<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 พรรคถกแก้รัฐธรรมนูญ จ่อยื่น 6 ฉบับแยกเป็นรายมาตรา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;เม.ย.64 - นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปพรรค เผยว่า ได้หารือร่วมกันกับตัวแทนกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 3 พรรค ประกอบด้วย นายชินวรณ์ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และนายนิกร จำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งจากการหารือมีความเห็นร่วมกันที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตรา โดยจะแยกเสนอเป็นรายฉบับ ดังนี้ ฉบับที่ 1 ประเด็นมาตรา 256 แก้ไขจากยากให้ง่ายขึ้น โดยใช้เสียง 3 ใน 5 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ฉบับที่ 2 ประเด็นมาตรา 272 ส.ว.ไม่สิทธิ์โหวตนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 3 ประเด็นหมวดสิทธิเสรีภาพและสิทธิชุมชน ฉบับที่ 4 ประเด็นหมวดการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและธรรมาภิบาล ฉบับที่ 5 ประเด็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และฉบับที่ 6 ประเด็นที่ระบบการเลือกตั้งเป็นระบบบัตร 2 ใบ ซึ่งจากการหารือได้มอบหมายให้พรรคประชาธิปัตย์ไปยกร่างและนำกลับมาหารือร่วมกันอีกรอบในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะเสนอต่อประธานรัฐสภาได้ในสมัยประชุมที่จะถึงนี้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า กรณีพรรคพลังประชารัฐ ให้ส.ส.ลงนามเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน5ประเด็น 13มาตรานั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี และได้คุยกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล และนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แล้ว ว่าประเด็นใดที่เห็นพ้องต้องกันก็พร้อมที่สนับสนุน ในส่วน 3 พรรคที่หารือกันนั้นก็มีข้อสรุปตรงกันว่ายินดีร่วมมือกับทุกพรรครวมถึงภาคประชาชนด้วย เพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98055</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวรณ์ บุญยเกียรติ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065d7e478e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชินวรณ์&#039; แจง กมธ.เสนอข้อมูลสำคัญกว่าความเห็น หลังโดน ส.ว.-ฝ่ายค้านอัดรายงานไร้ทางออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63 - เมื่อเวลา 12.20 น. นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกมธ. กล่าวว่า จากการวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกรัฐสภาเกี่ยวกับรายงานไม่มีทางออกให้ใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจลงมตินั้น ทางคณะกมธ.ได้พูดคุยกันมาก และเห็นว่าเพื่อให้เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก ดังนั้น การเสนอข้อมูลทางกฏหมาย และองค์ความรู้ที่ถูกต้องชัดเจน เป็นเรื่องที่สำคัญกว่าความคิดเห็นที่เป็นมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันนั้น ทางคณะกมธ. อยากเชิญชวนอีกครั้งให้ร่วมกันพิจารณาในวาระชั้นกมธ. อาจมีความเห็นไม่ตรงกันหมด ร่างของรัฐบาลและร่างของฝ่ายค้านให้แก้มาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;และเพิ่มหมวดใหม่ก็จริง แต่ก็ยังมีประเด็นที่แตกต่างกันอยู่ เช่น องค์ประกอบของส.ส.ร. การจัดทำประชามติ การให้รัฐสภาตรวจสอบก่อนลงพระปรมาภิไธย เป็นต้น ส่วนที่อาจเกี่ยวข้องกับจุดยืนและหลักทางการเมือง เราคิดว่าถ้านำความคิดเห็นของทุกส่วนมาดำเนินการได้ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo; นายชินวรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะผู้เสนอร่าง เราได้ศึกษาอย่างรอบคอบในนามรัฐบาลว่าร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปตามรัฐธรรมนุญและไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด&amp;nbsp;15 ตั้งแต่อนุหนึ่งถึงเก้า และเพิ่มหมวด 15/ 1 ไม่มีบทบัญญัติใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หลักการใหญ่&amp;nbsp;โดยแก้ไขมาตรา 256 จากแก้ไขรัฐธรรมนูญจากยากให้ง่าย และแก้ไขเพิ่มเติมให้มีส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เรายังยึดตามหลักสำคัญของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ไว้ในมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;(7) และ(8) เมื่อร่างเสร็จแล้วก็ต้องทำประชามติ นั่นก็ถือว่าสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือหลักสถาปนารัฐธรรมนูญโดยขอความเห็นชอบจากประชาชน หากรัฐสภาเห็นด้วย พอเห็นด้วยแล้วก็ทำประชามติ เมื่อผลประชามติเห็นด้วยจึงมีส.ส.ร.&amp;nbsp; ส.ส.ร.จะเกิดขึ้นก็โดยแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่เสนอเสียก่อน เมื่อมีการแก้แล้ว ก็ต้องนำกลับเข้าสู่รัฐสภา และนำสู่การทำประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตาร์ เคยแสดงความคิดเห็นว่า มีหลักการใหม่ยืนยันว่ามีวิธีการที่จะแก้ไขเพิ่ม&amp;nbsp;โดยได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่ามีหลักการใหม่ที่ยืนยันว่าสามารถแก้ไขวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เช่นกัน แต่ต้องดำเนินการประชามติด้วย จึงเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สามารถกระทำได้และไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเคยดำเนินการมาแล้วในปี 38 ที่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี&amp;nbsp;34 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญปี 40 โดยรัฐธรรมนูญ ปี 38 กำหนดไว้เพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม และไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดให้จัดฉบับใหม่ได้ ดังนั้น เรื่องนี้อยู่ที่มติของรัฐสภาว่าเห็นชอบจะให้จัดทำฉบับใหม่หรือไม่ให้จัดทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการทำประชามตินั้น ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องความคิดเห็นว่าเนื่องจากปี 60 แล้วรัฐธรรมนูญได้เห็นข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ไม่ได้มีบทบัญญัติไว้เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทำให้เมื่อปี 55-56 ก็มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญและมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำวินิจฉัยที่ได้มีการอ้างถึง คือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 18/2555 ต้องยอมรับว่าขณะนั้นกับขณะนี้บริบทรัฐธรรมนูญคนละฉบับกัน ทั้งนี้ ทางกมธ.ของเรายึดมั่นในกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 60 มีบทบัญญัติไว้ในมาตรา 256 (7) และ(8) ในเรื่องการทำประชามติ และมาตรา 256 (9) หลังจากรัฐสภาเห็นชอบวาระสามแล้ว ต้องทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง ทั้งหมดนี้จึงชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการแก้ไขเพิ่มเติมในคราวนี้ เราก็จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;


	เพื่อไทยผวา!&amp;#39;ไอลอว์&amp;#39;พาไปตาย จ่อเทร่างแก้รธน.ในสภา&amp;nbsp;
	&amp;#39;ไพศาล&amp;#39;ลากไส้3นิ้วหลอกเด็กไปหา&amp;#39;หนวดเต่า-เขากระต่าย&amp;#39;
	งานเข้า!&amp;#39;สุกัญญา มิเกล&amp;#39;ถูกยกเลิก ห้ามร้องเพลง&amp;#39;ดีดีกันไว้&amp;#39;
	&amp;#39;หมอวรงค์&amp;#39;ลั่น!คัดค้านร่างแก้รธน. โดยเฉพาะของ&amp;#39;ไอลอว์&amp;#39;กฎหมายขี้ข้าต่างชาติ
	เริ่มแล้ว!ประชุมสภาฯชำเรารธน. ก้าวไกลเปิดฉากเอาใจ3นิ้ว
	ไทยภักดีมีฉุน &amp;#39;การุณ-สส.เพื่อไทย&amp;#39; ปูดม็อบต้านแก้รธน.จ้างมาหัวละ 500 บาท
	&amp;#39;สามสี&amp;#39; ชู 5 ข้อไม่จำเป็นต้องแก้รธน. สถาบันฯก็พัฒนาไปสู่การปฏิรูปอยู่แล้ว
	3 นิ้วสูงวัย ด่าลั่น&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84104</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวรณ์ บุญยเกียรติ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3714c7d405.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชินวรณ์&#039;ยันประชาธิปัตย์พร้อมเปิดประตูแก้รธน. เรียกส.ส.หารือพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 ส.ค.63- &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์สรุปชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่าพรรคเห็นด้วยในการแก้มาตรา 256 เพื่อต้องการเปิดประตูในการไปแก้ไขในประเด็นต่างๆให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น สำหรับการยื่นญัตติพรรคก็จะมีการนัดประชุมส.ส.ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ เพื่อที่จะได้รวบรวมประเด็นและขับเคลื่อนไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการจะแก้มาตรา 256 ก็ต้องมี 1.แสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เห็นพ้องต้องกัน และถ้ามีประเด็นใดที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินหรือทำให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น 2.สามารถแก้ไปพร้อมกับการก้ไขมาตรา 256 ได้ และ3. หากมีแนวความคิดที่จะให้บุคคลภายนอกมาร่วมเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ก็ต้องมีคำถามตามมาว่าจะมีกระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มี ส.ส.ร.อย่างไร มีองค์ประกอบอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องเป็นกระบวนการที่มีความชัดเจน อย่างน้อยที่สุดยื่นยันได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมที่จะเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะมีการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลในการร่วมลงมติอย่างไร นายชินวรณ์ กล่าวว่า ต้องแสวงหาความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่นในการเข้าชื่อเสนอญัตติ เพื่อให้เกิดความเป็นจริง ซึ่งต้องใช้ 100 เสียง &amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลตนคิดว่าเราควรที่จะได้มีการหารือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะวิป 3 ฝ่ายคือฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และส.ว. เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของวิปรัฐบาล ได้วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เนื่องจากมีข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ประธานกมธ. ก็ประกาศว่าจะเร่งรัด ให้การศึกษาเร็วขึ้นเพื่อที่จะให้เสร็จทันสมัยประชุมนี้ &amp;nbsp;โดยจะเสร็จในวันที่ 27 ส.ค.และสรุปรายงานในวันที่ 8 ก.ย. โดยเป็นไปตามเวลาไม่ได้ยืดเยื้ออะไร เมื่อองค์ประกอบพร้อม วิปรัฐบาลก็ต้องมีกาหารือเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีเส้นตายอย่างไรนั้น ตนคิดว่าไม่ใช่เส้นตาย แต่เป็นเรื่องเส้นเป็น &amp;nbsp;เมื่อมีการเสนอ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เราได้ให้เวลามาระยะหนึ่ง และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศชัดเจนที่จะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และประเด็นอื่นๆที่ทำให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น เพียงแต่ต้องทำตามมาตรา 256 ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญก่อน และการที่จะทำให้ส.ว.มาร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญเราก็ต้องมีความชัดเจนว่า เป้าหมายในการแก้ไขคืออะไร นอกจากเปิดทางในการแก้มาตรา 256 แล้ว ก็ต้องมีความชัดเจนในประเด็นอื่นด้วย ซึ่งหากเรามีความชัดเจน ก็จะสามารถแสวงหาความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆได้ ดังนั้น ตนเห็นว่า รัฐบาลต้องมีความจริงใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ครั้งนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ แต่ส่วนอื่นๆตนไม่กล้ารับประกันว่า จะแก้ไขจริงๆหรือไม่ อย่างไรก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องตอบโจทย์นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวรณ์ บุญยเกียรติ, ประชาธิปัตย์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc68a6b9c9ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม24ปชป.รวมตัวแสดงพลังร่วมรัฐบาล &#039;ชินวรณ์&#039; ปัดตอบพายเรือให้โจรนั่งแค่วาทกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมของส.ส.พรรคที่ลงมติเห็นด้วยไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ และมีจุดยืนเห็นด้วยให้พรรคร่วมรัฐบาลต่อไป จำนวน 24 คน โดยมีนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และประธานวิปพรรค เป็นประธาน โดยมี ส.ส.จำนวนหนึ่งเข้าร่วม อาทิ นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี นายภาณุ ศรีบุณยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ซึ่งส.ส.ที่ไม่เห็นด้วยกับจุดยืนนี้ไม่ได้เข้าร่วมแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.00 น. นายชินวรณ์ แถลงว่า สาเหตุที่รวมตัวกันเพราะพวกเราเห็นว่ามีเรื่องที่ควรจะปรึกษาหารือ จึงได้นัดหมายส.ส.บางส่วนมาพูดคุยกันในช่วงปิดสมัยประชุมสภา ทั้งในเรื่องสถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 พิษเศรษฐกิจ และภัยแล้ง ประกอบกับเพื่อนส.ส.กลุ่มหนึ่งเห็นว่าควรปรึกษาหารือในประเด็นทางการเมือง ซึ่งเสมือนหนึ่งทำให้พรรคขาดเอกภาพ ในฐานะที่ตนเป็นประธานวิปของพรรคจึงได้ให้ทุกคนหารือกันอย่างกว้างขวาง และมีความคิดเห็นร่วมกันว่าควรเสนอให้ผู้บริหารพรรคต่อไป โดยเฉพาะในประเด็นของการร่วมรัฐบาล เป็นประเด็นที่เป็นมติของพรรค พวกเราทุกคนจึงเห็นว่าขอให้เพื่อนสมาชิกแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบมติของพรรค เพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาในการประสานงานกับพรรครัฐบาลได้ ส่วนข้อเสนอกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)และการเมืองต่างๆ แม้พรรคจะมีประชาธิปไตยสูง ถ้ามีส่วนเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน ขอให้สมาชิกระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่ใช่จำกัดสิทธิ์แสดงความคิดเห็น เพราะทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ในฐานะส.ส.อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับกลุ่มที่ต้องการให้พรรคถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร นายชินวรณ์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกทั้งหมดในการแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่จะกระทบกับพรรค &amp;nbsp;แต่เราเชื่อมั่นว่าทุกคนมีวินัยในการอยู่ร่วมกัน จึงอยากให้ทุกคนร่วมมือ ตลอดระยะเวลาที่พรรคผ่านร้อนผ่านหนาว ทุกคนก็มีความรับผิดชอบและยึดอุดมการณ์พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าสามารถทบทวนมติเดิมของพรรคได้หรือไม่ เพราะส.ส.อีกกลุ่มคิดว่าการบริหารราชการของรัฐบาลติดเงื่อนไข 3 ข้อของพรรคในการร่วมรัฐบาลแล้ว นายชินวรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่มีการประชุมจึงยังทบทวนมติพรรคไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเรื่องการทุจริตนั้น เราต้องรอให้ผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติงานออกมาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนในฐานะที่เป็นรองประธานกมธ.วิสามัญศึกษาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันว่าพรรคได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และเสนอประเด็นที่เป็นปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งขณะนี้ทางคณะกมธ.อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่ารัฐบาลยังสุจริตอยู่ใช่หรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า พรรคได้มีมติไปแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ จะไปตัดสินใจเอาแต่ความรู้สึกและข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนก็ไม่ได้ ทุกคนก็ต้องเคารพมติพรรค และกรณีที่ผู้ติดตามร.อ.ธรรมนัส เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;ก็ต้องขอให้ตรวจสอบ ซึ่งร.อ.ธรรมนัสประกาศชัดเจนแล้วว่าต้องตรวจสอบ และเราถือว่าการกักตุนเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ซึ่งขณะนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นรมว.พาณิชย์ที่รับผิดชอบกรมการค้าภายในก็ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่อยู่กระบวนการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับคำว่า &amp;ldquo;พายเรือให้โจรนั่ง&amp;rdquo; นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่อยากตอบคำถามนี้ เพราะเป็นเพียงแค่วาทกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงขอบเขตคำว่าทุจริตของพรรค นายชินวรณ์ ชี้แจงว่า ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่มีใบเสร็จก็ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลาออกออกไป แม้ตอนหลังจะไม่ผิด เราเชื่อมั่นว่านายกมีหน้าที่หลักในการพิจารณาคุณสมบัติรัฐมนตรี ท่านก็ต้องรับผิดชอบ และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่มีความชัดเจนออกมา เราพร้อมให้พรรคพิจารณาทบทวนมติร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าการพูดเช่นนี้ต้องการฝากสารไปถึงนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่ต้องการฝากใคร เพราะทุกคนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ออกมาระบุว่าจะมีกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ลาออกอีก นายชินวรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ และที่ประชุมวันนี้ก็ไม่ได้พูดคุยในประเด็นดังกล่าว &amp;nbsp;อีกทั้งไม่ควรมีใครมาคาดการณ์กก.บห.พรรคจะลาออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวรณ์ บุญยเกียรติ, พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69d161b3a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ชิงเสียงพื้นที่ใต้สุดคึก นิพิฏฐ์ยืดอกตายบ้านเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3 แคนดิเดตหัวหน้า ปชป.หาเสียงภาคใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาร์ค&amp;quot; อ้อนคนเมืองคอน ลั่นนำพรรคเป็นรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; ลุยโรงงานปาล์มน้ำมัน โอ่เป็นนายกฯ ราคาดีขึ้นใน 3 เดือน &amp;quot;อลงกรณ์&amp;quot; ชูยุทธศาสตร์ภาคใต้ยุคใหม่ &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ลั่นถึงแพ้ซ้ำซาก แต่เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 11.00 น. ที่บ้านพักนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ บ้านคลองกุย อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาพบปะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในภาคใต้หลายคน พร้อมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่เกือบ 5,000 คนมาต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอภิสิทธิ์ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยกับสมาชิกพรรคว่า ต้องการให้ประชาชนเจ้าของพรรคตัวจริงเป็นคนเลือก เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย และมีจุดยืนในแนวทางประชาธิปไตย จึงต้องทำอะไรที่ใหม่ๆ ให้เป็นตัวอย่าง ส่วนหลายพรรคการเมืองกลับมองว่าเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะฉวยโอกาสในการหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ไปในตัว ยืนยันว่ารูปแบบการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเช่นนี้ ตนและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์ พรรคการเมืองใดจะใช้วิธีแบบเดียวกันนี้ก็สามารถทำได้ เราเลือกหัวหน้าพรรคโดยให้ประชาชนเจ้าของพรรคตัวจริงมีส่วนร่วม ไม่ได้แค่ไปพบสอบถามที่ฮ่องกงว่าจะให้ใครเป็นหัวหน้าพรรคเหมือนบางพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การปฏิวัติยึดอำนาจที่บอกว่าจะเข้ามาเพื่อปฏิรูปปรับปรุงในหลายๆ ด้าน แต่ผ่านมากว่า 4 ปี แทบไม่มีอะไรจับต้องได้เลยว่ามีอะไรที่ได้รับการปฏิรูปบ้าง บ้านเมืองย่ำแย่ เพราะเขาไม่เข้าใจในรูปแบบการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ยอมรับว่ารัฐบาลนี้ก็พยายามหลายอย่างที่จะทำเพื่อให้ผลดีต่อประชาชน แต่เขาทำไม่ได้ เพราะเขาไม่เข้าใจ ไม่เคยสัมผัสประชาชนอย่างแท้จริง เพราะไม่มีตัวแทนที่ใกล้ชิดประชาชนเหมือน ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชน ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนเชื่อว่าชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเจ้าของพรรคประชาธิปัตย์ตัวจริงกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกสมัย ส่วนจุดยืนในการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ.2562 นั้น เห็นว่ารัฐบาลบริหารประเทศจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ไม่ยอมรับรัฐบาลโกงเหมือนที่เคยมีมา ถึงจะเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง แต่เข้ามาโกงเราไม่ยอมรับแน่นอน&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 2 พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม, นายวิทยา แก้วภราดัย &amp;nbsp;ได้เดินทางไปโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ป.พานิชรุ่งเรือง ปาล์มออยล์ ม. 5 ต.ทับปริก อ.เมืองฯ จ.กระบี่ เพื่อพบปะกลุ่มผู้สนับสนุน และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ &amp;nbsp;โดยมีนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ &amp;nbsp; ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้าน ในพื้นที่ อ.เมืองกระบี่ และใกล้เคียงประมาณ 200 คนให้การต้อนรับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์กล่าวว่า เดินทางมาครั้งนี้เพื่อแนะนำตัว และรับฟังปัญหาด้านต่างๆ เพื่อกำหนดนโยบายหาแนวทางแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาสินค้าการเกษตร &amp;nbsp;ยางพาราและปาล์มน้ำมันที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญ &amp;nbsp; &amp;nbsp;และการที่ตนอาสาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เพราะมั่นใจว่าสามารถที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน และหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะเร่งแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาสินค้าการเกษตรตกต่ำ &amp;nbsp;เช่น ยางพาราและปาล์มน้ำมัน จะต้องดีขึ้นภายในระยะเวลา 3 เดือน และยินดีต้อนรับทุกพรรคผู้ที่จะมาร่วมรัฐบาล แต่จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ คือ ต้องไม่โกง ต้องเคารพกฎหมาย ไม่ใช้อำนาจในทางมิชอบ และข้อสำคัญมีความจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะเปรียบเทียบผมกับอดีตนายกฯ ทักษิณนั้น &amp;nbsp; ผมไม่เป็นรองแน่นอน ที่สำคัญมีความสดกว่า มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช้อำนาจในทางมิชอบ และที่สำคัญผมจงรักภักดี&amp;rdquo; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเอเชี่ยน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา &amp;nbsp; นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 &amp;nbsp;ได้แถลงจุดยืนทางการเมือง โดยมีประชาชนชาวหาดใหญ่กว่า 100 คนให้การต้อนรับว่า หากสมาชิกพรรคสนับสนุนตนเป็นหัวหน้า จะนำประชาธิปัตย์สู่ชัยชนะที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการยกระดับอัพเกรดภาคใต้สู่ยุคใหม่ จะเป็นการสานงานต่อ ก่องานใหม่จากหัวหน้าพรรค, ส.ส.พรรค สาขาพรรค และสมาชิกพรรค ที่ร่วมกับทุกภาคส่วนพัฒนาภาคใต้ก้าวหน้ามาถึงวันนี้ ไม่ว่ายามเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี 5 เป้าหมาย 6 นโยบาย ดังนี้ 5 เป้าหมายภาคใต้ยุคใหม่ คือ 1.ศูนย์กลางเส้นทางการค้าของโลก 2.Gateway อาเซียนใต้และแปซิฟิกใต้ 3.เขตพิเศษฐานเศรษฐกิจใหม่ยาง/น้ำมันปาล์ม/ผลไม้/ประมง 4.ฮับท่องเที่ยวและไซเบอร์ของอาเซียน และ 5.ยกระดับรายได้ประชาชนคนใต้ เท่าตัวภายในไม่เกิน 6 ปี (10,000 เหรียญ per capita)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 6 นโยบายขับเคลื่อน คือ 1.ยุทธศาสตร์คลองไทยคลองโลก โครงการแห่งอนาคต International Trade Lane และ SEZ (Global Southern Economic Corridor : GSEC : จีเซค) 2.นโยบาย 100 ท่าเรือ 2 ทะเล 2 อ่าว (อ่าวไทย-อ่าวเบงกอล) 3.นโยบายโลจิสติกส์การบินและไซเบอร์ ฮับ ศูนย์กลางการบิน/ไซเบอร์ ใต้บน-ใต้กลาง-ใต้ล่าง เชื่อมไทย-เชื่อมโลก 4.นโยบายทางด่วนพิเศษ South Spider ทางรางทางบก 5.นโยบายลิมอดาซา 555 ร่วมมือ 5 จังหวัด 5 รัฐ 5 สาขา เปลี่ยนบังเกอร์เป็นเคาน์เตอร์ และ 6.นโยบายเขตพิเศษฐานเศรษฐกิจใหม่เกษตรอุตสาหกรรมยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ประมง ท่องเที่ยว ด้วยการบริหารแนวใหม่และองค์กรบริหารรูปแบบใหม่ทันสมัยโปร่งใสศักยภาพสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;แพ้ซ้ำซาก&amp;rdquo; ว่า มีหลายคนท้อแท้ อับอาย ว่าประชาธิปัตย์มีจุดอ่อนที่แพ้ซ้ำซาก บางคนถึงกับคิดจะตีจากไปอยู่กับผู้ชนะ ตนไม่มีความเห็นเรื่องการตีจาก แต่ขอให้พิจารณาความพ่ายแพ้ของพรรค กับการรักษาอุดมการณ์ของพรรค ว่า หากเรายังรักษาอุดมการณ์ทั้ง 10 ข้อในการก่อตั้งพรรคไว้ได้ แม้เราจะพ่ายแพ้ ก็ถือว่าเรายังไม่ทรยศต่ออุดมการณ์ หากเราชนะแต่ละทิ้งอุดมการณ์เราก็หาได้ชื่อว่าประชาธิปัตย์ไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเปรียบประเทศนี้เป็นรถยนต์ มีผู้โดยสารเต็มรถ &amp;nbsp;ผู้ชนะได้เป็นรัฐบาลก็เหมือนกับคนขับรถที่ถือพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งนำรถไปข้างหน้า เราผู้พ่ายแพ้ก็เหมือนเป็นเบรกรถ คอยแตะในจังหวะที่คอยชะลอหรือหยุดรถในจังหวะที่ควรหยุด 10 ปีที่ผ่านมาคนขับรถคันนี้ขับอย่างเมามัน ใช้ทรัพยากรอย่างสุรุ่ยสุร่าย เห็นได้ว่ารถคันนี้กำลังจะนำผู้โดยสารไปตกเหวเราก็แตะเบรก และหยุดรถ ไม่ให้ผู้โดยสารได้รับอันตราย เราก็ภูมิใจในการทำหน้าที่เพื่อให้ประเทศนี้ปลอดภัย ผมจึงไม่อับอาย ไม่เย้ยหยันพรรคในความพ่ายแพ้ที่ผ่านมา แต่คิดว่าจะใช้เป็นพลัง เป็นบทเรียน เพื่อปรับปรุงให้พรรคกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คนของเราไม่ติดคุกด้วยการทุจริต คนของเราไม่ถูกริบทรัพย์เป็นของแผ่นดิน คนของเรายังหายใจสบายในแผ่นดินแม่ไม่ต้องลี้ภัยไปตายต่างประเทศ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน นั่นคือจุดแข็งของเราประชาธิปัตย์มิใช่หรือ&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20403</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวรณ์ บุญยเกียรติ, ถาวร เสนเนียม, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พรรคประชาธิปัตย์, วิทยา แก้วภราดัย, สมศักดิ์ กิตติธรกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc8e5102dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
