<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘นิพนธ์’ร่ายยาวโต้‘ปปช.’ วิษณุยันทำหน้าที่รมต.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.จ่อรับรองมติชี้มูลความผิด &amp;quot;นิพนธ์&amp;quot; สัปดาห์หน้า ก่อนส่งอัยการยื่นศาลอาญาคดีทุจริต เจ้าตัวแจงยิบรักษาประโยชน์รัฐ เผยสัญญาเซ็นก่อนเป็นนายก อบจ.สงขลา เบรกจ่าย 50 ล้านให้เอกชนเหตุมีร้องเรียนทุจริต ก่อนที่ คกก.สอบสรุปผลฮั้วประมูลทำให้จัดซื้อเป็นโมฆะ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ยังทำหน้าที่ รมต.ได้จนกว่าศาลสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กรณีละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ มิได้อนุมัติงบประมาณเบิกจ่ายเงินให้กับบริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด เป็นค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,850,000 บาท ที่ทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2556 ว่าคดีดังกล่าวกระบวนการพิจารณาชี้มูลฯ ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามขั้นตอน จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาว่าจะรับรองมติที่มีไปก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงจะแถลงรายละเอียดทั้งหมดต่อสาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน? ป.ป.ช. กล่าวยอมรับว่า ก่อนหน้านี้คดีดังกล่าวได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่แล้ว แต่ที่ยังไม่ยืนยันมติชี้มูลความผิด เพราะขั้นตอนยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหากมีการชี้มูลความผิดจริง จะต้องส่งเรื่องต่อให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริตในตำแหน่งหนึ่ง และปัจจุบันเข้ารับตำแหน่งใหม่ จะส่งผลให้ต้องพ้นจากการดำรงตำแหน่งหรือไม่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ต้องตีความ โดยหากอัยการสูงสุดยื่นฟ้องไปยังศาล ศาลจะพิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใด ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าหากชี้มูลนายนิพนธ์จริง นายนิพนธ์จะต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2556 ก่อนที่จะรับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา มีการประกาศจัดหารถซ่อมทาง วงเงิน 52 ล้านบาท และในการประมูลดังกล่าวมีผู้ยื่นประมูล 2 ราย ได้แก่ บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด (ยื่นประมูล 50,850,000 บาท) และบริษัท เอส พี เค ออโต้เทค จำกัด( ยื่นประมูล 50,900,000 บาท) ผลปรากฏว่า บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลด้วยราคาที่ต่ำกว่า 50,000 บาท โดยในขณะนั้นได้รับข้อมูลร้องเรียนว่าทั้ง 2 บริษัทมีการทุจริต และต่อมายังตรวจสอบได้ว่าบริษัททั้งสองมีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อยื่นประมูลงานอีกด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 31 พ.ค.2556 นายก อบจ.สงขลาในขณะนั้น ได้ลงนามในสัญญาซื้อรถซ่อมทางอเนกประสงค์กับบริษัท พลวิศว์ฯ โดยกำหนดส่งมอบรถภายใน 180 วัน และวันที่ 7 มิ.ย.2556 หลังจากลงนามสัญญาซื้อรถซ่อมทางอเนกประสงค์ได้เพียง 7 วัน นายก อบจ.สงขลาในขณะนั้นประกาศลาออกจากตำแหน่ง จากนั้นวันที่ 4 ส.ค.2556 มีการจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลาขึ้นใหม่ ซึ่งตนได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา และเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 28 ส.ค.2556&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นวันที่ 8 ต.ค.2556 บริษัท พลวิศว์ฯ ส่งมอบรถซ่อมทางอเนกประสงค์ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ อบจ.สงขลา ทำการทดสอบและตรวจรับรถซ่อมทางอเนกประสงค์ในวันที่ 9 ต.ค.2556 และใช้ระยะเวลากว่า 90 วัน กองช่างจึงได้รายงานผลการทดสอบในวันที่ 9 ม.ค.2557&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม วันที่ 21 พ.ย.2556 ระหว่างที่ผลการทดสอบตรวจรับรถยังไม่เสร็จสิ้น บริษัท ไทยวินเนอร์ ทรัค จำกัด ได้มีการร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 15 และ ป.ป.ช. ทำให้ตนที่เพิ่งรับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลาคนใหม่ และไม่ทราบถึงรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างรถซ่อมทางอเนกประสงค์ดังกล่าวมาก่อน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการจัดซื้อรถดังกล่าวที่ผ่านมานั้นถูกต้องตามระเบียบและตามข้อร้องเรียนหรือไม่ เพื่อไม่ให้ทางราชการเสียหาย และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง อบจ.สงขลาได้มีการจัดซื้อรถดังกล่าวไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละ 1 คัน และครั้งนี้เป็นการจัดซื้ออีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 1 ปี อีกจำนวน 2 คัน รวมเป็น 4 คัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 7 ม.ค.2557 รองผู้ว่าฯ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าฯสงขลา ได้มีหนังสือถึงตนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ตนจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งผู้ว่าฯและตามที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายร้องเรียนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการ จากนั้นในวันที่ 5 มิ.ย.2557 ผู้ว่าฯ สงขลามีหนังสือถึง อบจ.สงขลา ขอให้จ่ายเงินให้แก่บริษัท พลวิศว์ฯ แต่ตนพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ ยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ควรรอผลตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการชำระเงินให้แก่บริษัท พลวิศว์ฯ และหากอนุมัติให้จ่ายเงินไป แล้วภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเห็นว่าการจัดซื้อไม่ชอบและการประมูลจัดซื้อตกเป็นโมฆะ จะทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก ยากที่จะเรียกเงินคืน เพราะบริษัท พลวิศว์ฯ มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งหากอนุมัติให้จ่ายเงินไป ตนอาจถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาได้ ดังนั้นเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายและรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ การจ่ายเงินควรดำเนินการภายหลังผลสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการประมูลจัดซื้อได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่เสียก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 ก.ค.57 คณะกรรมการตรวจสอบฯ รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงว่าการประมูลซื้อไม่เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะตามที่ อบจ.สงขลากำหนด มีความเห็นว่าการประกวดราคาและการจัดซื้อรถมีเจตนาไม่สุจริต เป็นการสมยอมกันในการเสนอราคา ทำให้การแข่งขันกันอย่างไม่เป็นธรรม ผลก็คือการประกวดราคาและการจัดซื้อรถจึงตกเป็นโมฆะ และ อบจ.สงขลาได้นำผลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานให้ศาลปกครองพิจารณาแล้ว และส่งให้จังหวัดสงขลา ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 15 และ ป.ป.ช.ทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักฐานจากต่างประเทศหลายแห่ง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ออสเตรเลีย หลักฐานจากนอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย เป็นต้น ที่รับรองไว้แล้วว่าบริษัทคู่เทียบเอกชนในการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ดังกล่าวไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง และจากกรณีปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว อบจ.สงขลาได้ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองสงขลาไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว หลังจากนั้นกติกาเป็นอย่างไรต่อก็ไปสู้ในศาล อะไรก็ว่ากันไป และนายนิพนธ์ได้ชี้แจงออกมาแล้วเป็นเรื่องของศาล ส่วนจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่นั้น หากชี้ชัดว่าผิดก็กระทบ กติกาอยู่กับรัฐบาลมาตั้งนานแล้วว่ากรณีจะพ้นหน้าที่ หรือจะต้องถูกออกมีกรณีไหนบ้าง เมื่อมีคำตัดสินที่ชัดเจนจากกระบวนยุติธรรมคือศาล ส่วน ป.ป.ช.เป็นเรื่องของการชี้มูลและส่งฟ้องศาล กระบวนการเป็นอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ป.ป.ช.ชี้มูลใครก็ตามก็ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีการส่งเรื่องไปถึงศาล และศาลอาจจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ก็ได้ แต่หากศาลประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้มูลความผิด, นิพนธ์ บุญญามณี, ป.ป.ช., ศาลอาญาคดีทุจริต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f77373877490.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.อุบไต๋ฟัน&#039;สุเทพ&#039;ทุจริตโรงพัก รอแจงหลังส่งอัยการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทุจริตในโครงการก่อสร้างโรงพัก ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp; และสำนักงาน ป.ป.ช.ยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่สามารถบอกอะไรได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ชี้มูลแล้วหรือยังอยู่ระหว่างรอส่งให้อัยการ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ขั้นตอนของ ป.ป.ช.รวมทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องการรับรองรายงานการประชุม การส่งหลักฐานให้กับอัยการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ถ้าส่งให้อัยการแล้วจะแถลงให้ทราบต่อไป รวมถึงทุกๆ เรื่องที่จะเปิดเผยหลังจากที่ส่งให้อัยการแล้ว ซึ่งมีหลายเรื่องสำคัญที่จะเปิดเผยหลังจากส่งให้อัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการการยื่นเรื่องให้อัยการจะต้องส่งให้อัยการภายใน 30 วัน&amp;nbsp; หากเป็นคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อัยการจะต้องส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 180 วัน แต่ถ้าอัยการเห็นว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์ ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายใน 90 วัน เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมกัน ส่วนนักการเมืองที่ถูกชี้มูลความผิด จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่&amp;nbsp; ต้องรอให้ศาลมีคำสั่งรับเรื่องไว้ก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้มูลความผิด, ทุจริตสร้างโรงพัก, ป.ป.ช., วรวิทย์ สุขบุญ, สุเทพ, ส่งอัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37da3698ffa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือดกำนันสุเทพ-2บิ๊กตร. เซ่นโครงการสร้างโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดอดีตรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ และ 2 บิ๊กตำรวจ หลังถูกกล่าวหาทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง มูลค่า &amp;nbsp;5.8 พันล้าน และอีก 163 แฟลตตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กรณีอนุมัติโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพัก) ทดแทน 396 แห่ง ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 วงเงิน 5,800 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า จากการไต่สวนของ ป.ป.ช.พบว่านายสุเทพ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในขณะนั้น ได้สั่งให้เปลี่ยนวิธีการประมูลการจัดสร้างโรงพักทดแทนจากเดิมที่ใช้วิธีแยกประมูลเป็นรายภาค มาเป็นรวมศูนย์การประมูลเป็นแห่งเดียว ทั้งที่เมื่อเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วถูกทักท้วงจาก ครม.ในขณะนั้น โดยสั่งให้ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณก่อน แต่นายสุเทพไม่ดำเนินการตามที่ถูกทักท้วง โดยยืนยันจะใช้วิธีการประมูลแบบรวมศูนย์ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามระเบียบของกรมบัญชีกลางที่อนุญาตให้ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดคดีการอนุมัติโครงการก่อสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งทั่วประเทศ ที่นายสุเทพเสนอขึ้นมาพร้อมกันกับคดีโรงพักทดแทนในลักษณะแพ็กคู่ เนื่องจากเป็นโครงการในลักษณะที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป โดยในส่วนคดีแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ และ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ อดีตผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกับคดีโรงพักทดแทน คือมีการเปลี่ยนวิธีการดำเนินการประมูลก่อสร้างจากแยกเป็นรายภาคมาเป็นวิธีการรวมศูนย์แห่งเดียว จนกลายเป็นต้นเหตุให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินจำนวนมากในภายหลัง เนื่องจากโครงการไม่เดินหน้า โรงพักและแฟลตหลายแห่งถูกทิ้งร้างจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเห็นว่าพฤติการณ์ของนายสุเทพเข้าข่ายการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ จึงให้ส่งเรื่องดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพและผู้เกี่ยวข้อง ไปให้สำนักงานอัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำสำนวนให้สมบูรณ์ เพื่อส่ง อสส.ภายใน 30วัน หลังจากการลงมติ อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;ป.ป.ช.เตรียมจะแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวให้สาธารณชนรับทราบ&amp;quot; รายงานข่าวจาก ป.ป.ช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุเทพเคยเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับองค์คณะไต่สวน ป.ป.ช.อย่างน้อย 3 ครั้ง โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง ทั้งนี้ ในการชี้แจงครั้งที่ 3 ระบุว่ากรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาและบริษัทที่ชนะการประมูลไม่สามารถสร้างสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่ง ได้ทันตามกำหนดเวลานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสัญญาหรือการอนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการประมูล เพราะการทำสัญญาว่าจ้างดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบงบประมาณแผ่นดินของสำนักนายกรัฐมนตรีทุกขั้นตอน แต่เรื่องการก่อสร้างล่าช้าเสร็จไม่ทันกำหนด เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการเปลี่ยนวิธีประมูลแบบรายภาคมาเป็นแบบรวมศูนย์ นายสุเทพได้ชี้แจงไปหลายรอบแล้วว่าตอนอนุมัติโครงการครั้งแรก พิจารณาตามที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ขณะนั้นเสนอมา เห็นว่ามีเหตุผลเรื่องการแยกสัญญาออกเป็น 9 ภาค จึงอนุมัติให้ดำเนินการ แต่ต่อมาสมัย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร. ได้เสนอแก้ไขสัญญาว่าจ้างใหม่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายงบประมาณปี 2553 ที่ออกมาจากหลังการอนุมัติโครงการครั้งแรกแล้ว โดยระบุว่าหากเป็นโครงการเดียวกัน ไม่สามารถแยกเป็นหลายสัญญาได้ จึงเป็นที่มาของการแก้ไขสัญญาใหม่ให้ถูกต้องตามระเบียบงบประมาณปี 2553 ทุกโครงการก็ทำตามระเบียบดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างสถานีตำรวจ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ชี้มูลความผิด, ป.ป.ช., พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ, มติชี้มูลความผิด, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d371c52902da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผอ.พศ.อ่วม!ปปช.เชือดทุจริตเงินทอนวัด 7 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนม ศรศิลป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.61 - มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก ในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2550 และ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2554)และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรา 147&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใดเบียดบังทรัพย์สินนั้นเป็นของตน หรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีทุจริตงบอุดหนุนบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ของพศ. มูลค่าหลายสิบล้านบาท ในพื้นที่ จ. ลำพูน จำนวน 6 วัด และ จ.ลำปาง จำนวน 1 วัด รวม 7 วัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันอังคารที่ 7 ส.ค. เวลา 14.00 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. จะแถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว ที่ห้องแถลงข่าว อาคาร 1 สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14822</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ชี้มูลความผิด, ปปช., พนม ศรศิลป์, อดีตผอ.พศ., โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b613a20cfc05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.แจงยิบส่งอัยการฟ้องศาลฎีกาฯยึดทรัพย์ &#039;เมียอริสมันต์&#039; บ้าน-รถโดนหมด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ตามที่นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีเข้ารับตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น จากการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงรวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง กับกรณีพ้นจากตำแหน่ง พบว่านางระพิพรรณ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น จำนวน 21,534,084.34 บาท คณะกรรมการป.ป.ช. จึงมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของนางระพิพรรณ โดยมี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝากของนางระพิพรรณ &amp;nbsp;พบว่ามีการทำรายการฝากเงินและถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนมาก และยังพบว่านางระพิพรรณ ได้ซื้อทรัพย์สินระหว่างดำรงตำแหน่งจำนวนมาก อันเป็นการมีพฤติการณ์ โอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน จึงมีคำสั่งอายัดบัญชีเงินฝาก ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ ของนางระพิพรรณ ไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 4 รายการ รวมมูลค่า 15,545,143.33 บาท ประกอบด้วย 1.บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1 บัญชี เป็นเงินจำนวน 845,143.33 บาท 2.ที่ดินในแขวงลาดยาว เขตจตุจักร (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แปลง พร้อมบ้านพักอาศัย มูลค่ารวม 9,000,000 บาท 3.ที่ดินในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จำนวน 1 แปลง มูลค่า 1,500,000 บาท 4.รถยนต์ BMW รุ่น 730Ld ป้ายทะเบียนชั่วคราว ถ 8988 กรุงเทพมหานคร หมายเลขเครื่องยนต์ 30268550 หมายเลขตัวถัง MMFYG44040DZ30453 มูลค่า 4,200,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณารายงานผลการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของนางระพิพรรณแล้วมีมติว่านางระพิพรรณ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ รวมมูลค่า 42,816,226.64 บาท เป็นเงินฝากธนาคาร 6 บัญชี จำนวนเงิน 27,618,954.64 บาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่า 9,492,000 บาท สิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง มูลค่า 2,000,000 บาท รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 1,805,272 บาท และเงินที่นำมาชำระหนี้เงินกู้ธนาคาร จำนวนเงิน 1,900,000 บาท ตามรายการดังต่อไปนี้ 1.เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขารัฐสภา บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ xxx-x-xxxx4-1 ชื่อบัญชีนางระพิพรรณ รวมเป็นเงิน 8,935,300 บาท 2.เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาการเคหะแห่งชาติ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ xxx-x-xxxx7-8 ชื่อบัญชีนางระพิพรรณ ฝากเงินสดจำนวน 232,700 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า 3.เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) สาขาเมเจอร์ รัชโยธิน บัญชีประจำ เลขที่ xxxxxxxxxxxx86 ชื่อบัญชีนางระพิพรรณ รวมเป็นเงิน 5,000,000.64 บาท 4.เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ xxx-xx-xx1-5 ชื่อบัญชีนางระพิพรรณ รวมเป็นเงิน 11,842,000 บาท 5.เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ xxx-xxx-xx7-1 ชื่อบัญชีนางระพิพรรณ รวมเป็นเงิน 1,008,954 บาท 6.ที่ดินโฉนดเลขที่ 79819 ตำบลลาดยาว อำเภอจตุจักร (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 งาน 11 ตารางวา และที่ดินโฉนดเลขที่ 79820 ตำบลลาดยาว อำเภอจตุจักร (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 งาน 10 ตารางวา กรรมสิทธิ์ของนางระพิพรรณ จำนวนเงิน 7,992,000 บาท 7.บ้านเลขที่ 342/3 ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9-3 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร กรรมสิทธิ์ของนางระพิพรรณ มูลค่า 2,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า 8. รถยนต์ยี่ห้อ BMW รุ่น 730Ld หมายเลขเครื่องยนต์ 30268550 หมายเลขตัวถัง MMFYG44040DZ30453 เลขทะเบียน ถ 8988 (ป้ายแดง) จำนวนเงิน 1,805,272 บาท กรรมสิทธิ์ ของบริษัท บีเอ็มดับเบิ้ลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) (นางระพิพรรณ เป็นผู้ครอบครอง) 9.เงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขารัฐสภา บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ xxx-x-xxxx8-2 ชื่อบัญชี นายอริสมันต์ รวมเป็นเงิน 600,000 บาท 10. ที่ดินโฉนดเลขที่ 7449 ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จำนวน 1,500,000 บาท เฉพาะส่วนของนางสาวจันทาภา พิษณุไวศยวาท และ11. เงินที่นำมาชำระหนี้เงินกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาศรีย่าน ชื่อบัญชี นางจิราวรรณ (ชื่อเดิม นางระพิพรรณ) และนายอริสมันต์ เลขที่บัญชี xxxxxxxxxx9-7 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ชำระเงินสดจำนวน 1,900,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ให้ส่งเอกสารทั้งหมดที่มีอยู่พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ทรัพย์สินของนางระพิพรรณ ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 38 ทั้งนี้ หากไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของนางระพิพรรณ ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติดังกล่าว ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือได้แต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนางระพิพรรณ ภายในอายุความสิบปี ตามนัยมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ด้วย&amp;rdquo;เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้มูลความผิด, ปกปิดทรัพย์สิน, ปปช., ภรรยายอริสมันต์, รวยผิดปกติ, ระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a670f2d445ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เชือดแล้ว!จัดซื้อเครื่องตรวจระเบิด จีที 200  โดยมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงกรณีถึงความคืบหน้ากรณี ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนขึ้นจำนวน 12 ชุด เพื่อตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดอัลฟา 6 และจีที 200 ตามที่คณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องเข้ามาให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ ว่า ล่าสุดคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดกรณีดังกล่าวแล้ว 1 สำนวน &amp;nbsp;และส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คดีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 กับอัลฟ่า 6 คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดบ้างแล้ว ในส่วนของคดีที่จ.พิษณุโลก ถือเป็นคดีแรกก่อน ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะได้แถลงรายละเอียดให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ จากการพิจารณาคณะกรรมการ ป.ป.ช.พบว่าการกระทำผิดของผู้ถูกกล่าวหาชัดเจน และชัดเจนในขบวนการด้วย ซึ่งที่ชี้มูลไปในครั้งนี้ เป็นข้าราชการระดับ 8-9 ระดับหัวหน้าสำนักงานในจังหวัด และเมื่อ ป.ป.ช.ส่งให้อัยการแล้ว ทาง อสส. ก็จะได้ไปพิจารณา ข้อชี้มูลของ ป.ป.ช.ที่ได้ส่งไป หากเห็นชอบด้วยก็สั่งฟ้อง ส่งศาลทุจริตประพฤติมิชอบ อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณายังเชื่อมโยงไปไม่ถึงข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมืองแต่อย่างใด และจากการชี้มูลคดีดังกล่าวจะมีพยานหลักฐานร่วมที่สามารถเป็นกรอบในการวินิจฉัยสำนวนอื่นๆที่ยังค้างอยู่ได้ เพราะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า สำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด คือ กรณีกล่าวหา ว่าที่ ร.ต.สุรศักดิ์ วงศาโรจน์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก กระทรวงมหาดไทย, นายวีระ อินทรประสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร, นายทรงศักดิ์ ภูมิผล นายช่างไฟฟ้าสื่อสาร 6, น.ส.อุบล นุชแพร เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 5, นางหทัยกาญจน์ แปงแก้ว เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 5 และนายขวัญชัย คำชุ่ม เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3 กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีจัดซื้อเครื่องตรวจค้นยาเสพติดของจังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2551 โดยไม่ตรวจสอบราคา ที่ส่วนราชการอื่นเคยจัดซื้อ ทำให้จังหวัดพิษณุโลกต้องจัดซื้อเครื่องตรวจค้นยาเสพติด อัลฟ่า 6 ในราคาแพง กว่าที่ควรจะเป็น และไม่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9453</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด, จีที 200, ชี้มูลความผิด, ปปช., อัลฟ่า 6</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe556ccbdf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศาลปราบโกง&#039; หัก &#039;ป.ป.ช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.2561 &amp;ndash; คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หรือศาลปราบโกงยกฟ้องคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชนม์สวัสดิ์ หรือเอ๋ อัศวเหม อดีตนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ และนางบารนี เลิศไพศาล ข้าราชการบำนาญเป็นจำเลยที่ 1-2 ในโครงการทำสัญญาจ้างเก็บขยะมูลฝอยและกวาดถนนในเขตพื้นที่เทศบาลนครสมุทรปราการ 5 ปีติดต่อกัน วงเงิน 128,700,000 บาทนั้นต้องเรียกว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นกรณีแรกที่คดีซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลและมีมติส่งอัยการสูงสุด (อสส.) สั่งฟ้องศาลปราบโกงถูกยกฟ้อง แม้ที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดศาลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2559 มาก็เคยมีการยกฟ้องมาแล้วหลายคดีก็ตาม แต่ครั้งนี้เป็นกรณีแรกที่เป็นสำนวนที่มาจาก ป.ป.ช. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลระบุว่า &amp;nbsp;ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับเทศบาลนครสมุทรปราการตีความการบังคับใช้ระเบียบแตกต่างกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวยังไม่มีการวินิจฉัยชี้ขาดจากผู้มีอำนาจตีความตามกฎหมาย ดังนั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คดีดังกล่าว ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560 โดยระบุว่า นายชนม์สวัสดิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 นางบารนี มีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ส่วนนางดวงเดือน แย้มละออ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยกองคลัง เทศบาลนครสมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วยนั้นข้อกล่าวหาจึงไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ยังน่าจับตา เพราะคดีของนายชนม์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ กับพวกที่อยู่ใน ป.ป.ช.นั้น ยังมีคดีเงินอุดหนุนวัดในจังหวัดสมุทรปราการเพื่อก่อสร้างเตาเผาศพ 3 ปี 800 ล้านบาทอีก และถือเป็นต้นทางของคดีเงินทอนวัด ซึ่ง ป.ป.ช.ใกล้ที่จะสรุปการชี้มูลเต็มที ซึ่งก็มีสิทธิ์ที่นายชนม์สวัสดิ์อาจได้ข่าวดีเหมือนกับโครงการทำสัญญาจ้างเก็บขยะมูลฝอยเช่นกัน เพราะมีรูปแบบที่ใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนม์สสวัสดิ์, ชี้มูลความผิด, บารนี เลิศไพศาล, ป.ป.ช., ศาลปราบโกง, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, สมุทรปราการ, เก็บขยะ, เตาเผาศพ, เอ๋ ชนม์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab25906e9710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
