<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อลดค่ารถไฟฟ้า-ชิมช้อปเฟส3กร่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาลเดินหน้าลดค่ารถไฟฟ้าเป็นของขวัญปีใหม่คนกรุง &amp;quot;ของแพง&amp;quot; ยังครองอันดับ 1 ปัญหารุมเร้าประชาชนมากที่สุด บี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ช่วยด่วน นักวิชาการห่วงตกงานพุ่ง คาดสูงสุดในไตรมาสสามปีหน้า &amp;quot;ชิมช้อปใช้ เฟส 3&amp;quot; รอบผู้สูงอายุหงอย! ลงทะเบียนไม่ถึงแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาแนวทางการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยไม่มีผลกระทบต่อสัญญา &amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง บรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร ลดภาระค่าครองชีพที่ใช้จ่ายประจำวัน ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยวันที่ 19 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือบอร์ด รฟม. พิจารณาลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บอร์ด รฟม.จะพิจารณาใน 2 มาตรการ 1.เปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง คิดอัตราค่าโดยสารต่อเที่ยวถูกลง 2.ลดอัตราค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peak) ระหว่าง 09.00-15.30 น. และช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยปัจจุบันเก็บอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 14-42 บาทต่อเที่ยว ส่วนมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบนั้น ขณะนี้กรมการขนส่งทางราง กำลังเร่งหาแนวทางอยู่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ได้กระทบต่อสัญญา และให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าลง จะทำให้ประชาชนหันมาเดินทางโดยรถไฟฟ้ามากขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คาดหวังจะให้นโยบายนี้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทย และคาดหวังว่าจะเป็นที่น่าพอใจต่อประชาชน สามารถช่วยเหลือประชาชนในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลีระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,207 คน ระหว่างวันที่ 12-16 พ.ย.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ในปี 2563 ถึงความคาดหวังของประชาชนต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล และคาดการณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นไปในทิศทางใด แบ่งหัวข้อการสำรวจความคิดเห็น ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.&amp;ldquo;5 อันดับ ปัญหาเศรษฐกิจ&amp;rdquo; ที่รุมเร้าประชาชน ณ วันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 65.54 ระบุข้าวของแพง ค่าครองชีพสูง สาเหตุจากสินค้ามีต้นทุนสูง ทุกอย่างปรับขึ้นราคา รัฐขึ้นภาษีสินค้าต่างๆ ทำให้มีราคาแพงขึ้น นายทุนเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ วิธีแก้ไขคือ ควบคุมราคาสินค้า มีส่วนลดสำหรับประชาชน ลดราคาน้ำมัน ของกินของใช้ ดำเนินการกับผู้ที่เอารัดเอาเปรียบอย่างจริงจัง ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 2 ร้อยละ 39.19 ภาวะเศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ สาเหตุจากรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่ค่อยได้ผล เงินบาทแข็ง ท่องเที่ยวซบเซา เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ฯลฯ วิธีแก้ไขคือ รัฐบาลแก้ปัญหาให้ตรงจุด มีนโยบายช่วยเหลือประชาชน ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์ ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 3 ร้อยละ 31.76 การว่างงาน ตกงาน &amp;nbsp;สาเหตุจากเศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีงานทำ สถานประกอบการขาดทุนต้องปิดตัวลง ไม่มีเงินจ่ายค่าจ้าง คนงานถูกเลิกจ้าง ฯลฯ วิธีแก้ไขคือ ไม่เลือกงาน ลดรายจ่าย หางานพิเศษทำ รัฐบาลมีนโยบายเร่งช่วยเหลือคนตกงาน ชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 4 ร้อยละ 25.68 รายได้ลดลง เงินไม่พอใช้ สาเหตุจากองค์กร สถานประกอบการ มีกำไรลดลง ต้องลดรายจ่าย ให้ค่าตอบแทนลดลง ข้าวของแพง รายจ่ายสูง ฯลฯ วิธีแก้ไขคือ ขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าแรง ลดความเหลื่อมล้ำ ลดภาษี ลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ ช่วยเหลือคนยากจน ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 5 ร้อยละ 17.48 การส่งออก การค้าและการลงทุน สาเหตุจากเศรษฐกิจโลกซบเซา ต่างชาติ ภาคเอกชนไม่กล้าลงทุน ส่งออก-นำเข้ามีปัญหา ค่าเงินบาทแข็งทำให้ได้กำไรลดลง ฯลฯ วิธีแก้ไขคือรัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติและนักลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เรื่องที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือมากที่สุดคือ ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.34 อยากเห็นการควบคุมราคาสินค้า ลดค่าครองชีพ ไม่ขึ้นภาษี รองลงมา ร้อยละ 38.41 อยากเห็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน สร้างงานสร้างรายได้ ขึ้นเงินเดือน และร้อยละ 31.15 อยากให้พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ใคร หรือหน่วยงานใด ที่ประชาชนคาดหวังให้เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.90 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้นำฝ่ายรัฐบาล รองลงมา ร้อยละ 32.84 คือกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง พาณิชย์ แรงงาน อุตสาหกรรม เกษตรฯ และสุดท้าย 24.94% คือฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 พ.ย.นี้ เป็นวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟส 3 สำหรับผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ผ่าน w ww.ชิมช้อปใช้.com และรับจำกัด 500,000 คน พบว่า ณ เวลา 18.00 น. มียอดลงทะเบียนเพียง 90,175 ราย หากเทียบกับ 2 เฟสก่อนหน้านี้ พบว่ายอดลงทะเบียนใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เต็มตามที่กำหนด ทั้งนี้ธนาคารกรุงไทยจะเปิดให้ผู้สูงอายุลงทะเบียนเรื่อยๆ จนกว่าครบโควตา 5 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานมีโอกาสปรับตัวสูงสุดในรอบสิบปีสอดคล้องกับอัตราการใช้กำลังการผลิตล่าสุดที่อยู่ในระดับต่ำ 64.7% ต่ำที่สุดในรอบ 94 เดือน แต่ตัวเลขการว่างงานอาจต่ำกว่าความเป็นจริง จากผู้ไม่มีงานทำจำนวนหนึ่งสมัครใจออกจากงานก่อนเกษียณ รวมถึงคำนิยามของการว่างงานของไทย เช่น ทำงานสัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมงก็ถือว่าไม่ว่างงานแล้ว โดยที่ไม่ได้มีงานทำอย่างจริงจัง เป็นงานชั่วคราว ไม่มีความมั่นคง มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องการจ้างงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน พ.ย. พบว่า มีการจ้างงานในกิจการใหม่และขยายกิจการอยู่ที่ 168,737 ตำแหน่งงาน มีการเลิกจ้างงานแล้ว 35,533 ตำแหน่งงาน จากข้อมูลส่วนนี้คาดการณ์ได้ว่า สถานการณ์การจ้างงานหลังไตรมาสสามปีหน้าอาจปรับตัวในทิศทางดีขึ้น หากยังมีแนวโน้มของการขยายตัวการจ้างงานใหม่อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงแรงงาน สำรวจภาวะการมีงานทำในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่พบว่า มีผู้ว่างงาน 3.85 แสนคน เทียบกับปีที่แล้ว มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นคน ในช่วงเดือน เม.ย.และเดือน พ.ค.2563 จะมีนักศึกษาจบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานอีก 5.24 แสนล้านคน บัณฑิตจบใหม่เหล่านี้จะหางานทำไม่ได้ประมาณร้อยละ 50-60 เนื่องจากตลาดแรงงานต้องการแรงงานที่จบสายช่าง สายวิชาชีพ สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มากกว่าสายสังคมศาสตร์ หลักสูตรที่ผลิตบัณฑิตที่ผ่านมาก็ไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิตและภาคบริการ ส่งผลต่อปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้นจนอาจแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาสสามปีหน้า และน่าจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50485</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวัญปีใหม่, ชิมช้อปใช้ เฟส 3, ลดค่ารถไฟฟ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd153b4d7ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระตุ้น‘ชิมช้อปใช้เฟส3’ แจกทองดึงรร.หรูร้านดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลังจับมือกรุงไทยลุยชิมช้อปใช้ เฟส 3 ดึงโรงแรมหรู 5 ดาว-ร้านอาหารดังเข้าร่วม แถมแจกทองทุก 2 สัปดาห์ จ่ายเป๋า 2 ทุก 1 พันได้ลุ้น 1 สิทธิ์ มั่นใจกระตุ้นเที่ยวปีใหม่ยาวถึงตรุษจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นายพรชัย ฐีระเวช รองโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงร่วมกับผู้บริหารกรมบัญชีกลาง ธนาคารกรุงไทย เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศผ่าน &amp;ldquo;ชิมช้อปใช้&amp;rdquo; เฟส 3 ว่ามาตรการชิมช้อปใช้มีผู้ได้รับสิทธิ์ทั่วประเทศ 12.9 ล้านคน มียอดใช้จ่ายแล้ว 12,450 ล้านบาท และมีประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมมาตรการนี้อีกเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะจับจ่ายใช้สอย กระทรวงการคลังจึงได้ออกแบบมาตรการ &amp;ldquo;ชิมช้อปใช้ เฟส 3&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศผ่าน g-Wallet ช่อง 2 โดยเชื่อว่าหลังจากการปลดล็อกเรื่องต่างๆ จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยจากมาตรการชิมช้อปใช้ในส่วน G-Wallet 2 เพิ่มมากขึ้นให้คึกคักต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2562 นี้ ซึ่งเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว มีการเดินทางท่องเที่ยวและจับจ่ายรับเทศกาลปีใหม่ และยังคาบเกี่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า มาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 3 รับลงทะเบียนเพิ่มอีก 2 ล้านคน แบ่งเป็นประชาชนทั่วไป 1.5 ล้านคน และผู้สูงอายุที่ครบ 60 ปีแล้ว 5 แสนคน เปิดลงทะเบียนในวันที่ 14 พ.ย.2562 เป็นต้นไป วันละ 750,000 คน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือรอบเวลา 06.00 น. และ 18.00 น. รอบละ 375,000 คน และผู้สูงอายุที่ครบ 60 ปี เปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 17 พ.ย.2562 จำนวน 500,000 คน ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป จนกว่าจะครบตามสิทธิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้รับสิทธิในเฟส 3 จะได้รับสิทธิเฉพาะการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 เท่านั้น และมีการขยายมาตรการเพิ่มเติม โดยผู้ที่ได้รับสิทธิในเฟส 1-3 สามารถใช้จ่ายได้ทุกจังหวัด พร้อมขยายระยะเวลาการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ถึงวันที่ 31 ม.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทยมีความมั่นใจในระบบการลงทะเบียนผ่าน www. ชิมช้อปใช้.com รวมทั้งแอปพลิเคชันทั้งถุงเงินและเป๋าตัง สามารถรองรับการทำธุรกรรมของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปัจจุบันมีร้านค้า โรงแรมเข้าร่วมโครงการ มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับสิทธิ์ได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะโรงแรมในเครือดังระดับ 5 ดาว เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ทั่วประเทศกว่า 4,600 แห่ง รวมทั้งร้านอาหารชื่อดัง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้รับสิทธิเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายผยงกล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยเตรียมความพร้อมในการจัดโครงการชิมช้อปใช้ชิงโชค ลุ้นรับทองคำ ตลอดโครงการถึงวันที่ 31 ม.ค.2563 สำหรับผู้รับสิทธิที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 และร้านค้าถุงเงิน โดยการจับรางวัลแบ่งเป็นผู้รับสิทธิที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ทุกๆ 1,000 บาท ได้รับ 1 สิทธิ์ และร้านถุงเงิน 1 ใบสลิป จะได้รับ 1 สิทธิ คาดว่าจะจับรางวัลทุก 2 สัปดาห์ และทองที่แจกเป็นมูลค่าไม่น้อย แต่ยังต้องรอการอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย ตามกฎหมายการพนันเสียก่อน ถึงเปิดเผยรายละเอียดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ล่าสุดสูงกว่า 1,000 ล้านบาทแล้ว มีการเพิ่มขึ้น เมื่อมีการปลดล็อกเงื่อนไข และมาตรการชิงโชคเข้ามาช่วยจะทำให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน&amp;quot; นายผยงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนการเติมเงินในกระเป๋า G-Wallet 2 ง่าย ไม่ซับซ้อน และสะดวกรวดเร็ว โดยเติมเงินผ่านการสแกน QR Code ด้วยแอปของทุกธนาคาร หรือเติมเงินผ่านตู้ ATM ของ 5 ธนาคารใหญ่ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ด้วยบัตร ATM ที่ตรงกับตู้ธนาคารนั้นๆ เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ในร้านค้าที่ร่วมโครงการชิมช้อปใช้ได้ทุกจังหวัด จะได้รับสิทธิเงินคืน ยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท รับเงินคืน 15% และยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท รับเงินคืน 20% รวมเงินคืนสูงสุด 8,500 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่วิธีการชำระเงินเพื่อรับสิทธิเงินคืน เข้าแอปเป๋าตัง เพียงกดที่เมนูใช้สิทธิรับเงินคืน 15-20% และเลือกใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน หลังได้ QR Code ให้ร้านค้าใช้แอปถุงเงินสแกน ผู้รับสิทธิตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระ และกดยืนยันการชำระเงิน ในส่วนการรับเงินคืนจะคืนมี 2 รอบ รอบแรกสำหรับการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-30 พ.ย.2562 จะได้รับเงินคืนภายในกลางเดือน ธ.ค.2562 และรอบที่ 2 การใช้จ่ายในช่วงระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.2562 จะได้รับเงินคืนภายในกลางเดือนมกราคม 2563 โดยลูกค้าสามารถโอนเงินกลับเข้าบัญชีธนาคารของตนเองได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้ เฟส 3, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เที่ยวปีใหม่ยาวถึงตรุษจีน, แจกทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc134d254fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดลม‘ชิมช้อปใช้’ลุยเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;คลัง&amp;quot; แย้มผุดชิมช้อปใช้ เฟส 3 &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ขอเวลา 1 เดือน ประเมินความสำเร็จเฟส 1-2 ก่อนเคาะรอบใหม่ หลังประชาชนทะลักลงทะเบียนไปแล้ว 13 ล้านคน พร้อมเปิดให้ใช้จ่ายผ่านแอปฯ กับร้านค้าที่ร่วมโครงการไปจนถึงสิ้น ธ.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวถึงโครงการชิมช้อปใช้ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างประเมินผลมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 1 และเฟส 2 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ การท่องเที่ยวในระดับชุมชน เพื่อชดเชยภาคส่งออกที่ชะลอตัวลงเนื่องจากได้รับผลกระทบเศรษฐกิจต่างประเทศ เบื้องต้นก็จะเตรียมออกมาตรการชิมช้อปใช้ในเฟส 3 ออกมาอีก แต่ขอให้ใจเย็นๆ ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างประเมินรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 30 ต.ค.62 ได้รับรายงานจากธนาคารกรุงไทยว่าในส่วนของการลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟสที่ 2 มีผู้ลงทะเบียนครบเต็มจำนวนทั้ง 3 ล้านคนแล้ว ทำให้รวมทั้งหมดมีผู้ลงทะเบียนร่วมมาตรการชิมช้อปใช้อยู่ที่ 13 ล้านคน โดยรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้มีการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันกับร้านค้าที่ร่วมโครงการได้จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ย.62 ธนาคารกรุงไทยเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ที่เกี่ยวข้องมาตรการชิมช้อปใช้ โดยเป็นการเชิญผู้ประกอบการ โรงแรม และที่พักทั่วประเทศให้มาร่วมเข้ามาตรการดังกล่าวมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการชิมช้อปใช้ระยะที่ 3 กระทรวงการคลังต้องขอเวลาประเมินผลมาตรการชิมช้อปใช้เฟสที่ 1 กับ 2 ก่อน โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งต้องรอดูก่อนว่ามาตรการที่ออกไปแล้วจะมีผลอย่างไรบ้าง เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งขอดูก่อนว่ายังมีความต้องการที่จะลงทะเบียนมากน้อยแค่ไหน และก็ต้องดูว่าจะต้องมีการปรับปรุงเงื่อนไขอะไรหรือไม่ เช่น การให้เงินอุดหนุนในกระเป๋าที่ 1 จำนวน 1,000 บาท ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ รวมถึงการขยายจำนวนผู้รับสิทธิเพิ่มเติมจาก 13 ล้านคน ก่อนที่จะเปิดให้ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ในเฟสที่ 3 ได้&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังยืนยันมาตรการชิมช้อปใช้มีผลต่อเศรษฐกิจแน่นอน โดยรัฐบาลพร้อมน้อมรับคำติชมของทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า ในการใช้วงเงินนั้น กระทรวงการคลังพร้อมเติมเงินให้กับผู้ได้รับสิทธิ์ชิมช้อปใช้ เฟส 2 ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ จำนวนกว่า 8 แสนราย วงเงินกว่า 800 ล้านบาท เพื่อไปใช้จ่ายได้เป็นวันแรกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำตัวนายธีรณัฐ มหัทธโนบล อายุ 19 ปี ชาว จ.ปัตตานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 606/2562 ลงวันที่ 27 ต.ค.2562 ข้อหา &amp;ldquo;กระทำการโดยมิชอบ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ตามมาตรา 10 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550&amp;rdquo; มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.-10 พ.ย.นี้ เนื่องจากกระบวนการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยยังจะต้องสอบพยานอีก 4 ปาก, รอผลตรวจพิสูจน์ของกลางในคดี, รอผลตรวจของกลางและผลตรวจพิมพ์มือผู้ต้องหาด้วยความจำเป็นดังกล่าว โดยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่อัตราโทษสูง หากให้ประกันเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, ชิมช้อปใช้ เฟส 3, ประเมินความสำเร็จ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db9984789198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
