<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 22:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาอินเดียชี้ บัตร ปชช.ชีวมิติไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่การใช้ต้องมีขอบเขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฎีกาอินเดียชี้ขาด ระบบจัดเก็บฐานข้อมูลทางชีวมิติขนาดใหญ่สุดในโลก ที่รัฐบาลบังคับให้ประชาชนกว่า 1,000 ล้านคนทำบัตรประชาชนแบบชีวมิติที่เก็บทั้งลายพิมพ์นิ้วมือและสแกนม่านตานั้น ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญและไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่ต้องกำหนดขอบเขตการใช้ข้อมูลเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 สตรีชาวอินเดียสแกนลายนิ้วมือขณะทำบัตรอัดฮาร์ ที่เมืองอมฤตสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา 5 ท่านของศาลสูงสุดอินเดียเมื่อวันพุธที่ 26 กันยายน 2561&amp;nbsp; ชี้ขาดข้อขัดแย้งที่ฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนโครงการนี้โต้เถียงกันมานานหลายปี นักวิจารณ์กล่าวว่า&amp;nbsp; อัดฮาร์ (รากฐาน) คุกคามสิทธิส่วนบุคคลและเสี่ยงที่จะเปลี่ยนประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2&amp;nbsp; ของโลกแห่งนี้ให้เป็นรัฐสอดแนม ขณะที่รัฐบาลยืนกรานว่าอัดฮาร์จะช่วยปรับปรุงการให้บริการสวัสดิการของรัฐและขจัดการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า อัดฮาร์คือการจัดทำบัตรประชาชนพลเมืองอินเดียด้วยการกำหนดตัวเลข 12&amp;nbsp; หลักพร้อมกับข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือและการสแกนม่านตาของแต่ละคน โดยรัฐบาลอินเดียอ้างเหตุผลว่า ข้อมูลชีวมิติแบบนี้เป็นวิธีโปร่งใสที่สุดที่จะรับประกันว่าโครงการแจกจ่ายอาหาร เชื้อเพลิง และปัจจัยที่จำเป็นสำหรับคนยากจนที่สุดในประเทศที่มีประชากร 1,250 ล้านคนแห่งนี้ จะไม่โดนพวกคนกลางที่ทุจริตยักยอกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของศาลฎีกาให้คงโครงการนี้ไว้ โดยให้เหตุผลว่ามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงมาก คณะผู้พิพากษาระบุด้วยว่า บุคคลใดก็ตามที่ต้องการใช้บริการจากภาครัฐ ไม่ว่าการยื่นขอคืนภาษีหรือการขอสวัสดิการหรือบำเหน็จบำนาญ จำเป็นต้องมีเลขบัตรประชาชนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน บริษัทต่างๆ ก็ไม่สามารถบังคับให้ลูกค้ามอบข้อมูลอัดฮาร์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สตรีชาวอินเดียมองผ่านเครื่องอ่านชีวมิติดวงตา ที่สแกนม่านตาสำหรับบัตรอัดฮาร์ ที่เมืองอมฤตสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายที่เป็นกังวลเรื่องสิทธิส่วนบุคคลพากันวิจารณ์ว่าอัดฮาร์ถูกนำมาใช้อย่างเลยเถิด และทำให้บริษัทเอกชนเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ คำตัดสินนี้จำกัดขอบเขตดังกล่าว เช่นห้ามผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือหรือธนาคารบังคับให้ลูกค้าจดทะเบียนโดยใช้เลขบัตรประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการริเริ่มสมัยรัฐบาลของพรรคคองเกรสเมื่อปี 2553 แต่ได้ขยายขอบเขตในสมัยรัฐบาลบีเจพีของนายกฯ นเรนทรา โมดี เมื่อปี 2557 โครงการที่แต่เดิมเป็นความสมัครใจได้กลายเป็นภาคบังคับสำหรับประชาชนที่ต้องการเข้าถึงบริการภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนที่เข้าโครงการนี้แล้วมากกว่า&amp;nbsp; 1,000 คน แม้แต่เด็กนักเรียนที่ต้องการมื้อกลางวันฟรีของรัฐก็ต้องมีอัดฮาร์ ซึ่งคำพิพากษานี้สั่งให้ยกเลิกแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลกล่าวว่า เด็กทุกคนไม่ควรถูกปฏิเสธการเข้าร่วมกับโครงการใดก็ตามหากพวกเขาไม่สามารถบอกเลขอัดฮาร์ของตนได้ นอกจากนี้นักเรียนนักศึกษาก็ไม่ควรถูกปฏิเสธการสมัครเข้าเรียน หากพวกเขาไม่มีบัตรประชาชน เพราะสิทธิในการศึกษาคือสิทธิพื้นฐานของชาวอินเดียทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ตกเป็นข่าวครึกโครมแล้วหลายครั้ง เช่นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เด็กหญิงอายุ 11 ปีจากครอบครัวยากจนในภาคตะวันออกของอินเดียตายเพราะอดอาหาร หลังจากครอบครัวไม่มีอัดฮาร์ที่นำไปขออาหารปันส่วนได้ และยังมีข่าวอื้อฉาวที่ว่าข้อมูลอัดฮาร์ถูกอาชญากรนำไปขายทางออนไลน์ และผู้สื่อข่าวที่เปิดโปงเรื่องเหล่านี้ก็โดนตามล่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีวมิติ, บัตรประชาชน, ศาลฎีกาอินเดีย, อัดฮาร์, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5baba144ccde2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
