<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดทั้งเขา!ชุดพยัคฆ์ไพรผนึกกอ.รมน.ลุยตรวจรีสอร์ทภูทับเบิก-เขาค้อกว่า100 แห่งรุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 11.30 น.พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. พร้อมนายชาญชัย&amp;nbsp; กิจศักดาภาพ ผอ. ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร)&amp;nbsp; นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร&amp;nbsp; และ ศปป.4&amp;nbsp; กอ.รมน. ลงพื้นที่ป่าไม้ บนภูทับเบิก ต.วังบาล และ ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ จากการตรวจสอบ กำหนดพื้นที่เป้าหมาย พบสิ่งปลูกสร้างอาคาร รีสอร์ท จุดกางเต๊นท์ ที่เกิดขึ้นใหม่&amp;nbsp; และก่อสร้างต่อเติมจากพื้นที่เดิม&amp;nbsp; ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย มากกว่า 50 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.พงษ์เพชร เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน กว่า50แห่ง คณะเจ้าหน้าที่ จึงจัดเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียด เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบ กับภาพถ่ายทางอากาศ&amp;nbsp; และข้อมูลสิทธิการถือครองที่ดิน โดยละเอียดทุกเป้าหมาย&amp;nbsp; กลุ่มนายทุนอาศัยช่วงที่มีสถานการณ์ โควิด - 19 เร่งก่อสร้างอาคารจำนวนมาก หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะมีที่พักรีสอร์ตที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ผุดขึ้นบนยอดเขาเต็มไปหมด&amp;nbsp; จนยากต่อการควบคุม&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหา ดังเช่นในอดีต ที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp; จนถึงขั้นต้องรื้อทุบทิ้ง ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp; ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย บ้านเมือง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ที่รับผิดชอบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง แต่เนื่องจากมีสถานการณ์ โรคโควิด - 19 ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กลุ่มนายทุนจึงอาศัยช่องว่าง&amp;nbsp; เร่งการก่อสร้าง&amp;nbsp; รวม 2 พื้นที่ทั้งเขาค้อ และภูทับเบิก มีโรงแรม รีสอร์ต สร้างขึ้นใหม่ กว่า100 แห่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้การช้างเผยต่อว่า ได้ประสานการปฏิบัติกับ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้&amp;nbsp; เพื่อวางแผนการปฏิบัติการ บังคับใช้กฎหมาย กับกลุ่มนายทุน ที่บุกรุก และยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า ก่อสร้างที่พัก โรงแรม รีสอร์ต อาคารที่ผิดกฎหมาย อย่างเด็ดขาด เพื่อหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ในแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 2 แห่งให้ได้ ซึ่งเป็นพื้นที่บนภูเขาสูง และเป็นพื้นที่ต้นน้ำป่าสัก รวมทั้งเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหา ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทั้งเรื่อง การชะล้างพังทลายของหน้าดิน จนเกิดดินสไลด์&amp;nbsp; น้ำเสียจากรีสอร์ต&amp;nbsp; ขยะตกค้าง และการกำจัดขยะ ที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106046</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดพยัคฆ์ไพร, พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ, ภูทับเบิก, สร้างรีสอร์ทรุกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c32e7df02ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สนธิกำลังจับกุมผู้บุกรุกสร้างที่พักบนผาหัวสิงห์ จุดชมวิวดัง &#039;ภูทับเบิก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้ง ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กอ.รมน. และชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เข้าตรวจสอบจับกุมผู้บุกรุกถือครอบครองพื้นที่บริเวณผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก ซึ่งเป็นจุดชมวิวบนภูทับเบิก&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า มีสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ขึ้นในบริเวณนี้&amp;nbsp;โดยพบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 1 หลัง พร้อมห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เพื่อทำการก่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และ ลานกางเต็นท์ ซึ่งเป็นการบุกรุกขยายพื้นที่รายใหม่จำนวน 3 แปลง โดยแปลงแรกมีพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ ประกอบด้วยที่พักมุงสังกะสี 4 หลัง และลานกางเต็นท์ ส่วนแปลงที่ 2 อยู่ติดกับผาหัวสิงห์ เป็นบริเวณที่ก่อสร้างอาคารตึกขาว 2 ชั้น และ &amp;nbsp;ลานกางเต็นท์ที่ถูกนำมาวิจารณ์ในโลกโซเชียล มีพื้นที่ราว 3 ไร่เศษ มีอาคาร 2 ชั้น 1 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 1 หลัง และลานกางเต็นท์ ซึ่งพบว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิมที่ครอบครองเพียง 1 ไร่เศษ และ แปลงที่ 3 มีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยมีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 หลัง และห้องน้ำจำนวน 1 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบนายเงี่ยป๋อ แซ่ท่อ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินเดิมก่อนที่จะแบ่งมอบที่ดินให้กับบุตร เจ้าหน้าที่จึงให้นำชี้ขอบเขตที่ดินทำกินเดิม และเจ้าหน้าที่ได้พบผู้ครอบครองใหม่ ให้นำตรวจสอบและให้เซ็นรับมอบหนังสือห้ามก่อสร้างอาคาร และห้ามใช้อาคาร โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวที่อาคารสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 ราย ได้แก่ 1.นายกัวเน้ง แซ่ท่อ ครอบครองพื้นที่ จำนวน 3/2/12 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากบิดา แม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แต่ได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากที่บิดาทำกินเดิม จึงผิดเงื่อนไขตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 ซึ่งถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน &amp;quot;ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ มาตรา 55 ฐาน &amp;quot;ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น&amp;quot; จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น 1 หลัง เต็นท์กระโจม 7 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายวีระพจน์ รักษ์มณี ครอบครองพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากพ่อตา มีสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านกระโจม 4 หลัง อาคารสำนักงาน 1 หลังห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ราษฎรบ้านวังบาลไม่ทราบชื่อ เป็นเจ้าของ ภูลมหนาว ผาหัวสิงห์ แคมป์ปิ้ง ครอบครองพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ไม่พบเจ้าของ สร้างบ้านกระโจม 1 หลัง ห้องน้ำ-ห้องสุขา 2 หลัง และลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปป.4) กอ.รมน. กล่าวว่าสำหรับพื้นที่ผาหัวสิงห์ หมู่ 8 ต.บ้านเนิน ยังอยู่ภายใต้คำสั่ง หน.คสช.ที 35/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.2559 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถยึดรื้อถอนทำลายได้ และ ผอ.สจป.4 จะดำเนินการติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71061</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบูรณ์, ชุดพยัคฆ์ไพร, ภูทับเบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f083d7666df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมป่าไม้บุกจับรถขุดดินสร้างรีสอร์ทในเขตป่าสงวนฯเขาค้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63 - พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พชร.2 เขาค้อ ศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก&amp;nbsp;เข้าจับกุมการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ และ ป่าวังชมพู โดยใช้เครื่องจักรกลหนัก หลังได้รับร้องเรียนว่า มีผู้ลักลอบขุดดินและสร้างรีสอร์ทในเขตป่าสงวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า รถขุดดิน&amp;nbsp;1 คัน พร้อมรถบรรทุก 10 ล้อ&amp;nbsp;2 คัน กำลังขุดและปรับพื้นที่ในเขตป่าสงวนฯ ที่เป็นร่องน้ำบนภูเขา ใกล้อ่างเก็บน้ำรัตนัย ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;3 คนเพื่อทำการสอบสวน โดยผู้ต้องหารทั้ง 3 คนให้การว่า เป็นลูกน้องของเสี่ยแบ๋วและเป็นเจ้าของรถ โดยได้รับคำสั่งให้มาทำงานจุดนี้ 2 วันแล้ว โดยขุดดินแล้วนำออกไปถมที่ให้แก่ข้าราชการครูรายหนึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร และการขุดดินและปรับพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานใดๆเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบค่าพิกัดพื้นที่ขุดดิน ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนฯและอยู่นอกแปลงราษฎรอาสา (รอส.) เดิม เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนคือ&amp;nbsp;นายบุญธรรม ขันทองหล่อ คนขับรถขุดดิน&amp;nbsp;นายหลั่ง อินเทพ และนายภิญโญ กองเหิน คนขับรถบรรทุก ตรวจยึดพื้นที่และของกลาง พร้อมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบยังพบว่าในพื้นที่ติดกัน มีคนงานราว 10 คน กำลังก่อสร้างอาคารชั้นเดียวขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบมีการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได เตรียมสร้างรีสอร์ทและจุดกางเต็นท์ สอบถามคนงานระบุว่า&amp;nbsp;เป็นของพยาบาลรายหนึ่งอยู่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานางพิชญา พัฒน์ขาว ข้าราชการพยาบาล ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ และให้การว่า ได้ซื้อที่จากทายาท ราษฏรอาสา (รอส.) จำนวน 3 ไร่ 2 งาน ในปี 2548 และ&amp;nbsp;ส่งรายชื่อให้คณะกรรมการที่ดินจังหวัดไปแล้ว แต่เป็นชื่อของหลานสาว โดยผ่านผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับรอง กระทั่งลงมือปรับพื้นที่และก่อสร้างดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า การซื้อขายที่ดังกล่าว ขัดกับมติ ครม.2541 ที่ให้ผู้ครอบครองรายเดิมต้องทำกินต่อเนื่อง และตกทอดให้ทายาทได้ แต่ไม่สามารถขายได้ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาค้อ จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาและตรวจยืดพื้นที่ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จังหวัดเพชรบูรณ์, ชุดพยัคฆ์ไพร, บุกรุกป่าสงวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e6751b170637.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
