<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2026 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คนเบตง&#039; หวั่นโควิด19แห่รับชุดตรวจATK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 &amp;ndash; ที่ร้านขายยาโพธิ์ทองโอสถ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีประชาชนมารอเข้าแถวเพื่อขอรับชุดตรวจ ATK &amp;nbsp;ที่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง &amp;ldquo; โดยมีเภสัชกรประจำร้านขายยาให้คำแนะนำวิธีการใช้ และแจ้งประชาชนที่มารับอย่าแจ้งข้อมูลเท็จ ทั้งนี้เพื่อเป็นการติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์โควิด 19 ในอำเภอเบตง ufa888goal&amp;nbsp;จังหวัดยะลา &amp;nbsp;มีแนวโน้มอัตราการป่วยและเสียชีวิตลดลง &amp;nbsp;ฉะนั้นการที่ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจ ATK จะเป็นอีกทางเลือก ที่จะดูแล ป้องกัน และเฝ้าระวังตนเอง ซึ่งถ้าหากติดเชื้อก็จะสามารถดูแล-ให้การรักษาอย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเภสัชกรประจำร้านขายยาโพธิ์ทองโอสถ กล่าวว่า ในเบื้องต้นกรณีประชาชนมาขอรับชุดตรวจที่ร้านขายยา&amp;nbsp;


save168&amp;nbsp; ประชาชนจะต้องลงทะเบียน และทำแบบประเมินความเสี่ยง ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และเลือกร้านขายยาเพื่อรับชุดตรวจหรือบ้างร้านขายยาสามารถที่จะ Walk in ให้ร้านขายยาประเมินความเสี่ยง และบันทึกข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งในอำเภอเบตงมีร้านขายยาที่เป็นหน่วยบริการ ในระบบหลักประกันสุขภาพหลายแห่ง &amp;nbsp;ซึ่งหากเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง จะได้รับชุดตรวจคนละ 2 ชุด&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี เมื่อทราบผลตรวจแล้วต้องส่งรูป หรือโทรกลับมาแจ้งที่ร้านยาเพื่อรับคำแนะนำ&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของประชาชนที่ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน&amp;nbsp;


bnk789 สามารถถือบัตรประชาชนไปขอรับชุดตรวจได้ที่ รพ. และ รพ.สต. หรือศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ในพื้นที่&amp;nbsp;


fifa356 ใกล้บ้าน ส่วนการรับ ATK ที่ร้านขายยาและคลินิกที่เข้าร่วมโครงการนั้น เฉพาะผู้ที่มีมือสมาร์ทโฟนเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120271</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ยะลา, ชุดตรวจ ATK, ร้านขายยาโพธิ์ทองโอสถ, อ.เบตง, เป๋าตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f82d142e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กรายชื่อหน่วยบริการ ร้านยา แจกชุดตรวจ ATK ให้ปชช.กลุ่มเสี่ยงผ่านแอปเป๋าตัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์@ttraisuree ระบุว่า เช็ครายชื่อหน่วยบริการแจก ATK ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ตรวจสอบรายชื่อหน่วยบริการ ร้านยา ที่สามารถติดต่อขอรับ ชุดตรวจ ATK ด้วยตนเองได้แล้วที่ https://nhso.go.th/page/atk
&amp;nbsp;
เริ่มแจกได้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 64 เป็นต้นไป ขอรับชุดตรวจผ่านแอปเป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีไม่มีสมาร์ทโฟนรับได้ที่ รพ.หรือ รพ.สต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แจกชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ฟรี กระจาย 8.5 ล้านชิ้น ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษา (สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ) ตรวจโควิดด้วยตนเอง เพื่อป้องกันควบคุมโรค รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดการระบาด COVID-19 โดยแจกคนละ 2 ชุด ห่างกัน 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแจกชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 2 รูปแบบ ดังนี้ แจก ATK ณ ชุมชนแออัดและตลาด รวมถึง ขนส่งสาธารณะ ร้านเสริมสวย ร้านนวด สปา ครู อาจารย์ ผ่านผู้ประสานงานที่ชุมชนกำหนด หรือ อสม. อสส. และการลงทะเบียนรับ ATK กับศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) กรณีอยู่ในพื้นที่ กทม. ส่วนต่างจังหวัด ผู้นำชุมชนลงทะเบียนรับ ATK กับหน่วยบริการในพื้นที่ เช่น รพ.สต. หรือ รพ.ใกล้ชุมชน โดยประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถลงทะเบียนรับชุด ATK ผ่านแอปเป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับสิทธิชุดตรวจฟรี ได้แก่ ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 โรค (ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน COVID-19), ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อ (มีไข้ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจหอบ หายใจลำบาก), ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 และผู้ที่ทำงานประสานงานในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจ ATK, ตรวจโควิดเอง, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effd132a407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯอบรมการใช้ชุดตรวจ ATK แก่เภสัชกรร้านขายยา แนะปชช.ต้องตรวจอย่างถูกวิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64-นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากที่รัฐบาลมีแนวทาง การแจกจ่ายชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยให้มารับจากร้านยาแผนปัจจุบัน ประเภท 1 และคลินิกพยาบาล เพื่อใช้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเอง ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้คำแนะนำปรึกษากับประชาชนที่จะมารับชุดตรวจ ATK ที่ร้านขายยา ซึ่งภาครัฐ&amp;nbsp; จะสนับสนุนให้กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จัดอบรมการใช้ชุดตรวจ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง ( Home Use ) แก่เภสัชกรประจำร้านขายยา เพื่อสามารถให้ข้อมูลการใช้ชุดตรวจ ATK แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง โดยมีศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา นำร่องจัดอบรมในเขตสุขภาพที่ 9 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ผ่านระบบออนไลน์ ในเรื่องแนวทางและข้อควรระวังการใช้ชุดตรวจ ATK การอ่านและแปลผล แนวทางปฏิบัติตนหลังทราบผลตรวจ การสวมและถอดชุดป้องกันส่วนบุคคล และการกำจัดขยะติดเชื้อ รวมถึงแนวทางและข้อควรระวังในการใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK สิ่งสำคัญคือ ประชาชนต้องตรวจอย่างถูกวิธีและแปลผลถูกต้อง เพื่อดำเนินการต่อไปได้อย่างเหมาะสม เช่น หากผลบวกดำเนินการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือเข้ารับการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) หากผลเป็นลบต้องตรวจซ้ำใน 3-5 วันหรือตรวจซ้ำเมื่อมีอาการ และมีการจัดการขยะติดเชื้อได้อย่างเหมาะสม ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการฝึกอบรม อสม. เกี่ยวกับการใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อเป็นพี่เลี้ยงและสอนวิธีใช้งานชุดตรวจ ATK แบบตรวจด้วยตนเองให้แก่ประชาชน โดยดำเนินการอบรมไปแล้วในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมจัดอบรมการใช้ชุดตรวจ ATK ที่ถูกต้องให้แก่พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมผ่านระบบออนไลน์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภก.บรรจง กิตติรัตน์ตระการ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้มีเภสัชประจำร้านขายยาในเขตสุขภาพที่ 9 เข้าร่วมประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 700 คน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานสร้างหลักประกันสุขภาพเขต 9 นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116276</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อสม., กักตัวที่บ้าน, ชุดตรวจ ATK, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, เภสัชกรร้านขายยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b098a4ace2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ด้วย second best option     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติสาธารณสุขไทยในขณะนี้ถือเป็นปัญหาเชิงเศรษฐศาสตร์และสังคมโดยตรง สาเหตุของปัญหาเกิดจากการขาดแคลนสินค้าบริการที่จำเป็นเร่งด่วนต่อความอยู่รอดของผู้คนจำนวนมาก สินค้าและบริการที่ขาดแคลนได้แก่ วัคซีนโควิด-19 การตรวจคัดกรองเชื้อ ชุดตรวจ ATK เวชภัณฑ์ ยา และเตียงผู้ป่วยวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขาดแคลนสินค้าบริการที่จำเป็นเร่งด่วนเหล่านี้ สะท้อนถึงปัญหาในการจัดหา จัดสรร และกระจายสินค้าบริการที่ไม่ทั่วถึงและไม่ทันเวลา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาเหล่านี้ ด้านหนึ่งก็เกิดจากตัวของระบบสาธารณสุขเอง แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพของระบบราชการในการสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาช่วยกันแก้วิกฤติโควิด-19 ของประเทศ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องการจัดหาวัคซีน แม้หลายฝ่ายจะเห็นพ้องตรงกันว่า มาตรการสำคัญที่สุด (The first best) ในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็คือการหาวัคซีนที่เพียงพอและทันเวลามาให้กับประชากรจำนวนมากเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ ซึ่งแม้ภาคเอกชนเองจะได้เสนอตัวเพื่อช่วยภาครัฐในการจัดหาวัคซีนเพิ่มแล้ว จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการวัคซีนทางเลือกเพื่อให้โรงพยาบาลเอกชนช่วยจัดหาวัคซีนในวันที่ 9 เมษายน 2564 แล้ว &amp;nbsp;และมีการประชุมระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เรียกว่าทีม Thailand เพื่อระดมสมองแก้ปัญหาโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 เมษายนก็ตาม แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน รัฐบาลกลับบอกว่าจะสามารถจัดหาวัคซีนให้ครบ 100 ล้านโดสได้เองในปีนี้ เพราะมีงบประมาณในการจัดหาให้ได้รวดเร็วโดยไม่ต้องอาศัยภาคเอกชนในตอนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกตัวอย่างก็คือเรื่องการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองเชื้อ &amp;nbsp;ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเคยออกประกาศกำหนดให้สถานพยาบาลของทั้งรัฐและเอกชนที่รับตรวจคัดกรองผู้ป่วยแล้ว หากพบว่ามีผลติดเชื้อแล้ว&amp;nbsp; โรงพยาบาลนั้นจะต้องรับผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาหมดทุกคน จนนำไปสู่ปัญหาว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนประกาศไม่รับตรวจคัดกรองให้ เพราะไม่มีเตียงเพียงพอที่จะรองรับผู้ติดเชื้อไว้ได้ ในที่สุด กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องออกประกาศปลดล็อคให้โรงพยาบาลเอกชนรับตรวจคัดกรองได้โดยไม่มีเงื่อนไขบังคับให้ต้องรับผู้ติดเชื้อทั้ง ๆ ที่ไม่มีเตียงเพียงพอที่จะรับผู้ป่วยได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองตัวอย่างนี้ สะท้อนถึงข้อจำกัดในการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนได้ไม่มากก็น้อย เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ศบค. มีมติให้เพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัดเป็น 29 จังหวัดเพื่อขยายพื้นที่ในการสกัดกั้นการกระจายตัวของเชื้อโควิด-19 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 สิงหาคม และให้มีการผ่อนคลายในบางกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการแบบ &amp;ldquo;semi-lockdown&amp;rdquo; นี้ จึงเป็นทางรอดแบบ &amp;ldquo;second best&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่เหลืออยู่โดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากทางรอดแบบ &amp;ldquo;second best&amp;rdquo; ดังกล่าวนี้ได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น เราจะหาวิธีลดจำนวนผู้ป่วยวิกฤติให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพโดยผ่านโครงการ Home Isolation (HI) และ Community Isolation (CI) ที่ตอบโจทย์การลดจำนวนผู้ป่วยหนักที่เป็นประชาชนทั่วไปให้ได้จริงได้อย่างไร ซึ่งก็รวมไปถึงกรณีที่ทางสภาอุตสาหกรรมได้เรียกร้องให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนเรื่อง Factory Isolation ด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่จะต้องคิดถึงเรื่องการจัดหาศูนย์พักคอยและศูนย์บริการสาธารณสุขเพื่อให้โครงการ HI และ CI สามารถดูแลผู้ป่วยจำนวนมากให้เข้าถึงยาและติดตามอาการได้ทันเวลาและทั่วถึงอย่างแท้จริง และมีการส่งต่อผู้ป่วยอาการหนักไปสู่โรงพยาบาลได้จริง ไม่ใช่ศูนย์พักคอย &amp;ldquo;แบบตามมีตามเกิด&amp;rdquo; ที่ไม่สามารถให้บริการได้ทั่วถึงและเป็นจริงในทางปฏิบัติ ดังนั้น ภาครัฐจึงต้องลงทุนสร้างระบบศูนย์พักคอยที่จะแก้วิกฤติได้อย่างรอบด้านด้วย เช่น การสร้างระบบศูนย์พักคอยที่จะตอบโจทย์เรื่อง &amp;ldquo;คนป่วยล้นเตียง&amp;rdquo; โดยใช้ &amp;ldquo;โรงแรมร้างคนพัก&amp;rdquo; (จนต้องเข้าโครงการ &amp;ldquo;พักทรัพย์ พักหนี้&amp;rdquo;) มาทำเป็นศูนย์พักคอยที่มีความพร้อมเรื่องห้องพัก ระบบสื่อสาร พนักงาน ระบบกำจัดขยะติดเชื้อ และมีการเชื่อมต่อกับศูนย์บริการสาธารณสุขและระบบ &amp;ldquo;เทเลเมดิซีน&amp;rdquo; ของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่สมัครใจทำ Hospitel มาก่อนแล้ว ทั้งนี้ ภาครัฐจะสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้โดยการใช้เงินจากงบกลางเพื่อการแก้ปัญหาโควิด-19 ที่มีอยู่กว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท (และอาจใช้เงินบางส่วนจากการกู้เงินรอบใหม่ที่มีมูลค่าหนึ่งล้านล้านบาทตามข้อเสนอแนะของ ธปท.) เพื่อไปขอเช่าโรงแรมที่ได้มาตรฐานเรื่องความสะอาด สะดวก และปลอดภัย โดยภาครัฐจะขอเช่าในอัตราที่ใกล้เคียงกับต้นทุน (at cost) เพื่อมาใช้ทำศูนย์พักคอยสำหรับผู้ติดเชื้อ และมีการออกมาตรการลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และภาษี ให้กับเจ้าของโรงแรมเพื่อจูงใจให้เข้าร่วมโครงการ ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ต้องให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนทั่วไปรวมทั้งแรงงานของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่กลายเป็นคลัสเตอร์ติดเชื้อใหม่ ให้มีโอกาสได้ใช้บริการจากศูนย์พักคอยที่มีประสิทธิภาพสูงในการหยุดเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีศึกษาในต่างประเทศที่อาจใช้เทียบเคียงได้ ก็คือกรณีของ Santa Clara County Public Health ที่มีข้อกำหนดว่า คนที่มีผลตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ที่เป็นบวกและมีรายได้ต่อครัวเรือนที่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของค่าเฉลี่ยมัธยฐานของรายได้ครัวเรือนในเขตพื้นที่นั้นแล้ว ก็จะมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินดังนี้ (ก) ในกรณีที่สามารถกักตัวที่บ้านได้ ก็จะได้รับความช่วยเหลือคิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว และได้รับค่าเช่าที่พักรวมค่าน้ำค่าไฟอีกเป็นเวลาหนึ่งเดือนแต่ไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อครัวเรือน พร้อมกับมีการจัดส่งอาหารและเครื่องใช้ในบ้านให้อีกหนึ่งครั้ง หรือ (ข) ในกรณีที่ผู้ติดเชื้อไม่สามารถจะกักตัวที่บ้านของตัวเองได้ ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นค่าเช่าโรงแรม ค่าบริการซักรีด และเงินค่าอาหารอีกสามมื้อต่อวันในระหว่างเวลาการกักตัวด้วย เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้งบกลางและเงินกู้ของภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสู้ชนะโควิด-19 ได้มากขึ้นนี้ นอกจากจะช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ด้วยการช่วยให้ผู้เริ่มป่วยที่มีอาการน้อยไม่ต้องป่วยหนักแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจประกันสุขภาพ และธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศสามารถอยู่รอดและขยายตัวสู่ตลาดชาวต่างชาติที่สนใจมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness) ในไทยหลังยุคโควิด รวมทั้งรองรับกับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศ.ดร. อารยะ&amp;nbsp; ปรีชาเมตตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;กนิษฐา หลิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายวัคซีนโควิด-19, ชุดตรวจ ATK, ยา, วิกฤติสาธารณสุขไทย, เวชภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108ac17afc78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สธ.-ภูมิใจไทย&#039; แจงจัดซื้อ ATK ถูกต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ไม่ล็อกสเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - เวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่รัฐสภา&amp;nbsp;นพ.จเด็จ&amp;nbsp;ธรรมธัชอารี&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีการพาดพิงการทุจริตการจัดซื้อ&amp;nbsp;ชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือแพทย์&amp;nbsp;ที่นำมาประกอบการตรวจแบบRT-PCR&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถใช้เองได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาครัฐจึงได้จัดงบประมาณ&amp;nbsp;จัดหา&amp;nbsp;8.5&amp;nbsp;ล้านชุด&amp;nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งกระบวนการจัดซื้อ&amp;nbsp;และหน่วยงานดำเนินการจัดซื้อคือโรงพยาบาลราชวิถี&amp;nbsp;โดยได้พิจารณาจากงบประมาณ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;คุณสมบัติ&amp;nbsp;ซื้อผ่าน&amp;nbsp;องค์การเภสัชกรรม&amp;nbsp;เพื่อกระจายให้ประชาชนต่อไป&amp;nbsp;ทางสปสช.&amp;nbsp;จะโอนเงินให้โรงพยาบาลราชวิถี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐและกระจายไปตามแผน&amp;nbsp;ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าจัดซื้อโดยความโปร่งใสตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์&amp;nbsp;ด่านวิบูลย์&amp;nbsp;ผอ.องค์การเภสัชกรรม&amp;nbsp;(อภ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดซื้อ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เกิดความล่าช้าในกระบวนการจัดซื้อ&amp;nbsp;เนื่องจากมีกลไกในการป้องกันไม่ให้มาหาผลประโยชน์ใดๆ&amp;nbsp;ยืนยันรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ&amp;nbsp;โปร่งใส&amp;nbsp;ตรวจสอบได้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มีการบันทึกวิดีทัศน์ทุกขั้นตอน&amp;nbsp;มีการเปิดยื่นให้เสนอราคา&amp;nbsp;ซึ่งมีเข้ามา19&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผ่านเข้าถึงขั้นตอนเปิดซอง&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นขั้นตอนที่สมบูรณ์&amp;nbsp;จนได้&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ที่มีคุณภาพและราคาถูกที่สุด&amp;nbsp;และเป็น&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ที่ผ่านกลไกตลาดจนถึงประชาชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ขอยืนยันว่า&amp;nbsp;อภ.&amp;nbsp;ดำเนินการอย่างโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ไพศาล&amp;nbsp;ดั่นคุ้ม&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&amp;nbsp;(อย.)&amp;nbsp;กล่าววา&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือแพทย์&amp;nbsp;ที่อย.รับผิดชอบ&amp;nbsp;เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น&amp;nbsp;ใช้วินิจฉัย&amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องมีคุณภาพ&amp;nbsp;มีมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;จึงเป็นตัวแทนผู้บริโภค&amp;nbsp;จึงขอให้มั่นใจว่าเราดูแลทุกคน&amp;nbsp;เหมือนญาติพี่น้อง&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เครื่องมือที่ออกจาก&amp;nbsp;อย.ไป&amp;nbsp;ได้คุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ผ่านเกณฑ์ในการทดสอบของอย.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องความไว&amp;nbsp;ความจำเพาะ&amp;nbsp;ความไม่จำเพาะในการวินิจฉัย&amp;nbsp;ขอให้มั่นใจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ในการที่ประชาชนจะทำไปใช้เองแบบโฮมยูส&amp;nbsp;ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขึ้นทะเบียนให้ใช้แบบฉุกเฉิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการติดตามภายหลังออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ก็มีการสุ่มตรวจอยู่เสมอ&amp;nbsp;จึงขอให้มั่นใจในคุณภาพ&amp;nbsp;และในการทำหน้าที่ของอย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีการล็อกสเปกชุดตรวจ ATK&amp;nbsp;นายศุภชัย&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ไม่มีการล็อกสเปก&amp;nbsp;และทางเลขาฯ&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;ยืนยันว่าชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ที่จะซื้อ&amp;nbsp;8.5&amp;nbsp;ล้านชุดคือโฮมยูสให้ประชาชนใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถึงที่ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp;ยังมีข้อสงสัยในคุณภาพและการจัดซื้อก่อนหน้านี้&amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวต่อว่า&amp;nbsp;ตนคิดว่าถึงวันนี้&amp;nbsp;ทางชมรมแพทย์ชนบทเข้าใจแล้ว&amp;nbsp;เพราะชมรมแพทย์ชนบทพูดถึงชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;สำหรับโปรเฟสชันนัล&amp;nbsp;ยูส&amp;nbsp;เพื่อซื้อให้แพทย์ใช้&amp;nbsp;โดยด้ามแยงจมูกจะยาวกว่า&amp;nbsp;ส่วนชุดตรวจที่ซื้อให้ประชาชนใช้เองนั้นด้ามจะสั้นกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น&amp;nbsp;ชุดตรวจมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก&amp;nbsp;(WHO)&amp;nbsp;รับรอง&amp;nbsp;(EUL)&amp;nbsp;นั้นคือ&amp;nbsp;ชุดตรวจมาตรฐานโปรเฟสชันนัล&amp;nbsp;ยูส&amp;nbsp;ซึ่งใช้สำหรับแพทย์&amp;nbsp;แต่ที่กำลังจะซื้อคือ&amp;nbsp;แบบที่ให้ประชาชนใช้&amp;nbsp;ดังนั้นขอยืนยันไม่มีการล็อกสเปก&amp;nbsp;ศบค.อาจจะเข้าใจอย่างหนึ่ง&amp;nbsp;แต่หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจง&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ก็ทราบแล้ว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทางองค์การเภสัชกรรม(อภ.)&amp;nbsp;ก็ได้ดำเนินการเซ็นสัญญา-ส่งมอบ&amp;nbsp;ยืนยันทุกอย่างโปร่งใส&amp;nbsp;ตรวจสอบได้&amp;nbsp;และไม่ล็อกสเปก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115190</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมแพทย์ชนบท, ชุดตรวจ ATK, ตรวจโควิดเอง, นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี, องค์การเภสัชกรรม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612e264656caa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถวิชช์&#039; จี้รัฐอย่าเสียเวลาทะเลาะกันเร่งซื้อชุดตรวจโควิด ATK ด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ส.ค. 2564 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงปัญหาการจัดซื้อชุดตรวจโควิด 8.5 ล้านชุด มูลค่า 1,014 ล้านบาท แม้จะมีผู้ชนะการประมูลขององค์การเภสัชกรรมแล้วคือ บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด แต่ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในมติ ครม. วันที่ 17 สิงหาคม ว่า ชุดตรวจต้องได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) จึงเป็นประเด็นว่า องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยังไม่กล้าเซ็นสัญญากับบริษัทที่ชนะประมูล แต่รัฐต้องแข่งกับเวลา ทุกชั่วโมงที่ชัตดาวน์คือความเดือดร้อนของประชาชน เป้าหมายคือการกันตัวผู้ป่วยออกมาให้เร็ว การตรวจเชิงรุกสำคัญมากอย่าทำให้สะดุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่เถียงกันมันคือชุดตรวจ &amp;ldquo;เบื้องต้น&amp;rdquo; แบบ ATK เท่านั้น &amp;nbsp;ไม่ใช่กรณีการตรวจละเอียดแบบ RT-PCR &amp;nbsp;ท่านนายกฯ ต้องเข้าใจว่ายี่ห้อที่ได้ WHO &amp;nbsp;มันมีน้อยและแพง ถ้าท่านเป็น &amp;quot;นักปฏิบัตินิยม&amp;quot; และเข้าใจว่านี่คือวิกฤตใหม่ที่ต้องการรับมือต้องทันต่อสถานการณ์ ผมเห็นว่า ควรไปวัดกันที่หน้างาน บริษัทไหนแน่ ไปทดลองกัน โดยเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ถ้าเสถียรพอๆ กัน ก็เอาอันที่ราคาถูกกว่าสิครับ จะได้กระจายให้ทั่วถึง&amp;quot; นายอรรถวิชช์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวต่อว่า ถ้าทดลองภาคสนามแล้ว ชุดตรวจที่ชนะการประมูลมีประสิทธิภาพเทียบเท่ายี่ห้อในรายการที่อนุญาตให้ใช้กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน &amp;nbsp;(Emergency Use Listing) ของ WHO ผมว่ามันก็ใช้ได้แล้ว อย่าติดยึด เพราะเวชภัณฑ์ใหม่ๆ ถูกพัฒนาให้ทันเชื้อโรคที่พัฒนาไปอยู่เรื่อย วัดกันที่หน้างานสำคัญกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจ ATK, องค์การเภสัชกรรม, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121b5f6f33f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อย.แจ้งปคบ.สอบ‘พิมรี่พาย’ขายน้ำแถมATK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย.ส่งหนังสือถึง บก.ปคบ.สืบหาข้อเท็จจริงกรณี &amp;quot;พิมรี่พาย&amp;quot; แม่ค้าออนไลน์ โฆษณาแจกชุดตรวจ ATK ย้ำชุดตรวจโควิด-19 ต้องขายผ่านในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น พร้อมเตือนประชาชนหยุดใช้ชุดตรวจโควิด-19 ที่ขายผ่านออนไลน์ อาจเสี่ยงเจอสินค้าไม่มีมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ส.ค.64&amp;nbsp; นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่าแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย-พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขายน้ำแร่ 1 ขวด ปริมาณ 300 ซีซี โดยระบุว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;น้ำแร่คิตตี้ เพื่อนอาจจะหากินที่ไหนก็ได้ แต่น้ำแร่ที่นี่ ซื้อน้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิดแบบที่ขายในร้านยาค่ะ เพราะว่า อย.ไม่ให้ขายในออนไลน์ค่ะ เราก็ไม่ทำการละเมิดกฎแต่อย่างใด &amp;hellip; ราคาขายในร้านขายยา 350 ค่ะ ของเราไม่ขายนะคะ เราไม่ขายนะคะ ร้านขายยา 350 ราคาส่ง 200 กว่าบาท เราไม่ขายนะคะ เราขายน้ำแร่ 120 บาท น้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิด 1 ชิ้นค่ะ&amp;hellip;&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการไลฟ์สดดังกล่าวได้มีการแชร์ทางสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมากนั้น อย.ได้ตรวจสอบพบว่าการไลฟ์สดแจกชุดตรวจโควิด COVID-19 Antigen test Kit (ATK) ดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่กระทำไม่ได้ตามกฎหมาย การจำหน่าย จ่าย แจก มีความหมายเท่ากับเป็นการขายทั้งหมด ทั้งนี้ชุดตรวจ ATK นั้น อย.อนุญาตให้มีการขายในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น การโฆษณาต้องมีการขออนุญาตจาก อย.ก่อน ตรวจสอบเบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่นำมาไลฟ์ขายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงน่าเป็นห่วงในเรื่องคุณภาพมาตรฐานของชุดตรวจที่อาจทำให้เกิดการแปลผลที่ผิดพลาดได้ และการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษสูงสุดคือจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อย.จะส่งหนังสือไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อสืบข้อเท็จจริงตามกรณีที่ปรากฏในไลฟ์สด และสืบหาตัวผู้นำเข้าและขายผลิตภัณฑ์ชุดตรวจโควิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม อย.ไม่ได้ห้ามเรื่องการโฆษณา สามารถโฆษณาได้ แต่ต้องมาขออนุญาตโฆษณาก่อน ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่จะอนุญาตให้โฆษณานั้น ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ อย.กล่าวว่า เหตุผลที่ชุดตรวจหา ATK ด้วยตนเองนี้ ต้องวางจำหน่ายในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น เพื่อจะได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการแปลผล ข้อปฏิบัติตัวหลังทราบผลการตรวจ ขอให้ผู้บริโภคสังเกตที่ฉลากของชุดตรวจจะมีข้อความภาษาไทยระบุว่า &amp;ldquo;บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้&amp;rdquo; และเลขที่ประเมินเทคโนโลยีที่ได้รับอนุมัติจาก อย. ปรากฏบนฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ด้วย ซึ่งชุดตรวจดังกล่าวจะเป็นการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหน้าหรือน้ำลาย ภายในชุดตรวจจะมีคู่มืออธิบายถึงวิธีการใช้ และวิธีการแปลผลฉบับภาษาไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ชุดตรวจนี้เป็นการตรวจเบื้องต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงควรกักตัว 14 วัน และถ้าตรวจแล้วมีผลลบควรตรวจซ้ำภายใน 3-5 วัน หรือถ้ามีอาการ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบชุดตรวจที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ได้ทางเว็บไซต์กองโดยควบคุมเครื่องมือแพทย์ https://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/SitePages/test_kit_covid19.asp
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่จะโฆษณาจำหน่ายชุดตรวจต้องได้รับอนุญาตจาก อย.ก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113766</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจ ATK, ตรวจโควิด-19, ปคบ., พิมรี่พาย, สินค้าไม่มีมาตรฐาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่ค้าออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611babd185005.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
