<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวมาตรการลดหย่อนภาษี 1.5 เท่าให้เอกชนซื้อชุดตรวจ ATK ใช้สำหรับลูกจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ เห็นชอบกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายจ่ายค่าซื้อชุดตรวจโควิด-19 แบบเร่งด่วน (Antigen Test Kit) เพื่อใช้สำหรับพนักงานหรือลูกจ้าง สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50 หรือ 1.5 เท่า ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบถึง 31 มีนาคม 2565 นี้ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ หลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ศบค. ได้ปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านนวด (เฉพาะนวดเท้า) และสนามกีฬา สามารถเปิดให้บริการได้ ประกอบกับในที่ประชุม ศบค. ครั้งที่ 14/2564 เมื่อวันที่ 10 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแนวทางตามนโยบาย ศบค. ที่จะเพิ่มการตรวจ ATK ในประชากรโดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน กระทรวงการคลังจึงได้ออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนรายจ่ายค่าซื้อชุดตรวจโควิด-19 แบบเร่งด่วน (Antigen Test Kit) ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้มีส่วนร่วมกับมาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19 ช่วยบรรเทาภาระภาษี สำหรับประชาชนก็จะช่วยป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ช่วยลดผลกระทบต้องเศรษฐกิจและสังคมด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, คณะรัฐมนตรี, ชุดตรวจโควิด, ตรวจโควิดเอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effd132a407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ปลดล็อกจัดซื้อชุดตรวจโควิดเองแบบ &#039;ATK&#039; ไม่ต้องผ่านรับรองจาก WHO</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบการขอปรับปรุงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019(โควิด-19)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;12/2564&amp;nbsp;และการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยขอแก้ไขข้อความจากเดิมระบุในสรุปผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 ครั้งที่&amp;nbsp;12/2564&amp;nbsp;หน้าที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเร่งดำเนินการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;แบบแอนติเจน(Antigen Test Kit : ATK)&amp;nbsp;ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก(WHO)&amp;nbsp;รวมทั้งต้องมีความแม่นยำในการตรวจ&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที&amp;nbsp;และพร้อมจัดส่งให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นข้อความว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในเรื่องการจัดหาซื้อชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ขอให้สธ.เร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp;หากมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแก้ไขข้อสั่งการครั้งนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 ปรับปรุงแก้ไขข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 ได้พิจารณาทบทวนสรุปผลการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;และตรวจสอบจากบันทึกการประชุมปรากฏข้อเท็จจริงว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมมีข้อความดังนี้คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในเรื่องการจัดหาซื้อชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ขอให้สธ.เร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp;หากมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114364</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), ข้อสั่งการนายกฯ, ชุดตรวจโควิด, มติครม., ศบค., องค์การอนามัยโลก (WHO)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61234fd64ed8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รพ.สิชล แจ้งความเอาผิด ผอ.องค์การเภสัชฯ ปมคลิปเสียงจัดซื้อชุดตรวจ ATK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.64 -&amp;nbsp;ที่หน้า สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล&amp;nbsp;ในฐานะประธานที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท พร้อมทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์&amp;nbsp;รามสวัสดิ์ ผกก.สภ.สิชล และ พ.ต.ท.เกียรติก้อง&amp;nbsp;หนูจันทร์ สว.(สอบสวน)สภ.สิชล พร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ในข้อหาหมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และพ.ร.บ.โทรคมนาคม กรณีนพ.วิฑูรย์ ได้แอบอัดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นพ.อารักษ์ กับ นพ.วิฑูรย์ กรณี นพ.อารักษ์ โทรไปทวงถามปรึกษาแนะนำให้นพ.วิฑูรย์ ทบทวนการสั่งซื้อชุดตรวจโควิดแบบเร็ว หรือ ATK ที่มีคุณภาพกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทาง นพ.วิฑูรย์ กลับนำคลิปเสียงสนทนาไปให้สื่อมวลชนโจมตีตนเสียๆหายๆนั้น จึงเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและความเสียหายที่เกิดขึ้น โดย นพ.อารักษ์ ได้ให้การรายละเอียดต่างๆตั้งแต่เริ่มมีการโทรศัพท์สนทนากันระหว่าง นพ.อารักษ์กับ นพ.วิฑูรย์ จนเกิดมีการแพร่คลิปสนทนาไปยังสื่อโทรทัศน์บางช่องทำให้ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อ นพ.อารักษ์ พร้อมทนายความเดินทางไปถึงได้มีกลุ่มพลังมวลชน ครู อสม.ในพื้นที่ แพทย์และพยาบาล รพ.สิชล จำนวนหลายสิบคนเดินถือช่อดอกไม้ให้กำลังใจ นพ.อารักษ์ ในการสู้คดีเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ กล่าวว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนที่โทรไปหา นพ.วิฑูรย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม เนื่องจากตนมีอำนาจหน้าที่ที่สามารถดำเนินการสอบถามได้เพราะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบอร์ด สปสช. ที่มีอำนาจที่จะโทรไปสอบถามแนะนำการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจโควิด ATK ขององค์การเภสัชกรรมเพื่อให้ของที่ดีมีคุณภาพที่สุดมาใช้กับประชาชนในการตรวจโควิดให้ได้คุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นพ.อารักษ์ ระบุว่า ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่เตรียมไว้จำนวนมาก&amp;nbsp;ส่วนสื่อมวลชนตนก็จะกันไว้เป็นพยานเท่านั้น เพื่อเอาผิด นพ.วิฑูรย์ หลายข้อหาหนัก ไม่เฉพาะข้อหาหมิ่นประมาท และผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ตนยังจะดำเนินคดีในข้อหาผิดตาม พ.ร.บ.โทรคมนาคม และกฎหมายความมั่นคง กรณีแอบอัดคลิปเสียงสนทนาไปเผยแพร่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ซึ่งทราบว่ามีโทษหนักจำคุก 5 ปีและปรับ 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตนขอยืนยันไม่ยอมความอย่างแน่นอน ที่สำคัญความผิดกรณีแอบอัดคลิปเสียงสนทนาไปเผยแพร่ยังมีความผิดวินัยโทษถึงออกราชการด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK-antigentest kit, จังหวัดนครศรีธรรมราช, ชุดตรวจโควิด, นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล, สภ.สิชล, องค์การเภสัชกรรม, แพทย์ชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a6bb9208fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกเดือดโควิด! หมอขึ้นโรงพักแจ้งจับหมอ ปมวุ่นจัดซื้อชุดตรวจ ATK  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มี นพ.อารักษ์ &amp;nbsp; วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และเป็นที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท ได้เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.ท.เกียรติก้อง &amp;nbsp; หนูจันทร์ สว.(สอบสวน)สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์ &amp;nbsp; ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;โดยทาง พ.ต.ท.เกียรติก้อง ได้เวลาสอบสวนปากคำเบื้องต้นประมาณ 10นาที &amp;nbsp;ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นเบื้องต้นก่อน และวันพรุ่งนี้(16ส.ค.) ทาง นพ.อารักษ์ พร้อมทนายความส่วนตัวพร้อมเอกสารจำนวนมากเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อเป็นการแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์อย่างเป็นทางการต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ &amp;nbsp; ระบุว่า &amp;nbsp; มีประเด็นสำคัญที่ต้องขออนุญาตชี้แจงต่อสาธารณะดังนี้ 1. ข้อเท็จจริงสำคัญคือ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นวันเตรียมการและปฐมมิเทศทีมแพทย์ชนบทและโรงพยาบาลต่างกว่า 40 ทีมที่มาร่วมบุกกรุง ที่ประชุมมีความกังวลถึงความเพียงพอของชุดตรวจ ATK ที่จะใช้ในการปฏิบัติการ ดังนั้น ตนเองในฐานะแกนหลักในปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงที่มาด้วยตนเองทั้ง 3 ครั้ง และเป็นคณะกรรมการต่อรองราคาของ สปสช.ที่มีหน้าที่ต่อรองราคาเพื่อให้ได้ ATK คุณภาพสูงราคาเหมาะสมมาใช้ &amp;nbsp;จึงได้โทรศัพท์ไปหา นพ.วิฑูรย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม แต่ นพ.วิฑูรย์ไม่ได้รับสาย และได้โทรกลับมา การโทรคุยในครั้งนี้ก็เพื่อทวงถามความคืบหน้าที่มีการดำเนินการจัดซื้อที่ล่าช้า และแจ้งให้ทราบถึงข้อห่วงกังวลของผู้ใช้ ATK ที่ต้องการ ATK มาตรฐานสูงในระดับองค์การอนามัยโลก WHO ที่มีอยู่ 2 บริษัท และไม่อยากให้มีการลดสเป็คเพื่อเปิดทางให้ ATK คุณภาพต่ำเข้ามาขาย นี้คือวัตถุประสงค์ของการพูดคุยทางโทรศัพท์ในฐานะวิชาชีพแพทย์ด้วยกัน แต่ นพ.วิฑูรย์ได้แอบอัดคลิปเสียงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และส่งต่อให้กับ TOPNEWS เพื่อเผยแพร่ในลักษณะบิดเบือนสร้างความเสียหายต่อตนเองและชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุว่า 2. การนำคลิปเสียงที่เกิดจากการสนทนาเพียง 2 คน มาปล่อยให้กับสื่อเช่น TOPNEWS โดยที่อีกฝ่ายคือ นพ.อารักษ์ ไม่ได้อนุญาต เท่ากับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายฉบับ อันได้แก่ ประกาศ คมช.ฉบับทื่21 ที่ระบุว่า หากผู้ใดดักฟัง ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผย ข้อความที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์ โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งผิด พรบ.คอมผิดเตอร์ และกฎหมายหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งจะมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป 3. การกระทำดังกล่าวของผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ที่แอบอัดเสียงการสนทนา เป็นการกระทำที่สะท้อนความต่ำเตี้ยทางจริยธรรมและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในฐานะผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ต่อไปใครจะติดต่อใดๆกับผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมคนนี้ก็ขอให้ระวังตัวจะถูกอัดเสียงมาใช้ข่มขู่ แบล็คเมล์ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุว่า ข้อที่ 4. สำหรับ TOPNEWS ซึ่งได้บิดเบือนและปั่นข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้เผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว ย่อมต้องรับผลของการกระทำในฐานะสื่อมวลชนที่ขาดจรรยาบรรณ และจะถูกแจ้งความดำเนินคดีเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ตนเองจึงมาแจ้งความเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติยศของตนที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอให้ประชาชนติดตามการจัดซื้อชุดตรวจ ATK นี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุด้วยว่า ส่วนประเด็นตามที่มีผู้ให้ข่าวบิดเบือน เอาความเป็นเท็จลงในสื่อโซเชียล สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลสิชล กรณีการรับผู้ป่วยโควิด Home Isolation ได้ส่งผลให้บุคลากรสูญเสียขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บุคลากรของโรงพยาบาลสิชลทุกคนทำงานด้วยความเสียสละและทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อพี่น้องชาวสิชลและพื้นที่ใกล้เคียงมาเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการอย่างสุดกำลังความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุด้วยว่า ต่อมาสืบเนื่องจากปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 1 เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งโรงพยาบาลสิชลก็เป็นหนึ่งใน 6 ทีมที่ร่วมปฏิบัติการ พบว่าในกรุงเทพมหานครมีผู้ป่วยโรคโควิดที่ไม่สามารถหาโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเข้ารับการรักษาได้หลายหมื่นคน ผู้ติดเชื้อจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงการรับบริการ ไม่มีเตียงรองรับ ไม่มียาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;ทาง สปสช.และ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้คิดแนวทางการดูแลผู้ป่วยโดยการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อารักษ์ ระบุด้วยว่า ต่อมาทางโรงพยาบาลสิชลได้รับการประสานจาก สปสช.ให้เข้าไปช่วยคนกรุงเทพและพื้นที่รอยต่อ สปสช. ได้ขอให้ รพ.สิชลเข้าร่วมการดูแลผู้ป่วยในระบบ HI เพื่อไม่ให้มีจำนวนผู้ป่วยตกค้างในระบบที่รอคิวเข้ารับการรักษา ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถเข้าถึงบริการ เข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็ว สามารถลดอัตราการเจ็บป่วยที่รุนแรง โดยทาง สปสช.จะจ่ายเงินมาที่โรงพยาบาล ตามค่างานที่ได้ดำเนินการตามเกณฑ์ของ สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.รพ.สิชล ระบุด้วยว่า ในระบบ HI &amp;nbsp;ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ได้คอยติดตามอาการผ่านช่องทางออนไลน์หลายกรณี เช่น โทรศัพท์ ไลน์ การส่งข้อความ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผ่าน telemedicine เป็นต้น &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยสีแดง ก็จะทำงานร่วมกันกับ สปสช.ในการประสานหาเตียงให้ ผู้ป่วยที่ต้องการยาหรืออุปกรณ์ตรวจวัดค่าต่างๆ ก็ได้มีระบบการจัดส่งโดยอาสาสมัครในกรุงเทพ ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงยา การดูแล และอาหารครบ 3 มื้อนาน 14 วัน &amp;nbsp;ส่งผลให้อัตราป่วยหนักและอัตราเสียชีวิตลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.รพ.สิชล ระบุด้วยว่า ในขณะนี้สถานการณ์ในกรุงเทพยังไม่คลี่คลาย มีจำนวนผู้ตกค้างจำนวนมาก แม้ รพ.สิชลจะไม่ได้รับผู้ป่วยใหม่ HI รายใหม่มา 1 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังมีการรับญาติพี่น้องของผู้ป่วยที่ติดโควิดที่เพิ่งป่วยเพิ่มในภายหลังอยู่บ้าง &amp;nbsp;ทางโรงพยาบาลสิชลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรงพยาบาลต่างๆในกรุงเทพและปริมณฑลจะช่วยกันรับผู้ป่วยในระบบ HI ไปดูแลให้มากที่สุดทั้งนี้สำหรับผู้ที่บิดเบือนข้อมูล ให้ร้ายกับทางโรงพยาบาลสิชล &amp;nbsp;ทางโรงพยาบาลสิชลและจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้บิดเบือนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บรรยากาศที่สถานีตำรวจ นั้นมี พ.ต.ประเสริฐ &amp;nbsp; สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล และชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เดินทางมามอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจแก่ นพ.อารักษ์ &amp;nbsp;เพื่อให้กำลังใจทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อโควิดต่อไปอย่างไม่ย่อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113384</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจโควิด, ทีมแพทย์ชนบท, นครฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118f683d1a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชมรมแพทย์ชนบท&#039; โพสต์รัวๆจับตา ATK  8.5 ล้านชุด ที่องค์การเภสัชฯจัดซื้อไม่ได้มาตรฐาน ชี้อาจเกิดหายนะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ส.ค. 2564 ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า จับตาองค์การเภสัชกรรม &amp;nbsp;จัดซื้อ ATK แม้จะได้ราคาที่ต่ำที่สุด &amp;nbsp;แต่ก็ได้ของคุณภาพต่ำด้วยเช่นกัน ATK คุณภาพต่ำ คือหายนะที่จะทำลายความเชื่อมั่นต่อ ATK ในการวินิจฉัยโควิด
องค์การเภสัชกรรม(จีพีโอ) ได้แถลงข่าวว่า ได้จัดซื้อชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด ว่าได้บริษัทแล้ว เร่งส่งมอบให้สปสช.ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่ทั้งนี้ยี่ห้อที่องค์การเภสัชกรรมเลือกนั้นคือยี่ห้อ​ Lepu &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อวันที28 พฤษภาคม 2564 ทาง อย. สหรัฐอเมริกา หรือ US FDA ได้ทำการประกาศเรียกคืนสินค้า Lepu Medical Technology SARS-CoV-2 Antigen Test และ Antibody Test ชื่อ Lecurate Antibody Test เป็นของผู้ผลิตชื่อ Lepu Medical Technology ผลิตภัณฑ์จากประเทศจีน เนื่องจากมีปัญหาทางด้านผลการทดสอบปลอม อยู่ในระดับที่มีความเสี่ยสูงต่อผู้ใช้ ( performance of the test likely a high risk of false negative )&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย. หรือ FDA &amp;nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่อนุญาต ผ่าน หรืออนุมัติการทดสอบของทั้งสองชุดให้จัดจำหน่ายหรือใช้ในสหรัฐอเมริกา แต่ในประเทศไทย องค์การเภสัชกรรมกำลังจะสั่งเข้ามาใช้ จำนวน 8.5ล้านชุด ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิดระดับรุนแรง ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงกว่า 2หมื่นรายต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับชุดตรวจ Antibody Rapid Test Kit Leccurate SARS-CoV-2 (Colloidal Gold Immunochromatography) ผู้ให้บริการสุขภาพ พิจารณาตรวจผู้ป่วยซ้ำอีกรอบโดยใช้การตรวจแอนติบอดีแบบอื่นหากสงสัยการติดเชื้อที่ผ่านมา ส่วนผู้ทำการทดสอบและผู้ทำหน้าที่ดูแล ให้หารือกับผู้ให้บริการสุขภาพหากกังวลว่าอาจจะทำการทดสอบด้วยชุดตรวจ Leccurate SARS-CoV-2 Antibody Rapid Test Kit (Colloidal Gold Immunochromatography) และกังวลต่อผลที่ได้ และให้รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ชุดตรวจ Leccurate SARS-CoV-2 Antibody Rapid Test Kit (Colloidal Gold Immunochromatography) ต่อ FDA รวมทั้งผลตรวจที่สงสัยว่าจะไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
FDA มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ ชุดตรวจ Antigen Rapid Test Kit ของ Lepu Medical Technology และเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดเมื่อใช้การทดสอบนี้ นอกจากนี้ Lepu Medical Technology ไม่ได้รับอนุญาต ให้ผ่าน หรืออนุมัติจาก FDA ในการจัดจำหน่ายชุดทดสอบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในวันเดียวกัน บนเว็บไซต์FDA ประกาศว่า Lepu Medical Technology ได้ เรียกคืน ชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดทั้ง Antigen Rapid Test Kit และ Antibody Rapid Test Kit เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะได้ผลทดสอบปลอม FDA ระบุว่า การเรียกคืนนี้เป็นการเรียกคืนประเภทที่ 1(Class I recall) ซึ่งเป็นประเภทการเรียกคืนที่ร้ายแรงที่สุด การใช้อุปกรณ์เหล่านี้อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงหรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113043</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), ชมรมแพทย์ชนบท, ชุดตรวจโควิด, สหรัฐห้ามใช้, องค์การเภสัช, ไม่ได้มาตรฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effd132a407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท. มอบชุดตรวจแบบ แอนติเจน เทสต์ คิท จำนวน  10,000 ชุดให้ในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.2564 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นตัวแทนรับมอบชุดตรวจแบบ แอนติเจน เทสต์ คิท&amp;nbsp; จากนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำนวน&amp;nbsp; 10,000 ชุด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการคัดกรองตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงในโครงการภูเก็ตแซนบ็อก แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ กล่าวว่า ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมแผนภูเก็ตแซนบ๊อกและการแก้ปัญหาการควบคุมโรค covid-19 ของจังหวัดภูเก็ตอย่างดีเสมอมา อย่างไรก็ตามขอให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคนแม้ว่าจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม แต่ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและมีกำลังใจในการทำงาน แม้ว่าขณะนี้จะพบตัวเลขของผู้ติดเชื้อในพื้นที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่เราจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมเชื้อโรคให้ได้ โดยจังหวัดภูเก็ตมีแผนที่จะทำโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3 ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อให้การควบคุมโรค covid-19 มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า&amp;nbsp; การที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสนับสนุนการทำงานของจังหวัดภูเก็ตสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตเป็นเพียงส่วนเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่จังหวัดภูเก็ตและบุคลากรทุกคนได้ทำเพื่อจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย โดยการทำงานในปัจจุบันนี้ได้มีการติดตามข้อมูลของจังหวัดภูเก็ตเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและการเดินตามแผนภูเก็ตแซนบ๊อกของภูเก็ตอยู่ในสายตาของผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลตลอดเวลา เพราะเป็นความหวังของประเทศในการที่จะฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่คำนึงมากที่สุดคือการรักษาจังหวัดภูเก็ตให้ได้หากภูเก็ตแตกก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหายไปด้วย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ขับเคลื่อนแผนภูเก็ตแซนบ๊อกเพื่อนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตและของประเทศไทยต่อไปโอกาสนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ช่วยกันทำงานด้วยดีเสมอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตดำเนินการเปิดแผนภูเก็ตแซนบ๊อก มามี พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่ชื่นชมการทำงานของภูเก็ตแซนบ๊อก โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพไกด์ ที่มีการโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าเป็นเดือนแรกที่เขาได้รับเงินเดือนเต็มเดือนหรืออาชีพนวดบริการตามชายหาดกำเงินใบละ 100&amp;nbsp; บาท เพื่อแสดงว่าเขาได้รับรายได้จากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา และบางคนกล่าวว่าขณะนี้มีเงิน 3,000 บาทซึ่งเป็นรายได้แรกในรอบ 1 ปีที่เขามีเงินจากการทำงาน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องรักษาป้อมปราการจังหวัดภูเก็ตไว้ให้ได้ และการทำงานแผนภูเก็ตแซนบ๊อกจึงเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำงานเพื่อช่วยให้ผู้ที่ทำงานในระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นและฟื้นตัวขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ covid-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ให้การสนับสนุนการทำงานของสำนักงานสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นในส่วนการบริหารจัดการสถานที่กักของรัฐเช่น LQ&amp;nbsp; แผนการควบคุมโรคและขอบคุณผู้ว่าการการท่องเที่ยวไทยที่สนับสนุนชุดตรวจแบบ แอนติเจน เทสต์ คิทซึ่งเป็นการช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ดีและทันเวลาที่สุด ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในการตรวจเชิงรุกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตกล่าวว่าในชีวิตการรับราชการที่ผ่านมา&amp;nbsp; 2 เดือนนี้ เป็น 2 เดือนสุดท้าย เป็นช่วงเวลาที่ดีและสำคัญที่สุดในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติ ซึ่งที่ผ่านมามีการทำงานในช่วงรอยต่อ และสถานการณ์ ที่หนักหน่วง มากมาย แต่ทุกภาคส่วนก็ช่วยกันจนสามารถผ่านพ้นปัญหาอุปสรรค และภาวะวิกฤต มาได้โดยทุกภาคส่วนได้ช่วยกันให้กำลังใจกันและมีความรักให้แก่กัน และทุกคนต่างมีความตั้งใจที่จะทำงาน เพื่อร่วมกันที่จะช่วยกันต่อสู้กับโควิด ให้ได้เพื่อรักษาแผนภูเก็ตแซนบ๊อกให้เดินต่อไปได้ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ทุกสรรพกำลัง ในการทำงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112880</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ชุดตรวจโควิด, ภูเก็ต, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, แอนติเจน เทสต์ คิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611277b6334ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ติดเชื้อในกทม.เข้าระบบกักตัวที่บ้านแล้วเกือบ 1 แสนราย ลุยตรวจ ATK ผลบวกเกิน 20%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่ กทม.อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลการตรวจเชิงรุก เห็นชัดว่าการตรวจเชิงรุกโดย โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับระเบียบให้ประชาชนสามารถหา&amp;nbsp;Antigen Test Kit (ATK)&amp;nbsp;มาตรวจด้วยตัวเอง และองค์การอาหารและยา (อย.) ขึ้นทะเบียนชุดตรวจ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แบบคือ แบบที่ใช้ในสถานพยาบาล และแบบที่ประชาชนสามารถหามาใช้เองได้ ตอนนี้อนุญาตไปแล้ว&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ยี่ห้อ และจะมีการเสนอจะอนุมัติเพิ่มเติมอีก โดยการหาซื้อต้องซื้อในสถานพยาบาลหรือร้านขายยาเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้ซื้อในออนไลน์หรือร้านสะดวกซื้อ และตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์มีนโยบายให้โรงงานและสถานบริการเข้ามาอบรมวิธีการตรวจ เพื่อจะได้สามารถดำเนินการตรวจบุคลากรของท่านได้ อีกทั้งยังเผยแพร่คลิปวิดีโอการตรวจได้ที่เว็บไซต์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ขณะที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสข.) ได้จัดหางบประมาณอนุมัติชุดตรวจแบบห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;8.5&amp;nbsp;ล้านชุด ซึ่งสามารถให้ประชาชนเบิกจ่ายใช้ได้ อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการตรวจแบบ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานที่ให้บริการตรวจแบบ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;www.koncovid.com&amp;nbsp;ส่วนการตรวจเชิงรุกในกทม.สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เพจกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับผู้ตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;แล้ว ข้อมูลของกทม.ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีบางช่วงผลเป็นบวกเกิน&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;โดยนโยบายของกรมการแพทย์ทุกคนที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ต้องรับบริการทางการแพทย์อย่างเป็นรวดเร็ว และถ้าผลบวกอย่าตื่นตระหนก ขอให้ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบก่อน โดยติดต่อโรงพยาบาลที่ไปตรวจ หรือสายด่วน&amp;nbsp;1330&amp;nbsp;เบอร์เดียวเท่านั้น ส่วนสายด่วน&amp;nbsp;1669&amp;nbsp;ขอสงวนไว้เป็นสายด่วนช่วยชีวิต ให้ผู้ป่วยสีแดงได้ใช้เข้าถึงข้อมูลโดยเร็ว เพื่อลดความหนาแน่นที่ประชาชาชนจะโทรเข้าไป และในกทม.ยังมีสายตรง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เลขหมาย ใน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขตโดยแต่ละเลขหมายมี 20&amp;nbsp;คู่สาย โดยจากข้อมูลเฉพาะวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนจะโทรสายด่วนไม่ว่าหมายเลขใด ขอให้ทุกคนเตรียมข้อมูล และเอกสารส่วนตัวให้พร้อม ทั้งหมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ เพื่อลงทะเบียนให้สามารถเบิกจ่ายจาก สปสช.ได้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งยา และเวชภัณฑ์ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีศูนย์บริการที่จะเข้ามาดูแลผู้ป่วยในกทม.มีทั้งหมด&amp;nbsp;226&amp;nbsp;หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.ค. มีผู้ป่วยในกรุงเทพมหานครที่เข้าสู่ โฮมไอโซเรชั่น เกือบ 100,000 รายแล้ว และมีการรายงานในที่ประชุมศปก.ศบค. ถึงการจับคู่ศูนย์บริการร่วมกันดูแลผู้ป่วยในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมากถึง 232 จุดแล้ว โดยมีความคืบหน้าและทุกภาคส่วนทำงานหนักเพื่อให้ระบบการดูแลประชาชนปลอดภัย รวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขณะนี้ตัวเลขอัพเดท คอมมูนิตี้ไอโซเรชั่น ในกรุงเทพมหานครมีจำนวน 64 แห่ง จำนวนเตียงรองรับได้อยู่ที่ 6,958 เตียงมีผู้ป่วยเข้าไปแล้ว 3,015 คน หรือ 43% และยังมีคอมมูนิตี้ไอโซเรชั่น ที่ดำเนินการโดยชุมชนภาคประชาสังคมอีกกว่า 100 แห่งที่เปิดให้บริการแล้ว&amp;nbsp;และมีที่เปิดให้บริการโดยชุมชนในกทม. ที่ได้เร่งลงทะเบียนกับสำนักงานเขตเพื่อช่วยสนับสนุนทั้ง ค่ายา ค่าอาหาร และส่งทีมช่วยจัดสุขาภิบาล ขยะติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า คอมมูนิตี้ไอโซเรชั่น ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากโรงพยาบาลพี่เลี้ยงและภาคประชาสังคมชุมชน เอ็นจีโอ โดยจะมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยง จากกรมการแพทย์ เช่น โรงพยาบาลราชวิถี เป็นพี่เลี้ยงให้กับอาคารกีฬาเวสน์2 โรงพยาบาลกลางเป็นพี่เลี้ยงให้กับศูนย์สร้างสุขทุกวัยจตุจักร โรงพยาบาลตำรวจ เป็นพี่เลี้ยงที่วัดบรมนิวาส นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาลเอกชน เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงพยาบาลปิยะเวท เป็นพี่เลี้ยงให้กับสุเหร่าบ้านดอน โรงพยาบาลบางปะกอก8 เป็นพี่เลี้ยงโรงเรียนวัดตลิ่งชัน โรงพยาบาลกรุงเทพดูแลเพิ่มเป็น 122 เตียง ที่ช่วยดูแลผู้ป่วย โควิด-19 ไอซียู 24 เตียงและยังเปิดให้บริการฮอสพิทอลอีก 77 เตียง และกำลังจะเปิดอีก2แห่ง ให้ได้ 1,000 เตียง และยังเป็นพี่เลี้ยงให้กับวัดบุญรอดธรรมาราม ดูแลผู้ป่วยได้ 30 เตียง และให้บริการโฮมไอโซเรชั่นรองรับผู้ป่วยได้ 176 คน และให้วัคซีนในกลุ่มพระสงฆ์ แม่ชี ผู้พิการ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า นอกจากนี้ โรงพยาบาลเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมมือ อาทิ โรงพยาบาลในเครือสมิติเวช โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โรงพยาบาลปิยะเวท ซึ่งเปิดฮอทพิเทล 2,500 เตียง เต็มไป 98% แล้ว กำลังจะเปิดในเดือนสิงหาคมนี้อีก 1,000 เตียง และมีการดูแลผู้ป่วยสีเหลือง 350 เตียง สีแดง รับได้อีก 120 เตียง ซึ่งจะเปิดในเดือน ส.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ศบค. ชุดเล็กต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลเอกชนเพราะในยามนี้การได้เห็นความร่วมมือช่วยเหลือถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับคนทำงานและที่สำคัญมีการหารือกับกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขด้วยว่ากำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112308</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), ชุดตรวจโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effd132a407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
