคะแนนระบบ IOS เนื่องจากมีปัญหาด้านความปลอดภัย ทำให้ต้องยกเลิกการลงคะแนนผ่านระบบนี้ จึงขอเชิญชวนให้สมาชิกไปใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งแทน โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้แม้จะไม่ได้มีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่มีหน่วยเลือกตั้งก็ตาม พร้อมกับกล่าวขอโทษสมาชิกที่ใช้ระบบ IOS ที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ เนื่องจากความไม่พร้อมของระบบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการลงคะแนนหยั่งเสียง ในส่วนของสมาชิกในกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคเหนือ ว่า ทางพรรคจะเปิดให้มีการลงคะแนนหยั่งเสียงอีกครั้งในวันที่ 9 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. จึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศ ไม่ว่าท่านจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ภูมิลำเนาใดก็ตาม สามารถลงคะแนนได้ที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยใน กทม. ภาคกลาง และภาคเหนือ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดของหน่วยคะแนนได้ที่ http://bit.ly/2CNacXJ สำหรับสมาชิกพรรคที่อยู่ใน กทม. และปริมณฑล นอกจากจะลงคะแนนได้ที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ แล้ว สามารถเดินทางมาลงคะแนนได้ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 67 ถ.เศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-2828-1000 ซึ่งสำนักงานใหญ่ได้เตรียมเครื่องลงคะแนน เพื่อรองรับการหยั่งเสียงไว้เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค ปชป. เบอร์ 2 โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว Warong Dechgitvigrom ระบุว่า กระผมและเพื่อนๆ ในนามของทีม &amp;quot;กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน&amp;quot; เบอร์ 2 ต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่น้องสมาชิกพรรคทั้งประเทศที่ให้การตอบรับพวกเราเป็นอย่างดี พวกเราดีใจมากที่เห็นความตื่นตัวจากพี่น้องสมาชิกพรรคทั้งประเทศ รวมทั้งพี่น้องหลายๆ ท่านได้แสดงถึงความภาคภูมิใจในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพรรคต้นแบบของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้การหยั่งเสียงจะสิ้นสุดในวันที่ 9 พ.ย.61 โดยที่ยังไม่ทราบว่าผลจะออกมาเช่นไร พวกเราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้มีส่วนในการปลุกจิตวิญญาณความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ของเราให้เกิดขึ้นในหัวใจของพี่น้องสมาชิกพรรคทุกคน ไม่ว่าผลการหยั่งเสียงจะออกมาเช่นไร ในวันที่ 9 พ.ย.61 กระผมและเพื่อนๆ ทีม &amp;quot;กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน&amp;quot; เบอร์ 2 ขอยืนยันในเจตนารมณ์เดิมที่เคยประกาศไว้คือ ถ้าพวกกระผมแพ้ผลการหยั่งเสียง กระผมจะขอถอนตัว ไม่ต้องเสนอชื่อเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ในวันที่ 11 พ.ย.61 เพื่อแสดงถึงความเคารพในเจตนารมณ์ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งประเทศ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ชนะ และยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างแก่ผู้ชนะ ในการนำพาพรรคประชาธิปัตย์ของพวกเรา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ระบุอีกว่า ถ้ากระผมชนะผลการหยั่งเสียง กระผมและเพื่อนก็พร้อมที่จะเปิดกว้าง ปรึกษาหารือผู้สมัครท่านอื่น และผู้ใหญ่ของพวกเรา เพื่อสร้างความร่วมมือและช่วยกันนำพาพรรคประชาธิปัตย์ของเราให้เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป หลังจากสิ้นสุดการหยั่งเสียง ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาธิปัตย์ทั้งประเทศจะต้องรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวแล้วครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงหัวหน้าปชป., พรรคประชาธิปัตย์, ระบบ IOS, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be4413c52b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเบตชิงหัวหน้าปชป.จืดสนิท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ดีเบตชิงหัวหน้า ปชป.คึกคัก! 3 แคนดิเดตโชว์วิชั่นนำพรรคชนะเลือกตั้ง ยันแพ้หยั่งเสียงอยู่ช่วยพรรคต่อ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; โต้ &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; เสรีประชาธิปไตยกินได้แต่ไม่โกง &amp;quot;สวัสดิการ&amp;quot; แค่นโยบายไม่ใช่อุดมการณ์ &amp;quot;ถาวร&amp;quot; ชูทุนนิยมสวัสดิการเปลี่ยนให้ทันโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มเวที &amp;quot;ดีเบต &amp;#39;61 ประชาธิปัตย์ คนไทยจะได้อะไร&amp;quot; ซึ่งเป็นการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหมายเลข 2 และนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครหมายเลข 3 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีกองเชียร์ของผู้สมัครแต่ละคนเดินทางมาให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่จัดงานดีเบตนั้น กำหนดให้กองเชียร์ผู้สมัครเข้าได้กลุ่มละ 20 คน ส่วนที่เหลือให้ติดตามการดีเบตที่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์และสื่อโซเชียลของพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านทางจอแอลอีดีขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้รอบที่ทำการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.00 น. ได้เริ่มการดีเบตขึ้น โดยมีคำถามที่ทีมงานเตรียมไว้ จำนวน 9 คำถาม มาจากพิธีกรที่เลือกจากเป็นผู้มีความเป็นกลางในการทำหน้าที่ คือ นายกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าวสามมิติ และนาย ณ กาฬ เลาหะวิไลย ผู้บริหารจากเครือโพสต์พับลิชชิง จำนวน 6 คำถาม และมาจากไลน์แอด จำนวน 3 คำถาม โดยผู้สมัครมีเวลาตอบคนละ 1.30 นาที ทั้งนี้หากระหว่างการตอบคำถามพบข้อพาดพิง จะให้สิทธิ์ผู้ที่ถูกพาดพิงชี้แจงได้ โดยมีเวลา 1.30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีคำถามที่น่าสนใจ อาทิ คำถามเกี่ยวกับจุดยืนของผู้สมัครในการเลือกตั้งเป็นอย่างไร เพราะมีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนและไม่สนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นพ.วรงค์ตอบว่า คำถามนี้คือเกมการเมือง ถ้าตนเป็นหัวหน้าพรรค จะกำหนดเกมเล่นเอง และจะไม่เล่นเกมตามที่กำหนด ไม่เลือกทั้งฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา และหากชนะการเลือก ตนจะต้องมีสิทธิ์ในการเลือกคนมาร่วมทำงานด้วยตัวเอง โดยยึด 4 หลักเกณฑ์ คือ 1.ต่อต้านการปราบปรามการทุจริต เพราะการทุจริตเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ 2.ต้องเคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 3.ไม่เข้าข้างฝ่ายใช้อำนาจโดยมิชอบ และ 4.ต้องจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า จะให้เกียรติพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ถ้าจัดเองไม่ได้ และประชาธิปัตย์เป็นอันดับสอง ก็จะจัดตั้งรัฐบาลเอง ที่สำคัญไม่เอานายกรัฐมนตรีคนนอก เพราะจะก่อวิกฤติให้ประเทศ อีกทั้งเราจะต้องเคารพมติของประชาชนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนปฏิเสธคำถามดังกล่าวมานานแล้ว เพราะไม่ควรผลักให้เราเลือกเฉพาะแค่เผด็จการหรือคนขี้โกง แต่เราจะต้องมีจุดยืนเป็นเส้นทางหลักของประเทศชาติ ภายใต้อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ เสรีนิยมประชาธิปไตย ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลเห็นว่าฝ่ายที่รวบรวมได้เสียงข้างมากมีสิทธิ์จัดตั้ง ทั้งนี้ เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลอยู่ที่นโยบายของแต่ละพรรค เราไม่ได้ต้องการตำแหน่งหากตำแหน่งนั้นไม่สามารถทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้
ชู 4 แนวทางเจาะอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเจาะพื้นที่ภาคอีสานจะมีวิธีอย่างไร เพราะที่ผ่านมาพรรคถูกมองว่าเป็นพรรคของภาคใต้ นพ.วรงค์กล่าวว่า ชีวิตที่ผ่านมาคลุกคลีกับพี่น้องชาวอีสานมาหลายปี และเขาอยากให้เราทำ 4 ข้อ ดังนี้ 1.ออกนโยบายที่จับต้องได้ ไม่ใช่นามธรรม 2.บริหารจัดการภายในต้องเป็นทีมเวิร์ก 3.ต้องให้สาขาพรรคในพื้นที่ดูแลประชาชน และ 4.พรรคต้องสัมผัสได้ คิดเร็วทำเร็ว ที่สำคัญพรรคต้องตีโจทย์ให้แตก โดยการทำให้พรรคเป็นเพื่อนกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า หัวหน้าต้องเป็นของคนทุกภาคทั่วประเทศ และสร้างอนาคตใหม่ให้ชาวอีสาน พ้นจากความยากจน โดยมีนโยบายวางสี่เสาเศรษฐกิจ ห้าฐานการพัฒนา อย่างไรก็ตาม หากดูจากจำนวนสมาชิกพรรคในส่วนภาคอีสาน เชื่อว่าจะได้จำนวน ส.ส.ไม่น้อยกว่า 20 คน เพราะเรามีฐานสมาชิกถึง 1.1 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประโยคที่ว่าประชาธิปัตย์เป็นของคนภาคใต้ คือการสร้างวาทกรรมเท่านั้น แต่ความจริงพรรคถูกขัดขวางไม่ให้สื่อสารและลงพื้นที่ อีกทั้งยังบิดเบือนข้อมูล ซึ่งต่อจากนี้เรามีช่องสื่อสารกับชาวอีสานมากขึ้น เขาจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพรรคว่าจะทำอะไรให้เขาบ้าง และเชื่อว่าเขาจะหันกลับมาสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามสุดท้ายซึ่งเป็นคำถามที่ประชาชนถามเข้ามาเยอะมากที่สุด ถามว่าถ้าท่านแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้จะลาออกจากพรรคหรือไม่ และถ้าท่านชนะครั้งนี้จะสร้างความสามัคคีในพรรคให้เกิดขึ้นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีหลักการทำงานชัดเจนมาตลอด ไม่ใช่คนที่ยึดติดกับตำแหน่ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะจะเกิดอะไรขึ้น ตนมีแนวทางการทำงานของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์กล่าวว่า เรื่องการลาออกเป็นคำถามที่ไม่อยากจะตอบ เพราะประชาธิปัตย์คือบ้านของเรา มีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องอยู่บ้าน ถ้าพี่ๆ น้องๆ ชนะ ตนก็ต้องอยู่บ้านช่วยทำงานที่บ้าน แต่หากตนชนะ จะเชิญทั้งสองท่านมาทำงานกับตน เพราะตนไม่ได้เก่งทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า ไม่ต้องถามถึงแพ้ชนะ แต่ให้พูดถึงว่าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรพรรคจะต้องเป็นเอกภาพ ส่วนถ้าแพ้เลือกตั้งจะลาออกหรือไม่ ตนตอบได้เลยว่า กว่าจะกลับมาได้วิบากกรรมเยอะจริงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นระหว่างนายอภิสิทธิ์กับ นพ.วรงค์ คือกรณีที่ นพ.วรงค์ระบุว่าจะเปลี่ยนอุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยนั้นเป็นเสรีภาพที่เอาเปรียบประชาชน จึงจะเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยสวัสดิการ เพราะทำให้เกิดทุนผูกขาด ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ให้คนด้อยโอกาสอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ ทำให้นายอภิสิทธิ์ใช้สิทธิพาดพิงว่า อุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปัตย์ ตามหลักการคือสนับสนุนการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ส่วนเรื่องสวัสดิการเป็นนโยบายไม่ใช่อุดมการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยหรือสังคมนิยม ต้องใช้ระบบสวัสดิการเช่นเดียวกัน แต่สังคมนิยมจะใช้การเก็บภาษีที่สูงกว่าในขณะที่เสรีนิยมจะใช้ระบบการแข่งขันแบบเสรี และเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า ดังนั้นอุดมการณ์พรรคจะต้องไม่เปลี่ยน
เสรี ปชต.กินได้ไม่โกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครทั้ง 3 คนภายในเวลา 3 นาที โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเป็นผู้นำแนวทางการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาดำเนินการ ซึ่งเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงพรรคเอาเทคโนโลยีมาให้ประชาชนมีส่วนร่วม พิสูจน์ว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่เป็นประชาธิปไตยและทันสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นผู้นำการเมืองและเป็นสถาบันการเมืองอย่างแท้จริง หลังวันที่ 5 พ.ย. มีภารกิจนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้ง เอาประเทศออกจากหล่มที่ติดมานานกว่า 10 ปี ประชาธิปัตย์เป็นตัวของตัวเองเป็นทางหลักที่มีทางเลือกดีกว่าเผด็จการและคนโกงด้วยจุดยืนเสรีนิยมประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยที่กินได้แต่ไม่โกง สานต่อนโยบายประกันรายได้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กองทุนการออม นโยบายเรียนฟรีไปสู่การศึกษาที่มีคุณภาพ ฯลฯ และมีแนวคิดใหม่แบบก้าวกระโดด ขจัดการผูกขาดทั้งภาครัฐและเอกชน เลือกผู้ว่าราชการจังหวัด และตนในฐานะประธานอาเซียนปีหน้าจะนำประเทศไทยเป็นหนึ่งในภูมิภาคอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เคารพทุกท่าน 27 ปีที่ผมเป็นนักการเมืองในนามพรรค ผมทุ่มเทชีวิตการทำงานของผมให้กับพรรคการเมืองพรรคนี้ แต่สิ่งที่ผมทุ่มเทให้เทียบไม่ได้กับบุญคุณที่พรรคมีกับผม กับคุณูปการที่พรรคนี้มีให้กับประเทศชาติ ผมปกป้องพรรค ต่อสู้เพื่อพรรคและประชาชนในทุกสถานการณ์ ภัยคุกคามต่อพรรคยังมี ยังมีคนจ้องทำลาย ยังมีคนอยากใช้พรรคเป็นเครื่องมือ ผมไม่ยอม และผมใช้โอกาสนี้ให้เจ้าของพรรคตัวจริง พลิกวิกฤติเป็นโอกาส นอกจากรักษาพรรค รักษาอุดมการณ์แล้ว นำประเทศไทยไปสู่ความรุ่งเรืองด้วย&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์กล่าวว่า เชื่อมั่นเจ้าของพรรคคือประชาชน และอดีตที่ผ่านมาเจ้าของพรรคมีโอกาสน้อย ถ้าตนชนะ ใจกว้าง ใจใหญ่ ที่จะเชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างพรรคประชาธิปัตย์ให้แข็งแกร่ง ถ้าแพ้จะให้ความร่วมมือทุกเงื่อนไข พรรคประชาธิปัตย์เป็นบ้านของทุกคนไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ตนรักบ้านหลังนี้ไม่น้อยกว่าคนอื่น การลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านหลังนี้เข้มแข็งได้ หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหนื่อยแบบแสนสาหัส ความรู้สึกเหมือนสู้กับระบอบทักษิณในปี 48 บางครั้งอ้างว้าง เพราะหลายคนไม่กล้าคุยกับตน แต่ตนถือว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นของตนและจะเป็นพรรคสุดท้ายที่ตนใช้ชีวิตทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอลงกรณ์ ได้นำน้ำครำจากคลองแสนแสบมาประกอบการแสดงวิสัยทัศน์ของตัวเอง ว่าเป็นตัวอย่างของการเมืองน้ำเน่าที่สร้างปัญหา ทำให้ต้องปักธงการเมืองสีขาวเหมือนน้ำบริสุทธิ์ที่ทุกคนต้องดื่ม ซึ่งจะทำให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ผู้นำต้องเด็ดขาด เด็ดเดี่ยว ถ้าตนเป็นหัวหน้าพรรค ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อจะขอใบลาออกล่วงหน้า หากมีปัญหาเรื่องทุจริตจะปลดทันที หากเป็นรัฐบาลจะขอใบลาออกจากรัฐมนตรีทุกคน และตนจะยื่นใบลาออกล่วงหน้าไว้ด้วย หากมีข่าวทุจริต กรรมการคุณธรรมจะตรวจสอบภายใน 36 ชั่วโมง ไม่ต้องรอให้ใครมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนขอโอกาสเป็นผู้นำพรรคสร้างจุดเปลี่ยนพรรค จุดเปลี่ยนการเมือง และจุดเปลี่ยนประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;ทำไมต้องเปลี่ยน&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนตำแหน่งนโยบายใหม่ หันเข้าสู่เส้นทางที่สาม หรือทุนนิยมสวัสดิการ หรือบางครั้งก็เรียกว่า &amp;ldquo;ทุนนิยมดูแลกัน&amp;rdquo; เพราะ &amp;ldquo;เสรีประชาธิปไตย&amp;rdquo; อย่างเดียวมีแต่อุดมการณ์จึงมองไม่เห็นและกินไม่ได้ นี่คือตัวอย่างที่คิดว่าสิ่งแรกที่เราต้องเปลี่ยน คือจุดยืนของพรรคและนโยบายของพรรค ซึ่งจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ย่ำอยู่กับที่ เหมือนคนไม่รู้จักสรุปบทเรียน จึงไม่กล้าเปลี่ยน ดังนั้นต้องหาจุดยืนและนโยบายใหม่ เพื่อยกระดับพรรคให้ทันสมัยและตามกระแสโลกได้ทัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงหัวหน้าปชป., ชูทุนนิยมสวัสดิการเปลี่ยนให้ทันโลก, หนังสือพิมพ์, เสรีประชาธิปไตยกินได้แต่ไม่โกง, แค่นโยบายไม่ใช่อุดมการณ์, โชว์วิชั่นนำพรรคชนะเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd30bb1c1f20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
