<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีหนังสือขอบใจ &#039;พระธรรมทูต&#039; วัดไทยในเมืองเลสเตอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีหนังสือส่งถึงพระธรรมทูตวัดไทยในเมืองเลสเตอร์ที่ได้บำเพ็ญกุศลในวันวิสาขบูชา และก่อนหน้านั้นได้ทรงส่งการ์ดขอบใจที่วัดไทยได้จัดกิจกรรมถวายพระราชกุศลอาลัยแด่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป พระสวามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - พระครูธรรมธรเทวประภาศ มากคล้าย รองเจ้าอาวาสวัดคุ้งตะเภา ปัจจุบันปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูต ดูแลวัดมงคลวราราม เมืองเลสเตอร์ สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่าหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางวัดมงคลวราราม รวมกับชุมชนชาวไทยในเลสเตอร์ได้จัดกิจกรรมอุทิศถวายพระราชกุศลเพื่อถวายอาลัยแด่เจ้าชายฟิลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทราบถึงสมเด็จพระราชินีนาถฯ จากนั้นสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้ส่งการ์ดพระราชทานเป็นกรณีพิเศษผ่านทางรอยัลเมล ถึง The Venerable Tevaprapas Makklay (พระครูธรรมธรเทวประภาศ มากคล้าย) ในนามผู้ดูแลวัดมงคลวราราม ความว่า &amp;ldquo;I send you my sincere thanks for your kind words of sympathy on the death of my husband&amp;rdquo; (ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบใจอย่างจริงใจต่อท่าน สำหรับการแสดงความเห็นอกเห็นใจของท่านที่มีต่อการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีของข้าพเจ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ์ดพระราชทานดังกล่าวสร้างความแปลกใจและประทับใจแก่ทางวัดและชุมชนชาวไทย เพราะตั้งใจจัดกิจกรรมถวายอาลัยแด่เจ้าชายฟิลิปด้วยความเคารพรัก ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการ์ดพระราชทาน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระราชินีนาถฯ และถือเป็นสิริมงคลแด่วัดมงคลวรารามเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่นานมานี้ หลังจากทางวัดมงคลวรารามและชุมชนชาวไทยได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในเทศกาลวิสาขบูชาขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 และได้ส่งทูลเกล้าถวายหนังสือและภาพถ่ายกิจกรรมแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงมีหนังสือตอบกลับผ่านนางสนองพระโอษฐ์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ปราสาทแบลมอรัล วันที่ 1&amp;nbsp;สิงหาคม 2564 ถึง พระคุณท่านหลวงพ่อฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพเจ้าอัญเชิญพระบรมราชกระแสทรงขอบใจ สำหรับลิขิต, ภาพถ่ายกิจกรรม ตลอดจนข้อความอันงดงาม ที่พระคุณท่านได้จัดส่งนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในนามของพระคุณท่านและพระสงฆ์ไทย ในโอกาสที่พระคุณท่านได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในเทศกาลวิสาขบูชา ในเดือนมิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงทราบพระหฤทัยทรงทราบซึ้งในความเข้าใจอันดีของพระคุณท่านที่มีต่อใต้ฝ่าพระบาทในครั้งนี้ และข้าพเจ้าขอขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับลิขิตที่พระคุณท่านได้ส่งเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนมาด้วยความเคารพยิ่ง Richenda Elton&amp;nbsp;นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระราชินีนาถฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วัดมงคลวราราม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2562 โดยพระครูวินัยธร จิตฺตินทฺรี ไชยมิน เป็นประธานสงฆ์ พระครูธรรมธรเทวะประภาส มากคล้าย รองประธานสงฆ์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพร้อมศรัทธาญาติชาวไทยในเมืองเลสเตอร์ &amp;nbsp;และนอร์ทติ้งแฮม ได้รับการอนุมัติจดทะเบียนจากคณะกรรมการการกุศลประจำประเทศอังกฤษและเวลส์ &amp;nbsp;ให้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายสหราชอาณาจักรเมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 ปัจจุบันมีพระศุภชัย สุภาจาโร&amp;nbsp;
หรือพระอาจารย์ม่อน พระธรรมทูตรุ่น24 หนึ่งในพระสงฆ์ที่เดินรณรงค์สันติภาพโลกร่วมในคณะพระสุธรรม นทีทอง มาปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษา พร้อมพระสงฆ์อีก 5 รูป ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนวัดมงคลวราราม, พระครูธรรมธรเทวประภาศ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, สหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_6117beb2cc3ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 23:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ’พลังบวร’ ณ ชุมชนวัดมงคลวราราม   เพชรเม็ดงามภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ขนมลา จากขนมพื้นบ้านสู่สินค้าของฝากภูเก็ตขึ้นชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ภูเก็ต&amp;quot; ดินแดนสวรรค์แห่งอันดามัน หนึ่งในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลก นอกจากหาดทรายสวย &amp;nbsp;น้ำทะเลใส และเกาะน้อยใหญ่ ที่เป็นเสน่ห์แล้ว &amp;nbsp;ภูเก็ตยังมีชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คือชุมชนวัดมงคลวราราม ตั้งอยู่หมู่ที่1 ต.สาคู อ.ถลาง &amp;nbsp;ซึ่งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนวิถีชุมชนด้วยพลังบวร เป็น 1 ใน 100 ชุมชนต้นแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ &amp;nbsp;เป็นอีกเดสติเนชั่นที่อยากชวนเดินทางมาท่องเที่ยว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดนายอิทธิพล คุณปลื้มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) &amp;nbsp;พร้อมด้วยยุพา วัฒนะกิจบวร ปลัด วธ. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานชุมชนคุณธรรมวัดมงคลวราราม จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;โดยมีพระสงฆ์ ผู้นำชุมชน ชาวบ้านในยาง ให้การต้อนรับอย่างคึกคักโอกาสนี้ รมว.วธ. กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิภายในวัด ได้แก่ ต้นพระศรีมหาโพธิ์สมเด็จย่าทรงปลูกไว้เมื่อปี2515 จากนั้นเคารพรูปปั้นหลวงพ่อหนังเสือ เจ้าอาวาสรูปแรก ผู้เคร่งครัดชำนาญในพุทธศาสตร์และวิทยาอาคม เพื่อความเป็นสิริมงคลและสักการะพระพุทธมงคลเมตตา ก่อนชมการแสดงทางศิลปวัฒธรรมแดนใต้ &amp;nbsp;อาทิ ระบำร่อนแร่และการแสดงชุดภูเก็ตเมืองสวรรค์ชาวบ้านแต่งกายพื้นเมืองร่ายรำอย่างสวยงาม อีกทั้งเยี่ยมชมการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่าและผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีของชาวในยางที่มาจากวิถีเกษตร วิถีประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล กล่าวว่า ชุมชนวัดมงคลวราราม &amp;nbsp;มีขับเคลื่อนด้วย บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นพลังบวร ตามวิถีวัฒนธรรมไทยแต่โบราณ และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดำเนินชีวิต มีการนำทุนทางวัฒนธรรมที่ดีงามอันเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาต่อยอด ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสินค้าและบริการ ซึ่งทางวธ. &amp;nbsp;ค้นพบว่าชุมชนแห่งนี้เป็นเพชรเม็ดงามของภูเก็ต &amp;nbsp;ขับเคลื่อนชุมชนด้วยคุณธรรมบวกกับศักยภาพในพื้นที่ ความพร้อมของสถานที่ &amp;nbsp;และเป็นแกนกลางถ่ายทอดไปสู่เครือข่าย &amp;nbsp;ที่นี่มีโครงการสืบสาน รักษา ต่อยอด&amp;ldquo;บวร on tour&amp;rdquo; &amp;nbsp; จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายในตลาดนัดพอเพียงและจำหน่ายนักท่องเที่ยว &amp;nbsp; ซึ่งต่อจากนี้ วธ.จะนำเทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมชุมชนคุณธรรม &amp;nbsp; ด้วยการจัดทำตลาดการค้าออนไลน์ &amp;nbsp;รูปแบบบวรออนทัวร์ออนไลน์ นำเสนอของดีของชุมชน &amp;nbsp; คัดเลือกผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น มาประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วโลกได้รู้จักสนใจเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชนคุณธรรมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วธ. พร้อมด้วยปลัด วธ. เยี่ยมชมสาธิตเพนท์ผ้าบาติก ของดีชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะเจ้าบ้าน &amp;nbsp;กิตติกร ประทีป ณถลาง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนว่า &amp;nbsp; บ้านในยางเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีความเป็นอยู่เรียบง่าย ดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม &amp;nbsp;มีวัดมงคลวรารามหรือวัดในยางวัดเก่าแก่ เป็นศูนย์รวมจิตใจ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความงดงามของธรรมชาติ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะหาดในยางที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์สะอาด เป็นแหล่งวางไข่ของเต่ามะเฟือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทุนวัฒนธรรมชาวบ้านในชุมชนมีการนำภูมิปัญญามาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนจำหน่าย ทั้งอาหารคาวของหวานและสินค้าแปรรูป ภูมิปัญญาที่ขึ้นชื่อทั้งน้ำพริกกะลาปิ้ง,น้ำพริกรวน, ขนมจู้จุน,ขนมลา,กาละแม,ข้าวอยู่เกาะ,ชาลูกสมอไทย,เบือทอด,ห่อหมกย่างปลาทะเล,โอ๋วเอ๋ว,ผ้าไทยมัดย้อม,ผ้าบาติก เป็นของฝากจากเมืองภูเก็ตสร้างงานสร้างรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปปั้นหลวงพ่อหนังเสือ เจ้าอาวาสรูปแรก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชนคุณธรรมฯ วัดมงคลวราราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ที่นี่เรามีวัดในยางเป็นศูนย์กลางชองชุมชน &amp;nbsp; โดยมีพระครูสัทธาวราภิยุต เจ้าอาวาสวัดมงคลวราราม เป็นผู้นำทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น ประเพณีวันสารทเดือนสิบประเพณีกวนข้าวทิพย์ ประเพณีชักพระเวลามีงานวัดชาวบ้านจะแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ขณะที่การทำกิจกรรมต่างๆ ของชาวบ้านได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เอกลักษณ์ของความเป็นวิถีชาวเกาะของชุมชน นับเป็นอีกจุดที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัส &amp;nbsp;เช่น ข้าวอยู่เกาะ &amp;nbsp;หรือน้ำพริกกะลาปิ้ง &amp;nbsp;ขนมจู้จุน &amp;nbsp;และ เบือทอด ที่หากินได้ที่นี่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าวอยู่เกาะเป็นอย่างไรนั้น &amp;nbsp;ปู่สงัด ครุฑแก้ว ปราชญ์ชาวบ้าน วัย87 ปี ผู้สาธิตการทำข้าวอยู่เกาะ บอกเล่าว่า ข้าวอยู่เกาะเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม จะเดินป่า ทำสวนบนควนหรือภูเขา จะใช้ใบเล็ดมาห่อข้าวที่ล้างแล้วใส่กระบอกไม้ไผ่ ย่างจนสุก แล้วยังมีน้ำพริกกะลาปิ้ง &amp;nbsp;ตำน้ำพริกที่มีส่วนผสมกะปิ ปลาฉิ้งฉ้าง กระเทียม หัวหอม ตะไคร้ พริกจากนั้นเอามาใส่ในกะลา จับกะลาคว่ำปิ้งกับไฟ ถ้าไม่ย่างก็เรียกว่า น้ำชุบ ชาวชุมชนสืบสานรักษาภูมิปัญญานี้ ถ้ามาเที่ยวชุมชน ชวนมาเรียนรู้วิถีชาวบ้านอยู่เกาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวอยู่เกาะ - น้ำพริกกะลาปิ้ง อาหารจากภูมิปัญญาดั้งเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน อุษา ฟุ้งวิทยา ชาวบ้านในยาง เล่าถึงการสืบทอดสูตรขนมจู้จุน ขนมพื้นบ้านของ จ.ภูเก็ตมาจากครอบครัว โดยวางขายที่ตลาดเมืองใหม่สร้างรายได้ให้ครอบครัววัตถุดิบที่ใช้มีแป้งหมี่ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลเกลือ น้ำเปล่า วิธีการทำก็ง่าย เริ่มจากนำน้ำตาลมาตั้งไฟเคี่ยวให้เดือดพักไว้จนเย็นจากนั้นนำแป้งผสมกับน้ำตาลที่พักไว้พร้อมเกลือตีส่วนผสมให้เข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้6 ชั่วโมง นำกระทะตั้งไฟเติมน้ำมันตั้งให้ร้อน แล้วตักแป้งขนมเทตรงกลางน้ำมันรอให้ขนมเหลืองอมแดงทแล้วพลิกกลับด้านล่างก็เสร็จทพร้อมทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาหารพื้นบ้าน&amp;ldquo;เบือทอด&amp;ldquo;ก็อร่อยสมคำร่ำลือ &amp;nbsp;จิราพร ปิ่นครุฑ หนึ่งในเจ้าของร้านขายเบือทอด บอกว่า เปิดร้านขายเบือทอดทุกวัน รายได้ก่อนโควิดสองหมื่นบาทต่อเดือน หลังโควิดรายได้ลดลง เพราะนักท่องเที่ยวหายไป แต่ก็ยังมีชาวไทยมาเยือนภูเก็ต มาชุมชนบ้านในยาง สำหรับการทำเบือต้องใช้ความพยายามและเอาใจใส่มาก ทำให้ได้เบือทอดที่มีความกรอบ จุดเด่นผสมกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างปลาฉิ้งฉ้างทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด วิธีการทำนำแป้งข้าวเจ้า พริกแกง น้ำตาลทราย กะปิ ผสมกับน้ำเปล่าให้เข้ากัน จากนั้นนำปลาฉิ้งฉ้างลงทอดให้เหลืองกรอบแล้วพักไว้ ขั้นตอนต่อมาตวงแป้งใส่ลงในกะทะที่ตั้งน้ำมันไว้ &amp;nbsp;เมื่อแป้งเริ่มสุกให้โรยปลาฉิ้งฉ้างที่ทอดไว้ลงบนแป้ง สุกได้ที่จึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เป็นอีกเมนูพื้นบ้านของภูเก็ตที่ใครมาก็ต้องลิ้มรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์จักสานฝีมือชุมชนคุณธรรมฯ จะเสนอในตลาดบวรออนทัวร์ออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีชุมชนคุณธรรมทั้งหมด 62 แห่ง แบ่งเป็นชุมชนคุณธรรมระดับส่งเสริม 15 แห่งชุมชนคุณธรรมระดับคุณธรรม29 แห่งและชุมชนคุณธรรมระดับต้นแบบ18 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), การท่องเที่ยว, จ.ภูเก็ต, ชุมชนวัดมงคลวราราม, พลังบวร, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa11130ce34a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
