<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039;ยก&#039;ชินโซะ อาเบะ&#039;เทียบกรณีปรีดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบศ.)ถึงกรณีที่นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติหรือไม่ว่า เรื่องคนป่วยมันห้ามกันไม่ได้ ก่อนหน้านี้นายชินโซะ อาเบะ อดีตนายกฯญี่ปุ่น ประกาศลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดเมื่อเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ยืนยันไม่กระทบความเชื่อมั่นต่างชาติเพราะมีคนอื่นดูแลได้อย่างน้อยนายกฯ ก็ดูแลได้ และในที่ประชุมวันนี้ก็ไม่มีใครตั้งคำถามเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกคนเข้าใจดีคนป่วยก็คือคนป่วยไม่สามารถทำงานตามเป้าหมายได้เหมือนที่นายชินโซ พูดว่าที่ลาออกเพราะไม่สามารถดูแลผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศได้อย่างเต็มที่ ยืนยันว่าเหตุผลที่นายปรีดี ลาออกเพราะอาการป่วยไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะทราบว่านายปรีดีไปตรวจแล้วพบว่าป่วยจริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76236</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ชินโซะ อาเบะ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ปรีดี ดาวฉาย, ศบศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44c149d0c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพเรือญี่ปุ่นขยายภารกิจสู่อ่าวเปอร์เซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : เรือพิฆาตชั้นทากานามิ (Takanami)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา : http://www.seaforces.org/marint/Japan-Maritime-Self-Defense-Force/Destroyer/Takanami-class_DAT/DD-114-JDS-Suzunami.htm&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำประกาศส่งเรือพิฆาตสู่ตะวันออกกลางเพื่อรวบรวมข่าวกรอง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงจุดยืนของรัฐบาลญี่ปุ่นอีกครั้งว่ากำลังละเมิดรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้มีกองทัพเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ชินโซะ อาเบะ นายกฯ ญี่ปุ่น กล่าวในโอกาสส่งเรือพิฆาตทากานามิ (Takanami) สู่ภูมิภาคตะวันออกกลางว่า &amp;ldquo;การรักษาความปลอดภัยต่อเรือลำเลียงสินค้าที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล&amp;rdquo; เป็นภารกิจเก็บรวบรวมข้อมูลการข่าวที่จำเป็น มีผลสำคัญต่อชีวิตคนญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดนี้นายกฯ อาเบะสื่อในความหมายกว้างคือ &amp;ldquo;เรือที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น&amp;rdquo; ซึ่งอาจเป็นเรือต่างชาติที่ส่งสินค้าสู่ญี่ปุ่น หรือตีความไกลกว่านั้นคือเรือทุกลำที่อยู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะทั้งหมดอาจส่งผลต่อเรือลำเลียงสินค้าต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลเพิ่มเติมคือเรือทากานามิจะปฏิบัติภารกิจร่วมกับเครื่องบินลาดตระเวน P-3C ของญี่ปุ่น เพื่อความปลอดภัยของเรือสินค้าญี่ปุ่นที่แล่นในย่านนั้น และพร้อมใช้กำลังปกป้องเรือญี่ปุ่น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐ แต่ไม่วายว่าประกาศพร้อมใช้กำลังปกป้องเรือสินค้าประเทศตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงกลางปี 2019 เกิดเหตุตึงเครียดหลายครั้งในอ่าวเปอร์เซีย เริ่มจากเรือบรรทุกสินค้าจำนวน 4 ลำ (บางลำเป็นเรือบรรทุกน้ำมัน) ถูกก่อวินาศกรรมแถบชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ วันต่อมาเครื่องโดรนติดอาวุธโจมตีสถานีสูบน้ำมัน 2 แห่งของซาอุฯ สถานีหนึ่งถึงกับไฟไหม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ลงมือ รัฐบาลสหรัฐ ซาอุฯ และพวกชี้ว่าอิหร่านต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลทรัมป์ขอให้พันธมิตรส่งเรือรบร่วมคุ้มกันอ่าวเปอร์เซีย ร่วมภารกิจตรวจตราช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่รัฐบาลอิหร่านขู่เรื่อยมาว่าจะปิดเส้นทางดังกล่าวหากจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ละเมิดรัฐธรรมนูญหรือประนีประนอม :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งเรือรบไปตะวันออกกลางเป็นประเด็นถกเถียง แบ่งเป็น 2 มุมคือฝ่ายที่มองว่าละเมิดรัฐธรรมนูญกับอีกฝ่ายที่อธิบายว่าเป็นการประนีประนอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มุมมอง 1 ละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลอาเบะประกาศว่าเน้นเก็บข่าวกรองและจะทำหน้าที่เพียง 1 ปีหากเกินกว่านั้นต้องขออนุมัติใหม่ เกิดคำถามว่าเพื่อการดังกล่าวเท่านั้น หรือผู้สงสัยเจตนาจะตั้งคำถามว่ารัฐบาลจงใจละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยการปกปิด บิดเบือนว่าเป็นเพียงเก็บข้อมูลหรือไม่ ทำตามคำขอจากรัฐบาลสหรัฐใช่ไหมที่รัฐบาลอาเบะยืนยันว่าเป็นปฏิบัติการเอกเทศไม่เกี่ยวกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าตอบว่าไม่ได้ส่งไปช่วยสหรัฐ ทำไมต้องส่งเรือรบไปบริเวณนั้นในเวลาช่วงนี้ ถ้าตอบว่าช่วยทางอ้อมจะโดนวิพากษ์ว่าละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือรัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดให้กองทัพมีหน้าที่ป้องกันตัวเท่านั้น หากบิดเบือนอาจเป็นเหมือนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเปิดฉากทำสงครามด้วยเหตุผล &amp;ldquo;เพื่อป้องกันตนเอง&amp;rdquo; เพื่อความอยู่รอดจำต้องขัดขวางสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส ไม่ให้มีอิทธิพลในเอเชียต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักคิดก่อสงครามชิงทำลายศัตรูก่อนเป็นหลักการที่ใช้ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุผลว่าเพื่อป้องกันตนเองก่อนจะสายเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอีกมุมหนึ่งต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นมีสิทธิที่จะคิดและทำในสิ่งที่ต้องการ และอาจเป็นสันติภาพในแบบที่เห็นว่าดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มุมมอง 2 ประนีประนอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวคิดประนีประนอมมาจากประเด็นที่ว่าแม้ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรทางทหารกับสหรัฐ แต่ญี่ปุ่นเป็นมิตรกับอิหร่านและพยายามรักษาความสัมพันธ์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นใช้หลักประนีประนอมหลายครั้ง เช่น ในสงครามอัฟกานิสถานปี 2001 ส่งเรือบรรทุกน้ำมันเติมเชื้อเพลิงแก่เรือรบสหรัฐ ปี 2003 ส่งทหารสู่อิรักในเขตปลอดการรบเพื่อช่วยฟื้นฟูประเทศอิรัก ตัวอย่างเหล่านี้อาจตีความว่าไม่เข้าสมรภูมิรบโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้เป็นการประนีประนอมอีกครั้งทั้งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับการพยายามรักษารัฐธรรมนูญ ไม่ได้คิดส่งเรือเพื่อยิงใคร เป็นวิธีการป้องกันเหตุร้ายเหมือนส่งตำรวจไปเฝ้าจุดที่สุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลโพลจาก Kyodo News เมื่อต้นเดือนมกราคม พบว่าคนญี่ปุ่นร้อยละ 58.4 ไม่เห็นด้วยกับการส่งเรือรบไปตะวันออกกลาง ร้อยละ 34.4 เห็นด้วย ร้อยละ 52.2 ไม่เห็นด้วยกับการปรับแก้รัฐธรรมนูญเพื่อขยายบทบาทกองทัพ ในขณะที่ร้อยละ 35.9 สนับสนุน อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 49.3 ให้รัฐบาลสอบผ่าน คะแนนเพิ่มจากโพลครั้งก่อน 6.6 จุด ให้สอบตกเพียง 36.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองในแง่บวกแง่ลบ :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่รัฐบาลอาเบะตัดสินใจส่งเรือรบไปตะวันออกกลาง ถ้ามองในแง่บวกปฏิเสธไม่ได้ว่าญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ หากช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งน้ำมันถูกปิดหรือไม่ปลอดภัย ย่อมกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่นและผู้นำเข้าน้ำมันทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ญี่ปุ่นจะไม่ปล่อยให้ความขัดแย้งบานปลาย ไม่ปล่อยให้สหรัฐแสดงบทบาทฝ่ายเดียว การมีส่วนร่วมจากญี่ปุ่นอาจช่วยลดทอนโอกาสเกิดเหตุลักลอบโจมตีเรือบรรทุกสินค้า ลดความเสี่ยงที่สถานการณ์จะบานปลาย ดังเช่นครั้งที่ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งหน่วยรบเตรียมโจมตีอิหร่าน ดีที่ถอนคำสั่งใน 10 นาทีสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามองแง่ลบ อาจเป็นวิธีของรัฐบาลญี่ปุ่นที่กำลังคลายกฎให้กองทัพสามารถปฏิบัติภารกิจนอกประเทศ ขยายคำจำกัดความของคำว่า &amp;ldquo;เพื่อป้องกันตัวเอง&amp;rdquo; ดังที่ครั้งนี้ประกาศชัดว่าไปป้องกันเรือสินค้าต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัสเซียเห็นว่าเป็นวิธีสร้างความตึงเครียดแก่ภูมิภาค ทั้งๆ ที่ไม่ได้รุนแรงเช่นนั้น รัสเซียกับอิหร่านพยายามสร้างความสมดุลแก่ภูมิภาค ให้ได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ถ้าจะแก้ปัญหาจริงต้องเจรจาเท่านั้น และจัดระบบความมั่นคงร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิซูโมสะท้อนนโยบายกองทัพญี่ปุ่น :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกองทัพประกาศจะประจำการเรือพิฆาตอิซูโม (Izumo) เรือรบที่ญี่ปุ่นต่อเองและมีขนาดใหญ่สุดเท่าที่สร้างมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อสมรรถนะของเรือลำนี้ว่าเกินความจำเป็นหรือไม่ เพราะสามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ 9-14 ลำ หรือเปลี่ยนเป็นเครื่องบินรบ F-35 ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังที่นำเสนอในบทความก่อนว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอ้างว่าหวังใช้เรือดังกล่าวเพื่อลาดตระเวน ป้องกันหมู่เกาะเซนกากุที่พิพาทกับจีน ความจริงแล้วทุกวันนี้เรือรบ เรือตรวจการยามฝั่งและเครื่องบินลาดตระเวนญี่ปุ่นได้ทำการเฝ้าระวังเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องระยะทาง ที่สำคัญคือหมู่เกาะเซนกากุอยู่ห่างจากหมู่เกาะโอกินาวา อันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือฐานทัพอากาศขนาดใหญ่ของสหรัฐเพียง 225 ไมล์ทะเล (410 กิโลเมตร) หากเกิดสงครามใหญ่ขึ้นจริง ฐานทัพที่โอกินาวาคือจุดใกล้ที่สุดและมีศักยภาพสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทียบกับเรือหลวงจักรีนฤเบศรของไทยที่เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินกลับมีขนาดเล็กกว่าอย่างชัดเจน คือมีความยาวตลอดลำเพียง 182.6 เมตร ระวางขับน้ำเต็มที่ 11,544 ตัน อากาศยานประจำเรือประกอบด้วยเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งแบบ AV-8S จำนวน 9 เครื่องกับเฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B จำนวน 6 เครื่อง ส่วนเรืออิซูโมยาว 248 เมตร ระวางขับน้ำ 24,000 ตัน บรรทุกอากาศยานจำนวนใกล้เคียงกับหลวงจักรีนฤเบศร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงที่ปกปิดไม่ได้คือ แม้จะจัดให้อยู่ในชั้นเรือพิฆาต แต่โดยลักษณะและสมรรถนะแล้วเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัย เหนือว่าเรือบรรทุกเครื่องบินของหลายประเทศ สามารถใช้เพื่อการโจมตีเชิงรุกได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นเดือนพฤศจิกายน 2019 ศูนย์การประเมินยุทธศาสตร์และงบประมาณ (Center for Strategic and Budgetary Assessments : CSBA) สถาบันอิสระด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐเปรียบเทียบพลังอำนาจกองทัพเรือประเทศต่างๆ สรุป 5 ลำดับกองทัพเรือที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก สหรัฐมาเป็นอันดับหนึ่ง รองมาคือกองทัพเรือจีน ลำดับที่ 3-5 คือ รัสเซีย สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธคือกองทัพเรือที่ถูกจำกัดขอบเขตเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น แต่มีขีดความสามารถสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นที่ 2 ของเอเชีย ขาดแต่อาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปกปิดเป็นเรื่องปกติทางทหาร คำถามสำคัญคือสิ่งที่ช่วยทำให้ชาติมั่นคงขึ้นหรือไม่ และต้องไม่ลืมว่าประเทศอื่นมีสิทธิที่จะตีความเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซะ อาเบะ, สถานการณ์โลก, อ่าวเปอร์เซีย, เรือพิฆาตทากานามิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อสี จิ้นผิง เสนอไกล่เกลี่ย ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ทะเลาะกัน สหรัฐควรจะเป็นคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะวอชิงตันเป็นมิตรเก่าแก่ของทั้งสองประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดูเหมือนโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ให้ความสนใจเรื่องนี้เพียงพอ มีแค่แสดงความกังวลพอเป็นพิธี ทั้งๆ ที่ควรจะต้องกระโดดเข้าหาโอกาสที่จะเล่นบทบาทของพี่ใหญ่ให้ทั้ง 2 ประเทศเอเชียลดความตึงเครียดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ล่าสุดมีข่าวว่าจีนกำลังเสนอตัวเป็น &amp;ldquo;กาวใจ&amp;rdquo; ให้กับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เสียแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูน แจอิน แห่งเกาหลีใต้ คงจะยินดีที่จะให้สี จิ้นผิง ช่วยไกล่เกลี่ย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ชินโซะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น คงไม่ค่อยจะสะดวกใจนัก เพราะญี่ปุ่นกับจีนก็มีเรื่องบาดหมางกันมากมายหลายประเด็นทั้งในประวัติศาสตร์และวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความจริง จีนกับเกาหลีใต้ก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องขัดแย้งกัน แต่เมื่อการเมืองระหว่างประเทศวันนี้กำลังเข้าสู่ภาวะผกผันอย่างหนักหน่วงรุนแรง สมการเก่าๆ ก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าทรัมป์ไม่ทำหน้าที่นี้, สี จิ้นผิง ก็พร้อมจะเข้ามาสวมบทผู้แสวงหาสันติภาพได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ประกาศไม่เผาผีกันครั้งล่าสุดหลังจากที่รัฐบาลโตเกียวสั่งคุมเข้มการส่งออกวัตถุดิบไฮเทคที่สำคัญ 3 ชนิด ซึ่งเกาหลีใต้ต้องพึ่งญี่ปุ่นในสัดส่วนสูงถึง 90%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันใดนั้น กระแสโจมตีในโลกโซเชียลของเกาหลีใต้ก็โหมกระหน่ำเรียกร้องให้คว่ำบาตรแบนสินค้าญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องความระหองระแหงรอบใหม่เกิดขึ้นเมื่อญี่ปุ่นยกระดับมาตรการเข้มงวดต่อการส่งออกวัตถุดิบ 3 ชนิดคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; ฟลูออริเนต โพลีไอไมด์ วัตถุดิบสำหรับผลิตจอแสดงผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; และสารโฟโตไลซิส ใช้ในการผลิตชิปหน่วยความจำในสมาร์ทโฟน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงสำหรับไฮโดรเจนฟลูออไรด์ยังมีประเทศอื่นที่ผลิตอยู่ เช่น จีน ไต้หวัน และอินเดีย เกาหลีใต้ก็สามารถสั่งเข้าจากประเทศเหล่านี้แทนได้ ไม่เดือดร้อนมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับวัตถุดิบอีก 2 ตัว เกาหลีใต้ยังต้องพึ่งพาญี่ปุ่นถึงกว่า 90%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนเกาหลีใต้หลายหมื่นคนร่วมกันลงชื่อบัญชีหางว่าวสนับสนุนการแบนสินค้าญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, เครื่องสำอาง, เบียร์, แบรนด์เสื้อผ้ายอดนิยมของญี่ปุ่น เช่น ยูนิโคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นแฮชแท็ก &amp;ldquo;Boycott Japan&amp;rdquo; เรียกร้องให้คนเกาหลีใต้เลิกไปเที่ยวในญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อารมณ์ร้อนอย่างนี้ลามไปถึงอุตสาหกรรมบันเทิงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการกดดันให้ศิลปินในหลายวงที่มีสมาชิกเป็นชาวญี่ปุ่นให้ลาออกจากสมาชิกของวงเสียเพื่อแสดงความรักชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนเกาหลีใต้ไปเที่ยวญี่ปุ่นปีหนึ่งประมาณ 7.5 ล้านคน และใช้จ่ายราว ๆ 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถิติทางการบอกว่า เกาหลีใต้ติดอันดับที่ 5 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว เกาหลีใต้นำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นไม่น้อยกว่า 40,000 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งวันปมความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศก็ยิ่งถูกยกระดับขึ้น กระทรวงพาณิชย์เกาหลีใต้บอกว่ากำลังพิจารณาหาทางตอบโต้ญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจจะยื่นฟ้องญี่ปุ่นต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตกันไปเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนบอกว่ากรณีนี้มีความละม้ายปมประเด็น &amp;ldquo;หัวเว่ยและสหรัฐ&amp;rdquo; ซึ่งไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ มีแต่ใครจะเจ็บมากกว่ากันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่ปักกิ่งได้แสดงความสนใจที่จะเข้ามา &amp;ldquo;ทำความเข้าใจ&amp;rdquo; ให้ทั้ง 2 ฝ่ายสะท้อนถึงบทบาทใหม่ของจีนที่น่าเกาะติดมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเป็นจริงเท่ากับว่าสี จิ้นผิง กำลังจะส่งสัญญาณให้ชาวโลกได้รู้ว่าเขาเป็นนักการทูตระหว่างโลกได้ดีกว่าโดนัลด์ ทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ภาพของทรัมป์เป็น &amp;ldquo;นักเลงปากซอย&amp;rdquo; ท้าตีท้าต่อยกับผู้นำทั่วโลก แต่สี จิ้นผิง กลับสวมบทของ &amp;ldquo;นักการทูตที่พร้อมจะแสวงหาความสงบสุขแทนความขัดแย้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับตาได้ดี โลกกำลังจะกลับตาลปัตรแล้วจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44595</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ชินโซะ อาเบะ, สี จิ้นผิง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
