<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ชี้แจงกรณี มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามนโยบายรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (7 ตุลาคม 2564) นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง ชี้แจงกรณี มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากนโยบายเดิมให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น เริ่มมีมาตรการตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยล่าสุด ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ได้ขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 1 ปี คือ ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประจำเดือนตุลาคม 2564 ถึงกันยายน 2565 นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มจำนวนเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจากเดิมรายละ 230 บาทต่อเดือน เป็น 315 บาทต่อเดือน โดยผู้มีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือยังต้องชำระค่าไฟฟ้าปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดขั้นตอนการรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงรูปแบบเดิม คือ ในกรณีที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ยังไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน ให้ลงทะเบียนตามช่องทางของหน่วยงานการไฟฟ้าที่ดูแลในพื้นที่ของท่าน เช่น หากเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี หรือสมุทรปราการ สามารถลงทะเบียนผ่าน MEA ได้ที่ http://meagate1.mea.or.th/welfareregis แต่สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ ขั้นตอนต่อมา เมื่อ MEA แจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนแล้ว ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระค่าไฟฟ้าตามปกติ หลังจากนั้น MEA จะส่งข้อมูลการชำระค่าไฟฟ้าให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งหากข้อมูลถูกต้องกรมบัญชีกลางจะโอนเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าคืนเข้ามาในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามจำนวนค่าไฟฟ้าที่ใช้จริง แต่ไม่เกิน 315 บาท ให้กับผู้ได้รับสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 ที่มีขนาดเครื่องวัดฯ ขนาด 5(15) แอมแปร์ เมื่อใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน จะได้รับสิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการในปัจจุบันแทนสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงผู้ที่แม้จะมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 315 บาทต่อเดือน ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือในเดือนนั้น ๆ เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูลการใช้งานสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 02-109-2345 หรือสอบถามข้อมูลค่าไฟฟ้าได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, และ MEA Call Center โทร 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/5079394338754329/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Website : https://mea.or.th/content/detail/87/6115&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Twitter : https://twitter.com/mea_news/status/1445999045944561666?s=21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Gnews : https://gnews.apps.go.th/news?news=93602&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Line OA : https://timeline.line.me/post/_dQn9zGwXj83CxqzRN98kNgtqOGsCdIGLMSbrTR8/1163358734301063647&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Instagram : https://www.instagram.com/p/CUt6YQmPvoA/?utm_medium=copy_link&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119065</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID19, MEASmartService, ค่าไฟ, ชี้แจง, ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, มติครม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb528a6a3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจงยิบประเด็นฮั้วประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.2564 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ชี้แจงตามที่มีประเด็นการกล่าวอ้างของนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน โดยการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Mana Nimitmongkol หัวข้อ เรื่อง &amp;ldquo;ความโปร่งใสที่ไม่จริงใจ ชั่วร้ายยิ่งกว่าโกงซึ่งๆ หน้า&amp;rdquo; โดยตั้งข้อสังเกตว่าการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท มีความไม่โปร่งใส อาจมีการล็อคสเปค ฮั้วประมูลอยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่การเปิดประมูล e-bidding บังหน้า ขณะที่กลไกตรวจสอบปกติในการป้องกันคอร์รัปชันอย่าง ป.ป.ช.และศาลกลับทำอะไรไม่ได้ พร้อมเรียกร้องประชาชนให้ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงตามประเด็นข้อกล่าวหา ดังนี้1. กติกาถูกเปลี่ยนก่อนการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกล่าวหาว่ากติกาถูกเปลี่ยนก่อนการประมูล การรถไฟฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนการแบ่งสัญญา 6+1 ของซูปเปอร์บอร์ด เป็น 3 สัญญารวมการติดตั้งอาณัติสัญญาณ เหมือนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรอบแรก เพราะมีประสบการณ์เปรียบเทียบสัญญาใหญ่รวม SNL ในทางคู่เส้นทางสายชุมทางจิระ กับชุมทางแก่งคอย เป็นโครงการที่มีความสำเร็จเสร็จใกล้เคียงเป้าหมายล่าช้าเพียง 6 เดือน จากปัจจัยภายนอก เช่น การเวนคืน และการปรับแบบสถานีบ้านไผ่ที่มีชาวบ้านเรียกร้องมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางคู่เฟส 1 ทั้ง 3 สายทาง แบ่งแยก SNL &amp;nbsp;ปัจจุบันพบว่า กำหนดแล้วเสร็จของโครงการจะล่าช้าออกไปมากกว่า 2 ปี เพราะมีความล่าช้าตั้งแต่การประกวดราคา inter bid ของงานระบบอาณัติสัญญาณ และการประสานการทำงาน การส่งต่อข้อมูล การมอบพื้นที่ ระหว่างงานโยธากับ SNL จึงเป็นประสบการณ์ว่าการแบ่งสัญญาใหญ่รวม SNL มีผลกับความสำเร็จในการดำเนินงานมากกว่าการแบ่งเป็นสัญญาย่อย ซึ่งไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะเกิดการแข่งขันราคาได้อย่างสมบูรณ์ ยิ่งด้วยสถานการณ์ที่ค่าวัสดุเหล็กปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% ในการประกวดราคาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แบ่งเค้ก &amp;ndash; ฮั้วราคา หรือไม่? การกล่าวหาว่ามีการแบ่งเค้ก และฮั้วราคา เป็นเรื่องของการคาดเดาและเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของผู้กล่าวหา ในส่วนของการรถไฟฯ ได้ดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบขอบเขตของการรถไฟฯ เรามีการตรวจสอบการมีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ยื่นข้อเสนออย่างครบถ้วน ในส่วนของการยื่น ไม่ยื่น หรือยื่นอย่างไรของผู้ประกอบการเราไม่รู้ได้ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนของการประกวดราคา ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัดแล้ว ซึ่งระบบการประกวดราคาแบบ e-Bidding เป็นระบบที่ได้พัฒนารูปแบบจากการประกวดราคาด้วยวิธีการยื่นซอง เป็นการประกวดราคาแบบ e-Auction จนกระทั่งเป็นการประกวดราคาแบบ e-Bidding &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นระเบียบที่มีความโปร่งใสมากที่สุดในปัจจุบันของทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กลุ่มผูกขาด ไม่เชิญต่างชาติเข้าแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟฯ ดำเนินการตามนโยบาย Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน เป็นการสนับสนุนการจ้างงานในประเทศไทย จึงกำหนดให้ถ้ามีบริษัทที่ยื่นประมูลเป็นคนไทยสามารถยื่นประมูลได้ แต่หากยื่นเป็นกลุ่มผู้นำกลุ่มต้องเป็นคนไทย อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างอุโมงค์ต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เพิ่มการแข่งขันของงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ ซึ่งกำหนดให้งานอุโมงค์ผู้ที่จะยื่นประมูลสามารถนำผลงานในไทยหรือใช้ผลงานจากต่างประเทศได้ และหากผู้ร่วมประมูลเป็นต่างชาติก็สามารถเข้าร่วมกับบริษัทของไทยที่มีผลงานทางรถไฟ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว 2 โครงการนี้ การรถไฟฯ ใช้เงินกู้ภายในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ยังซบเซาคงต้องส่งเสริมและกระตุ้นธุรกิจภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ถูกกฎหมายแต่ขัดใจประชาชน การรถไฟฯ ขอยืนยันว่าการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงการคลังอย่างเคร่งครัด ในช่วงเผยแพร่เอกสารประกวดราคา แบบ ราคากลาง และเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด ได้มีการนำลงในเวบไซต์กรมบัญชีกลาง และการรถไฟฯ ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 พร้อมกับมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ สามารถเข้าดูและโหลดเอกสารได้ อีกทั้ง สามารถให้ความเห็นผ่านช่องทางที่กำหนด จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่วิจารณ์ในตอนนี้ก็สามารถเข้าดู และแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่ช่วงดังกล่าว แล้วผู้กล่าวอ้าง มั่นใจอย่างไร ว่าขัดใจประชาชนไปทั้งหมด ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต่างรอคอย เฝ้ารอโครงการอย่างจดจ่อ โดยเฉพาะสายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย - เชียงของ ประชาชนรอคอยกันมาหลายสิบปี นับตั้งแต่ริเริ่มโครงการ &amp;nbsp;ในสายบ้านไผ่ - มุกดาหาร - นครพนม ก็เช่นเดียวกัน ประชาชนต่างเฝ้ารอคอยการเกิดขึ้นของโครงการทางรถไฟในเส้นทางสายนี้ที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. อย่าปล่อยตามยถากรรม &amp;nbsp;การรถไฟฯ รับหน้าที่จากรัฐบาลให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทางนี้ ให้ลุล่วงตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ หากจะมองแต่เรื่องการประมูลงานอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองความสำเร็จภาพรวมของงานที่ได้รับมอบหมาย และเป็นไปตามเวลาที่วางไว้เป็นสำคัญอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหา :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นการกล่าวหาดังกล่าว การรถไฟฯ ไม่ได้นิ่งเฉย ได้มีการมอบหมายให้ที่ปรึกษาการประกวดราคาตรวจสอบยืนยัน ความเหมาะสมของเงื่อนไข และราคากลางของงาน พบว่า ราคากลาง ราคาค่าก่อสร้างทั้ง งานโยธา/งานทางรถไฟ และอาณัติสัญญาณฯ เฉลี่ย ต่อ กม. ของโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ และทางคู่สาย บ้านไผ่ - มุกดาหาร &amp;ndash; นครพนม มีราคาต่อ กม. ต่ำกว่าโครงการทางคู่ที่ก่อสร้างมาก่อนหน้านี้ทุกสาย และยังพบว่า ราคาค่าก่อสร้างอุโมงค์ ต่อ กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ ต่ำกว่างานก่อสร้างอุโมงค์ ช่วงมาบกะเบาในทางคู่ ระยะที่ 1 ของสายตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งๆ ที่สภาพพื้นดินสายเด่นชัยฯ เป็นชั้นหินผุ ซึ่งทำงานยากกว่า จึงพิสูจน์ได้ว่าราคากลางของโครงการทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ และทางคู่สาย บ้านไผ่ - มุกดาหาร &amp;ndash; นครพนม มีราคาที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับทางราชการสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106313</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), ชี้แจง, รถไฟทางคู่, สายเหนือ-อีสาน, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adbc77972aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต. เตรียมเรียก&#039;แอน JKN&#039;ชี้แจงใช้สื่อโซเชียลปั่นหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 2564 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า กรณีนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) (JKN) ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทร่วมมือกับคู่ค้าทำผลิตภัณฑ์กัญชง ซึ่งด้วยความสามารถด้านการตลาดจะทำรายได้มหาศาลนั้น เป็นการให้ข่าวที่มีผลต่อราคาหุ้น ซึ่งก.ล.ต.ได้มีการทำ mou แบ่งหน้าที่กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยตลท.ทำหน้าที่เฝ้าระวัง( surveillence) จะติดต่อ และให้บริษัทชี้แจงหรือปรามในเบื้องต้น &amp;nbsp;และหากมีประเด็นเรื่องปั่นราคา ตลท.จะประสานกับก.ล.ต.เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายจักรพงษ์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า &amp;quot;กันชงแท้เจ้าแรก เจ้าเดียวของไทย +18 แบบ 24 ชั่วโมง = ตำนานรวยของโคตรรวย&amp;quot; นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อความอีกว่า &amp;quot;ถึงแม้อ่านไม่เข้าใจ...ก็แค่ไปซื้อหุ้นเจเคเอ็นเก็บไว้ก็พอ!!! (แม่บอกแล้วนะ...ปกติไม่เคยเชียร์หุ้นใครเลยด้วยซ้ำ)&amp;quot; ก่อนที่จะแก้ไขเป็น &amp;quot;พยายามเข้าใจกันเอง...แม่พูดมากไม่ได้!!!&amp;quot; และลบโพสต์ข้อความออกไปในท้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95600</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ชี้แจง, ปั่นหุ้น, แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_604850cd08bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการจัดเรี่ยไรระดมทุนผ่านเฟซบุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานข่าวกรณีการจัดเรี่ยไรระดมทุนผ่านเฟซบุ๊กว่า กระทรวงมหาดไทยได้ยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานต่อไป นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้มี หนังสือขอหารือเรื่องดังกล่าวมายังสำนักงานฯ เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแล้วปรากฎว่า ข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีผู้กล่าวหาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่ามีกลุ่มบุคคลได้กระทำการจัดเรี่ยไรระดมทุนผ่านเฟซบุ๊ก โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีนี้จึงมีผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิด พนักงานเจ้าหน้าที่จึงต้องทำการสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงและหลักฐานเพื่อที่จะทราบว่าเป็นความผิดตามที่มีข้อกล่าวหาหรือไม่ หากเห็นว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด ก็จะต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสถาบันอื่นอยู่แล้วตามกฎหมาย และสมควรให้มีการดำเนินการตามกฎหมายนั้นก่อน เพื่อประโยชน์แก่การบริหารราชการแผ่นดิน จึงไม่รับข้อหารือนี้ไว้พิจารณา โดยได้มีหนังสือตอบกลับไปยังกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายนพดล&amp;nbsp; เภรีฤกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80534</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, ชี้แจง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f870216b75a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกตร.แจงคลิปชายหัวร้อนโวยตกเครื่องบินอ้างยศนายพันแค่อดีตตำรวจเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีมีคลิปชายหญิงคู่หนึ่งมาไม่ทันขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอกเมืองและแสดงท่าทีโมโหโดยฝ่ายชายอ้างเป็นตำรวจยศนายพันว่า ได้รับรายงานจาก บช.ภ.4 จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ เคยดำรงตำแหน่ง ในสังกัด สภ.นามน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ซึ่งต่อมาได้ขอลาออกจากราชการไปเมื่อปี พ.ศ.2557 เพื่อไปทำธุรกิจส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำส่วนตัวของผู้ก่อเหตุไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด ในส่วนของการดำเนินคดีก็คงต้องให้พนักงานสอบสวนว่าไปตามพยานหลักฐานและความผิดตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้หน่วยงานที่ได้รับความเสียหายได้มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง พื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้แจง, ตกเครื่องบิน, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รองโฆษกตร., หัวร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9eb4be3f6cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ก้อง&#039; เคลียร์สาเหตุปรับปรุงซ่อมสนามไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ชี้แจงถึงกรณีที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ไม่สามารถปรับปรุงได้ทันตามกำหนดก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี หรือ ฟุตบอล U-23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่เตรียมจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 8-26 มกราคม 2563 ใน 4 สนาม ได้แก่ ราชมังคลากีฬาสถาน, สนามสมโภช 700 ปี จ.เชียงใหม่, สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา และสนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต โดย 2 สนามแรกเป็นสนามที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กกท. ที่ผ่านมา กกท. ได้หารือเรื่องดังกล่าวกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นของการปรับปรุงซ่อมแซมสนามกีฬาทั้ง 2 สนามนั้น กกท. มีแผนที่จะทำการซ่อมแซมสนามอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นราชมังคลากีฬาสถาน ในส่วนของสนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับกีฬาซีเกมส์ ในปี 2538 ครั้งที่ 18 ผ่านมาเกือบสามสิบกว่าปีแล้ว ยังไม่เคยมีการปรับปรุงซ่อมแซมสนามแต่อย่างใด ซึ่งหากจะมีการปรับปรุงให้ได้มาตราฐานตามที่ เอเอฟซี กำหนดต้องใช้ระยะเวลามากกว่าสนามกีฬาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องงบประมาณ จำนวน 570 ล้านบาท ที่ได้รับอนุมัติเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมสนามนั้น เป็นงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ เพื่อปรับปรุง 3 สนามกีฬาภายใต้การกำกับดูแลของ กกท. โดย กกท.ได้รับอนุมัติเมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากการซ่อมแซมสนามที่เชียงใหม่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก และต้องดำเนินการตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐซึ่งค่อนข้างใช้ระยะเวลาตามขั้นตอน ทำให้การดำเนินงานล่าช้า ส่วนสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ที่จ.นครราชสีมา นั้น ก่อสร้างเพื่อใช้แข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในปี 2550 และยังจะใช้จัดแข่งขันกีฬาคนพิการทางการเคลื่อนไหวชิงแชมป์โลก &amp;ldquo;ไอวาส เวิลด์ เกมส์ 2020&amp;rdquo; วันที่ 20 - 28 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งสนามแห่งนี้ก็ยังไม่เคยปรับปรุงซ่อมแซมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ในส่วนของราชมังคลากีฬาสถาน และสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่จ.นครราชสีมา คาดว่าจะเสร็จทันการแข่งขันฟุตบอล U-23 ชิงแชมป์เอเชีย แน่นอน ส่วนสนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ที่แล้วเสร็จไม่ทันตามกำหนดส่งมอบสนามให้เอเอฟซี ภายในวันที่ 24 ธันวาคม นั้น กกท. ได้ประสานกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตั้งแต่แรกที่ทราบว่าจะปรับปรุงไม่ทันตามกำหนด ซึ่งทราบว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้มีแผนสำรองไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกท. ขอเรียนว่าการปรับปรุงสนามทั้ง 3 แห่งในครั้งนี้ ไม่ได้จะทำการปรับปรุงเพื่อรองรับฟุตบอล U-23 ชิงแชมป์เอเชีย หรือ&amp;quot;ไอวาส เวิลด์ เกมส์ 2020&amp;quot; แต่เราทำการปรับปรุงทั้ง 3 สนามซึ่งยังไม่เคยมีการปรับปรุงซ่อมแซมมาก่อน เพื่อให้สนามกีฬาภายใต้การกำกับดูแลของ กกท. ได้มาตรฐานสากลและรองรับการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ พร้อมทั้ง บริการทุกสมาคมกีฬาได้อย่างเต็มรูปแบบและให้บริการกับประชาชนทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าในการใช้บริการสนามกีฬาให้มากที่สุด และจะดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ว่าการได้กล่าวในตอนท้าย &amp;ldquo;เมื่อสนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ได้ดำเนินการซ่อมแซ่มแล้วเสร็จ ได้หารือกับนายกสมาคมฟุตบอลในเบื้องต้น แม้ว่าจะดำเนินการซ่อมแซ่มไม่ทันการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 แต่จะมีการนำการแข่งขันระดับนานาชาติมาแข่งที่สนามดังกล่าวแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกท., กรณีปรับปรุงสนาม, การกีฬาแห่งประเทศไทย, ชี้แจง, ดร.ก้องศักด ยอดมณี, ผู้ว่าการ กกท., ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี, ราชมังคลากีฬาสถาน, สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต, สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี, สนามติณสูลานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b986f19248.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จ๋า ณัฐฐาวีรนุช’ขอพื้นที่ชี้แจงความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่มีการเฉลยว่าดาราสาวอักษรย่อพยัญชนะใส่ข้าว ที่ถูกระบุว่าเป็นมือที่สามไปยุ่งกับสามีชาวบ้าน นั้นคือ จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ทางเจ้าตัวยังไม่มีโอกาสได้ออกมาชี้แจงอะไรทั้งสิ้น &amp;nbsp;จนล่าสุด จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ได้เคลื่อนไหวแล้ว &amp;nbsp;เจ้าตัวได้โพสต์เรื่องราวทั้งหมดแบบยาวเหยียดเพื่อเคลียร์ข้อสงสัยของทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมระบุข้อความว่า&amp;ldquo;ขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากมุมของจ๋า ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ไม่มีการโกหก แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดทั้งหมด ขอพูดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับจ๋าโดยตรงเท่านั้นนะคะ ขอบคุณค่ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @vj_ja&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12818</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ๋า ณัฐฐาวีรนุช, ชี้แจง, พยัญชนะใส่ข้าว, เมียน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e1f60bd151.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
