<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับคนที่อยากเดินทางไปทำบุญไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในช่วงนี้ ระหว่างวันที่ 25 มกราคม-24 มีนาคม 2563 สามารถไปร่วมงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; ที่ประดิษฐานอยู่บนลานหินกว้างบนยอดเขา บนความสูงจากน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติป่าเขา เพื่อความอิ่มเอมใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี กล่าวว่า ในปีนี้งานประเพณีเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักแสวงบุญขึ้นไปกราบไหว้ขอพรรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏขึ้นไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2563 หรือตั้งแต่ขึ้น 1 ค่ำเดือน 3 ไปจนถึงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามประเพณีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน ตามความเชื่อที่ว่า การได้กราบไหว้ขอพรรอยพระพุทธบาทเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะสร้างความสุขแก่ครอบครัวและชีวิต และในทุกๆ ปีช่วงเทศกาลปิดป่า เปิดเขา งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท (พลวง) เขาคิชฌกูฏ มีระยะเวลารวม 60 วัน จะมีประชาชน พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวเกือบ 1 ล้านคน หรือบางปีก็เกิน 1 ล้านคนเศษ หลั่งไหลกันมาขึ้นเขาคิชฌกูฏเพื่อเข้าสักการะกราบไหว้ ขอพรรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนลานหินกว้าง มีหินลูกบาตรคอยให้ร่มเงาบนยอดเขา ที่ความสูงที่สุดในประเทศไทยจากน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ท่ามกลางทิวทัศน์ความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าเขา สร้างความอิ่มเอมใจแก่ผู้มาเยือน และเป็นอานิสงส์ต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีในทุกๆ ด้านที่จะคึกคักตามมา ไม่ว่าโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สินค้า OTOP ของที่ระลึก สินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้สดแห้งขายดี สร้างรายได้แก่ชาวจังหวัดจันทบุรีอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลมีรถบริการขึ้น-ลง เขาเหมือนเช่นเดิม แต่เน้นรณรงค์ให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวร่วมรักษาความสะอาด และตั้งมั่นสำรวมเจริญสมาธิในช่วงของการเดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับการเดินทางร่วมงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงเขาคิชฌกูฏ วิธีการเดินทางก็ไม่ยาก มีจุดรอคิวรถที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท มีทั้งหมด 2 จุด สามารถขึ้นได้ที่ 1.วัดกระทิง 2.วัดพลวง ในส่วนของค่าใช้จ่าย ขาไป 100 บาท ขากลับ 100 บาท รวม 200 บาทต่อคน รถจะวิ่งต่อเดียวจากจุดขึ้นรถไปถึงลานพระสิวลี จากนั้นเราจะต้องเดินเท้าขึ้นไปถึงรอยพระพุทธบาท ประมาณ 1.2 กม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การเตรียมตัวในการขึ้นเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.การแต่งกาย ด้วยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้แต่งกายมิดชิด สบาย รองเท้าผ้าใบ เดินทางสะดวกๆ หากมาช่วงกลางคืน แนะนำให้ติดเสื้อกันหนาวมาเผื่อด้วย เพราะช่วงกลางคืนจะมีอากาศเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.เตรียมอาหารและน้ำมาส่วนตัว ด้านบนไม่มีจำหน่าย และเมื่อนำมาแนะนำให้ทิ้งในจุดที่ทางอุทยานจัดเตรียมเอาไว้ เพื่อช่วยกันรักษาความสะอาด ลด โลก เลอะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.หากท่านใดมีโรคประจำตัว แนะนำให้เตรียมยาประจำตัวมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานจันทบุรี โทร. 0-3948-0220 (08.30-16.30 น. ทุกวัน) Facebook: ททท.สำนักงานจันทบรี Fackbook :อุทยานแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี Khao Khitchakut National Park&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากไปนมัสการรอยพระพุทธบาทกันแล้ว หากมีเวลา ตัวเมืองจันทบุรียังมีแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศาลหลักเมือง&amp;quot; และ &amp;quot;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ตั้งอยู่ในตัวเมืองจันทบุรี หน้าค่ายตากสิน กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธินตั้งอยู่ข้างๆ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนจันทบุรีเคารพบูชาเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่นิยมเข้ามาไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมืองจันทบุรี และเมื่อขอพรเสร็จแล้วก็ไปไหว้ขอพรศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดคาทอลิกจันทบุรี &amp;quot;อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล&amp;quot; เป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณริมคลองจันทบุรี ตรงข้ามชุมชนเก่าแก่จันทบูร ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จันทนิมิต อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี เป็นสถาปัตยกรรม ตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่างๆ ซึ่งมีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และที่สำคัญภายในโบสถ์มีแม่พระประดับพลอย วัสดุที่นำมาสร้างประกอบด้วยทองคำบริสุทธิ์ เงินบริสุทธิ์ และพลอยบริสุทธิ์ ถือได้ว่าเป็นองค์พระแม่ที่ล้ำค่าและสวยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ห่างกันคือ &amp;quot;ชุมชนริมน้ำจันทบูร&amp;quot; เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากสักเพียงใด แต่ร่องรอยในอดีตของชุมชนเก่าแห่งนี้ก็ยังไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา จนปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยนบรรยากาศเอาใจนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติคือ &amp;quot;อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว&amp;quot; เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดจันทบุรี มีน้ำตลอดทั้งปี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความแปลกกว่าน้ำตกอื่น ตรงที่เป็นน้ำตกที่มีเพียงชั้นเดียว มีต้นน้ำมาจากธารน้ำ 2 สาย สายหนึ่งไหลมาจากต้นน้ำ ไหลลอดตามแนวซอกหิน มาบรรจบกับอีกสายหนึ่งที่เล็กกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินที่ทำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นทางเดินสำหรับเดินชมต้นไม้ แมลง นก และสัตว์ป่า ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ริมสองข้างทางเดิน น้ำตกแห่งนี้ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร ขับรถเส้นสุขุมวิทไปทางจังหวัดตราด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถานที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ &amp;quot;ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต&amp;quot; เส้นทางเชื่อมโยงเส้นทางริมฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ช่วงจังหวัดระยองจนถึงจันทบุรี เป็นเส้นทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง มีจุดชมวิวที่มีความสวยงาม ได้แก่ จุดชมวิวเนินนางพญา มองเห็นวิวทะเลกับถนนที่คดเคี้ยวสวยงาม รวมทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด สิ้นสุดของถนนเส้นนี้ก็จะมีจุดชมวิว ได้แก่ เจดีย์กลางน้ำ มีสะพานทอดยาวไปถึงเจดีย์ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ทำให้มองเห็นวิวกลางน้ำทะเลที่สวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมี &amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;quot; บนพื้นที่อำเภอท่าใหม่ เนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525 มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัยในเรื่องระบบนิเวศทางธรรมชาติ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดจันทบุรี ภายในศูนย์ฯ มีสะพานเดินศึกษาธรรมชาติและป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ระยะทาง 1,600 เมตร เป็นเส้นทางชมป่า พร้อมกับมีศาลาเล็กไว้เป็นระยะแสดงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน และข้อมูลพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น โกงกาง แสม ลำพู ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสายกิน มี 2 ร้านแนะนำ ที่ชูอาหารถิ่นพื้นบ้าน เริ่มที่ &amp;quot;ร้านครัวเรือนจันท์&amp;quot; ตั้งอยู่บริเวณถนนท่าแฉลบ ทางเข้าเรือนจำจังหวัดจันทบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-15.00 น. ขายข้าวแกงและอาหารพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรี ราคาเริ่มต้นที่ 29 บาท และ &amp;quot;ร้านจันทรโภชนา&amp;quot; มีเมนูเด็ดที่หารับประทานจากที่อื่นยาก อาทิ แกงหมูชะมวง, แกงหมูขิงแห้ง, มัสมั่นทุเรียน, แกงเป็ดเงาะ, ส้มตำทุเรียน โดยมีให้บริการสองสาขา คือ สาขาเบญจมราชูทิศ ติดกับโรงแรมเกษมศานติ์ ถนนเบญจมราชูทิศ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. และสาขามหาราช ตรงข้ามวัดป่าคลองกุ้ง อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปว่า ไปจันทบุรีคราวนี้ ทั้งอิ่มบุญ อิ่มท้อง และอิ่มเอมใจไปด้วยพร้อมๆ กัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรณะ&amp;nbsp; รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนริมน้ำจันทบูร, ททท., น้ำตกพลิ้ว, วัดคาทอลิกจันทบุรี, ศาลหลักเมือง, สรณะ, เขาคิชฌกูฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200208/image_big_5e3e852396848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.พัฒนา5จังหวัดรอบ&quot;อีอีซี&quot;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;15 ก.พ. 62-นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) &amp;nbsp;ครั้งที่ 1/2562 &amp;nbsp;ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าโครงการขยายถนนสายวัฒนธรรมชุมชนริมน้ำจันทบูร อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) &amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันการศึกษา และชุมชนจัดทำร่างแผนแม่บทพัฒนาชุมชนริมน้ำจันทบูรทั้งสองฝั่ง &amp;nbsp;มีทั้งการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;การอนุรักษ์ความเป็นเมืองเก่า การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ การพัฒนาสาธารณูปโภค การส่งเสริมการผลิตสินค้าทางวัฒนธรรม โดยจะจัดเวทีประชาพิจารณ์จากทุกภาคส่วน ก่อนที่จะนำข้อคิดเห็นมาสรุปผลและบรรจุให้แผนมีความสมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ขณะที่ความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใน จ.นครนายก &amp;nbsp;ในส่วนของเมืองโบราณดงละคร (เมืองลับแล) &amp;nbsp;ได้จัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองโบราณดงละครเสร็จแล้ว มุ่งเน้นพัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่มีความสะอาดและอนุรักษ์ความเป็นเมืองโบราณเพื่อส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดย &amp;nbsp;จ.นครนายก และชุมชนได้ร่วมกับกรมศิลปากร(ศก.) ในการขุดลอกคูเมืองและคันดิน การปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณดงละคร การพัฒนาสาธารณูปโภค &amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่เมืองดงละครและชุมชนใกล้เคียง &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทยพวน จ.นครนายก ให้ทันสมัย ยกระดับเป็นพิพิธภัณฑ์ต้นแบบของภาคกลางและภาคตะวันออก นอกจากนี้ &amp;nbsp;ศก.ได้จัดหาพื้นที่สร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพิ่ม ใน 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง &amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ. &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานปลัด วธ. &amp;nbsp;ร่วมมือกับ ศก. &amp;nbsp;กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) กรมการศาสนา(ศน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนและเอกชนในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง และจังหวัดใกล้เคียง 5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด นครนายก สระแก้ว และปราจีนบุรี เพื่อทราบข้อมูลความต้องการของชุมชน &amp;nbsp;เพื่อนำมาวิเคราะห์ใช้ในการพัฒนาแหล่งศิลปวัฒนธรรมเพื่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยวให้มีความประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp;ทั้งพิพิธภัณฑ์รัฐและเอกชน &amp;nbsp;แหล่งโบราณสถาน ศาสนสถาน โรงละคร ชุมชนที่โดดเด่นด้านวัฒนธรรม เทศกาลและประเพณีที่โดดเด่นในแต่ละจังหวัด &amp;nbsp;ตลอดจนให้ประเมินถึงความจำเป็นในการสร้างแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขึ้นใหม่ และจัดทำร่างแผนงานพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่อีอีซี &amp;nbsp;เสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาจัดทำร่างแผนงานพัฒนาแหล่งเรียนรู้และแหล่งศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อนำมาบรรจุในแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่อีอีซีและจังหวัดใกล้เคียงในปี 2562 รวมถึงเสนอให้บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2560-2564 &amp;nbsp; ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนริมน้ำจันทบูร, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, วธ., เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, เมืองลับแล, เมืองโบราณดงละคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c6699019238b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวนอกกรอบ ท่องเมืองจันท์ วันธรรมดา ชวนกันขึ้น “เขาคิชฌกูฎ ปี2562”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยนั้นผูกพันกับการเที่ยวไป ทำบุญไป เพื่อความเบิกบานใจและความโชคดีมีชัยของตัวเอง&amp;nbsp; สำหรับการเดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ที่ยอดเขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่หลายคนอยากได้สัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง และสำหรับปี 2562 นี้ งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง&amp;nbsp; เขาคิชฌกูฎ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กำหนดเปิดให้ขึ้นไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ถึง 5 เมษายน 2562 บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี นับเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่นักท่องเที่ยวสายบุญพลาดไม่ได้ อีกทั้งมีช่วงเวลายาวนาน สามารถเลือกกระจายความแออัดด้วยการเดินทางไปในวันธรรมดาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางปราณี&amp;nbsp; จั่นนพรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี เปิดเผยว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทบุรีเป็นจังหวัดในภาคตะวันออก ที่มีหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวมีทั้ง ทะเล น้ำตก สวนผลไม้ โบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวชุมชน และยังเป็นจังหวัดที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้ง่ายใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯประมาณ 3 ชั่วโมงเศษและมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทำได้ทุกวัน ไม่ว่าวันหยุดหรือวันธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานจันทบุรี กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดจันทบุรีในช่วงวันที่ 5 กุมภาพันธ์-วันที่ 5 เมษายน จะได้ร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย โดยเฉพาะบรรดานักท่องเที่ยวสายบุญ สามารถร่วมงานประเพณีเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏ ซึ่งถือเป็นเทศกาลที่พุทธศาสนิกชนเดินทางมาแสวงบุญกันเป็นจำนวนมาก นอกจากได้นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังจะได้ชมความงดงามแปลกอัศจรรย์ของหินลูกพระบาท&amp;nbsp; ก้อนหินกลมใหญ่ริมหน้าผา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วิธีการเดินทาง ให้มาตามถนนสุขุมวิท ถึงทางแยกเข้าตัวเมืองจันทบุรี (สี่แยกเขาไร่ยา) เลี้ยวลงถนนไปตามเส้นทางไปน้ำตกกระทิง หรือถนนบำราศนราดูร จากทางแยกเขาไร่ยา ไปถึงน้ำตกกระทิงระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อเลยจากวัดกระทิงไป 400 เมตร ถึงแยกขวามือเป็นทางไปวัดพลวง เป็นถนนลูกรังระยะทาง 3 กิโลเมตร เมื่อถึงวัดพลวงจะเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นไปยังยอดเขา มีรถรับจ้างรับไปส่งถึงจุดที่ใกล้ที่สุด และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 40 นาที ผู้ที่เดินทางมาถึงวัดพลวงตอนเย็น สามารถพักค้างคืนเพื่อเริ่มเดินขึ้นสู่ยอดเขาในตอนเช้าได้ โดยทางวัดมีที่พักและที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากกิจกรรมของสายบุญแล้ว ยังมีกิจกรรมสำหรับสายเฮลท์ตี้ &amp;nbsp;ตามเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่กำลังนิยมอยู่ในเวลานี้ คืองานวิ่งและปั่นที่จันทบูร &amp;quot;Race on The Moon&amp;quot; Chanthaburi Run&amp;amp;Ride 2019&amp;nbsp; ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2019 เวลา 04:30 &amp;ndash; 10:30รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมทบทุนการศึกษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมอบให้แก่นักศึกษาที่เรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออาจเลือกมางาน&amp;ldquo;วิ่งเลียบคุ้ง เคียงเนิน เพลินทะเล&amp;rdquo;ในวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 ณ ลานหินโคร่ง หาดคุ้งวิมาน อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อหารายได้สนับสนุนอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับโรงเรียนนายายอามพิทยาคม&amp;nbsp; อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ก็ได้เช่นกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานจันทบุรี&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า นอกจากมาร่วมกิจกรรมแล้ว เมืองจันทบุรีก็มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ให้มาเยือนได้ทุกวันและตลอดทั้งปี &amp;nbsp;โดยมีไฮไลท์น่าสนใจดังนี้&amp;nbsp;เริ่มที่&amp;ldquo;ศาลหลักเมือง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;rdquo;&amp;nbsp; ตั้งอยู่ในตัวเมืองจันทบุรี หน้าค่ายตากสิน กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 &amp;nbsp;กองพลนาวิกโยธินตั้งอยู่ข้างๆ &amp;nbsp;ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนจันทบุรีเคารพบูชาเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่นิยมเข้ามาไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมืองจันทบุรี และเมื่อขอพรเสร็จแล้ว ก็ไปไหว้ขอพรศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากนั้นต่อด้วยการชมความงามของวัดคาทอลิกจันทบุรี&amp;nbsp; &amp;ldquo;อาสนวิหารพระนางมารีอาปฎิสนธินิรมล&amp;rdquo; เป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณริมคลองจันทบุรี ตรงข้ามชุมชนเก่าแก่จันทบูร ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส &amp;nbsp;เป็นภาพนักบุญต่างๆ ซึ่งมีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และที่สำคัญภายในโบสถ์มีแม่พระประดับพลอย วัสดุที่นำมาสร้างประกอบด้วยทองคำบริสุทธิ์ เงินบริสุทธิ์ และพลอยบริสุทธิ์ ถือได้ว่าเป็นองค์พระแม่ที่ล้ำค่าและสวยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ไม่ห่างกันคือ &amp;ldquo;ชุมชนริมน้ำจันทบูร&amp;rdquo; เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5&amp;nbsp; ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากสักเพียงใด แต่ร่องรอยในอดีตของชุมชนเก่าแห่งนี้ก็ยังไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาจนปัจจุบันกลายสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เปลี่ยนบรรยากาศเอาใจนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติคือ &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดจันทบุรี มีน้ำตลอดทั้งปี &amp;nbsp;เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความแปลกกว่าน้ำตกอื่น ตรงที่เป็นน้ำตกที่มีเพียงชั้นเดียว มีต้นน้ำมาจากธารน้ำ 2 สาย สายหนึ่งไหลมาจากต้นน้ำ ไหลลอดตามแนวซอกหิน มาบรรจบกับอีกสายหนึ่งที่เล็กกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินที่ทำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นทางเดินสำหรับเดินชมต้นไม้ แมลง นก และสัตว์ป่า ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ริมสองข้างทางเดิน&amp;nbsp; น้ำตกแห่งนี้ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร ขับรถเส้นสุขุมวิทไปทางจังหวัดตราด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนสถานที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ &amp;ldquo;ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทางเชื่อมโยงเส้นทางริมฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ช่วงจังหวัดระยอง จนถึงจันทบุรี เป็นเส้นทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง &amp;nbsp;มีจุดชมวิวที่มีความสวยงาม ได้แก่ จุดชมวิวเนินนางพญา มองเห็นวิวทะเลกับถนนที่คดเคี้ยวสวยงาม รวมทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด สิ้นสุดของถนนเส้นนี้ก็จะมีจุดชมวิวได้แก่ เจดีย์กลางน้ำ มีสะพานทอดยาวไปถึงเจดีย์ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ทำให้มองเห็นวิวกลางน้ำทะเลที่สวยงาม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมี&amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;quot; บนพื้นที่อำเภอท่าใหม่ เนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525 มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัยในเรื่องระบบนิเวศทางธรรมชาติ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดจันทบุรี ภายในศูนย์ฯ มีสะพานเดินศึกษาธรรมชาติและป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ระยะทาง 1,600 เมตร เป็นเส้นทางชมป่า พร้อมกับมีศาลาเล็กไว้เป็นระยะแสดงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน และข้อมูลพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น โกงกาง แสม ลำพู ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คนที่สนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ จันทบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญในอดีตและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เหลือให้เห็น อาทิ &amp;quot;ตึกแดง&amp;quot; ที่ก่ออิฐถือปูน ทาด้วยสีแดงทั้งหลัง เคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการและที่พักนายทหารของฝรั่งเศสสมัยที่เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรี รวมทั้ง &amp;quot;คุกขี้ไก่&amp;quot; เป็นอาคารสองชั้นที่ฝรั่งเศสใช้คุมขังนักโทษโดยเลี้ยงไก่ไว้ชั้นบนเพื่อให้ถ่ายมูลรดศีรษะนักโทษด้านล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการททท.สำนักงานจันทบุรีกล่าวต่อว่า จบจากเรื่องเที่ยวก็ต่อด้วยสายกิน มี 2 ร้านแนะนำ ที่ชูอาหารถิ่นพื้นบ้าน เริ่มที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ร้านครัวเรือนจันท์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ตั้งอยู่บริเวณถนนท่าแฉลบ ทางเข้าเรือนจำ จังหวัดจันทบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 &amp;ndash; 15.00 น.&amp;nbsp; ขายข้าวแกง และอาหารพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; ราคาเริ่มต้นที่ 29 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;ร้านจันทรโภชนา&amp;rdquo;&amp;nbsp; มีเมนู เด็ดที่หารับประทานจากที่อื่นยาก อาทิ แกงหมูชะมวง&amp;nbsp; ,แกงหมูขิงแห้ง ,มัสมั่นทุเรียน ,แกงเป็ดเงาะ , ส้มตำทุเรียน โดยมีให้บริการสองสาขา คือ สาขาเบญจมราชูทิศ ติดกับโรงแรมเกษมศานติ์ ถนนเบญจมราชูทิศ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 22.00 น.&amp;nbsp; และ สาขามหาราช ตรงข้ามวัดป่าคลองกุ้ง อำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา09.00 &amp;ndash; 22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;มั่นใจว่าหากเลือกเดินทางมาเที่ยวเมืองจันทบุรีในช่วงนี้แล้ว นอกจากได้อิ่มบุญอิ่มใจ สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังได้รับความประทับใจจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พร้อมอร่อยกับอาหารถิ่น และ ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนต่าง ๆ สอดคล้องกับโครงการ &amp;quot;เที่ยวไทยเท่...เที่ยวนอกกรอบ ออกไปเที่ยวเมืองรอง&amp;quot; ของททท.อีกด้วย &amp;nbsp;&amp;quot; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานจันทบุรี เชิญชวนปิดท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สอบถามข้อมูลได้ที่&amp;nbsp; ททท.สำนักงานจันทบุรี&amp;nbsp; (สำนักงานชั่วคราว) 85/26&amp;nbsp; โครงการเจมส์อเวนิว ถนนมหาราช ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี 22000 โทร 039-609112 หรือ www. Facebook.com/tatchan&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25847</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, ชุมชนริมน้ำจันทบูร, ททท.สำนักงานจันทบุรี, น้ำตกพลิ้ว”, เขาคิชฌกูฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c316f5d3b00f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
