<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยกย้ายผู้พิพากษา!ก.ต.เห็นชอบ&#039;ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์&#039;นั่งอธ.ศาลอาญา&#039;สราวุธ&#039;เลขาฯสำนักงานศาลอีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สราวุธ เบญจกุล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ศาลฎีกา สนามหลวง นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะ ประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้นัดประชุม ก.ต.ครั้งที่ 11/2562 ซึ่งมีวาระพิจารณา โยกย้าย แต่งตั้งและสับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ชั้น 4 รวม 130 คน&amp;nbsp;

โดยที่ประชุม ก.ต.มีมติเห็นชอบ โยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งระดับอธิบดีผู้พิพากษา อาทิ นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ จากผู้พิพากษาศาลฎีกา (พ.ฎีกา) ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา, นายอาคม รุ่งแจ้ง พ.ฎีกา ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, นายภพพิสิษฐ&amp;nbsp; สุขะพิสิษฐ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, นางวราภรณ์ สหัสโพธิ์ พ.ฎีกา ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี, นายปุณณะ จงนิมิตรสถาพร ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา (ผช.ฎีกา) ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;nbsp;

นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7, นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษ (ล้มละลาย) ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง, นายสุรินทร์ ชลพัฒนา ประธานแผนกสิ่งแวดล้อม ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไปเป็น เลขาธิการประธานศาลฎีกา, นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1, นายวิเชียร อภิรัตน์มนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3, นายยอน พลาบดีวัฒน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2, นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6, นายพงษ์เดช วานิชกิตติกุล&amp;nbsp; ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ (พ.อุทธรณ์) ไปเป็น เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

การพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการตุลาการ 130 คนดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ต.ยังมีมติเห็นชอบให้ นายสราวุธ เบญจกุล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ต่อไปอีก 1 วาระ (2 ปี)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ชีพ จุลมนต์, ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์, ศาลยุติธรรม, สราวุธ เบญจกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d18bafa52ed6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; www.thaipost.net &amp;ldquo;ที่ตั้งใจไว้คืออยากให้ทีมโฆษกตอบคำถามอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตอบโต้ในลักษณะทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเมื่อได้รองโฆษกฯ มาแล้ว ก็คงมาหารือกันว่าจะทำงานอย่างสร้างสรรค์อย่างไร เพราะสิ่งที่นายกฯ อยากเห็นคืออยากให้เปิดกว้างให้ฝ่ายที่เห็นต่างได้แสดงความคิดเห็นด้วย&amp;quot; ทำหน้าที่ไม่กี่วัน เสียงชื่นชมสนั่นทำเนียบรัฐบาล กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของสื่อมวลชนประจำทำเนียบฯ ไปซะแล้ว นับเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนที่ 34 และเป็นโฆษกผู้หญิงคนที่ 4 ไล่เรียงจากลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ในสมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน, ฐิติมา ฉายแสง และศันสนีย์ นาคพงศ์ ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถึงแม้ &amp;quot;ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์&amp;quot; จะมีภาพลักษณ์นักวิชาการเต็มเปี่ยม ด้วยดีกรีศาสตราจารย์และดอกเตอร์ที่เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน แต่อาจารย์แหม่มก็ไม่ได้ทำให้รัฐบาลผิดหวัง โดยเฉพาะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ที่การันตีคุณภาพ ลบคำปรามาสทั้งปวงที่ว่ากระบอกเสียงรัฐบาลต้องล็อกสเปกให้ขาบู๊เท่านั้น โฆษกฝ่ายบุ๋น เจ้าของไอเดียบัตรคนจนคนนี้ แถลงข่าวได้ฉะฉานเข้าใจง่าย เหมือนถอดคณิตศาสตร์หรือสมการยากๆ มาเป็นภาษาชาวบ้านให้คนฟังร้องอ๋อโดยไม่ต้องคิดหลายชั้นให้ปวดหัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ลองมาดูหน้าตาว่าที่รองโฆษกฯ 3 คน คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะเผยโฉมอย่างเป็นทางการได้ ดีกรีก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน คนแรกโควตาพลังประชารัฐ เมื่อมีฝ่ายบุ๋นแล้ว ก็ต้องมีฝ่ายบู๊ไว้แก้โจทย์การเมือง ไม่มีใครเหมาะเท่าคนนี้แล้ว &amp;quot;ดร.แด๊ก-ธนกร วังชนะ&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ก่อนหน้านี้ก็มีชื่อเป็นแคนดิเดตคู่กับ อ.แหม่มมาโดยตลอด ส่วนรองอีก 2 คน ก็จะมาจาก 2 พรรคร่วมรัฐบาล ในส่วนของภูมิใจไทย มีชื่อ &amp;quot;ไตรศุลี ไตรสรณกุล&amp;quot; ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 30 และลูกสาววิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ ติดโผ แต่ &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ก็ยังไม่คอนเฟิร์ม ฟากพรรคพระแม่ธรณีฯ ชื่อนี้มาแรงสุด &amp;quot;ดร.ปริญญ์ พานิชภักดิ์&amp;quot; ลูกชาย ดร.ซุป-ศุภชัย พานิชภักดิ์ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้นั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และยังเป็นหัวหน้าทีมอเวนเจอร์เศรษฐกิจอีกด้วย ถ้าไม่มีอะไรพลิก รอแค่หัวหน้า &amp;quot;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;quot; รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กลับจากภารกิจประชุมอาร์เซ็ปที่จีนเมื่อไหร่ จะได้เคาะเสนอชื่อเข้า ครม. ประเดิมลุยงานการเมืองตำแหน่งแรก ครบทีมเมื่อไหร่ ก็ต้องรอดูดรีมทีมของ อ.แหม่ม จะฉีกหนีการตอบโต้สาดโคลนการเมืองน้ำเน่าแบบเดิมๆ สู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 แนวสร้างสรรค์ได้สมดั่งที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ การสรรหาคัดเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อแทนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะครบวาระ จำนวน 5 คน ที่มาจากสามทาง คือ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คณะกรรมการสรรหาฯ และที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด ใกล้งวดมากขึ้น โดยล่าสุดในส่วนของศาลฎีกา ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ลงคะแนนเลือกผู้พิพากษาศาลฎีกา ระดับหัวหน้าคณะขึ้นไป จำนวน 3&amp;nbsp; คน ไปเป็นตุลาการศาล รธน.เรียบร้อยแล้ว ชื่อที่ได้ประกอบด้วย วิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา อุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา และจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ส่วนคนที่ลงสมัครแล้วไม่ได้รับเลือก คือ ทวีป ตันสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ปริญญา ดีผดุง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา แต่ขั้นตอนยังไม่จบ ศาลฎีกาต้องส่งชื่อไปให้วุฒิสภาโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ขณะที่ในส่วนของที่จะมาจากกรรมการสรรหา จำนวน 1 คน &amp;quot;ชีพ จุลมนต์&amp;quot; ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ได้นัดประชุมในวันจันทร์ที่&amp;nbsp; 5 ส.ค.นี้ เพื่อให้ผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่ขัดคุณสมบัติ 3 ชื่อจาก 7 ชื่อมาแสดงวิสัยทัศน์ตอบคำถาม ประกอบด้วย นภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต วิโรจน์ จิวะรังสรรค์ อดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด และเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ส่วน 4 คนที่ชื่อหลุดไปในชั้นกรรมการสรรหาฯก็คือ พล.ร.อ.ปรีชาญ จามเจริญ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ ธนฤกษ์ นิติเศรณี อดีตประธานศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าฯ สตง. และกิตติ แก้วทับทิม อดีตผู้ตรวจการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด อย่างไรก็ตาม ดูตามลำดับเวลาแล้ว ตุลาการศาล รธน.ทั้งห้าคน คงไม่ทันเข้าร่วมวินิจฉัยคดีสำคัญๆ ในชั้นศาล รธน.ที่รออยู่ อย่างเช่น คดีเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คดีถือครองหุ้นสื่อของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คดีถือครองหุ้นสื่อของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 32&amp;nbsp; คน คดียุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลี้คิมฮวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีพ จุลมนต์, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บันทึกหน้า 4, ปริญญ์ พานิชภักดิ์, ลี้คิมฮวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.มีมติเอกฉันท์เห็นชอบ&#039;ไสลเกษ วัฒนพันธุ์&#039;นั่งประธานศาลฎีกาแทน&#039;ชีพ จุลมนต์ &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.62 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.00 น. ที่ห้องประชุมอาคารศาลยุติธรรม ศาลฎีกา สนามหลวง นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ทั้ง 15 คน &amp;nbsp; ครั้งที่ 10/2562 &amp;nbsp;โดยมีวาระสำคัญคือพิจารณาเเต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาระดับบริหารของศาลยุติธรรมโดยบัญชีรายชื่อ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม เสนอชื่อนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา เเทนนายชีพ จุลมนต์ &amp;nbsp;ที่จะพ้นวาระบริหารขึ้นไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ให้มีผลตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ตุลาคม &amp;nbsp;2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติเอกฉันท์แต่งตั้ง นายไสลเกษ ขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 45&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติของนายไสลเกษ วัฒนพันธ์ นั้น เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2497 สำเร็จการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (Master of Arts) มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญในศาลยุติธรรม อาทิ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8 ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา และรองประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีพ จุลมนต์, ประธานศาลฎีกา, ประมุขฝ่ายตุลาการ, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d410047df7fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มส.แจ้งวัดทั่วไทย-ตปท. &#039;สวดมนต์&#039;ถวาย28ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เป็นประธานพิธีสวดมนต์มหามงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ศาลจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ มส.แจ้งวัดทั่วไทย-ต่างประเทศเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล 28 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เวลา 17.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลและพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และทรงนำพระสงฆ์จำนวน 191 รูปร่วมเจริญพระพุทธมนต์ในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระคันธารราษฎร์ ที่ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ในรัชกาลปัจจุบัน ออกประดิษฐานเป็นพระพุทธปฏิมาประธานในพิธีมหามงคลดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะเป็นสวัสดิมงคลแก่ชีวิต และเพื่อความอุดมสมบูรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้เป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย วปร. พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ล้อมกรอบด้วยรูปหัวใจ และภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์ พิมพ์บนปกหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ สำหรับพระราชทานแก่ประชาชนที่มาร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือ &amp;quot;พระสุนทรีวาณี&amp;quot; ด้วยทรงพระอนุสรณ์ถึง &amp;quot;คาถาพระสุนทรีวาณี&amp;quot; ที่โบราณสรรเสริญว่าหากบริกรรมสม่ำเสมอจะเกิดปัญญา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหวังพระราชหฤทัยว่า ประโยชน์อันพึงเกิด ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์เป็นพระราชกุศลธรรมทานนี้ จักเกื้อกูลให้ผู้ได้รับพระราชทานประสบประสิทธิผลไพบูลย์ยิ่งขึ้น เพื่อความเป็นสิริมงคล และความสุขของประชาชนทุกหมู่เหล่าผู้มีศรัทธาบำเพ็ญธรรมทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา นำคณะผู้พิพากษาผู้บริหารศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม ตลอดจนข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบและใกล้เคียงอาคารศาลฎีกา ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประธานศาลฎีกายังเป็นผู้นำกล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการและพี่น้องคนไทยมีจิตสำนึกสาธารณะ รักบ้านเมือง และรู้รักสามัคคี ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม บรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่เพื่อนร่วมชาติ ศาลยุติธรรมมีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้น้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.มาสืบสานขยายแนวคิดในเรื่องของจิตอาสาไปสู่ข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาของพื้นที่ต่างๆ ในขอบเขตทั่วประเทศ เกิดผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจของประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืนยาวนานสืบต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ประธานศาลฎีกาและคณะผู้บริหารศาลยุติธรรมได้ร่วมกันปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน &amp;nbsp;&amp;quot;รวงผึ้ง&amp;quot; ที่บริเวณศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งว่า มหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติพิเศษเรื่อง การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 โดยคณะสงฆ์ร่วมกับ พศ.เห็นชอบให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเชิญชวนให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกันทำบุญตักบาตร เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล ตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเครื่องสักการะ ประดับธงชาติ ธงธรรมจักร และธงตราสัญลักษณ์ ระหว่างวันที่ 24-30 &amp;nbsp;ก.ค.62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันที่ 28 ก.ค.62 ให้วัดทุกวัดทั้งในประเทศและต่างประเทศดำเนินการ โดยเวลา 07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตร 10.30 น.เจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเวลา 17.00 น. ทั้งนี้ให้ พศ.แจ้งสำนักพุทธจังหวัด ประสานเจ้าคณะจังหวัด หน่วยงาน และองค์กรพุทธศาสนาในจังหวัดนั้นๆ เพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ประพนธ์ &amp;nbsp;ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวโครงการ &amp;quot;ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน&amp;quot; เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของ 21 หน่วยงาน รวมกว่า 30 โครงการ &amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข และแสดงความจงรักภักดี โดยน้อมนำพระบรมราโชบาย &amp;quot;สืบสาน รักษา ต่อยอด&amp;quot; สู่การปฏิบัติ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การรักษาโรค และฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนตามพระราชปณิธาน โดย สธ.จะจัดกิจกรรมครั้งใหญ่วันที่ 26 &amp;nbsp;ก.ค.นี้ ประกอบด้วยพิธีถวายพระพรชัยมงคล ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ประพนธ์กล่าวว่า วันที่ 26 ก.ค.62 จะจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและบริการประชาชนที่กระทรวงสาธารณสุข อาทิ การบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ จำนวน 2,000 โดส บริการตรวจวัดความดันโลหิต คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ ตรวจประเมินข้อเข่าเสื่อม การสาธิตและฝึกอบรมการป้องกันเด็กจมน้ำและการกู้ชีพขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชน การคัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น ตั้งแต่เวลา &amp;nbsp;09.00-14.00 น. นอกจากนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไปจะจัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 3 &amp;nbsp;กิจกรรม ได้แก่ 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (คีตะมวยไทย 10 ท่า) พร้อมกันทั้งส่วนกลางและภูมิภาค และกิจกรรมปั่นจักรยานออกกำลังกาย และกิจกรรมเดิน-วิ่งทางเลือกสุขภาพ รอบกระทรวงสาธารณสุข ระยะทาง 5 กิโลเมตร คาดมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีพ จุลมนต์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35cb9e9569d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปช.&#039;แย่แล้ว!ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงมติให้เป็นองค์กรที่ถูกฟ้องร้องได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชีพ จุลมนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่่ผ่านมา โดยนาย ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้นำความเห็นของผู้ช่วยผู้พิพากษา 2 คนซึ่งเป็นองค์คณะในศาลฎีกา เห็นแย้งกับหัวหน้าองค์คณะในศาลฎีกา กรณีที่มีโจทย์ยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยหัวหน้าคณะในศาลฎีกาซึ่งเป็นเจ้าของคดี มีความเห็นตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรพิเศษที่ได้รับความคุ้มครอง ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่ผู้ช่วยผู้พิพากษาอีก 2 คนซึ่งเป็นองค์คณะเห็นแย้ง โดยเห็นว่า ป.ป.ช.ถูกฟ้องร้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความเห็นแย้งในคำพิพากษาขององค์คณะในศาลฎีกา สำนวนคดีจึงถูกส่งถึงนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ซึ่งประธานศาลฎีกาต้องการให้เกิดความรอบคอบ จึงนัดที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณากรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ประชุมใหญ่ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการวางแนวคำพิพากษาว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรที่ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่ในครั้งนี้ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรซึ่งมีที่มาตามขั้นปกติ ขณะที่องค์กรอื่นมีที่มาที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพยังสามารถถูกฟ้องร้องได้ ในที่สุดที่ประชุมจึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 141 ต่อ 28 เห็นว่า ป.ป.ช. ถูกฟ้องร้องได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจาก โพสต์ทูเดย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40791</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีพ จุลมนต์, ปปช., ประธานศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2b09d3ecda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม &#039;รายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญศักดิ์ เจียมปรีชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง รายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๗ ประกอบข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการ ตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๒๓ และข้อ ๓๒ จึงประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง (๓) ในการตรวจนับคะแนนในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา ได้ ๘๘๙ คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒
ชีพ จุลมนต์
ประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40789</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ, ชีพ จุลมนต์, บุญศักดิ์ เจียมปรีชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d28226f09137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรหา&#039;ตุลาการ&#039;ศาลรัฐธรรมนูญ แง้มกม.ส่องปัญหา&#039;ใครอยู่-ใครไป&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5 ก.ค.62 เป็นวันสุดท้ายในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวน 3 คน ตามที่นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้ออกประกาศศาลฎีกาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2562 เรื่อง &amp;ldquo;การคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและการเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 และระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้พิพากษาที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก ต้องเป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี กำหนดให้นัดประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 1 ส.ค.2562 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกาชั้น 3 อาคารศาลฎีกา พร้อมออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม นับคะแนน จำนวน 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสัดส่วนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 9 คน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 8 ให้มีที่มาจากผู้พิพากษาในศาลฎีกา 3 คน, ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด 2 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ 1 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น (ระดับอธิบดี, หัวหน้าส่วนราชการ, รองอัยการสูงสุด) 2 คน และในมาตรา 17 กำหนดให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระ 7 ปี ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 204 ที่กำหนดสัดส่วนที่มาจากผู้พิพากษาในศาลฎีกา 3 คน, ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด 2 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ 2 คน และผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ 2 คน โดยมาตรา 208 กำหนดให้มีวาระ 9 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันซึ่งไม่ถูกเซตซีโรจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แบ่งตามสัดส่วนที่มาจากผู้พิพากษาศาลฎีกา คือ นายนุรักษ์ มาประณีต, นายชัช ชลวร, นายบุญส่ง กุลบุปผา / ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คือ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี, นายวรวิทย์ กังศศิเทียม / ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ คือ นายจรัญ ภักดีธนากุล, นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, นายปัญญา อุดชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังเกตได้ว่า จากสัดส่วนนี้มีความคลาดเคลื่อนจากที่รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนด ตรงที่มีสาขานิติศาสตร์ถึง 3 คน สาขารัฐศาสตร์เพียง 1 คน โดยสาเหตุที่เหลื่อมล้ำคาดว่ามาจากคำสั่ง คสช. ที่ให้ต่ออายุตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน คือ นายนุรักษ์, นายชัช, นายบุญส่ง, นายอุดมศักดิ์ และนายจรัญ ดำรงตำแหน่งมายาวนานถึง 11 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา บทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 79 ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 (9 ปี) ปัจจุบันมี 4 คนที่ให้อยู่ต่อจนกว่าจะครบวาระ คือ นายวรวิทย์, นายทวีเกียรติ, นายปัญญา และนายนครินทร์ เนื่องจากยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ 9 ปี ยกเว้น 5 คนที่อยู่เกินวาระตามคำสั่ง คสช. รวม 11 ปี จะพ้นจากตำแหน่งต่อเมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งใหม่ในสัดส่วนศาลฎีกา, ศาลปกครอง และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นเข้ารับหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวิเคราะห์ 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่อยู่ต่อ กับกฎหมายใหม่ที่ลดสัดส่วนสาขานิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์เหลืออย่างละ 1 คน แล้วเพิ่มสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอื่น 2 คน ยังคงมีปัญหาสัดส่วนนิติศาสตร์เกินมาเป็น 2 คนอยู่ คือ นายทวีเกียรติกับนายปัญญา &amp;nbsp;โดยส่วนที่ต้องสรรหาคัดเลือกใหม่ต้องมาจากศาลฎีกา 3 คน, ศาลปกครอง 1 คน หักเดิมมีนายวรวิทย์ 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น 2 คน ไม่รวมรัฐศาสตร์ที่เดิมมีนายนครินทร์ 1 คน จะทำให้จำนวนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเกินจากรัฐธรรมนูญกำหนด 9 คน มาเป็น 10 คน จะเอาคนที่อยู่เดิมออกก็ไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการตัดสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอื่นเหลือ 1 คน ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพียง 1 ตำแหน่งนั่นเอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในส่วนของวุฒิสภาปิดรับสมัครแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2562 มีผู้สมัครรวม 7 ราย ปรากฏบุคคลชื่อดัง อาทิ นายธนฤกษ์ นิติเศรณี อดีตรองประธานศาลฎีกา, นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ทั้ง 7 คนจากที่ควรจะได้รับเลือก 2 คน ก็เหลือเพียงคนเดียว อันเป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาทางกฎหมายและคำสั่ง คสช. ที่ทำให้สัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไม่สามารถปฏิบัติได้ในความเป็นจริงขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของศาลฎีกา 3 คน ซึ่งไม่มีปัญหาข้องเกี่ยวกับสัดส่วนดังกล่าว เราก็เตรียมลุ้นจะปรากฏชื่อใครบ้างหลังปิดรับสมัคร จากนั้นยังมีเส้นทางยังอีกยาวไกล ต้องผ่านการได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก่อน แล้วส่งวุฒิสภาเป็นลำดับสุดท้าย ในการพิจารณาแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจากทุกสัดส่วนที่มาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40205</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีพ จุลมนต์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1e0fab9080d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
