<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘13 ปีสภาองค์กรชุมชนตำบล’ เปิดประชุมสภาประชาชน นำ 11 ข้อเสนอสู่การแก้ปัญหาเชิงนโยบาย  “โควิด-ที่ดิน-เขตเศรษฐกิจพิเศษ-ความมั่นคงทางอาหาร-รัฐธรรมนูญประชาชน  ฯลฯ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right: -39.2pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบลถือเป็นประชาธิปไตยทางตรง&amp;nbsp; เพราะข้อเสนอการแก้ไขปัญหาจากประชาชนสามารถเสนอต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; รวมทั้งคณะรัฐมนตรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศ&amp;nbsp; และเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรง&amp;nbsp; เพราะตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; ผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนตำบลสามารถนำปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรึกษาหารือ &amp;nbsp;เสนอแนว ทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp; องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; มาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;กำหนดให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;&amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งหมายความว่า &amp;nbsp;ปัญหาของประชาสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้โดยตรง !!&amp;nbsp; (ดูรายละเอียด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ฯ ได้ที่ http://law.m-society.go.th/law2016/law/view/720)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

เปิดประชุมระดับชาติ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เอกนัฐ&amp;nbsp; บุญยัง&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการดำเนินการตามกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ปัจจุบัน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ประกาศใช้ได้ 13 ปี&amp;nbsp; มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว 7,795 แห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละปีจะมี &amp;lsquo;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; ในปี 2564&amp;nbsp; จะจัดประชุมในวันที่10 กันยายน&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศจัดขึ้น&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; (ตามมาตรการป้องกันโควิด)&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ก่อนการประชุมระดับชาติ&amp;nbsp; มีการจัดสมัชชาเชิงประเด็นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ (5 ภูมิภาค) ได้เสนอประเด็นปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งข้อเสนอแนะ&amp;nbsp; แนวทางการแก้ไข&amp;nbsp; และกลไกในการขับเคลื่อน&amp;nbsp; เพื่อนำมาเสนอในวันประชุมระดับชาติ (วันที่ 10 กันยายน)&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะรวบรวมประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รักษาการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้) และเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สำหรับประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนวทางการแก้ไขมี 5 กลุ่ม&amp;nbsp; 11 ประเด็น&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.สถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;2.การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; 3.การทบทวน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท&amp;nbsp; 4.ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 5.การสร้างความเป็นธรรมให้กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC)&amp;nbsp; 7.โมเดลเศรษฐกิจเกื้อกูล&amp;nbsp; 8.ส่งเสริมการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; 9.การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;nbsp; 10.การคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมภาคประชาสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;11.การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; ทบทวนความตกลงทางการค้า (CPTPP)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;โดยมีธีมงานการจัดประชุมในระดับชาติ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;ldquo;ที่ดิน-อาหารคือชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp; 

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp; นอกจากจะเป็นธีมงานและเป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแล้ว&amp;nbsp; ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศที่สะสมมายาวนาน&amp;nbsp; โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนถูกจำกัดสิทธิในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เข้าไม่ถึงที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ทรัพยากร&amp;nbsp; การมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; การจัดการปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เนื่องจากอำนาจต่างๆ รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; และผลจากการพัฒนาประเทศยังทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมถูกถ่างออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; ที่ดินกระจุกตัวอยู่ในมือของคนส่วนน้อย&amp;nbsp; นักธุรกิจบางตระกูลมีที่ดินในครอบครองทั่วประเทศกว่า 630,000 ไร่&amp;nbsp; แต่ประชาชนที่ยากไร้เข้าไปอยู่อาศัยและทำกินในเขตป่ามานานก่อนการประกาศเขตป่าต่างๆ&amp;nbsp; ไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง&amp;nbsp; หนำซ้ำยังถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาบุกรุกไม่ต่ำกว่า 46,000 ราย (ข้อมูล : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม-P Move)&amp;nbsp; ขณะที่การบุกรุกที่ดินของรัฐโดยนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลกลับไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;ชาวกะเหรี่ยงและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อยู่อาศัยมาก่อนมีการประกาศเขตป่าของทางราชการ&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและไม่มีสิทธิเหมือนพลเมืองทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การพัฒนาประเทศที่มุ่งแต่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่&amp;nbsp; ส่งเสริมการส่งออก&amp;nbsp; ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมถูกแย่งชิง&amp;nbsp; ผืนไร่&amp;nbsp; ผืนนา&amp;nbsp; ท้องทะเล&amp;nbsp; กำลังจะเปลี่ยนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ-โรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp; หนุ่มสาวอพยพเข้าไปขายแรงงานในเมือง&amp;nbsp; เมื่อต้องซมซานกลับชนบทเพราะพิษโควิด-ปิดโรงงาน&amp;nbsp; แต่ไม่มีพื้นที่ให้ทำกิน&amp;nbsp; ไม่มีการจ้างงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;รูปแบบเกษตรกรรมเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมอาหาร&amp;nbsp; การผลิตอาหารปนเปื้อนสารเคมีเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น การเลี้ยงหมู&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; ปลา&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; และตกอยู่ในกำมือของบริษัทใหญ่&amp;nbsp; เกษตรกรมีสภาพเหมือนลูกจ้าง&amp;nbsp; ผักและผลไม้มีสารเคมีตกค้าง&amp;nbsp; ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:11.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:11.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;ความตกลงทางการค้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;lsquo;CPTPP&amp;rsquo; (Comprehensive &amp;nbsp;and &amp;nbsp;Progressive &amp;nbsp;Agreement &amp;nbsp;of &amp;nbsp;Trans-Pacific Partnership) หรือ &amp;lsquo;ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก&amp;rsquo; &amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรกังวลว่า&amp;nbsp; หากรัฐบาลไทยทำความตกลงจะเปิดโอกาสให้ต่างชาติที่มีทุนและเทคโนโลยีสูงกว่า&amp;nbsp; สามารถนำพันธุ์พืชพื้นเมืองของไทยไปทำการวิจัยเพื่อสร้างพันธุ์พืชใหม่แล้วจดสิทธิบัตร &amp;nbsp;เกษตรกรไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องซื้อใหม่เท่านั้น &amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกสูงขึ้น&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;อุบล&amp;nbsp; อยู่หว้า &amp;nbsp;เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; วิกฤตจากภัยพิบัติในอนาคตที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp; รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้&amp;nbsp; จากการประมวลปัญหาสรุปได้ว่า&amp;nbsp; 1.คนจนจะเข้าไม่ถึงแหล่งอาหาร&amp;nbsp; 2.เกิดการกักตุนอาหาร&amp;nbsp; 3.หนี้สินจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด &amp;nbsp;4.อาชญากรรม&amp;nbsp; การปล้น-ลักทรัพย์เพิ่มขึ้น (แม้แต่หัวมันสำปะหลังในไร่ยังโดนขโมย)&amp;nbsp; 5.การสูญเสียที่ดินทรัพย์สิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ต่างชาติเข้ายึดครองกิจการ (โรงแรมปิดตัว-ทุนจีนซื้อราคาถูก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ดินคือต้นทางความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; แต่จากข้อมูลพบว่า&amp;nbsp; เกษตรกรทั่วประเทศจำนวน 49 % ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; และต้องเช่าที่ดินทำกิน,&amp;nbsp; 80 % &amp;nbsp;มีที่ดินทำกินไม่เกิน 20 ไร่&amp;nbsp; และมีเกษตรกรเพียง 26 % ที่เข้าถึงระบบชลประทาน&amp;nbsp; ทำให้กระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; อุบลยกตัวอย่างประเด็นปัญหาที่ดินที่จะส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

ข้อเสนอจากสภาองค์กรชุมชนสู่ทำเนียบ

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;จากประเด็นปัญหา 11 ด้านที่นำเข้าสู่การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลในครั้งนี้&amp;nbsp; มีข้อเสนอและแนวทางการแก้ไขจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่สำคัญเชิงโครงสร้าง&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การรับมือโควิด-19 &amp;nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; มีส่วนร่วม &amp;nbsp;มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.รัฐบาลควรประกาศให้โรคระบาดโควิด - 19 เป็นโรคระบาดในมนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550&amp;nbsp; เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; 2.หน่วยงานภาครัฐต้องสนับสนุนการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิดให้ภาคประชาชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;งบประมาณ &amp;nbsp;บุคลากร &amp;nbsp;องค์ความรู้&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.รัฐบาลต้องสนับสนุนการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;ทั้งระยะสั้น &amp;nbsp;และระยะยาว &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร &amp;nbsp;พัฒนาอาชีพ &amp;nbsp;ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในระยะ 2 ปี &amp;nbsp;การจ้างงานผู้ที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น 1.การแก้ไขหรือเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่รับรองสิทธิชุมชน&amp;nbsp; แก้เนื้อหาการละเมิดสิทธิชุมชน&amp;nbsp; การกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรให้ชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; 2.แก้ไขประกอบ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562&amp;nbsp; พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 &amp;nbsp;พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ.2562&amp;nbsp; และ พ.ร.บ.ที่จำกัดและกระทบต่อการจัดการที่ดินโดยชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การทบทวนเขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp; มีข้อเสนอ เช่น&amp;nbsp; 1.แก้ไข พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 &amp;nbsp;2.ยกเลิกการแก้ไขแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp; โดยให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบผังเมือง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; มีข้อเสนอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ต้องทำให้ความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.รัฐบาลต้องมีแผนสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; สำรองอาหาร&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีธนาคารข้าว&amp;nbsp; มีอาหารสำรองให้สัตว์เลี้ยง&amp;nbsp; 3.ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เร่งออกกฎหมายควบคุมการใช้สารเคมี&amp;nbsp; 4.รัฐบาลต้องไม่ทำข้อตกลงทางการค้าที่เสียเปรียบที่จะส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร (ความตกลง CPTPP) 5.นำที่ดินสาธารณะ&amp;nbsp; ที่ว่างเปล่า&amp;nbsp; ที่ดินทหารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาเป็นแหล่งผลิตอาหาร&amp;nbsp; สร้างงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;ชาวชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู&amp;nbsp; กรุงเทพฯ ปลูกผักลดรายจ่าย&amp;nbsp; เป็นแหล่งอาหารสำรองช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นี่คือตัวอย่างข้อเสนอจากภาคประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สร้างสรรค์&amp;nbsp; เล็งถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp; เป็นหนทางสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน&amp;nbsp; และยังมีประเด็นปัญหาและข้อเสนออีกหลายด้าน (ผู้ที่สนใจสามารถติดตามผลการประชุมได้ทาง facebook /สภาองค์กรชุมชน และ facebook / codi.or.th)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ส่วนเส้นทางข้อเสนอจากที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลสู่ทำเนียบนั้น&amp;nbsp; คณะกรรมการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนจะรวบรวมประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขนำเสนอต่อนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะ รมว.รักษาการตาม พ.รบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ พ.ศ.2551 มาตรา 32 (3) กำหนดให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;&amp;ldquo;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. ร่วมงานประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปี 2563 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

ก้าวต่อไปเพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรม !!

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แม้ว่าข้อเสนอจากภาคประชาชนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว&amp;nbsp; แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ข้อเสนอจากที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง&amp;nbsp; หลายประเด็นปัญหาถูกส่งต่อไปยังกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; บางประเด็นมีความคืบหน้า&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ยังติดอยู่ที่กลไกและระเบียบของทางราชการ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;การจัดการปัญหาที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาประมงพื้นบ้านและทะเลชายฝั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเสนอการทบทวนนิคมอุตสาหกรรมจะนะ&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ฉะนั้นปัญหาต่างๆ จึงวนเวียนอยู่ที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -7.5pt 7.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลเมื่อปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ดังนั้นการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายที่เข้าประชุมจึงมีข้อเสนอร่วมกัน&amp;nbsp; โดยเสนอให้มีการ &amp;ldquo;จัดตั้งกลไก 5 ฝ่าย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1. ฝ่ายการเมือง (รัฐบาล) 2.กระทรวงที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;3.ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;4.ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 5.ผู้แทนประเด็นปัญหา &amp;nbsp;ในรูปแบบ &amp;ldquo;คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนข้อเสนอตามมติที่ประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยกำหนดบาทบาทหน้าที่เพื่อให้กลไกดังกล่าวมีการขับเคลื่อนและติดตามข้อเสนอต่างๆ&amp;nbsp; ให้บรรลุผล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นอกจากนี้จะมีการเชิญชวนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp; องค์กรต่างๆ&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; สื่อมวลชน&amp;nbsp; ประชาชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้ามามีส่วนร่วม&amp;nbsp; เพื่อผลักดันปัญหาเหล่านี้ให้เป็นประเด็นสาธารณะ&amp;nbsp; ให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ดังหมุดหมายการประชุมสภาฯ ปีนี้ที่ตอกย้ำว่า &amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116155</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ปีสภาองค์กรชุมชนตำบล, ชุมชนท้องถิ่น, ที่ดิน, พอช, สภาองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139b356b8156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานพลังสังคม-ชุมชนท้องถิ่นใช้พื้นที่ต้นแบบ 5 จังหวัด วิจัยแก้ปัญหา-ลดผลกระทบจากโควิด-19-สร้างวัคซีนทางสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด (บ้านน้ำคำ&amp;nbsp; อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0cm 72pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ สานพลังทางสังคม&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีร่วมมือชุมชนท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง เป็นพื้นที่วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งด้านสุขภาพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม สร้าง &amp;lsquo;วัคซีนทางสังคม&amp;rsquo; เริ่มกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะใช้ผลการศึกษาวิจัยจากชุมชนต้นแบบเป็นโมเดลขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ระลอกใหม่ในปี 2564 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp; วิทยาศาสตร์&amp;nbsp; วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp; โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้ตระหนักถึงสภาวะวิกฤตความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำ &amp;lsquo;โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; ระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม&amp;nbsp; มีการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนโครงการวิจัยฯ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยการประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ประมาณ 87 คนร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;โครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; เบญจทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ว่า 1. เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา &amp;nbsp;ผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ในชุมชน และคนเปราะบาง&amp;nbsp; ในมิติด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ และสังคม 2. เพื่อหนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.เพื่อศึกษาระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ของชุมชนที่เป็นโมเดลต้นแบบและขยายผลไปยังชุมชนอื่น&amp;nbsp; 4. เพื่อเสริมพลังกลไกเครือข่ายชุมชนให้เป็นระบบเครือข่ายความปลอดภัย (Social Safety Net) ในการป้องกันความเสี่ยงของชุมชนเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต&amp;nbsp; และ 5. เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต (Pre-crisis management) ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า&amp;nbsp; อ.บุ่งคล้า&amp;nbsp; จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; มอบอาหาร-น้ำดื่มให้โรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินโครงการวิจัยได้เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฏาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะเริ่มกระบวนการตั้งแต่การจัดตั้งกลไก&amp;nbsp; เตรียมทีมงานโครงการ&amp;nbsp; การคัดเลือกจังหวัดเป้าหมาย&amp;nbsp; วางแผนการดำเนินงานร่วมกับกลไกและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; สำรวจปัญหา&amp;nbsp; ความต้องการของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อออกแบบแนวทางความช่วยเหลือ&amp;nbsp; ทั้งในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; เฉพาะหน้า ระยะฟื้นฟู &amp;nbsp;และพัฒนา&amp;nbsp; การดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก &amp;nbsp;การบูรณาการแผนงาน และ เชื่อมโยงสู่แผนการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ทั้งในระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิเคราะห์และสรุปบทเรียนผลการดำเนินงานของโครงการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาโครงการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับชุมชน &amp;nbsp;กลไกในพื้นที่ &amp;nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและพัฒนาเป็นแผนหรือนโยบายระดับพื้นที่&amp;nbsp; ตลอดจนจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการเชิงรุกรองรับสภาวะวิกฤตเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัดอีสาน-ใต้เป็นพื้นที่วิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคัดเลือกจังหวัดที่ดำเนินการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; คณะกรรมการโครงการฯ ได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งของกลไกเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; มีการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีการประสานความร่วมมือในการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถขับเคลื่อนงานโครงการให้บรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;โดยมีจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกวิจัยนำร่อง 5 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; อำนาจเจริญ &amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขับเคลื่อนงานวิจัยในพื้นที่ 5 จังหวัดจะมีทีมวิจัย&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะวิจัย&amp;nbsp; ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานวิจัยครั้งนี้จะต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนจน &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; รวมถึงเปิดพื้นที่ให้คนจนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทั้ง 5 จังหวัดมีแผนงานการขับเคลื่อนเบื้องต้นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคำโพน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรินทร์ &amp;nbsp;: เตรียมข้อมูลพื้นที่เพื่อวางแผนการทำงาน&amp;nbsp; คัดเลือกชุมชน 5 พื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคลงมติร่วมกัน &amp;nbsp;โดยเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีต้นทุนในการทำงานอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งพื้นที่ชนบทและพื้นที่เมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา &amp;nbsp;: ใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกหลัก &amp;nbsp;ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายที่มี &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างทีมนักวิจัยและนักปฏิบัติการ &amp;nbsp;ออกแบบเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเพื่อสรุปบทเรียนพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กาฬสินธุ์ : เตรียมคัดเลือกพื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคมีข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; มีทั้งหมด 5 พื้นที่ &amp;nbsp;5&amp;nbsp; โมเดล&amp;nbsp; มีการวางทีมคณะทำงานโดยเชื่อมโยงการทำงานทั้งในส่วนของท้องที่และท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจเจริญ : วางแผนการทำงานร่วมกับทีมวิชาการในพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งแกนนำขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ผู้แทนจากพื้นที่ทั้งเขตเมืองและชนบท &amp;nbsp;ภาคีที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;(พมจ.) มีการนิยามคำว่าชุมชนร่วมกันเพื่อคัดเลือกพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนเมือง และชุมชนชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทลุง : กำหนดเป้าหมายทำงานเชิงรุก&amp;nbsp; สร้างอาชีพ &amp;nbsp;ลดการพึ่งพาระบบสาธารณสุข &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์พักคอย&amp;nbsp; ใช้สมุนไพรรักษาโควิด &amp;nbsp;ใช้ทุนชุมชนเพื่อสร้างโมเดลในการจัดการตนเอง &amp;nbsp;โดยใช้กลไกชุมชน ผ่านการระดมทุนและการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เป้าหมาย 5 ชุมชน 50 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการโครงการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่&amp;nbsp; 5 จังหวัด&amp;nbsp; รวม 3.3&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ในจำนวนนี้เป็นงบสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน-ฟื้นฟู-พัฒนา เช่น&amp;nbsp; การดูแลสุขภาวะในช่วงโควิด&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; เพิ่มรายได้&amp;nbsp; ลดรายจ่าย&amp;nbsp; จังหวัดละ 500,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยแต่ละจังหวัดจะมีพื้นที่ชุมชนเป้าหมายในการวิจัยอย่างน้อย 5 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การวิจัยครั้งนี้มีโจทย์การวิจัยที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1. การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชุมชน &amp;nbsp;มีผลกระทบต่อคนเปราะบางในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคมอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; 2. การแก้ไขปัญหาวิกฤตในชุมชนเพื่อการดูแลคนเปราะบางเดิม (ก่อนที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่) มีการจัดการอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.ชุมชนจะมีระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาคนเปราะบางในสภาวะวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคม ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อย่างไร&amp;nbsp; และ 4. ชุมชนจะมีการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้พ้นสภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;นางสาวพรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะที่ปรึกษาโครงการเสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; การวิจัยเรื่องโควิดครั้งนี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า &amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างระบบของชุมชนเพื่อดูแลช่วยเหลือกันในระยะยาว &amp;nbsp;โดยใช้โอกาสจากงานวิจัยมาหนุนเสริม &amp;nbsp;ใช้ทุนต่างๆ ที่มีในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนมาช่วยเหลือกันในช่วงโควิด&amp;nbsp; หรือมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; และต้องจัดทำข้อมูลกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน&amp;nbsp; มีปัญหาความต้องการอย่างไร&amp;nbsp; อาจเชื่อมทุนจากภายนอกมาหนุนเสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องเปลี่ยนระบบ&amp;nbsp; ต้องทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนมาดูแลกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะยาวชุมชนจะสามารถจัดระบบ&amp;nbsp; เพื่อวางแผนพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งแผนพัฒนาในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายนอกเหนือจาก 5 จังหวัดที่วิจัย&amp;nbsp; เพื่อให้พื้นที่อื่นมาเรียนรู้&amp;nbsp; มาแลกเปลี่ยน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่วิจัย&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบมาก&amp;nbsp; จะเชื่อมโยงกันอย่างไร&amp;nbsp; เพื่อเกื้อหนุนกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำสินค้าผลผลิตจากชุมชนมาแลกเปลี่ยนหรือขายราคาถูก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้โอกาสจากงานวิจัยไปทำงานให้สอดคล้องกับพื้นที่&amp;nbsp; สามารถตอบคำถามงานวิจัยได้&amp;nbsp; เพราะชุมชนไม่ได้ทำวิจัยเพื่อวิจัย &amp;nbsp;แต่เป็นการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหา และขยายการพัฒนาของชุมชนไปเชื่อมโยงกับระบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ&amp;nbsp; ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวพรรณทิพย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องเครือข่ายชุมชน จ.กาญจนบุรี ส่งน้ำใจช่วยเหลือชาวชุมชน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นพ.สำเริง&amp;nbsp; แหยงกระโทก &amp;nbsp;จากจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; เสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; อยากให้งานวิจัยครั้งนี้เน้นไปที่จุดสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การทำศูนย์พักคอย หรือ CI (Community Isolation) ว่า&amp;nbsp; CI เกิดขึ้นได้อย่างไร &amp;nbsp;ทำอย่างไร &amp;nbsp;มีความสำเร็จอย่างไร &amp;nbsp;หรือไม่สำเร็จ&amp;nbsp; ให้เจาะลึกเพื่อให้เกิดบทเรียนที่ชัดเจน&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครทำวิจัยเรื่องนี้&amp;nbsp; ยังเป็นเรื่องใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โรงพยาบาลไม่พอ&amp;nbsp; โรงพยาบาลสนามก็ไม่พอ&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องมาช่วยกันทำ CI เพื่อมาดูแลผู้ป่วยสีเขียวหรือเหลืองอ่อนซึ่งยังมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; เพราะไม่ต้องใช้หมอ&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้พยาบาล&amp;nbsp; ใช้คนในชุมชนมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; ดูแลกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; พระ&amp;nbsp; อสม. ชาวบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นการรวมตัวของคนในตำบล&amp;nbsp; จึงอยากให้ทีมวิจัยภาคอีสาน 4 จังหวัดทำวิจัยเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นบทเรียน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สำเริงเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ระดมสรรพกำลังสู้โควิด-สร้างวัคซีนทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชน (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ถือเป็นต้นแบบแห่งหนึ่งในการรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กเป็นศูนย์พักคอยในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดา&amp;nbsp; แต้อารักษ์ &amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำศูนย์พักคอยในชุมชนหรือ CI หรือศูนย์พักพิงเพื่อจะส่งต่อ&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถจะส่งต่อไปไหนได้แล้วเพราะไม่มีที่จะให้ส่ง&amp;nbsp; แต่ CI จะดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนสามารถทำได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พอช.&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เพราะทำเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวว่า&amp;nbsp; การทำ CI โดยชุมชนไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp; จึงต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; และต้องรีบทำ&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะเสียชีวิตอีกมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมี &amp;lsquo;4 อ.&amp;rsquo; ที่ต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; คือ 1. อาการ &amp;nbsp;ดูอาการ &amp;nbsp;การหายใจ&amp;nbsp; ว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;รักษาตามอาการ &amp;nbsp;และช่วยกันดูแล &amp;nbsp;2.อาหาร &amp;nbsp;3. อาศัย &amp;nbsp;คือศูนย์พักคอยหรือที่พักพิง &amp;nbsp;และ 4. อาศัยฐานทุนที่มีอยู่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเป็นไปได้อยากให้ สปสช.เชื่อม CI เข้าสู่ระบบและจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์พักคอยชุมชนโดยตรง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำเรื่องอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อขยายการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนฐานราก&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp; จะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกว่าวัคซีนจะมีมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่พวกเราทำนี้&amp;nbsp; ทั้งสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม&amp;nbsp; เป็นวัคซีนทางสังคมที่พวกเราช่วยกันทำได้อย่างดี&amp;nbsp; ต้องสร้างเครือข่าย&amp;nbsp; ต้องทำต่อไป&amp;nbsp; และขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; แล้วเราจะไปรอด&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ปรีดาย้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สร้างวัคซีนทางสังคม นำอาหารและสิ่งของจำเป็นมอบให้ครอบครัวที่กักตัวในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวในตอนท้ายว่า ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้จะมีการพูดคุยกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ&amp;nbsp; โดยมี&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. พอช.&amp;nbsp; และพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; เพื่อกระชับความร่วมมือให้เต็มที่และมากขึ้น&amp;nbsp; เพราะจะต้องระดมสรรพกำลังร่วมกันให้มากกว่าโควิดรอบแรก&amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์หนักกว่าสงครามโลก&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;สงครามโรค&amp;rsquo; และหากระบาดระลอก 4 หรือเป็นโควิดสายพันธุ์ใหม่จะอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่านี้&amp;nbsp; ขณะที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถรองรับได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องช่วยกันยันสมรภูมิในพื้นที่ให้ชัดเจน&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; โดยใช้จุดแข็งของ พอช.และสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; คือมีกำลังคนในพื้นที่&amp;nbsp; มีทีม&amp;nbsp; และมีทุนบางส่วนแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ สปสช.&amp;nbsp; สสส. และ สช.จะเข้ามาหนุนเสริมในเรื่องรูปแบบ&amp;nbsp; ความรู้&amp;nbsp; เรื่องการจัดการ&amp;nbsp; การรับมือกับโรคระบาด&amp;nbsp; เพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน&amp;nbsp; เป็นการสานพลัง&amp;nbsp; สานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; รวมทั้งการแก้ไขปัญหากฎระเบียบต่างๆ หรืออุปสรรคทางนโยบาย&amp;nbsp; โดย สช.จะช่วยเชื่อมประสานงานทางหน่วยงานนโยบาย&amp;nbsp; เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; เป็นทางรอดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111736</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 อ., Community Isolation, Zoom Meeting, กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า, การทำศูนย์พักคอย, กาฬสินธุ์, ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด, ชุมชนท้องถิ่น, นครราชสีมา, นพ.ปรีดา  แต้อารักษ์, นพ.สำเริง  แหยงกระโทก, นางสาวจันทนา  เบญจทรัพย์, นางสาวพรรณทิพย์  เพชรมาก, บพท., พลังสังคม, พัทลุง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สร้างวัคซีนทางสังคม, สานพลังทางสังคม, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สุรินทร์, หน่วยงานภาคี, อำนาจเจริญ, โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104fe67111fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.ชี้เศรษฐกิจทุนนิยมกลืนวิถีคนสมุทรสาคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) กล่าวว่า ศมส.&amp;nbsp; ได้สนับสนุนการศึกษาวิจัยความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ในท้องถิ่น โดยส่งทีมนักวิชาการและนักวิจัยจัดทำการโครงการศึกษาวิจัยชุมชนในลุ่มแม่น้ำท่าจีน โดยเลือกจังหวัดสมุทรสาครเป็นกรณีศึกษา การเปลี่ยนแปลงชุมชนท้องถิ่นใน 3 ประเด็น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ภูมินามและภูมิสังคม&amp;nbsp; เครือข่ายสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;และพิธีกรรมความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; โดยใช้เวลาศึกษา 2 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548&amp;nbsp; ถึง กันยายน&amp;nbsp; 2560
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศมส. &amp;nbsp; กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ทั้งนี้&amp;nbsp; ผลการศึกษาพบว่า&amp;nbsp; ชุมชนท้องถิ่นในลุ่มแม่น้ำท่าจีนบริเวณชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; มีผู้คนหลากหลายทางชาติพันธุ์อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และสร้างความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนทางสังคม วัฒนธรรม ประเพณีและความเชื่อ ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะในช่วง 20-30&amp;nbsp; ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; แรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ เช่น มอญ พม่า และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อพยพเข้ามาเป็นลูกจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมประมง สวนผักผลไม้ และโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp; การเข้ามาของกลุ่มคนเหล่านี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมดำรงอยู่ร่วมกับชุมชนเมืองแบบอุตสาหกรรมซึ่งเป็นความซับซ้อนของสายสัมพันธ์ทางสังคมและวิถีชีวิตระหว่างกลุ่มคนที่หลากหลาย โดยในส่วนที่น่าห่วงคือ คุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นมีการเปลี่ยนแปลง จากชุมชนที่รู้จักเคารพกติกาของส่วนรวม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ มีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักความพอดี ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันนี้ วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไป เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ทำให้สมาชิกในชุมชนหันไปพึ่งระบบเงินตรามากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังเกิดความขัดแย้งในระบบความคิดและความเชื่อของคนแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรพน กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; ศมส. ได้รวบรวมงานวิจัยในบริบทที่สำคัญ โดยการจัดพิมพ์หนังสือสาครบุรีจากวิถีชาวบ้าน&amp;nbsp; ประกอบไปด้วย ข้อมูลที่น่าสนใจในชุมชนทั้งหมด ได้แก่&amp;nbsp; ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงานต่างด้าว ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือการสร้างสำนึกเพื่อส่วนรวม วัฒนธรรมไทย / ความเป็นไทย มีลักษณะผสมผสาน คนต้องพึ่งพาและเคารพธรรมชาติ เป็นต้น&amp;nbsp; ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอน และเป็นข้อมูลประกอบการทำงานส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งจะเป็นฐานความรู้ที่กระตุ้นให้คนท้องถิ่นมีจิตสำนึกในการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของชาติที่ต้องการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่นำเอาคุณค่าทางวัฒนธรรมมาสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน โดย ศมส. จะเปิดตัวหนังสือสาครบุรีจากวิถีชาวบ้านในวันที่ 14 พ.ค. นี้&amp;nbsp; ที่ โรงแรมเซ็นทรัล เพลส จ.สมุทรสาคร สอบถามที่นางสาวกนกเรขา นิลนนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทร 0 -2880 -9429&amp;nbsp; ต่อ 3834&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนท้องถิ่น, ทุนนิยม, วิจัยลุ่มแม่น้ำท่าจีน, วิถีชาวบ้าน, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, สมุทรสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae854cfe650c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
