<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลาบปลื้มศาล ยกฟ้องแกนนำ ‘อยากเลือกตั้ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 6 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเฮ! ศาลยกฟ้องระบุชุมนุมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ พาเหรดชื่นชมคำพิพากษา &amp;ldquo;โบว์&amp;rdquo; ย้ำหมดจดงดงาม &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; หวังเป็นบรรทัดฐานคดีเกี่ยวเนื่อง อึ้ง! &amp;ldquo;ลูกเกด&amp;rdquo; บอกไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย เชิญฝรั่งจับตาใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา &amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2893/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายสุกฤษฏิ์ เพียรสุวรรณ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12
โดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2561 พวกจำเลยและนายรังสิมันต์ โรม จำเลยคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1197/2561 กับพวก 42 คน ที่แยกฟ้องต่อศาลแขวงดุสิต ร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง โดยใช้รถยนต์ติดเครื่องกระจายเสียง ติดป้ายโจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ขณะนั้น) รวมทั้งโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. (ขณะนั้น) โดยปลุกระดมให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาล อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล โดยมีญาติ คนใกล้ชิด ชาวต่างประเทศ และแนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ฟังคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ก่อนการชุมนุมจำเลยได้ยื่นหนังสือแจ้งชุมนุมต่อ สน.สำราญราษฎร์ มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้ง เป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยได้ปราศรัยกับผู้ชุมนุมจะไม่ขัดขวางละเมิดสิทธิของผู้อื่น ใช้สันติวิธี ไม่หยาบคาย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องการให้ชุมนุมตามกฎหมาย มีจุดประสงค์ต้องการให้จัดการเลือกตั้งในปี 2561 ไม่เลื่อนการเลือกตั้ง และยุติการชุมนุมในช่วงเวลา 20.00 น. โดยจำเลยบางส่วนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายจับในคดีชุมนุมที่แยกปทุมวัน
ส่วนที่จำเลยได้พูดถึง พล.อ.ประวิตรเกี่ยวนาฬิกาเพื่อน และการตรวจสอบการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ ก็ปรากฏว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนรับทราบทั่วไปและวิจารณ์ติชมได้โดยสุจริต จึงเห็นว่าจำเลยใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ และหลังประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส. แล้วก็ไม่เรียกร้องอีก การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ไม่ยุยงให้ปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง เมื่อคำนึงถึงสภาพการณ์และหลักการตรวจสอบแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ติชมรัฐบาลตามหลักประชาธิปไตยแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 พิพากษายกฟ้อง
ต่อมานายสิรวิชญ์กล่าวหลังทราบคำพิพากษาว่า ขอขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษา ที่เห็นว่าเราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้สร้างความกระด้างกระเดื่องรุนแรง รวมทั้งเป็นการบอกกับเจ้าหน้าที่รัฐว่าคุณไม่สามารถใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาปิดปากหรือสร้างความยุ่งยากให้กับชีวิตประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญได้
&amp;ldquo;คดีอื่นต้องดูตามเนื้อหา แต่ถ้าเป็นข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว นี่คือการวางแนวพื้นฐานว่าเราออกมาใช้สิทธิโดยสุจริต&amp;rdquo; นายสิรวิชญ์กล่าว และระบุถึงคดีถูกลอบทำร้ายว่า ตำรวจไม่ได้แจ้งความคืบหน้าอะไรมาเลย โดยหากใกล้ครบ 3 เดือน จะไปติดตามในท้องที่ ซึ่งต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ไม่อยากจะเร่งรัดอะไร แต่ถ้าครบ 3 เดือนก็จะเริ่มติดตามอย่างเร่งรัด ส่วนการศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียนั้น ในช่วงพักรักษาตัวทำให้รายงานตัวไม่ทัน แต่ได้ไปยื่นแล้ว โดยเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ซึ่งนัยการที่ไม่สามารถไปรายงานตัวได้ตามกำหนดนั้น เขาอาจไม่พิจารณาในส่วนนี้ให้
น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า คำพิพากษาที่เราได้ฟังเป็นคำพิพากษาที่งดงามหมดจด ใครที่บอกว่าพวกเราเป็นคนชังชาติ คิดว่ารายงานขบวนการคนทำลายประเทศคงมีชื่อคนแถวนี้บ้างก็ได้ ถึงแม้เราชนะคดี แต่สิ่งที่ คสช.ทำให้เกิดขึ้นสำเร็จไปแล้ว พวกเรามีความยากลำบากเดือดร้อนในการเดินทางมาศาล ทำให้เกิดความหวาดกลัวในสังคมจากการที่คนเราออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย การปิดปากตัวเองของผู้คนได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์
&amp;ldquo;วันนี้ขบวนการทำลายชาติไม่ใช่พวกเรา ขบวนการทำลายชาติคือขบวนการที่พยายามใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อปิดปากประชาชน และเปิดทางให้ทรราชทำงานได้อย่างสะดวก คิดว่าวันนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับทุกคน ซึ่งโบว์ขอพูดอีกครั้งว่าเป็นคำพิพากษาที่งดงามหมดจด&amp;rdquo; น.ส.ณัฏฐากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์กล่าวว่า เป็นการวางหลักกฎหมายที่ดีว่าการชุมนุมอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญคืออะไร และหวังว่าอีก 3-4 คดีจะวินิจฉัยให้อยู่ในกรอบเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลการต่อสู้ร่วมกันของคนอยากเลือกตั้งทุกคน โดยนอกจากแกนนำแล้วมีชาวบ้านถูกดำเนินคดีที่ศาลแขวงอีกหลายสิบคน เราก็ให้กำลังใจและหวังว่าคำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานให้มวลชนด้วย
ส่วน น.ส.ชลธิชากล่าวว่า แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่เรายังไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย ซึ่งคดีคนอยากเลือกตั้งนี่ไม่ใช่คดีสุดท้ายในยุคของ คสช. มีอีกหลายคดี จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคน &amp;nbsp;องค์กรระหว่างประเทศ ช่วยกันเฝ้าจับตามองสถานการณ์ในประเทศไทยหลังจากนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46251</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ชุมนุมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ, ศาลยกฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84d4d00af10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
