<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ถกเอกชนแก้ลำสหรัฐฯบล็อกนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เตรียมเชิญเอกชนหารือ รับมือกรณีสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการไต่สวนตามมาตรา 232 เพื่อขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ตามรอยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัดประชุมหารือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับมือกรณีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศเริ่มกระบวนการไต่สวนตามมาตรา 232 ของกฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา เพื่อขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายใน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงสหรัฐฯ โดยหากผลการไต่สวนมีมูล ก็อาจส่งผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนจากประเทศต่างๆ เช่นเดียวกับที่ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์การใช้มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมวางแผนรับมือ และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพราะสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ลำดับ 1 ของไทย และยังเป็นตลาดส่งออกยานยนต์ลำดับที่ 11 ด้วย&amp;rdquo;
ทั้งนี้ การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไปสหรัฐฯ มีมูลค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2555-2560) 2,750 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี คิดเป็น 14.5% ของมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์โดยรวมของไทย โดยชิ้นส่วนยานยนต์ที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น ยางล้อ เครื่องยนต์ แผงคอนโซล ถุงลมนิรภัย ฝาสูบ พวงมาลัย ส่วนประกอบของเครื่องสูบของเหลว เพลา และมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การส่งออกยานยนต์ รวมถึงรถบัส รถยนต์ รถบรรทุก รถเทรลเลอร์ รถมอเตอร์ไซด์ แชสซีล์ และตัวถังรถ มีมูลค่าเฉลี่ย 5 ปี (2555-2560) 372 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 2% ของมูลค่าการส่งออกโดยรวมของไทย โดยสินค้ายานยนต์ที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (มากกว่า 1,000 CC แต่ไม่เกิน 1,500 CC) รถมอเตอร์ไซด์ รถบรรทุก รถพ่วง รถดัมพ์ เป็นต้น &amp;nbsp;ในขณะที่สหรัฐฯ นำเข้ายานยนต์และชิ้นส่วนจากไทยเป็นลำดับที่ 18 โดยมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของการนำเข้าของสหรัฐฯ จากทั่วโลก ซึ่งแหล่งนำเข้าที่สำคัญของสหรัฐฯ คือ เม็กซิโก แคนาดา ญี่ปุ่น เยอรมัน เกาหลีใต้ จีน และ สหราชอาณาจักร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการหารือกับสหรัฐฯ เพื่อขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการใช้มาตรการ 232 ขึ้นภาษีสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้าจากไทยเป็นรายประเทศ และในระหว่างนี้ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ช่วยผู้ส่งออกแก้ไขปัญหา โดยได้ประสานผู้นำเข้า ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าในสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการยื่นขอยกเว้นจากการถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเป็นรายการสินค้าตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กำหนด ซึ่งบริษัทที่มีการยื่นคำขอดังกล่าวได้รับการพิจารณายกเว้นจากการถูกเรียกเก็บภาษีตามที่ร้องขอแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10143</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ชิ้นส่วนยานยนต์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สหรัฐอเมริกา, สินค้ายานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc323d6e9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยจัดทัพอุตฯอาหาร-ชิ้นส่วนยานยนต์บุกตลาดเม็กซิโก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สนับสนุนไทยค้าขายกับ เม็กซิโก จัดสัมมนาเพิ่มความรู้ ให้ผู้ประกอบการ พร้อมจัดทีมอุตสาหกรรมอาหาร-ชิ้นส่วนยานยนต์ลุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่างานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย และหอการค้าเม็กซิกัน-ไทย เพื่อนำความรู้ เกี่ยวกับความต้องการในตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงประสบการณ์ในการทำการค้าและการลงทุนกับประเทศเม็กซิโก มาเผยแพร่ให้กับผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่สนใจ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทย โดยเห็นว่าเม็กซิโกเป็นตลาดศักยภาพที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของภูมิภาคละตินอเมริกา และมีข้อตกลงทางการค้ากับ 50 กว่าประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ไทยกับเม็กซิโกยังมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นต่อกัน โดยเม็กซิโกเป็นคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 2 ของไทยในลาตินอเมริกา ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าที่สำคัญลำดับ 2 ของเม็กซิโกในอาเซียน และยังมีโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยกรมฯ มีกำหนดจัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าอาหารและอุตสาหกรรมหนัก (เน้นกลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์) จำนวน 20 บริษัท เดินทางไปเจรจาการค้า และสำรวจตลาดที่เอกวาดอร์ คอสตาริกาและปานามา ระหว่างวันที่ 13 - 23 กรกฎาคม 2561 นอกจากนี้หอการค้าเม็กซิกัน-ไทย มีกำหนดจัดคณะผู้แทนการค้า การลงทุนของไทย จำนวน 10 บริษัท เดินทางไปเจรจาการค้า และสำรวจตลาดในประเทศเม็กซิโก ในเดือนสิงหาคม 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2017 มูลค่าการส่งออกของไทยไปเม็กซิโกสูงขึ้น 6.16% สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์/โทรสาร และยาง โดยยังมีโอกาสอีกมากในการสร้างความร่วมมือระหว่างกันในสาขาศักยภาพ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10079</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์, ชิ้นส่วนยานยนต์, ละตินอเมริกา, สถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโก, สินค้าอาหาร, ส่งออก, หอการค้าเม็กซิกัน-ไทย, อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a0dced25a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
