<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมอนามัย ห่วงขยะติดเชื้อล้น กำจัดไม่ทัน แนะวิธีคัดแยกขยะ 3 ประเภทก่อนทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 -&amp;nbsp; ​​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ขยะติดเชื้อว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 พบปริมาณขยะติดเชื้อเกิดขึ้นมากกว่า 294 ตันต่อวัน ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้น ร้อยละ 94 ส่วนใหญ่เป็นขยะประเภทภาชนะบรรจุอาหาร เศษอาหาร ชุด PPE อุปกรณ์ฉีดวัคซีน และชุดตรวจ Antigen Test Kit ส่งผลทำให้เกิดปัญหาในการเก็บขนขยะติดเชื้อ เนื่องจากหน่วยงานบริการ ผู้ปฏิบัติงานและยานพาหนะที่ใช้สำหรับการ&amp;nbsp; เก็บขนขยะติดเชื้อมีไม่เพียงพอ ทำให้หลายจังหวัดมีปริมาณขยะติดเชื้อตกค้าง ณ แหล่งกำเนิดและสถานที่รับกำจัด จำนวนมาก เช่น พื้นที่นนทบุรี ระยอง เป็นต้น กรมอนามัยจึงได้จัดทำแนวทางการลดขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลสนาม สถานที่แยกกัก&amp;nbsp; ซึ่งทางราชการกำหนด และศูนย์พักคอยผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 โดยให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่สามารถลดการเกิดขยะติดเชื้อ เช่น ไม่แจกกล่องโฟมใส่อาหาร หรือไม่แจกขวดน้ำบรรจุขวด แต่ติดตั้งจุดให้บริการน้ำดื่มแบบกด โดยให้ผู้ป่วยมีแก้วน้ำส่วนตัวมารับน้ำดื่มที่จุดบริการ และควรแยกขยะประเภทบรรจุภัณฑ์ ออกก่อนนำเข้าไป ในอาคารผู้ป่วย เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า การคัดแยกขยะ ให้แยกออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1.ขยะติดเชื้อ ได้แก่ ขยะที่ปนเปื้อนหรือสงสัยจะปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งต่าง ๆ ของผู้ป่วย เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู ภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกินแบบใช้ครั้งเดียว เช่น ช้อน ส้อม แก้ว หลอด เป็นต้น และชุด PPE โดยให้รวบรวมใส่ถุงแดงไม่เกิน 2/3 ส่วน มัดปากให้แน่น และเก็บรวบรวมในถังขยะสีแดง พร้อมกำหนดเวลาในการเก็บรวบรวมขยะติดเชื้อจากห้องพักไปยังที่พักรวมขยะติดเชื้อที่แยกจากขยะประเภทอื่น และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้รับทำการเก็บขนขยะติดเชื้อ&amp;nbsp; โดยให้ใช้รถขนขยะติดเชื้อเฉพาะเพื่อเก็บขนไปกำจัดด้วยวิธีที่ได้มาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดขยะติดเชื้อ พ.ศ. 2545&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขยะทั่วไป ได้แก่ ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งต่าง ๆ ของผู้ป่วย เช่น เศษกระดาษ ถุงพลาสติก กระป๋องโลหะ ขวดแก้ว กล่องนม ขวดพลาสติก ถุงขนมบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น ในแต่ละวันให้รวบรวมและบรรจุขยะลงในถุงดำ มัดปากถุงให้แน่นแล้วเก็บรวบรวมในถังขยะสีเขียวหรือน้ำเงิน และนำไปกำจัด&amp;nbsp; ตามมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
และ 3. ขยะประเภทเศษอาหาร ให้คัดแยกขยะประเภทเศษอาหารออกจากขยะประเภทอื่น ๆ รวบรวม ใส่ภาชนะรองรับที่จัดไว้เฉพาะ จากนั้นนำไปหมักทำปุ๋ยต่อไป กระบวนการหมักที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและระยะเวลา สามารถทำลายเชื้อโรคได้ และสำหรับการจัดการเตียงสนามกระดาษที่ไม่ใช้งานแล้วมีแนวทางการกำจัด ดังนี้ เตียงสนามกระดาษ เมื่อเลิกใช้งานแล้วหรือชำรุดเสียหาย ให้ทำการฆ่าเชื้อโรค โดยการเช็ดถูด้วยน้ำยาหรือสารฆ่าเชื้อโรค เช่น แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ และพักรอไว้ 1-2 วัน จากนั้นให้ถอดแยกชิ้นส่วน เก็บรวบรวมและเคลื่อนย้ายไปจุดพักรวม และประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปกำจัดเป็นขยะทั่วไป หรือให้ผู้รับซื้อขยะรีไซเคิลมารับไปรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ &amp;ldquo;ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติงานจัดเก็บขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องรู้จักวิธีการป้องกันตนเองขณะปฏิบัติงาน ดังนี้ 1) ให้สวมถุงมือขณะปฏิบัติงานทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการคุ้ยเขี่ยหรือเปิดถุงขยะ 2) สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือขยะจากสารเคมีมาสัมผัสร่างกายได้ 3) ขณะปฏิบัติงานให้สวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสใบหน้า ปาก จมูก ตา เพราะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อได้ง่าย และ 4) หลังการปฏิบัติงานทุกครั้ง ให้ทิ้งถุงมือ หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในภาชนะที่ปิดสนิทหรือถุงพลาสติก โดยมัดปากถุงให้แน่น แล้วล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ และหลังเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน ผู้ปฏิบัติงานต้องอาบน้ำ ชำระร่างกายให้สะอาดทันที&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113156</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), ขยะติดเชื้อ, ชุดPPE, นพ.สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115f862725ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บีม กวี’มอบชุดPPE-หมวกตัวหนอน-อาหารและน้ำ ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในวันเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; บีม-กวี ตันจรารักษ์ ทำบุญในวันคล้ายวันเกิดรวมถึงการมอบชุด PPE 200ชุด หมวกตัวหนอน 1,500&amp;nbsp;ชิ้น อาหาร ขนมและน้ำ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ โรงพยาบาลบางกรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้วันเกิดผมครับ ได้มีโอกาสทำบุญหลายทางเลย คือมอบชุดppe 200&amp;nbsp;ชุด หมวกตัวหนอน1500&amp;nbsp;ชิ้น อาหารทขนม น้ำผลไม้และน้ำสมุนไพร300&amp;nbsp;ชุดให้ทาง รพ.&amp;nbsp;บางกรวย นอกจากนี้ก็ได้ส่งน้ำหวานต่างๆให้กับ รพ.&amp;nbsp;มหาราชนครราชสีมา ทำบุญถวายอาหารและน้ำปานะ กับพระวัดป่าธรรมคีรีปากช่อง และถวายสังฑทานที่วัดบางนานอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกๆคนมากๆ ทั้งจากคลับ@olbfc&amp;nbsp;เพื่อนๆพี่น้องและครอบครัวของผมที่มาช่วยกันทำบุญในวันนี้นะขอให้บุญกุศลช่วยให้ทุกคนรอดพ้นจากโรคภัย ร่ำรวยเงินทองนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดPPE, ทำบุญวันเกิด, บีม กวี, บีม-กวี ตันจรารักษ์, หมวกตัวหนอน, โรงพยาบาลบางกรวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4a51f10c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ก.ห่วงโควิดโคราชลามหนัก ส่งชุดPPEช่วยนักรบเสื้อกาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย. 64 - ที่มูลนิธิ 100 ปี โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) มอบหมายให้จิตอาสา 904 พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สารวัตรตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสาตำรวจทางหลวงนครราชสีมา และชมรมฮักเขาใหญ่ เป็นตัวแทนร่วมกันมอบชุด PPE จำนวน 100 ชุด และ Goggle แว่นตา จำนวน 37 อัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี นายแพทย์อนุชิต นิยมปัทมะ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นผู้รับมอบ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ และพยาบาลในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวงกว้าง โดยล่าสุด มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ติดเชื้อแล้วทั้งหมด 270 ราย และมีผู้ป่วยปอดติดอักเสบกว่า 40 ราย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาล เป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด ที่ต้องไปสัมผัสผู้ป่วยโควิด และต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง และครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องช่วยพวกเขา เพราะถ้าไม่มีบุคลากรการแพทย์ หรือนักรบเสื้อกาวน์ ประเทศไทยต้องแย่อย่างแน่นอน เพราะพวกเขากำลังรบกับศัตรูที่มองไม่เห็น ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ คือ บุคลากรทางการแพทย์มีมีชีวิต และมีครอบครัวเหมือนประชาชนทั่วไป การกระทำของบุคลากรทางการแพทย์จึงมีความกล้าหาญ และยอมเสียสละเพื่อพวกเราหลายเท่านัก ดังนั้นพวกเราต้องสร้างพลังและกำลังใจให้พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่ฐานะตำรวจ แต่ในฐานะที่เป็นพี่น้องคนไทยด้วยกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดPPE, ผบช.ก., พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง, พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d16b0689bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง ราชินี พระราชทานชุดPPEให้บุคลากรทางการแพทย์7แสนชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร รับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ณ อาคารกองกิจการในพระองค์ พระที่นั่งอัมพรสถาน และให้สัมภาษณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) จำนวน 7 แสนชุด ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งชุด PPE. มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ทำให้มีความปลอดภัยขณะปฏิบัติหน้าที่ ทั้งขณะให้การดูแลรักษาผู้ป่วย/ ผู้ติดเชื้อ การเก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวัง ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก ซึ่งทำให้การป้องกันควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล 7 แสนชุดที่ได้รับพระราชทาน ประกอบด้วย เสื้อคลุมแขนยาว (Isolation Gown) 4 แสนชุด ชุดสวมคลุมร่างกายชิ้นเดียว มีฮู้ดคลุมคอและศีรษะ (Coverall Gown) 1 แสนชุด และเสื้อคลุมแขนยาวชนิดใช้ซ้ำได้ (Reusable Isolation Gown) 2 แสนชุด โดยกระทรวงสาธารณสุข จะกระจายไปยังโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต รวม 4.9 แสนชุด กรุงเทพมหานคร 7 หมื่นชุด และเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) 1.4 แสนชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90348</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, ชุดPPE, พระราชินี, ในหลวงร.10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006b7c8a0b13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.โชว์ความพร้อม หน้ากากอนามัย ชุดPPE เพียงพอรับมือ100 วัน ถ้าโควิดระบาดรอบสอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นนทบุรี นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมด้วยดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม แถลงข่าว ความพร้อมด้านยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกัน และวัคซีน รองรับโควิด 19 ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้สำรองอุปกรณ์ป้องกัน ชุด PPE หน้ากาก N95 และยา อย่างเพียงพอ สำรองไว้ทั้งในส่วนกลางที่องค์การเภสัชกรรมและส่วนภูมิภาคในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์มีจำนวนกว่า 45 ล้านชิ้น เพียงพอใช้ 100 วัน มีกำลังการผลิต 3.4 ล้านชิ้นต่อวันจาก 45 โรงงาน ชุด PPE ทั้งที่เป็นชุดคลุม/เสื้อกาวน์ กว่า 1 ล้านชุด หน้ากาก N95 จำนวน 2.3 ล้านชิ้น ยาฟาวิพิราเวียร์เพียงพอรักษาผู้ป่วย 8,900 ราย ยาเรมเดซิเวียร์สำหรับผู้ป่วย 33 ราย ส่วนด้านวัคซีนนั้น อย.พร้อมให้การสนับสนุนให้มีการขึ้นทะเบียนโดยเร็ว ทั้งวัคซีนที่วิจัยและผลิตขึ้นเองในประเทศ และวัคซีนที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ไทยมีการผลิตหน้ากากทางการแพทย์ ชุด PPE. และเป็นฐานการผลิตถุงมือ จึงมีอุปกรณ์ป้องกันเพียงพอการรับมือหากมีการแพร่ระบาดระลอก 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า องค์การเภสัชกรรมในฐานะองค์กรหลักเพื่อความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์ของประเทศ ได้สำรองยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นยาสำคัญตัวหนึ่งที่ใช้ในการรักษา จำนวน 590,200 เม็ด หน้ากาก N95 จำนวน 1,765,010 ชิ้น ชุด PPE แบบ COVERALL จำนวน 445,746 ชุด แบบ ISOLATION GOWN จำนวน 287,759 ชุด นอกจากนั้น ได้สร้างกลไกการสนับสนุน ยา อุปกรณ์ป้องกัน โควิด 19 ให้กับระบบสาธารณสุขไทยให้เป็นอย่างต่อเนื่อง มั่นคง และการพึ่งพาตนเองของประเทศ โดยได้ศึกษาพัฒนาสูตรตำรับ ยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผลิตเองในประเทศ คาดว่าจะสามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนในเดือนตุลาคม 2564 และได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำการวิจัยพัฒนาการสังเคราะห์วัตถุดิบสารเคมีตั้งต้นยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ค่อนข้างยาก แต่ต้องดำเนินการเพื่อความมั่นคงด้านยาของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภญ.นันทกาญจน์กล่าวต่อว่า ด้านชุด PPE ได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน ผลิตชุด PPE รุ่นเราสู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากฝีมือคนไทย ที่สามารถซักใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง และได้ส่งมอบไปยังสถานพยาบาลต่างๆ จำนวนกว่า 44,000 ชุด &amp;nbsp;พร้อมกันนั้น ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมชุด PPE จากเส้นใยรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เป็น &amp;ldquo;PPE Innovation Platform นวัตกรรมชุด PPE ฝีมือคนไทย มาตรฐานสากล&amp;rdquo; ที่สามารถป้องกันเชื้อและการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดัน Level &amp;nbsp;3 ซักใช้ซ้ำได้มากกว่า 50 ครั้ง โดยถ้าสถานการณ์ที่จำเป็น Platform นี้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิต ชุดPPE ได้ใช้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันภาคเอกชนได้ผลิตชุด PPE Level 3 ออกจำหน่ายให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;รวมทั้งได้ประสานผู้ประกอบการภายในประเทศ ผลิต PPE Level 4 สามารถป้องกันได้ในระดับสูงขึ้น จำนวน 60,000 ชุด จะจัดส่งภายในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับด้านวัคซีน ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบในหลายรูปแบบ อาทิ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนิดวัคซีนอนุภาคเหมือนไวรัส (Virus-like particle) พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล และชนิดวัคซีนโปรตีนซับยูนิต (Subunit vaccine) พัฒนาโดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้ ใช้เทคโนโลยีการใช้เซลล์เพาะเลี้ยง และได้ร่วมมือกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) เพื่อวิจัยพัฒนาวัคซีนชนิดเชื้อตายจากการตัดต่อยีนของไวรัสโควิด 19 เข้าไปในยีนของไวรัสไข้หวัดใหญ่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นเชื้อไวรัสตั้งต้น หากสำเร็จจะนำเชื้อไวรัสตั้งต้นนี้ ไปผลิตเป็นวัคซีนโดยเทคโนโลยีการใช้ไข่ไก่ต่อไป คาดว่าการวิจัยพัฒนาวัคซีนทั้ง 3 ชนิด จะทราบผลเบื้องต้นในปลายปี 2563 การที่องค์การเภสัชกรรมมีโรงงานผลิต (วัคซีน) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชีววัตถุ ที่ใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ในระดับอุตสาหกรรมอยู่แล้ว นับเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีศักยภาพและความพร้อมในระดับอุตสาหกรรม ที่สามารถใช้ต่อยอดประยุกต์สำหรับใช้ในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76067</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #หน้ากากอนามัย, #โควิด-19, การระบาดระลอก 2, ชุดPPE, องค์การเภสัชกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4ccbd4299f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝีมือคนไทย&quot;อภ.-เอกชน&quot;เปิดตัวชุด PPE Level3 ป้องกันเชื้อ-น้ำซึมผ่านแม้มีแรงดันสูง ซักใช้ซ้ำได้มากกว่า 50 ครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดPPEเลเวล 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 ที่ห้องประชุมองค์การเภสัชกรรม องค์การเภสัชกรรม(อภ.) ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน แถลงข่าวเปิดตัว &amp;ldquo; PPE Innovation Platform นวัตกรรมชุด PPE ฝีมือคนไทยมาตรฐานสากล&amp;rdquo; ความสำเร็จในการพัฒนาผ้าที่ผลิตเส้นด้าย PET รีไซเคิล สำหรับตัดชุด PPE ประเภทเสื้อคลุมแขนยาวกันน้ำชนิดใช้ซ้ำได้ ระดับ 3 (Reusable Isolated Gown Level 3) &amp;nbsp;เป็นรายแรกในประเทศไทย พร้อมรับมอบ ชุด PPE เลเวล 3 &amp;nbsp;จำนวน 500 ชุดเพื่อกระจายส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุด PPE เลเวล 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ในช่วงวิกฤตโควิด -19 ที่ผ่านมามีความต้องการใช้ชุด PPE สูงมากคาดการณ์ว่าอาจต้องใช้ถึง 35,000 ชุดต่อวัน ดังนั้นเพื่อจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ให้มีใช้อย่างเพียงพอพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการขาดแคลนที่ผ่านมาได้ประสบความสำเร็จ ในการจัดทำนวัตกรรมชุด PPE รุ่นเราสู้แบบเสื้อคลุมแขนยาวกันน้ำชนิดใช้ซ้ำได้ (Reusable Isolation Gown) มีมาตรฐานความปลอดภัยใช้งานทางการแพทย์ Level 2 ซึ่งสามารถชักและใช้ซ้ำได้มากกว่า 20 ครั้ง ซึ่งได้มีการร่วมพัฒนากับภาคเอกชนต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาชุด PPE รีไซเคิล Level 3 โดยใช้เส้นด้ายที่ผลิตจากขวด PET รีไซเคิล 100% เป็นครั้งแรก ให้มีคุณสมบัติที่ป้องกันเชื้อและน้ำซึมได้ เพื่อส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะนอกจากจะช่วยแพทย์ได้แล้ว ยังช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้แม้ว่าจะสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ความจำเป็นในการใช้ชุด PPE ก็ยังมีสำหรับโรคติดเชื้ออื่นๆ และในอนาคตอาจจะมีการพัฒนาเป็นแบรนด์ของตนเอง และสำหรับการสำรองชุด PPE และโอเวอร์ออลกาวน์ ขณะนี้มีไว้ในคลังแล้วประมาณ &amp;nbsp;8 แสนชุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุพจน์ ชัยวิไล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์ ชัยวิไล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยแทฟฟิต้า จำกัด กล่าวว่า ด้วยนวัตกรรมการทอที่ทันสมัยที่มี ทำให้สามารถผลิตผ้าด้วยเส้นด้ายที่ผลิตจากขวด PET รีไซเคิล 100% สำหรับตัดเย็บชุดเสื้อคลุมแขนยาวกันน้ำชนิดใช้ซ้ำได้ หรือ PPE เลเวล 3 รุ่น CR310 &amp;nbsp;ได้สำเร็จเป็นรายแรกของไทย ระดับมาตรฐาน ANSI/AAMI PB70 ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยปกติชุด PPE แบบดั้งเดิมที่นำมาพัฒนาจะมีขายตามท้องตลาด และเราเป็น OEM ให้ในยุโรปและอเมริกามาตลอด แต่ในสถานการณ์โควิด-19 เราก็ได้มีการพัฒนาและปรับแก้เพิ่มเติมให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานของแพทย์ในไทย จากเดิมที่ชุดมีการตัดเย็บของผ้าหนาประมาณ 6-7 ชั้น เราจึงใช้ความรู้ในการทอ โดยผลิตจากเส้นใยที่นำขวด PET ขนาด 600 มิลลิลิตรประมาณ 18 ขวด มาตัดเย็บเป็น 2 ชั้น เพื่อให้กระชับ และระบายกาศได้ดี ประกอบด้วยใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์ 99% และเสริมด้วยเส้นใยคาร์บอน(สีดำ) เพื่อป้องกันไฟฟ้าสถิต อีกทั้งยังสามารถป้องกันน้ำและเลือด เคลือบสารสะท้อนน้ำและกันน้ำได้ถึง 50 เซนติเมตรน้ำ ในการทดสอบซักซ้ำได้ 50 ครั้ง ซึ่งกำลังมีการทดสอบในการซักว่าจะสามารถซักได้ถึง 100 ครั้งหรือไม่ &amp;nbsp;สำหรับในการซักนั้นต้องใช้ผงซักฟอก และSodium Hyphlorite 0.1 ด้วยอุณหภูมิ 40 องศา แล้วอบแห้งที่อุณหภูมิ 80 องศา นาน 60 นาที ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพื่อให้คุณสมบัติยังคงอยู่ หรือหากมีการใช้ซักแล้ว 50 ครั้ง ก็สามารถส่งต่อไปใช้ได้ในระดับการใช้งานเลเวล 2 หรือส่งไปหลอมเป็นอุปกรณ์พลาสติก อย่าง กะละมัง ได้อีก สามารถตอบโจทย์การใช้งานของแพทย์ในห้องปฏิบัติการผ่าตัดใหญ่ ที่มีความเสี่ยงในระดับน้อย-ปานกลาง หรือจุดคัดกรอง แต่ส่วนที่สำคัญคือการให้ความรู้แก่แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ในเรื่องของคุณสมบัติชุด PPE เลเวล 3 เพื่อให้มั่นใจในการนำไปใช้งาน โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1-2 แสนชุด/ เดือน ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 700 บาท/ชุด ในท้องตลาดราคาอาจจะอยู่ประมาณ 1,200-3,800 บาท สามารถใช้ได้ถึง 50 ครั้ง ซึ่งมีราคาที่ถูกลงเมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่ใช้ กับชุด PPE ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งราคาอยู่ที่ประมาณ 400-500บาท ส่วนในการใช้งานในปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงสูงอาจจะต้องใช้ชุด PPE ในเลเวล 4 ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งมีสารเคลือบสะท้อนน้ำและซึมซับน้ำมากถึง 140 เซนติเมตรน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เม็ดพลาสติกจากขวดPET ที่นำมาทอเป็นเส้นใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับแนวคิดริเริ่มการพัฒนาชุด PPE เลเวล 3 มาจาก ชุด PPE เลเวล 2 รุ่นเราสู้ &amp;nbsp;ที่ใช้เวลาประมาณ 40 วัน เพื่อให้ทันต่อการใช้งานและความต้องการของแพทย์ โดยเป็นการนำผ้าที่ใช้ทำเสื้อกีฬา และใช้เส้นใย PET ที่นำเข้ามาจากไต้หวัน ในล๊อตแรกๆ จากนั้นมาดัดแปลงเข้ากับเทคโนโลยีที่ใช้ทำเสื้อPPE ของแพทย์เป็นชุดในเลเวล 2 ซึ่งในลอตหลังๆมีแนวคิดในการใช้ PET ในประเทศทั้งหมด ทำให้เป็นครั้งแรกของโลกในการพัฒนาชุด PPE จากเส้นใย PET ที่มีคุณสมบัติที่สามารถกรองละอองฝอยได้ถึง 0.1 ไมครอน เคลือบสารสะท้อนน้ำและกันน้ำได้ 20 เซนติเมตรน้ำ โดยในช่วงโควิด-19 จึงเหมาะสำหรับการทำงานในส่วนของการคัดกรอง และในการผ่าตัดเล็ก เพราะไวรัสโควิด-19 มีขนาด 0.1 ไมครอน อีกทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานทางด้านทันตกรรม ที่สามารถป้องกันละอองฝอย และมีการระบายอากาศดี มากกว่าชุดที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โดยกำลังผลิตอยู่ที่ 1 ล้านชุด/เดือน สำหรับชุด PPE เลเวล1 จะมีเพียงการเคลือบสารสะท้อนน้ำ ที่นิยมใช้ในโรงงาน&amp;rdquo; สุพจน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการกล่าวว่า ด้านมาตรฐานของการผลิตชุด PPEในเลเวล 3 มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการซึ่งเป็นมาตรฐานสากลกระบวนการต่างๆในการผลิตในประเทศไทย จึงเป็นมาตรฐานระดับสากล ทั้งการทอผ้าและการตัดเย็บ โดยได้เข้าไปดูแลทั้งกระบวนการมีการทดสอบคุณสมบัติของผ้าและชุดที่ตัดเย็บ ที่ต้องใช้การตัดเย็บแบบพิเศษ ตะเข็บที่เย็บต้องป้องกันการซึมผ่านของเลือดและไวรัสได้เป็นอย่างดี โดยการทดสอบผ่านภาคีห้องปฏิบัติการซึ่งไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว พบว่าตลอดกระบวนการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานสากล ปัจจุบันจึงได้มีการกำหนดมาตรฐานของประเทศไทยเอง โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยได้ยกร่างมาตรฐานการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมอก. และชุด PPE ที่ได้ตามมาตรฐานสากลทำให้สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74802</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ชุด PPE เลเวล3 (สีเขียว), ชุดPPE, นพ. โสภณ เมฆธน, สุพจน์ ชัยวิไล, อภ., เม็ดพลาสติก PET</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b925d454dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ. เผยชุด PPE รุ่น “เราสู้” แบบซักใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง ผ่านฉลุยการทดสอบจากศูนย์วิเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15มิ.ย.63- นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) เปิดเผยว่า ชุด PPE แบบเสื้อคลุมแขนยาวกันน้ำชนิดซักใช้ซ้ำได้ &amp;nbsp;(Reusable Isolation Gown) &amp;nbsp;รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; ที่ได้ตัดเย็บเป็นชุด และผ่านการตรวจมาตรฐาน จากศูนย์วิเคราะห์ทดสอบ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเรียบร้อย และดำเนินการตรวจรับแล้ว จำนวน 46,898 ชุด ( เดิมกำหนดไว้ 44,000 ) และได้เริ่มทยอยจัดสรรและจัดส่งให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว จำนวน 41,950 ชุด โดยได้กระจายไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 33,250 ชุด โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย (Uhosnet ) 5,200 ชุด โรงพยาบาลนพรัตน์ 2,000 ชุด กรมควบคุมโรค 500 ชุด และสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร 1,000 ชุด ส่วนที่เหลือศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ในภาวะโควิด-19 จะดำเนินการจัดสรร กระจายให้โรงพยาบาลต่างๆ ต่อไป โดยชุด PPE รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; นี้ สามารถซักและใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง &amp;nbsp;ทำให้คาดว่าจะสามารถนำมาใช้ทดแทน ชุด PPE ชนิดที่ใช้ครั้งเดียวได้มากกว่า &amp;nbsp;937,960 ชุด / ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประธาน บอร์ด อภ. กล่าวต่อไปว่า ชุด PPE รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; นี้ มีคุณสมบัติกันน้ำได้เป็นไปตามมาตรฐาน ANSI/AAMI PB70 ในระดับ 2 (Level 2) และสามารถระบายอากาศได้ดี &amp;nbsp;โดยตัดเย็บเป็นชุด Isolation gown เป็นผ้าชิ้นเดียวไม่มีตะเข็บข้าง การเย็บเป็นลักษณะกุ๊น (Piping Seam) และด้ายที่ใช้เย็บเป็นด้ายกันน้ำ ชุดสามารถกันน้ำได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทั้งตัวเสื้อและตะเข็บ ตัดเย็บด้วยผ้าชนิดโพลีเอสเตอร์ (Polyester) 100% เคลือบสารที่มีคุณสมบัติทำให้ผ้ากันน้ำได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ชุดได้ผ่านการทดสอบคุณสมบัติของเนื้อผ้าและตะเข็บหลังซัก 20 ครั้ง โดยสามารถป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดันได้ (Hydrostatic pressure) มากกว่าหรือเท่ากับ 20 cmH2O ตามมาตรฐาน AATCC 127 ป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่แรงดันกระแทก (Water impacting penetration) &amp;nbsp;น้อยกว่าหรือเท่ากับ &amp;nbsp;1 กรัม ตามมาตรฐาน AATCC42&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การซักชุด PPE แบบซักใช้ซ้ำได้นี้มีข้อแนะนำให้ซักด้วยอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส พร้อมใส่ผงซักฟอก และ Sodium hypochlorite 0.1% เพื่อฆ่าเชื้อโรค นาน 15 นาที แล้วอบแห้งด้วยอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 60 นาที และห้ามใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ส่วนโรงพยาบาลต่างๆ นั้นสามารถปรับกระบวนการซักได้ตามมาตรฐานหรือแนวทางการซักผ้าของแต่ละโรงพยาบาลได้ โดยมีข้อห้ามที่สำคัญและขอย้ำคือ ห้ามใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารเคลือบกันน้ำมีประสิทธิภาพกันน้ำลดลง และหลีกเลี่ยงการซักในสภาพที่รุนแรงและอุณหภูมิที่สูงกว่า 60 องศาเซลเซียส หากใช้วิธีการซักที่เหมาะสมจะทำให้ชุด PPE รุ่น &amp;ldquo;เราสู้&amp;rdquo; ยังคงมีประสิทธิภาพต่อไป &amp;quot;นพ.โสภณกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดPPE, นพ.โสภณ เมฆธน, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee74c652d726.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
