<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นโรงแรมหรู ซุกซากเสืออื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเหยี่ยวดง-พญาเสือ ร่วมกับตำรวจ ปทส.บุกตรวจค้นโรงแรมหรูกลางกรุง พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก ทั้งเต่าหลายชนิด เสือดำ เสือโคร่ง เสือลายเมฆมีร่องรอยถูกยิง ผู้จัดการสาวพา จนท.ขึ้นไปยังชั้น 4 ก่อนหลบหนีไปได้ พบเจ้าของเป็นชาวไต้หวันอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดเล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้สั่งการให้นายถิรเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง สนธิกำลังชุดพญาเสือ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค.260/2563 ลงวันที่ 23 ธ.ค.63 เข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมหรูขนาดใหญ่ มี น.ส.ระวีวรรณ (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นก่อนทำการตรวจค้น บริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น ซากกระดองเต่านา ซากกระดองเต่ากระ เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนอื่นๆ ของโรงแรมยังพบซากสัตว์ป่าสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ต่างประเทศ เช่น เสือดำ เสือโคร่ง เสือลายเมฆ และเต่าหา รวม 34 ซาก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างตรวจค้น ทาง น.ส.ระวีวรรณได้ให้ข้อมูลว่า ซากสัตว์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของโรงแรมดังกล่าวซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ขณะนี้ไปปฏิบัติงานที่ต่างประเทศ ซึ่งขณะตรวจสอบถึงชั้นที่ 4 น.ส.ระวีวรรณได้หลบหนีออกจากโรงแรมและไม่สามารถติดตามตัวได้ จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ระวีวรรณ มีชื่อเป็นคณะกรรมการลงชื่อผูกพันของโรงแรมดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 2 คน โดยได้ขอประกอบกิจการโรงแรมและภัตตาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถิรเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งผ่านเพจ &amp;quot;สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362&amp;quot; ว่าโรงแรมดังกล่าวมีการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก จึงดำเนินการตรวจสอบ ในเบื้องต้นพบซากสัตว์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของโรงแรมชาวไต้หวัน โดยผู้จัดการโรงแรมอ้างว่าเจ้าของโรงแรมซื้อซากสัตว์มาสะสมและประดับตกแต่งโรงแรมเท่านั้น ไม่ใช่ขบวนการล่าหรือค้าซากสัตว์ป่า แต่ขณะนี้เจ้าของโรงแรมเดินทางไปต่างประเทศ จึงไม่สามารถแสดงหลักฐานการครอบครองได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบลักษณะซากสัตว์มีร่องรอยกระสุนปืนบนผิวหนังคล้ายการถูกล่า และยังมีซากสัตว์ทะเลหายาก ทั้งซากเต่ากระ เต่านา เต่าหญ้า เต่าตนุ ซึ่งมีสภาพสมบูรณ์มาก โดยมูลค่าของกลางทั้งหมดกว่า 500,000 บาทหากมีซื้อขายกันในตลาดมืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นเจ้าของโรงแรมมีตามความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหลังจากนี้จะส่งตำรวจ บก.ปทส.สอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อออกหมายเรียกเจ้าของซากสัตว์ป่าให้มาแสดงตัวและรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป&amp;quot; นายถิรเดชกล่าว..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87917</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดเหยี่ยวดง, ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง, ซากเสือ, ตำรวจ ปทส., บุกตรวจค้นโรงแรม, พญาเสือ, สัตว์ป่าคุ้มครอง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe48d2c1a069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับพ่อค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง พบลักลอบขายเหยี่ยว-นกเค้าแมว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.61 - พ.ต.อ.ชัยธนันท์&amp;nbsp;จิรปิยเศรษฐ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ่อวิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำบางพระ ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า สนธิกำลังกันขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 50/2 หมู่ 2 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีนายสุรารัตน์ สิงห์โต อายุ 38 ปี เป็นผู้ต้องหาและนำการตรวจค้นพบเหยี่ยวและนกเค้าแมว 6 ชนิดจำนวน 7 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากนายสุรารัตน์ เป็นพนักงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี รับจ้างไล่นกพิราบตามอาคารต่างๆ โดยใช้เหยี่ยวแฮริส ซึ่งไม่ได้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นเครื่องมือไล่นก และได้ประกาศขายสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทนก ได้แก่ เหยี่ยวเพเรกรินผ่านทางเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติกรรมจนทราบว่า นายสุรารัตน์ได้ตกลงขายเหยี่ยวเพเรกรินในราคาตัวละ 13,000 บาท นัดส่งมอบกันที่บ้านหลังดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังกันพร้อมนำหมายศาลเข้าตรวจค้น พบสัตว์ป่าคุ้มครองได้แก่ เหยี่ยวต่างสี 2 ตัว เหยี่ยวนกกระจอกเล็ก 1 ตัว เหยี่ยวดำท้องขาว 1 ตัว เหยี่ยวเพเรกริน 1 ตัว นกอินทรีดำ 1 ตัว และนกเค้าป่าสีน้ำตาล 1 ตัว รวม 6 ชนิด 7 ตัว&amp;nbsp;ราคารวมประมาณ 170,000 บาท จึงยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวนายสุรารัตน์เป็นผู้ต้องหา ในความผิดฐานค้าและ มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อวิน ดำเนินคดีโทษจำคุก1ปีปรับ4หมื่นบาททั้งจำทั้งปรับ ส่วนของกลางส่งมอบ สบอ.2 (ศรีราชา) ดูแลรักษาต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24687</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, จังหวัดชลบุรี, ชุดเหยี่ยวดง, ลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง, สภ.บ่อวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b65a9f3c0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชุดเหยี่ยวดง&#039; บุกฟาร์มจระเข้ตรวจสุขภาพ &#039;ช้าง-ม้า&#039; อีก 1 สัปดาห์รู้ผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.61 -&amp;nbsp;ที่ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นายอุเทน ยังประภากร ประธานบริหารบริษัท ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ จำกัด ได้พาสัตวแพทย์หญิงสุภกานต์ แก้วโชติ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ พร้อมชุดปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ นายนุวรรต ลีลาพตะ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า ชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจสุขภาพช้างพลายสมรักษ์ และช้างพังองุ่น และม้าที่ถูกสื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพว่า มีสภาพผอมโซ &amp;nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างเลือดช้างและม้านำเข้าห้องแลปเพื่อตรวจสุขภาพว่า แข็งแรงดีตามคำบอกเล่าของเจ้าของฟาร์มแห่งนี้หรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์ประมาณ 1 อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุเทน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ฟาร์มจระเข้ก็ถูกโจมตีมาแล้ว 2 ครั้งว่า น้ำในบ่อจระเข้มีสีเขียว ช้างผอม ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 สื่อออนไลน์นั้นเร็วมาก แต่อยากจะบอกให้ผู้เข้าไปชมให้ใช้วิจารณญาณและให้ความยุติธรรมกับตนด้วย เพราะทุกวันนี้เราทำดีที่สุดแล้ว และที่ว่าตนไม่มีเงินเลี้ยงสัตว์ แล้วสัตว์จะอยู่รอดถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร ลองพิจารณาดูว่ามีฟาร์มจระเข้ที่ไหนน้ำใสสะอาดเหมือนสระว่ายน้ำ ก็คงไม่มีนี่คือธรรมชาติของเขา หลังจากที่โลกโซเชียลแชร์กันออกไปก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฟาร์มจระเข้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องม้านั้นอายุมากแล้ว เราก็เลี้ยงดูเป็นอย่างดีเพื่อให้ตายไปตามธรรมชาติ ส่วนจระเข้ที่ว่าผอมก็ไปท้าพิสูจน์ได้ว่าบ่อนั้น เป็นบ่อต้นตระกูลฟาร์มจระเข้เลย จระเข้ในบ่อนั้นมีอายุไม่ต่ำกว่า 80 ปี เป็นบ่อแรกที่คุณพ่อได้สร้างขึ้นมาด้วยมือของท่านเอง เราจึงต้องอนุรักษ์จระเข้บ่อนั้นไว้ ส่วนช้างนั้น เราก็ได้ให้อาหารเป็นเวลา เพื่อไม่ให้มีน้ำหนักมากจนเกินไป จึงอยากฝากถึงคนที่โพสต์ด้วยว่า สิ่งที่เป็นจริงกับสิ่งที่กล่าวอ้างและหลอกลวงทำให้ฟาร์มเสียหาย ฝ่ายกฎหมายเรามีและทราบตัวคนโพสต์แล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนุวรรต ลีลาพตะ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า ชุดเหยี่ยวดง กล่าวว่า เรื่องที่มาตรวจสอบหลักๆในครั้งนี้คือ ช้างและม้าที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ปีที่แล้วเราเคยได้รับเรื่องร้องเรียนมาแล้วครั้งหนึ่งคือ ช้างพังองุ่น ปีนี้ได้มาดูเห็นสภาพแล้วดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนช้างพลายสมรักษ์นั้น ปีที่แล้วยังไม่ได้มาตรวจ แต่จากที่เห็นนั้นมีลักษณะผอม ส่วนว่าจะดูแลไม่ดีจริงหรือไม่ ก็ต้องดูหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ด้วย และได้เก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์ว่าเป็นโรคอะไรหรือไม่ ส่วนม้าที่เห็นนั้นเนื่องจากมีอายุมาก น่าจะอยู่ในช่วงปลายชีวิต ส่วนสภาพผอมถือเป็นเรื่องปกติก็เหมือนกับคน เมื่อแก่ตัวลงก็จะมีสภาพผอม เป็นธรรมชาติในการลดมวลของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสัตวแพทย์หญิงสุภกานต์ กล่าวว่า เรื่องของสุขภาพช้างและม้านั้น โดยภาพรวมแล้วต้องดูผลจากห้องแลปด้วย อย่างช้างจากที่ดูจากภายนอกเห็นว่ามวลกล้ามเนื้อน้อย จะถามว่าสมบูรณ์หรือไม่ ก็คือไม่สมบูรณ์ แต่ก็ต้องมาดูประกอบกับโรคที่เราจะไปตรวจว่า บางทีเขาอาจจะมีปัญหาด้านสุขภาพภายในหรือไม่ ซึ่งจะต้องเก็บข้อมูลทุกอย่างเพื่อช่วยในการประเมินให้รอบด้าน โดยได้เก็บตัวอย่างเลือดและอุจจาระเพื่อนำไปเข้าห้องแลป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ถึงจะรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดเหยี่ยวดง, ตรวจสุขภาพสัตว์, นายอุเทน ยังประภากร, ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ, สมุทรปราการ-ปากน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181212/image_mid_5c10ddf34651e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
