<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดกทม.ส่งทีมCCRTลงพื้นที่แก้ปัญหาโควิดแล้ว201ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.64- นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงผลการดำเนินงานของทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก(Comprehensive Covid-19 Response Team) CCRT เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชน ระหว่างวันที่ 15-16 ก.ค. 64 ได้ดำเนินการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit มีผู้ได้รับการตรวจ จำนวน 621 ราย พบเชื้อ 35 ราย ไม่พบเชื้อ 586 ราย โดยมีผู้ป่วยที่แยกกักที่บ้าน (HI : Home Isolation) จำนวน 31 ราย และส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำนวน 4 ราย โดยในระยะเริ่มต้นได้มีการลงพื้นที่ในชุมชน จำนวน 201 แห่ง หรือเฉลี่ยวันละ 100 ชุมชน มีผู้รับบริการสะสม จำนวน 7,444 ราย ได้รับการฉีดวัคซีน จำนวน 4,683 ราย แบ่งเป็น ผู้สูงอายุ 3,082 ราย ผู้มีโรคประจำตัว 1,591 ราย และหญิงตั้งครรภ์ 10 ราย โดยมีการสื่อสารให้ความรู้แก่ประชาชน จำนวน 7,444 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยที่สามารถกักตัวที่บ้านได้ (HI) จะมีการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจน สำหรับผู้ป่วยไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้จะนำส่งศูนย์พักคอย หรือ Community Isolation ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ แล้ว 24 ศูนย์ ในพื้นที่ 23 เขต เปิดบริการรับผู้ป่วยแล้ว 14 ศูนย์ โดยจะเปิดเพิ่มอีกให้ครบทั้ง 50 เขต นอกจากนี้ทีม CCRT จะดำเนินการกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่บ้าน และมอบชุด HQ : Home Quarantine หรือส่งเข้า LQ : Local Quarantine ทั้งนี้ ทีม CCRT ได้กำหนดเป้าหมายในการลงพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนให้ครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักอนามัยร่วมกับสำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ฝ่ายความมั่นคง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) องค์กร NGO ภาคประชาชน และจิตอาสาพระราชทาน 904 ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ โดยการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit พร้อมให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และให้คำแนะนำในการแยกกักที่บ้าน หรือ HI : Home Isolation&amp;nbsp; โดยเริ่มตั้งแต่ 15 ก.ค.64 เป็นต้นมา และมีแผนการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชนให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, ปลัดกทม., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f41242bf852.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.’ หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 พักหนี้สินเชื่อ 3 เดือน 149 องค์กร ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า-พัฒนาคุณภาพชีวิต-สร้างงานสร้างรายได้ในชุมชน 30 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พี่น้องชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 &amp;nbsp;โดยที่ประชุมบอร์ดมีมติพักชำระหนี้สินเชื่อและดอกเบี้ยองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; เริ่มพฤษภาคมนี้ รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; รวมยอดหนี้ 1,899 ล้านบาท&amp;nbsp; พักดอกเบี้ยรวม 18 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;งบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และซ่อมแซมสาธารณูปโภค-บ้านเรือน ทำให้เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้คนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (14 พ.ค.) ระหว่างเวลา 08.30-12.30 น.&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; จัดประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ หรือ &amp;lsquo;บอร์ด พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยประชุมผ่านระบบ ZOOM มีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp; มีผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; และคณะกรรมการสถาบันฯ เช่น&amp;nbsp; นายอนุกูล&amp;nbsp; ปิดแก้ว&amp;nbsp; รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ฯลฯ&amp;nbsp; รวม 18 คนร่วมประชุม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด พอช.เห็นชอบพักชำระสินเชื่อสหกรณ์ 149 องค์กร&amp;nbsp; ระยะเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การประชุมครั้งนี้มีวาระที่สำคัญคือ&amp;nbsp; 1.การขอความเห็นชอบมาตรการการบรรเทาความเดือดร้อนและให้การช่วยเหลือองค์กรชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอก 3&amp;nbsp; และ 2. โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอก 3 พบผู้ติดเชื้อในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัด ซึ่งมีที่มาจากแหล่งสถานบันเทิง &amp;nbsp;รวมทั้งสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกระจายไปในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนแออัด เริ่มจากเขตคลองเตย และมีแนวโน้มที่จะพบในหลายชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 1.05pt 0in 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; แม้ว่ารัฐบาลจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่เหมือนกับมาตรการในปี 2563 แต่จำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตซึ่งมีจำนวนสูงมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป อาชีพภาคบริการ จากการตกงาน ถูกพักงาน ความสามารถในการหารายได้ลดลง &amp;nbsp;และบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp; ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 สถาบันฯ และเครือข่ายองค์กรชุมชน ได้ร่วมกันประเมินความเดือดร้อนของสหกรณ์โครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อพิจารณามาตรการด้านสินเชื่อที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากการสำรวจพบว่า &amp;nbsp;มีสหกรณ์ในโครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับผลกระทบและเสนอให้สถาบันฯ พิจารณาช่วยเหลือในเรื่องการชำระหนี้ &amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น 271 องค์กร &amp;nbsp;(คิดเป็นร้อยละ 62.44 ขององค์กรผู้ใช้สินเชื่อโครงการบ้านมั่นคง) จำแนกเป็น 3 กลุ่ม &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กลุ่มที่ 1 องค์กรที่สามารถชำระคืนตามปกติ &amp;nbsp;ยังอยู่ในสถานการณ์ที่รับภาระสินเชื่อได้ จำนวน 163 องค์กร &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 สหกรณ์ที่สมาชิกบางส่วนได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 122 องค์กร &amp;nbsp;และ กลุ่มที่ 3 สหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เช่น&amp;nbsp; สมาชิกเกินร้อยละ 50 ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตในชุมชน &amp;nbsp;โดยมีสมาชิกต้องกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด &amp;nbsp;จำนวน 149 องค์กร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นายสมชาติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้&amp;nbsp; พอช. ได้รับการร้องทุกข์จากชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 &amp;nbsp;ซึ่งเครือข่ายชุมชนได้พยายามช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp; แต่เนื่องจากปัญหาครั้งนี้มีความรุนแรงและมีการแพร่ระบาดสู่ชุมชนในวงกว้างมากกว่าในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนแออัดในเมืองและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงตามที่ปรากฏในพื้นที่และสื่อต่าง ๆ&amp;nbsp; (ข้อมูลเมื่อวันที่&amp;nbsp; 11&amp;nbsp; พ.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อในชุมชนบ้านมั่นคง/ชุมชนแออัด&amp;nbsp; 130 ชุมชน&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อรวม 493 ราย ผู้ถูกกักตัว 1,388 ราย) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ดังนั้น พอช. จึงต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนให้ทันการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยป้องกัน &amp;nbsp;ลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในวงกว้างต่อสังคมโดยรวม&amp;nbsp; ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้&amp;nbsp; การเสริมสภาพคล่องทางการเงิน&amp;nbsp; การลดภาระค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;มติที่ประชุมเห็นชอบเห็นชอบการพักชำระหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน&amp;nbsp; โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างการพักชำระหนี้ให้กับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อ 149 องค์กร &amp;nbsp;ยอดหนี้รวม 1,899.31 ล้านบาท &amp;nbsp;รายได้ดอกเบี้ยที่จะลดลงในปี 2564 จำนวน 18.22 ล้านบาท&amp;nbsp; และเห็นชอบการพักชำระหนี้ให้กับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อในระยะถัดไป ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นจนกระทบกับความสามารถในการชำระคืน &amp;nbsp;รวมถึงองค์กรสินเชื่อประเภทอื่น ๆ นอกจากโครงการบ้านมั่นคง โดยให้ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติและรายงานให้คณะกรรมการทราบในการประชุมครั้งต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. บอกถึงมติของที่ประชุมบอร์ด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนระยะเวลาในการพักชำระหนี้&amp;nbsp; จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; หรือจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้สำหรับสหกรณ์หรือองค์กรชุมชนที่มีความพร้อมจะพักชำระหนี้&amp;nbsp; ส่วนสหกรณ์หรือองค์กรอื่นๆ อาจจะขยับเป็นเดือนต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ที่ประชุมบอร์ด พอช.ได้กำชับให้สหกรณ์และองค์กรชุมชนที่พักชำระหนี้ได้คำนึงถึงการรักษาวินัยทางการเงินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า-พัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างงาน-สร้างรายได้ในชุมชนใช้งบ 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ด พอช.ยังเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;โดยแยกเป็น 1.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้าและพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; งบประมาณรวม 20 ล้านบาท&amp;nbsp; เช่น ดูแลช่วยเหลือกลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ป่วย ผู้ที่ต้องกักตัว และกลุ่มปราะบางในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การแจกจ่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การวัดไข้และแจกอาหารที่ชุมชนในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ป้องกันและเฝ้าระวังในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แจกจ่ายหน้ากาก &amp;nbsp;เจลล้างมือ/น้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องวัดอุณหภูมิ-วัดไข้คนในชุมชน ตรวจเยี่ยม-คัดกรองคนเข้า-ออกในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพและพื้นที่ในการผลิตอาหาร&amp;nbsp; เพื่อยังชีพและเลี้ยงชีพคนในชุมชน เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่คนในชุมชนเข้าถึงและปลอดภัย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ทำเกษตร &amp;nbsp;ปลูกผักบริเวณบ้านหรือพื้นที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp;อาหารทะเล &amp;nbsp;สินค้า &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ระหว่างเมืองกับชนบท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างชุมชน&amp;nbsp; การเชื่อมโยงกลไกการขับเคลื่อนงานในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน&amp;nbsp; โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีพัฒนาทุกภาคส่วน&amp;nbsp; โดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวง พม. รวมงบประมาณ 20 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.สนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp; ปรับปรุง&amp;nbsp; ซ่อมแซมระบบสาธาณูปโภคและที่อยู่อาศัยในชุมชนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; ปลอดภัย&amp;nbsp; และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&amp;nbsp; งบประมาณรวม 10 ล้านบาท&amp;nbsp; ทั้งในชุมชนบ้านมั่นคงที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ &amp;nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับปรุงเพิ่มเติม &amp;nbsp;และชุมชนแออัดที่ยังไม่เข้าสู่โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งจะช่วยสร้างงานให้กับคนในชุมชนได้มีงานทำและมีรายได้&amp;nbsp; หรือคนที่ตกงานกลับสู่ชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังเป็นการกระจายเม็ดเงินไปยังร้านค้าและผู้ประกอบการในชุมชนให้มีเงินหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:31.35pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เผยโควิดรอบแรกปี 2563&amp;nbsp; พอช.พักชำระหนี้ 409 องค์กร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต1,754 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วงการสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ระลอกแรกในปี 2563&amp;nbsp; บอร์ด พอช.ได้เห็นชอบการพักชำระหนี้องค์กรผู้ใช้สินเชื่อเป็นระยะเวลา 6 เดือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีองค์กรผู้ใช้สินเชื่อที่ได้รับประโยชน์ 409 องค์กร &amp;nbsp;ไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในระหว่างเดือนเมษายน &amp;ndash; กันยายน 2563 &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 76.07&amp;nbsp; ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ยังสนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณคงเหลือจากโครงการบ้านมั่นคงที่ไม่มีภาระผูกพัน 144.25 ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสนับสนุนโครงการของชุมชนไปทั้งหมด 1,754 โครงการ 535,577 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็นชุมชนเมือง 220 เมือง 2,931 ชุมชน&amp;nbsp; และพื้นที่ชนบท 1,534 ตำบล&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 126.52 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 1.05pt 0in 0in; text-align: center;&quot;&gt;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2564 นี้&amp;nbsp; พอช.ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้รวมตัวกันจัดตั้ง &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; ขึ้นมา &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยมีคณะทำงาน 23 คน&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันระดมทุนจากทุกภาคส่วนนำไปช่วยเหลือพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; โดยช่วยเหลือชาวชุมชนในเขตกรุงเทพฯ ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปแล้ว 47 ชุมชน&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในชุมชนท้องถิ่นของตนเองด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช, พักหนี้, สร้างรายได้, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e507bf2d1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 ระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ  หนุนทำครัวชุมชน  จัดซื้อนมสำหรับเด็ก-หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ ฯลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;เครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; มอบสิ่งของจำเป็นให้แก่โรงพยาบาลสนาม 4 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;จัดตั้ง &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; เพื่อระดมทุนช่วยเหลือพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; จัดซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสด-แห้ง&amp;nbsp; นมสำหรับเด็ก&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เจลลางมือ ฯลฯ ขณะที่พี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชนในภาคต่างๆ &amp;lsquo;ร่วมด้วย&amp;nbsp; ช่วยกัน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ใช้ทุนในชุมชนโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ในประเทศไทยยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง โดยวันนี้ (8 พ.ค.) มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2,419 ราย&amp;nbsp; รวมผู้ติดเชื้อสะสม 52,411 ราย&amp;nbsp; เสียชีวิตอีก 19 ราย&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้ร่วมกันจัดตั้ง &amp;lsquo;&amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อระดมทุนจากทุกภาคส่วนนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดประเดิมช่วยผู้ได้รับผลกระทบ 47 ชุมชน 416 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม&amp;nbsp; คณะทำงานเครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด- 19 ยังกระจายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; แกนนำเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้รวมตัวกันจัดตั้ง &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; โดยมีคณะทำงาน 23 คน&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันระดมทุนจากทุกภาคส่วนแล้วนำไปจัดสรรให้พี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ระดมทุนได้แล้วประมาณ 130,000 แสนบาท&amp;nbsp; คณะทำงานมีความเห็นว่าในช่วงแรกนี้จะนำไปช่วยเหลือชุมชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน&amp;nbsp; เพราะมีการแพร่ระบาดรวดเร็วมาก&amp;nbsp; มีประชาชนที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านหลายสิบชุมชน&amp;nbsp; จึงให้แต่ละชุมชนที่ได้รับผลกระทบนำเงินไปซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; อาหารสด&amp;nbsp; นมสำหรับเด็ก&amp;nbsp; หรืออุปกรณ์ที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน้ากากผ้าอนามัย&amp;nbsp; เจลล้างมือ&amp;nbsp; ให้ผู้ที่ต้องกักตัวก่อน&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนบริหารจัดการงบประมาณและความช่วยเหลือเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ชาวชุมชนบ้านมั่นคงในเขตคลองเตย&amp;nbsp; ชุมชนสร้างสรรค์พัฒนา 7-12 มอบสิ่งของช่วยเหลือสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;จำนวน 47 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 416 คน&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดได้สนับสนุนความช่วยเหลือเฉลี่ยรายละ 300 บาท&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการ &amp;nbsp;รวมเงินช่วยเหลือจำนวน 124,800 บาท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบางพูดพัฒนา&amp;nbsp; จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 15 คน&amp;nbsp; ชุมชนเก้าพัฒนาเขตวังทองหลาง 45 คน&amp;nbsp; ชุมชนแจ่มจันทน์&amp;nbsp; เขตวัฒนา 70 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เงินที่ได้รับการบริจาคในเบื้องต้นมาจากการระดมทุนของนางทิพย์รัตน์&amp;nbsp; นพลดารมย์&amp;nbsp; อดีตผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับคณะนิสิตเก่าจุฬาฯ CU 14&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่และผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นุชจรีในฐานะเลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เครือข่ายสภาฯ มีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 48 คน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่นำไปรักษาตัวในโรงพยาบาลหมดแล้ว&amp;nbsp; และมีผู้ที่ต้องกักตัวในบ้าน&amp;nbsp; 38 ครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 142 คน&amp;nbsp; ใน 7 ชุมชนที่ต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการ&amp;nbsp; โดยสภาองค์กรชุมชนฯ จะนำงบประมาณที่ได้รับจากเครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดจำนวน 45,000 บาทไปซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสด-แห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ มาให้แก่ผู้ที่ต้องกักตัวภายในบ้าน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางร่วมกับผู้นำชุมชนต่างๆ &amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; โดยนำเงินจากกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตวังทองหลางมาจัดซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; นำปลาดุกที่เลี้ยง&amp;nbsp; ผักที่เครือข่ายปลูก&amp;nbsp; และอาหารที่ได้รับบริจาคมาช่วยเหลือชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย&amp;nbsp; และให้กำลังใจแก่ผู้ที่กักตัวอยู่ในบ้านด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมอบอาหารช่วยเหลือชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องชุมชนทั่วภูมิภาค &amp;lsquo;ร่วมด้วย ช่วยกัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการร่วมระดมทุนของเครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; พี่น้องเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศยังให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วย&amp;nbsp; โดยใช้ทุนในชุมชนที่มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp; จังหวัดลำพูน กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลเหมืองจี้ &amp;nbsp;อำเภอเมือง &amp;nbsp;จังหวัดลำพูน &amp;nbsp;มอบหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;จำนวน 140 กล่อง &amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ 42 ขวด &amp;nbsp;และเครื่องเทอร์โมสแกน &amp;nbsp;จำนวน 28 เครื่อง &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 14,000 บาท&amp;nbsp; มอบให้กับกำนัน &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp;อสม.ทั้ง 14 หมู่บ้านในตำบลเหมืองจี้เพื่อใช้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลเหมืองจี้ จ.ลำพูน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองนครสวรรค์ &amp;nbsp;ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำน้ำสมุนไพรจากตะไคร้ &amp;nbsp;กระชายและขิง &amp;nbsp;วันละ 1,500 ขวด &amp;nbsp;แจกจ่ายให้แก่พี่น้องชุมชนบ้านมั่นคงและประชาชนทั่วไปในเขตเทศบาลฯ ดื่มเพื่อปัองกันเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังส่งไปที่โรงพยาบาลสนาม และ รพ.เขาเขียว &amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยโควิดที่ต้องพักรักษาตัวในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคอีสาน จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ที่ประชุมแกนนำขบวนองค์กรชุมชน จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;ได้พิจารณาช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีปิดหมู่บ้านโสกกระแต้ &amp;nbsp;ต.โคกก่ง &amp;nbsp;อ.ชานุมาน&amp;nbsp; จากสถานการณ์โควิด &amp;nbsp;โดยใช้งบจากกองทุนพัฒนาสวัสดิการผู้นำจังหวัด &amp;nbsp;จำนวน 40,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;ชุมชนเหล่านาดี &amp;nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; คณะกรรมการชุมชนร่วมกันทำอาหารราคาถูกขายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;ตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ข้าวมันไก่ &amp;nbsp;ส้มตำ &amp;nbsp;อาหารตามสั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในราคาเพียง 15-20&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำอาหารไปมอบให้แก่คนป่วย&amp;nbsp; ผ้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ ฯลฯ &amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ชุมชนเหล่านาดี&amp;nbsp; อ.เมือง จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนจังหวัดเพชรบุรีร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชบุรี &amp;nbsp;มอบสิ่งของและอุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาลสนามในจังหวัดเพชรบุรี 4 แห่ง &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ &amp;nbsp;สิ่งของจำเป็น &amp;nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ &amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp; 44,500&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือบุคคลากรทางการแพทย์ &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อที่กำลังรักษาตัว &amp;nbsp;กลุ่มเสี่ยงที่เฝ้าระวังอาการ &amp;nbsp;โดยมีนายภคพงศ์ ทวิพัฒน์ &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; และ นพ.เพชรฤกษ์ แทนสวัสดิ์ สาธารณสุขจังหวัดร่วมรับมอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางแค &amp;nbsp;นำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับชาวชุมชนบ้านขิงที่ต้องกักตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดรุนแรงในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนบ้านขิงมีประชากร &amp;nbsp;240&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการเขตบางแค 139&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางแคจัดถุงยังชีพมอบให้ทั้งหมด 240&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อลดปัญหาความเลื่อมล้ำโดยมอบให้ทุกครัวเรือนทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้&amp;nbsp; จังหวัดสตูล &amp;nbsp;เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสตูลและเครือภัยพิบัติชุมชน &amp;nbsp;ร่วมบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภคและเงินสดให้กับพี่น้องที่ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;และโดนกักตัวพื้นที่ศูนย์ประสานงานโควิคบ้านวังพะเนียด &amp;nbsp;อ.เกตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เมือง จ.สตูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ตำบลช้างซ้าย&amp;nbsp; อ.กาญจนดิษฐ์ &amp;nbsp;แม้ว่าตลาดจะปิด &amp;nbsp;สินค้าไม่มีจำหน่าย &amp;nbsp;แต่ชุมชนยังสามารถพึ่งตัวเองและเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้&amp;nbsp; โดยชาวบ้านช่วยกันนำข้าวสาร&amp;nbsp; ผักสด&amp;nbsp; ปลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่งมอบให้ครัวเรือนที่กักในหมู่ที่&amp;nbsp; 11 จำนวน&amp;nbsp; 30 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ชุมชนช้างซ้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ที่อยากจะสนับสนุนและช่วยเหลือชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ติดต่อได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เจลล้างมือ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_60964d9b0e37c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.-สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา นำนักศึกษาที่ได้รับการจ้างงานโครงการ U2T ทำงานกับพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ”ครูขาบ” บึงกาฬ ชูเศรษฐกิจสร้างสรรค์  นำจุดเด่นของชุมชนสร้างรายได้ให้ชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัยจ.บึงกาฬ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ที่ก่อตั้งขึ้นโดย &amp;ldquo;ครูขาบ&amp;rdquo; หรือนายสุทธิพงษ์ สุริยะ เจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก Gourmand World Awards จำนวน 14 รางวัลในสาขาต่างๆ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะของงานออกแบบร่วมสมัยผสมผสานกับอัตลักษณ์ของชุมชน โดยมีวิถีเกษตรชุมชนเป็นตัวเชื่อม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่ให้ผู้คนได้มาเจอกันและมีรายได้เกื้อกูลกัน ผ่านการซื้อขายสินค้าเกษตรของชุมชน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก และคณะยังได้มาติดตามการทำงานของผู้ได้รับการจ้างงานจาก อว. ผ่านโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศหรือ U2T &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังการตรวจเยี่ยม ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก ให้สัมภาษณ์ว่า พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จ.บึงกาฬ ดำเนินการโดยสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ให้บัณฑิตจบใหม่ นักศึกษา และชาวบ้าน ร่วมกับเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาและความต้องการของชุมชน โดยมีอาจารย์เป็นพี่เลี้ยง ผู้เข้าร่วมโครงการ U2T ที่เป็นบัณฑิตและนักศึกษาล้วนเป็นผู้มีภูมิลำเนาในพื้นที่ แต่ไปศึกษาในจังหวัดอื่น ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในท้องถิ่นเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การที่ผู้รับการจ้างงานได้มาทำงานในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ถือเป็นโอกาสในการได้มาเรียนรู้เพิ่มเติมจากครูขาบในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp; ที่นำจุดเด่นของชุมชนมาสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน นอกเหนือจากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหาของพื้นที่ตามภาระงานที่ได้รับมอบหมายในระยะเวลา 1 ปีตามระยะเวลาโครงการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.อว.กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า โครงการU2T เป็นการโอกาสให้ ชุมชน และ พื้นที่ ได้รับการวิเคราะห์ปัญหาพร้อมทั้งการแก้ไขตามความต้องการ โดยมีผู้จ้างงานที่เป็นบัณฑิตนักศึกษา และชาวบ้าน ทำงานร่วมกัน และมีอาจารย์และมหาวิทยาลัยมาเรียนรู้ร่วมกัน นำความรู้ไปตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่พร้อมๆ กับการที่ชุมชนและพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตจริงให้แก่อาจารย์และมหาวิทยาลัย ที่สำคัญสะท้อนให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยต้องการชุมชนหรือพื้นที่ท้องถิ่นเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สะท้อนถึงความต้องการจริงของชุมชน ความรู้ของมหาวิทยาลัยจะต้องตอบโจทย์ของชุมชนและท้องถิ่นได้ เพราะจังหวัดหรือท้องถิ่นจะเข้มแข็งได้ต้องมีองคาพยพที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วน คือ มหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคมหรือชุมชน และภาคเอกชน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนคือผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นจริง ไม่ได้มาแล้วไปเหมือนหน่วยงานราชการจากส่วนกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95074</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), ชุมชน, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041aaa63d920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สสส. เฟ้น “สุดยอดนวัตกรรม” ภาคกลาง ร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ เน้นปรับตัวพร้อมรับมือภาวะปกติ-วิกฤติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) และศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (ศวช.) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดเวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น วาระ: ทศวรรษร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ พื้นที่ภาคกลาง โดยมีนางประภาศรี บุญวิเศษ&amp;nbsp; ประธานกรรมการกำกับทิศทางของแผนสุขภาวะชุมชน พื้นที่ภาคกลาง นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ กรรมการบริหารแผน ผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่าย (ศวภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 92 แห่ง เข้าร่วมรวมกว่า 600 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส.กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 1 ทศวรรษของการขับเคลื่อนการทำงานร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ภายใต้แผนสุขภาวะชุมชน ได้จัดเวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น 4 ภาค เพื่อสรุปบทเรียนการดำเนินงานร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ในแต่ละภูมิภาค เสริมศักยภาพผู้นำชุมชนท้องถิ่นให้สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์รูปธรรมการปรับตัวหรือตั้งรับ (resilience) ของชุมชนท้องถิ่นทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์วิกฤติ และขยายผลแนวคิด แนวทางการดำเนินงานเครือข่ายสู่ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งอย่างยั่งยืน สร้างทศวรรษที่น่าอยู่ บนฐานทุนทางสังคม และศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น ผ่านกลไกการทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ สานพลังขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับ 4 องค์กรหลักในพื้นที่ ประกอบด้วย ท้องถิ่น ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น &amp;nbsp;องค์กรชุมชนหรือภาคประชาสังคม และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ สู่การสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ผู้สูงอายุ เศรษฐกิจชุมชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาหารชุมชน สุขภาวะชุมชนในการรับมือโรคอุบัติใหม่&amp;rdquo; เป็นประเด็นที่ทั้ง 4 ภูมิภาคตกผลึกตรงกันที่จะกำหนดทิศทางในการพัฒนาขับเคลื่อนสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง โดยมีกระบวนการคัดเลือกสุดยอดนวัตกรรม 3 ประเภท คือ นวัตกรรมเชิงระบบ นวัตกรรมเชิงกระวบการ และนวัตกรรมเชิงเทคนิค เพื่อเป็นแนวทางให้กับพื้นที่อื่นๆ&amp;rdquo;นายธวัชชัยกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) กล่าวว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สสส.และเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ขับเคลื่อนสร้างนวัตกรรมโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมกับการแก้ปัญหาชุมชนท้องถิ่น คือ 1. บริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ฯลฯ ให้ทุกคนในชุมชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ 2. สวัสดิการชุมชน เช่น การช่วยเหลือ จัดตั้งกลุ่มด้านต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มฌาปนกิจ สงเคราะห์ ทั้งนี้ สสส.มีเป้าหมายที่จะร่วมกันสร้างผู้นำ ตำบลละ 200 คน และ 110 ทุนทางสังคม นั่นคือ 3,000 ตำบลของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ต้องสร้าง 600,000 ผู้นำ กับ 330,000 ทุนทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเรียนรู้ หรือนวัตกรรม เชื่อมั่นว่า เราทำได้อย่างแน่นอน และจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชุมชน สังคม ทำให้เกิดศักยภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ผศ.ดร.พีรพงษ์ บุญสวัสดิ์กุลชัย รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (ศวช.) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงการขับเคลื่อนเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ พื้นที่ภาคกลางว่า ขับเคลื่อน 6 ประเด็นสำคัญ ที่จะร่วมกันกำหนดทิศทางในการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง คือ 1.สร้างคุณภาพสังคมเพื่อผู้สูงอายุ ทั้งการเตรียมความพร้อมสถานการณ์ผู้สูงอายุ และการดูแลผู้สูงอายุในทุกมิติ 2.จัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ น้ำ เป็นต้น 3. ลดปัจจัยเสี่ยง ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคยาสูบ และความปลอดภัยบนท้องถนน 4.เศรษฐกิจชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดหนี้ เพิ่มเงินออม 5. การจัดการสุขภาพชุมชน และสวัสดิการชุมชนหลายมิติ เช่น การรับมือกับโรคติดต่อแบบ New Normal 6.สร้างอาหารปลอดภัย เน้นพึ่งพาตนเองตนเองด้านอาหารในภาวะปกติและภาวะวิกฤติการ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร ครัวเรือน และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79280</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ชุมชน, สุดยอดนวัตกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f769a4f475af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายปชช.ลุ่มน้ำโขงอีสาน จวกยับเพื่อไทยลืมบทบาทฝ่ายค้านหนุนเผด็จการดันโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล เฉยเลย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 63 - &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชนที่ติดตามสถานการณ์การผลักดันโครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ในภาคอีสาน เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายฯ อยากเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยทบทวนบทบาท และจุดยืนต่อโครงการผันน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล และโครงการจัดการน้ำต่างๆ ตามลุ่มน้ำสาขาในภาคอีสาน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำอีสานทั้งระบบ นอกจากนี้ยังเสนอให้พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาปัญหาและผลกระทบ ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และนิเวศ ที่เกิดขึ้นจากแนวนโยบายการจัดการน้ำในภาคอีสานทั้งหมด ก่อนที่จะเดินหน้าผลักดันโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุวิทย์ &amp;nbsp;กุหลาบวงษ์ &amp;nbsp;ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ให้ข้อมูลว่า ภาคอีสานนับเป็นพื้นที่ที่มีนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และระบบชลประทานเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นต้นมา ยกตัวอย่างเช่น โครงการอีสานเขียว โครงการโขงชีมูล โครงการชลประทานระบบท่อ โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเหล่านี้ มีการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานมากกว่า 1.2 ล้านไร่ แต่ผลของโครงการกลับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากผลกระทบจากน้ำเค็ม ค่าสูบน้ำที่มีราคาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีโครงการโขงชีมูล ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2536 &amp;nbsp;มีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสายหลักในภาคอีสาน เขื่อนเหล่านั้นได้ทำให้พื้นที่ป่าบุ่ง ป่าทาม ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของภาคอีสานกลายเป็นอ่างเก็บน้ำ และส่งผลกระทบให้เกิดภาวะดินเค็มแพร่กระจายในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์จากที่ดินทำกินเป็นจำนวนมาก รัฐบาลต้องใช้งบประมาณมหาศาลมากกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อมาแก้ไข ซึ่งมากกว่าค่าการก่อสร้างเสียอีก จะเห็นได้ว่าบทเรียนเกี่ยวกับความล้มเหลวด้านแผนการจัดการน้ำขนาดใหญ่ เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมมานาน ดังนั้น เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน จึงขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยทบทวนบทบาท และจุดยืนต่อโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล และโครงการจัดการน้ำต่างๆ ตามลุ่มน้ำสาขาในภาคอีสานทั้งระบบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ยังกล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทย ควรผลักดันให้มีการศึกษาและนำเสนอความคุ้มค่าที่แท้จริงของโครงการผันน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล บนพื้นฐานของการคำนึงถึงคุณค่าของระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม พร้อมกับความคุ้มค่าในทางเศรษฐศาสตร์ ภายใต้สถานการณ์ความเสี่ยงเรื่องแผ่นดินไหวกับน้ำท่วมฉับพลันในภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ควรมุ่งตรวจสอบการผลักดันโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล ของนักการเมืองฝ่ายเผด็จการในขณะนี้ มิใช่ส่งเสียงสนับสนุนโครงการที่ขาดหลักธรรมาภิบาล และขาดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งพรรคเพื่อไทยควรมีบทบาทในการสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมจากประชาชนให้รอบด้านตามหลักการประชาธิปไตย&amp;rdquo; นายสุวิทย์กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74246</URL_LINK>
                <HASHTAG>การมีส่วนร่วมของประชาชน, ชุมชน, ผลกระทบสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f33e2e36c4ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดบทเรียน”ธรรมยาใจ” บำบัดคนติดสุราในชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แน่นอนแล้วว่า การบำบัดดูแลผู้คนติดเหล้านอกระบบสุขภาพโดยใช้กระบวนการเชิงพุทธขับเคลื่อนโดยพระสงฆ์ผู้นำชุมชนและบุคลากรสุขภาพ นัดมาปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญประโยชน์กันในวัดไปเยี่ยมเยือนที่บ้าน ไม่ใช่ในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลจิตเวชประสบผลสำเร็จทำให้เซียนเหล้าที่ร่วมโครงการสามารถเลิกดื่มได้ในหลายพื้นที่ เหตุนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายถอดบทเรียนเจ๋งๆของการดำเนินงานในพื้นที่ผ่านรูปแบบ&amp;ldquo;สามเหลื่อมชุมชนขยับขับเคลื่อนงานลดเลิกสุรา&amp;rdquo; ในพื้นที่ชุมชนต้นแบบต.ปอพานอ.นาเชือกจ.มหาสารคามภายใต้โครงการขับเคลื่อนการบำบัดดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุราโดยกระบวนการเชิงพุทธรวมถึงกิจกรรมให้กำลังใจผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาการติดสุราที่เดอะฮอล์กรุงเทพฯเมื่อวันก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก(สสส.) กล่าวว่าไทยมีผู้ที่ติดสุราจำนวน2.7 ล้านคน มีเพียง168,729 คนที่เข้าถึงระบบสุขภาพหรือ6% เท่านั้นแสดงถึงช่องว่างการเข้าถึงบริการสูงมาก ทั้งยังพบว่าหลายคนที่มีปัญหาการดื่มสุราไม่อยากเขาสถานบำบัดเพราะมีชีวิตและหน้าที่การงานโครงการนี้ของสสส. เกิดขึ้นปี2562 เพื่อให้ผู้มีปัญหาการดื่มสุราในชุมชนมีทางเลือกในการลดละเลิกพฤติกรรมดื่มเน้นขับเคลื่อนการบำบัดดูแลผู้มีปัญหาดื่มสุราโดยกระบวนการเชิงพุทธและเพื่อศึกษากลไกการบูรณาการรูปแบบการบำบัดดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา โดยกระบวนการเชิงพุทธสู่การบำบัดดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุราในระบบสุขภาพและนอกระบบสุขภาพจะไม่ทิ้งองค์ความรู้ด้านสุขภาพเพราะไม่สามารถหักดิบได้ในกรณีเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับการทำงานนำร่องใน25 ชุมชน25 วัดในภาคเหนือและภาคอีสาน รุ่งอรุณบอกว่าค้นพบผู้มีปัญหาจากการดื่มสุรา411 คนสมัครใจเข้าร่วมโครงการ298 คน เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆสามารถเลิกดื่มได้53 คนหรือร้อยละ17.8 และลดระดับการดื่ม227 คนหรือร้อยละ76.2 นับเป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจากการทำงานที่จริงจัง โดยมีสามแกนหลักสำคัญประกอบด้วยพระสงฆ์ผู้นำศาสนา ,บุคลากรทางสุขภาพในพื้นที่รพ.สต. และอสม., ผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งสามฝ่ายวางเป้าหมายร่วมกันที่ตัวผู้ดื่มซึ่งมีปัญหา ให้เกิดการปรับเปลี่ยนทั้งภายนอกและภายใน จนลดละ และเลิกได้ในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; หลังจากดำเนินโครงการชุมชนเป็นกำลังสำคัญดึงคนที่มีปัญหาสุรากลับมาเป็นคนใหม่กลายเป็นผู้นำต้นแบบเลิกเหล้าขึ้นเป็นวิทยากรให้กำลังใจนำมาสู่การขยายผลในปีที่สองทำงานร่วมกับชุมชนอื่นที่มีปัญหาที่สนใจ จะขยายพื้นที่ต่อเนื่อง แนวทางนี้จะช่วยเหลือผู้มีปัญหาสุราโดยสมัครเดินเข้าหาชุมชนส่วนการเข้ารับบริการของระบบสุขภาพเป็นรองลงมาสำหรับคนติดหนักจริงๆ เวทีนี้ถอดบทเรียนพร้อมวางแผนก้าวต่อไปสสส. พร้อมสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายพระคณะทำงานด้านสุขภาพแกนนำชุมชนผู้ที่กำลังก้าวผ่านปัญหาสุราเกิดรูปธรรมการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มจุดเล็กๆแต่เข้มแข็ง เราเชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีกว่าได้ด้วยการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพรวมการดำเนินงานที่สำคัญ รักชนกจินดาคำ ผู้รับผิดชอบโครงการกล่าวว่า ในชุมชนเกิดกลไหคณะทำงาน3 ฝ่ายที่เข้มแข็งมีทักษะดูแลผู้มีปัญหาดื่มสุราและสามารถเคลื่อนงานให้เกิดใน2 ภูมิภาคจำนวน25 พื้นที่ได้แก่ภาคเหนือ10 วัดใน6 จังหวัด8 อำเภอภาคอีสาน15 วัดใน7 จังหวัด12 อำเภอนำทักษะความรู้ไปดำเนินการค่ายธรรมยาใจ7 วัน6 คืนติดตาม3 เดือน6 เดือนปัจจุบันมี13 พื้นที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของโครงการสำหรับนวัตกรรมเชิงกระบวนการมีการติดตามกลุ่มเป้าหมายหลายรูปแบบเช่นรพ.สต.บูรณาการเข้ากับคลนิกความดันเบาหวานผู้นำชุมชนอสม. ลงเยี่ยมบ้านส่วนพระจะนัดมาปฏิบัติธรรมวันพระคุณค่าของงานผู้มีปัญหาสุราจากโดนดูถูกเป็นคนขี้เหล้า โดนเมินเฉยก็ภาคภูมิใจได้ร่วมกิจกรรมที่วัดมีคุณค่าช่วยทำความสะอาดวัดติดตามพระบิณฑบาต เป็นพื้นที่ของโอกาสได้ห่างไกลสภาพแวดล้อมเดิมได้สงบอยู่กับตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พลังการเปลี่ยนแปลงเห็นชัดเจนผ่านพื้นที่ดำเนินต้นแบบต.ปอพานอ.นาเชือกจ.มหาสารคามดวงใจ สอนเสนาพยาบาลปฏิบัติการบุคลากรสุขภาพจากรพ.สต.ปอพาน กล่าวว่าก่อนหน้านี้ชุมชนมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาคมงดเหล้าอยู่แล้วเนื่องจากในพื้นที่มีปัญหาการดื่มสุราส่งผลเสียชัดเจนไม่เพียงเรื่องสุขภาพอุบัติเหตุเมาแล้วขับความรุนแรงในครอบครัวยังมีเรื่องหนี้สินจากการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายการดื่มสุรา เฉลี่ย1.3 แสนบาทต่อคนเห็นภาพชัดเจนสุราก่อปัญหา เมื่อมีโครงการฯเข้ามาปี62 ก็ร่วมอบรมหลักสูตรดังกล่าว ทำให้รู้ว่าคนติดสุราสามารถเลิกได้เองไม่จำเป็นต้องบำบัดขอแค่เข้มแข็งอดทนเอาชนะใจตัวเองให้ได้เพราะโปรแกรมธรรมยาใจในวัดใช้หลักธรรมไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโครงการนี้สำเร็จมีจุดแข็งเพราะชุมชนผู้นำพระสงฆ์มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ลดละเลิกการดื่ม หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยกันสร้างการมีส่วนร่วมเอาชนะภัยน้ำเมา เริ่มจาก1 คนแล้วต่อยอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;​ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้านพระอธิการสุชาติ เดชดี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัยปอพาน จ.มหาสารคามกล่าวว่าคนในชุมชนดื่มเหล้าหนักมากหลายคนติดเหล้าและไม่มีคนช่วยทางวัดร่วมโครงการขับเคลื่อนการบำบัดดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุราโดยใช้กระบวนการทางพุทธศาสนาสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงเริ่มจากอสม.คัดกรองมีผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 12 คนนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมในวัด 7 วันมีกิจกรรมให้ทำอาทิสวดมนต์ไหว้พระเดินบิณฑบาตตอนเช้าอบรมฟังธรรมทำจิตใจให้ว่าง ให้ธรรมะ รู้คิด รู้ทำ รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมหาแนวทางลดละเลิกซึ่งเลิกเหล้าได้5 รายส่วนอีก 7 รายลดการดื่มได้ แม้จบค่ายก็มาวัดทุกวัน เพราะใจเขาอยู่ที่วัด ไม่คิดเรื่องเหล้า การใช้วิถีพุทธเป็นแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครอบครัวให้กำลังใจชุมชนวัดได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นจากนี้วัดจะขยายผลส่งต่อไปยังชุมชนอื่นให้ครอบคลุมทั้งตำบลเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันปกป้องคนในชุมชนไม่ให้ตกเป็นทาสสุรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;อดีตเซียนเหล้ายืนยันธรรมะยาใจบำบัดได้ อะรันเปรมปรี อายุ50 ปีกล่าวว่า ใช้ชีวิตในวงเหล้าตั้งแต่อายุ17 ปีมาทำงานที่กรุงเทพฯเป็นเด็กชงเหล้าที่เหลือจากแก้วก็นำมาดื่มเองพอแต่งงานย้ายไปอยู่กินกับภรรยาที่บุรีรัมย์มีลูก2คนในหมู่บ้านเป็นชาวเขมรนิยมดื่มเหล้าขาวทุกคนในครอบครัวดื่มวันละ1ขวดใหญ่ต่อคนแต่ถ้ามีงานเลี้ยงจะดื่มมากกว่านั้นทำอาชีพกรีดยางพาราช่วงกรีดยางพกมาดื่มเลิกงานก็ดื่มใช้ชีวิตอยู่แบบนี้เกิดอุบัติเหตุจากเมา ถูกไล่ออกจากงานเพราะดื่มเหล้าครอบครัวลำบากที่นาเงินหมดไปลงขวดเหล้าปี2555 ภรรยาตาย ตนย้ายมาอยู่บ้านเกิดตำบลปอพานแต่งงานใหม่ก็ยังมีดื่มเหล้ามีหนี้สินมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จุดเปลี่ยนที่ร่วมโปรแกรมธรรมยาใจอะรันบอกว่า ด้วยปัญหาสุขภาพและครอบครัวร่วมโครงการ1-3 วันแรกหงุดหงิดมือสั่นคิดจะปีนกำแพงวัดหนีพระอาจารย์ก็สอนธรรมะสอนการใช้ชีวิตและเห็นเพื่อนที่มีปัญหาสุรายังอยู่เราต้องทำได้ก็เน้นปฏิบัติธรรมกำลังใจเริ่มมาทำให้รู้สึกมีคุณค่า เวลาออกบิณฑบาตตอนเช้ากับพระยิ่งรู้สึกดีมีคนยอมรับคนมาให้กำลังใจพอออกจากค่าย7 วันกลับมาบ้านก็ไม่กลับไปแตะเหล้าอีกเลย นั่งในวงเหล้าก็ยับยั้งใจได้รักภรรยาญาติทุกคนดีใจที่เราเลิกเหล้าได้สำเร็จชีวิตดีขึ้นปลดหนี้4 หมื่นได้แถมมีเงินเก็บ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แกนนำชุมชนมีส่วนสำคัญทิ้งท้ายที่อภิลักษณ์ภูวงค์กำนันตำบลปอพาน กล่าวว่าก่อนหน้านี้จัดงานบุญงานประเพณีปลอดเหล้าประสบความสำเร็จเมื่อได้รับชวนร่วมโครงการบำบัดผู้มีปัญหาสุราโดยใช้หลักธรรมก็ตอบรับและร่วมอบรมก่อนถ่ายทอดแนวคิดในพื้นที่นำคนติดสุราและกลุ่มเสี่ยงเข้ากระบวนการ พระอาจารย์ให้แนวทางให้ชวนชาวบ้านที่ปฏิบัติธรรมญาติครอบครัวมาร่วมโปรแกรมด้วย จะได้เป็นพลังให้คนติดสุราต่อสู้ หลักการใช้หลักป่าล้อมเมืองน้ำดีไล่น้ำเสีย มีพี่เลี้ยงเราเรียกว่าพ่อขาวแม่ขาวให้กำลังใจทำให้ผ่อนคลายคนติดสุราไม่ได้ออกไปเจอสภาพแวดล้อมที่มีปัจจัยเสี่ยงคนที่ชวนดื่มสุราก็เข้ามาไม่ถึง อีกทั้งฝึกอบรมสร้างอาชีพ ผลสำเร็จมีคนเลิกดื่มคนที่เคยดื่มยันสว่างพฤติกรรมเปลี่ยนไปดีขึ้นโครงการนี้แสดงว่าสังคมต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59014</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ชุมชน, ธรรมยาใจ, นสพ.ไทยโพสต์, บำบัดคนติดสุรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e61bd729f029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
