<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสาวสายบู๊อำเภอสวี นำทีมฝ่ายปกครองบุกรวบบุรุษพยาบาลค้ายาบ้าเกือบแสนเม็ด พร้อมไอซ์ 1 กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64- เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 15 มิ.ย.64 นายศิลปชัย เรือนสูง นายอำเภอสวี นางสาวนนท์ลภัส ชูสอน ปลัดอาวุโสอำเภอสวี นายบุญก้อง ศรีสงคราม ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอสวี &amp;nbsp;นายดารากร จันทนา ปลัดฝ่ายปกครองอำเภอสวี และเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสวี จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายนิรุตย์ เภาพูล &amp;nbsp;อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/4 หมู่ 2 ตำบลบ้านเลือก อ.โพธาราม &amp;nbsp;จ.ราชบุรี อาชีพรับราชการตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการโรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี &amp;nbsp;ได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลนาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมของกลางยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 90,000 เม็ด &amp;nbsp;ยาไอซ์ จำนวน 1 กิโลกรัม &amp;nbsp;และรถยนต์อีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ &amp;nbsp;สีดำ ทะเบียน ขก 7913 ระยอง จำนวน 1 คัน จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิลปชัย เรือนสูง นายอำเภอสวี เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดฝ่ายความมั่นคงอำเภอสวีนำโดย นางสาวนนท์ลภัส และนายบุญก้อง เมื่อวันก่อนได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้เสพยาเสพติดประเภท 1 คือยาบ้าพร้อมของกลางจำนวน 7 เม็ด หลังจากนั้นได้สืบสวนสอบสวนขยายผลจนสามารถจับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่อำเภอสวี ได้พร้อมของกลางยาบ้าอีกกว่า 1 หมื่นเม็ดและขยายผลไปอย่างต่อเนื่องจนทราบถึงเอเย่นต์รายใหญ่จากภาคคกลางที่ได้นำยาบ้าเข้ามาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอำเภอสวีกล่าวต่อว่าจนกระทั่งล่าสุดสืบทราบว่าในช่วงกลางดึกจะมีเอเย่นต์ยาเสพติดจากภาคกลางนัดส่งยาบ้าและไอซ์กันที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลนาโพธิ์ เขตอำเภอสวี จ.ชุมพร จึงได้สั่งการให้นางสาวนนท์ลภัส ชูสอน ปลัดอาวุโสอำเภอสวี และนายบุญก้อง ศรีสงคราม ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอสวี นำกำลังเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสวี พร้อมอาวุธครบมือวางแผนดักซุ่มเฝ้าติดตาม จนกระทั่งพบรถยนต์ อีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ &amp;nbsp;ทะเบียน ขก 7913 ระยอง ซึ่งตรงกับตามที่สายรายงานขับมาจอดและพักห้องหมายเลข 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ทราบว่าชายคนดังกล่าวได้โทรสั่งเครื่องดื่มและให้พนักงานพาไปส่งในห้องพัก &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบจึงวางแผนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหญิงสวมรอยเป็นพนักงานรีสอร์ทเคาะประตูเอาเบียร์มาส่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสวีที่ซุ่มอยู่จึงเข้าแสดงตัวเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวทราบชื่อคือ นายนิรุตย์ เภาพูล อายุ 44 ปี อาชีพรับราชการตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 90,000 เม็ดบรรจุไว้ในถุงดำและยาไอซ์จำนวน 1 กิโลกรัม โดยซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายอีกชั้นวางอยู่ด้านท้ายของตัวรถ จึงนำตัวพร้อมของกลางยาเสพติดทั้งหมดไปยังที่ว่าการอำเภอสวี เพื่อสอบสวนขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สอบสวนนายนิรุตย์ เภาพูล เบื้องต้นรับสารภาพว่าตนเองรับราชการเป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โดยก่อนหน้านี้ได้อยู่กินกับภรรยาคนแรกมีลูกด้วยกัน 2 คน และได้กู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อสร้างบ้าน ต่อมาได้แยกทางกันกับภรรยา ออกมาเช่าบ้านอยู่และมีภรรยาใหม่ซึ่งกำลังท้องอายุครรภ์ 7 เดือน จึงผันตัวเองมารับจ้างส่งยาเสพติดเพื่อจะเอาเงินไปปลดหนี้ในระบบเที่กู้มาสร้างบ้านและไม่อยากให้คนค้ำประกันที่นับถือกันต้องเดือดร้อน และได้ส่งยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งนี้ไปรับยาเสพติดทั้งหมดมาจากเอเย่นต์แถวย่านเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ได้ค่าจ้าง 50,000 บาท โดยจะนัดรับส่งยาบ้าและไอซ์กันที่รีสอร์ทดังกล่าวกระทั่งมาถูกจับเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครอบเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, นนท์ลภัส ชูสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c80b3ab0b54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุมพรประกาศห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือหลังโรคลัมปีสกินระบาดหนักใน3อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.64- นายสัตวแพทย์พิชัย โพธิ์กระสังข์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ลงพื้นที่ ตำบลตากแดด อ.เมืองชุมพร&amp;nbsp; ลงพื้นที่ตรวจสอบการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ ที่มีการแพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ จ.ชุมพร ขณะนี้ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ มีแมลงเป็นพาหะ แต่ไม่มีการแพร่ระบาดมาสู่คนได้ เพื่อฉีดหมอกควันไล่แมลงที่เป็นพาหนะนำโรค และให้คำแนะนำในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคเชิงรุก การให้ความรู้ที่ถูกต้อง พร้อมประสานองค์การบริหารส่วนตำบลตากแดดและเทศบาลเมืองชุมพร ในการฉีดหมอกควันไล่แมลงที่เป็นพาหะ และแจ้งประกาศของจังหวัดชุมพร เป็นเขตควบคุมโรคระบาดของโรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ ตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ห้ามเคลื่อนย้ายโค กระบือ ซากโค กระบือ ในพื้นที่อย่างเด็ดขาด เนื่องจาก จ.ชุมพร เป็นประตูสู่ภาคใต้ เพื่อสกัดไม่ให้เชื้อโรคดังกล่าวแพร่ระบาดลามลงสู่ภาคใต้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัตวแพทย์พิชัยกล่าวว่า&amp;nbsp; นายธงชัย หนังสือ ปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ได้สั่งการให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน ใน โค-กระบือ ภายหลังพบมีการแพร่ระบาดในพื้นที่อำเภอท่าแซะ อำเภอปะทิว และในเขตอำเภอเมืองชุมพร โดยจังหวัดชุมพรได้ประกาศเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราว เพื่อควบคุมไม่ให้ระบาดต่อไปยังจังหวัดทางภาคใต้ สำหรับ โค-กระบือ ที่เป็นโรคลัมปีสกิน จะมีอาการลักษณะเป็นเม็ด ตุ่ม เป็นผื่น เป็นปื้น หลังจากนั้นจะ 4-5 วัน จะเป็นแผลพุพอง ติดเชื้อ และเป็นหนอง ใช้เวลาในการรักษานาน เพิ่มต้นทุนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง ซึ่งในการแพร่ระบาดมีแมลงเป็นพาหะ ทำให้มีความยากในการป้องกันไม่ให้แพร่กระจายออกไปในวงกว้าง รัศมีทำการของแมลงบินได้ไกลถึง 2-40 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพรชัย อินทร์คำดี หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชุมพร กล่าวว่า ได้สั่งกำชับห้าม ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ เข้าออกพื้นที่ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ หรือปศุสัตว์ หากฝ่าฝืนมีความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีจุดตรวจถาวรอยู่ 2 จุด ได้แก่ เขายายไทย พื้นที่ที่อำเภอท่าแซะ และจุดตรวจท่าชนะ อำเภอท่าชนะ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง พร้อมกับชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้าตรวจสอบ ซึ่งหลังจากมีการพบการระบาด ได้สั่งเพิ่มชุดลาดตระเวน และดักซุ่ม พวกที่มีการลักลอบเข้ามา นอกจากนี้ได้จัดชุดสนับสนุนการทำงานของจังหวัดในการตรวจพ่นยาฆ่าแมลงซึ่งเป็นสาเหตุของการระบาด และยาฆ่าเชื้อพ่นตามฟาร์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, ปศุสัตว์จังหวัด, โค-กระบือ, โรคลัมปีสกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adbaf95dfcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเสี่ยนากุ้งหันค้ายาเสพติด อ้างพิษโควิดเล่นงาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - พ.ต.ท.ชาติลักษณ์ ดิเรกวัฒนะ ผบ.ร้อย ตชด.414 พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชุมดำ หน.ชุดปฏิบัติด้านงานข่าว ร้อย ตชด.414 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ควบคุมตัว นายจรูญศักดิ์ หรือโอ๊ะ ธนะไชย อายุ 44 ปี ชาว ตำบลปากแพรก อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมของกลางยาเสพติดชนิดยาบ้า จำนวน 26,000 เม็ด ไอซ์ จำนวน 5 กรัม และรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน 1 กร 2708 กรุงเทพมหานคร มาสอบสวนขยายผลที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 ตำบลหงษ์เจริญ อ.แซะ จ.ชุมพร &amp;nbsp;เมื่อวานนี้( 21 เม.ย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.ชาติลักษณ์ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า นายโอ๊ะ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อายุประมาณ 45 ปี รูปร่างท้วมผิว ดำ สูง ประมาณ 175 เซนติเมตร ได้เช่าบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 3 ตำบลปากแพรก อ.สวี จ.ชุมพร เป็นที่พักยาเสพติด เพื่อส่งให้กับผู้ค้า จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;นำกำลังตำรวจไปทำการวางแผนเพื่อทำการจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมกำลัง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าวพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่ริมถนนสายปากแพรก-วัดเชิงคีรี ห่างจากทางข้ามถนนตัดรถไฟเพียง 200 เมตร โดยบ้านปิดเงียบประตูล็อกไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน จึงได้จัดกำลังซุ่มเฝ้าดูอยู่รอบนอก กระทั่ง เวลา 12.00 น.ของวันเดียวกัน มีรถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน 1 กร 2708 กทม. เข้ามาจอดที่บริเวณหน้าบ้าน คนขับเดินลงจากรถพร้อมถือถุงหิ้วพลาสติกสีเขียว แล้วเดินตรงไปเปิดประตูเข้าไปในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ซึ่งซุ่มรอจังหวะอยู่ ได้ออกมาแสดงตัว ให้ชายคนดังกล่าว ทราบชื่อภายหลังคือ นายจรูญศักดิ์ หรือ โอ๊ะ ธนะไชย เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบถุงพลาสติกสีเขียวที่ถือมาและแขวนอยู่ข้างฝาผนังบ้านในห้องครัว ภายในถุงมีกล่องนมผงสำหรับเด็กยี่ห้อหนึ่ง &amp;nbsp;จึงนำมาตรวจสอบพบยาบ้าอยู่ในถุงจำนวน 11 มัดๆละ 2,000 เม็ด และซุกอยู่ภายในกล่องนมอีก 2 มัดๆละ 2,000 เม็ด และไอซ์ อีก 5 กรัม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบรูดเปิดปิด อยู่ในกล่องเครื่องมือพลาสติกสีดำ ซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้า &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพร้อมของกลางทั้งหมด มาสอบสวนที่ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 (ท่าแซะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน นายจรูญศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า เดิมทีตนเองประกอบอาชีพทำนากุ้ง เลี้ยงอยู่ใกล้บ้าน ใน อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งแรกๆก็ได้กำไรดี มีเงินใช้จ่ายคล่องตัว แต่มาช่วงหลังๆเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่รอบแรก ปี 62 ตนเองเลี้ยงกุ้งขายขาดทุนมาโดยตลอด จนเริ่มมีหนี้สินมากมายต้องคอยหลบหนีเจ้าหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันหนึ่งได้มารู้จักกับนายเน ไม่ทราบชื่อจริง เป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในกรุงเทพฯ และได้ให้ตนเป็นคนคอยรับยาเสพติดที่ส่งมาให้ แล้วนำไปวางให้กับพ่อค้ารายย่อยในพื้นที่ อ.สวี โดยจะให้ค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรูญศักดิ์ อ้างว่าที่ทำเพราะความจำเป็นมีหนี้สินจำนวนมากจึงต้องหันมาค้ายาบ้า โดยในหนึ่งอาทิตย์นายเน จะโทรผ่านทางโทรศัพท์มือถือให้ตนไปรับยาเสพติดตามจุดต่างๆที่จะมีคนมาวางไว้ เมื่อไปรับก็จะนำมาพักไว้ที่บ้านที่เช่าหลังดังกล่าว และนายเนก็จะโทรศัพท์มาบอกอีกครั้งว่าจะให้ไปวางให้ลูกค้าที่ไหน จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละอาทิตย์ จะรับและไปวาง ไม่ต่ำกว่า 15 มัด เดือนละ 4 ครั้ง ก็จะได้รับเงินเกือบ 1 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งก็ทำมาแล้วหลายครั้ง จนสามารถผ่อนชำระหนี้ได้แล้วไปบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้บักทึกปากคำให้การพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติด ประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี จ.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายาเสพติด, ชุมพร, พ.ต.ท.ชาติลักษณ์ ดิเรกวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080ba89b4dd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรณ์ ลุยหาเสียงหวังเก้าอี้ส.ส.เลือกตั้งซ่อมชุมพร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2564 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะ เดินทางลงมาชุมพร &amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ โดยนายกรณ์ กล่าวว่า เมื่อเราตั้งใจที่จะลงสนามแข่งขันแล้ว จึงขอให้ทีมผู้กล้าชุมพรพร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจลงพื้นที่เร่งทำการบ้านเพื่อหาโอกาสปากท้องและเศรษฐกิจ เน้นในด้านที่เราถนัดและตั้งใจจะช่วยชาวบ้านให้มีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น แน่นอนว่าเมืองชุมพรมีของดีมากมาย แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดคือการเป็น &amp;ldquo;เมืองแห่งผลไม้และเกษตรแปรรูป&amp;rdquo; อย่างที่ได้เคยพูดถึงบ่อยๆ ว่าอย่างไรเสียประเทศไทยของเราก็คือเมืองเกษตรกรรม และที่สำคัญการเกษตรไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่เป็นโอกาสแห่งอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าเรามองเรื่อง &amp;ldquo;เกษตรคุณภาพ-เกษตรพรีเมียม-เกษตรทันสมัย&amp;rdquo; ที่สำคัญนั่นคือสิ่งที่เรียกว่า &amp;ldquo;เกษตรขายได้&amp;rdquo; และต้องขายในราคาที่ดีด้วยชุมพร มีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่สำคัญ ทั้งในทางยุทธศาสตร์ภูมิประเทศและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องพืชผลเกษตร และประมง แถมยังมีจุดเด่นเป็นสมรภูมิทางโลจิสติกส์ เราลงมาที่นี่คนกลุ่มแรกที่เราขอเข้าพบคือ Young Smart Farmers ของจังหวัด หลักคิดสำคัญในทางเศรษฐศาสตร์ต่อการเกษตรคือ เมื่อที่ดินเรามีจำกัด และเราตั้งอยู่ในถิ่นฐานที่ได้เปรียบอย่างมากในแง่ความอุดมสมบูรณ์ ทำไมเราจะทำให้เกษตรกรรวยไม่ได้ พื้นที่ 1 ไร่สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยเฉลี่ยในปัจจุบันแค่ หลักไม่กี่พันบาท แต่เราจะทำให้เกษตรกรไทย มีรายได้ต่อไร่ที่หลักหมื่น หรือทะลุไปถึงหลักแสนได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;น้องยู ชาวสวนมะพร้าวแปรรูปไปสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียม ตอกย้ำหลักคิดนี้ว่า เราไม่จำเป็นต้องผลิตมากจนเกินกำลังของเรา แต่ถ้าเราผลิตสิ่งนั้นได้ดี และมีราคาจนสามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างพอเพียงแล้ว เราจะดันทุรังทำจนเกินตัวไปทำไม พร้อมยกตัวอย่างพื้นที่ที่เน้นอัดด้านปริมาณ ใส่ปุ๋ยเคมีกันจนชาวสวนอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ต้องย้ายถิ่นฐานออกไปที่อื่น อีกคนคือ บังน้อย ชาวสวนทุเรียนรุ่นใหม่ ให้แง่คิดที่ดีกับเราว่า การจะชูเรื่องคุณภาพต่อสินค้าเกษตรรัฐต้องมีส่วนบริหารจัดการให้ พืชที่ปลูกตรงคุณภาพกับดินที่นั่น พูดง่ายๆ คือ &amp;quot;ที่ไหนเหมาะปลูกอะไร ก็ควรปลูกอันนั้น&amp;rdquo; อย่าไปตามกระแส จนเสียราคา แล้วรัฐก็ต้องอุ้ม จ่ายเงินอุดหนุนต่อไปไม่รู้จบ โจทย์สำคัญของผมและพรรคกล้าต่อชาวชุมพรหลังจากนี้ คือการลงพื้นที่ทำงาน คลุกกับชาวชุมพรเน้นยุทธศาสตร์เรื่องทั้งหมดนี้เป็นหลักสำคัญครับ สู้ไปด้วยกันกับเรา&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97504</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, ชุมพร, พรรคกล้า, หาเสียงเลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_605fefd507d4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเปิดแผนศึกษาแลนด์บริดจ์เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2564 &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานผ่านการประชุมระบบทางไกล VDO CONFERENCE เรื่องแนวทางและแผนการดำเนินงาน โครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องตัน ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดล การพัฒนาการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ว่าการดำเนินโครงการได้คำนึงถึงความหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมต่อการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ในปี 2564 นี้ จะดำเนินการศึกษา 6 ส่วน คือ 1.งานคัดเลือกที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ จ.ชุมพร และจ.ระนอง 2.งานศึกษาเปรียบเทียบทางเลือกโครงการในรูปแบบต่างๆ 3.งานออกแบบแนวคิดโครงการแลนด์บริดจ์ ประกอบด้วย ท่าเรือ ทางรถไฟ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) 4.งานศึกษาความเหมาะสมโครงการทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 5.งานศึกษารูปแบบการดำเนินธุรกิจ และทางเลือกการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 6.ส่วนร่วมของภาคประชาชน ตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อจะนำไปสู่การทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market sounding) ในขั้นต่อไป นอกจากนี้จะทำการออกแบบเบื้องต้นท่าเรือน้ำลึกทั้ง 2 แห่ง รวมทั้งการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ตลอดจนจัดทำรายงานการวิเคราะห์โครงการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ พ.ศ.2562 เพื่อให้มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการดำเนินการประกวดราคาในลำดับต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า และ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) &amp;nbsp;ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการบริหารจัดการท่าเรือแบบอัตโนมัติ (Fully Automate Port) รวมทั้งให้ สนข. จัดทำรายละเอียดของเนื้องาน โดยเฉพาะการคัดเลือกทำเลที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึก และงบประมาณที่จะดำเนินงานใน 64 ให้ชัดเจน และศึกษาหน่วยงานหลักที่จะรับผิดชอบพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินการในขั้นต่อไปเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ รวมทั้งประสานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อศึกษาแนวทางเรื่องการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อต่อไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, ระนอง, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อันดามัน, อ่าวไทย, แลนด์บริดจ์ (Land Bridge)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012b52ecc286.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านไปกว่าครึ่งเดือนชุมพรยังปลอดโควิด-19 ระบาดรอบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.64- เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุม ioc ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัด นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา Fake News (ข่าวปลอม) จังหวัดชุมพร ประกอบด้วยตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ฝ่ายปกครอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร กอ.รมน.จ.ชุมพร เพื่อมอบนโยบายแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเฟคนิวส์ หรือข่าวปลอมในพื้นที่ จ.ชุมพร ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพร &amp;nbsp;กล่าวว่าข้อมูลข่าวสารที่ปล่อยออกมาทางสื่อโซเชียลมีเดียนับวันจะมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะง่ายในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ได้รับสด ใหม่ และรวดเร็ว ปัจจุบันมีข่าวสารที่บิดเบือนข้อเท็จจริงถูกปล่อยออกมาทางโซเชียลมีเดียหรือที่เรียกว่า เฟคนิวส์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมพรกล่าวว่าเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการปล่อยข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนข้อเท็จจริงผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ จังหวัดชุมพร จำเป็นต้องมีการติดตามตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว อย่างจริงจังเข้มข้น เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้อื่น ซึ่งขณะนี้จังหวัดชุมพร มีกรณีการปล่อยข่าวในลักษณะที่เป็นเฟคนิวส์อยู่ 2 ราย เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดชุมพร นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบใหม่ ได้มีการยกระดับเป็นพื้นที่สีแดง และมีคำสั่งจากจังหวัดเพิ่มมาตรการเข้มข้นโดยการตั้งด่านตรวจสกัด คัดกรองอย่างเข้มคนตามจุดต่างๆทั้งถนนสายหลัก สายรอง และแนวชายแดนไทย-เมียนมา รวม 78 จุด จนถึงขณะนี้ผ่านไปกว่าครึ่งเดือนแล้วยังไม่พบประชาชนในพื้นที่ จ.ชุมพร ติดเชื้อโควิด-19 แม้แต่รายเดียว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd2bd13448d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกโต้ง&#039;น้องเขย&#039;ลูกหมี-ลูกช้าง&#039;ทิ้งห่างพ่อส.ส.ปชป.นั่งนายกอบจ.ชุมพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 63 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดชุมพรรายงานว่า หลังปิดหีบนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา คู่แข่งตัวเก็งที่ถูกจับตาและต้องลุ้นคะแนนเสียงกันมากที่สุดก็คือคือหมายเลข 2 นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อายุ 70 ปี หรือ &amp;ldquo;พร มาลัย&amp;rdquo; หัวหน้าทีม &amp;ldquo;ชุมพรต้องเดินหน้า&amp;rdquo; ชูนโยบาย &amp;ldquo;เปิดประตู อบจ. โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไลฟ์สดทุกโครงการ&amp;rdquo; นายศิริศักดิ์ อดีตเป็น ส.ส.ชุมพร หลายสมัย มีดีกรีเป็นถึงพ่อ &amp;ldquo;ส.ส.เอก&amp;rdquo; คือ นายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ หลายสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคู่แข่งคือ หมายเลข 3 นายนพพร อุสิทธิ์ อายุ 52 ปี หรือ &amp;ldquo;นายกโต้ง&amp;rdquo; หัวหน้าทีม &amp;ldquo;พลังชุมพร&amp;rdquo; อดีตเป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัดชุมพร และอดีตประธานสภา อบจ.ชุมพร ชูนโยบาย &amp;ldquo;ปรับ สืบสาน ต่อยอด ก้าวไปด้วยกันกับคนบ้านเรา&amp;rdquo; ที่สำคัญ &amp;ldquo;นายกโต้ง&amp;rdquo; มีดีกรีเป็นถึงน้องเขย &amp;ldquo;ส.ส.ลูกหมี&amp;rdquo; นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพรเขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ และ &amp;ldquo;ส.ส.ลูกช้าง&amp;rdquo; นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย ศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.ชุมพร ในครั้งนี้ถือเป็นการวัดบารมีศักดิ์ศรี ทางการเมืองระหว่างพ่อ ส.ส.กับน้องเขย ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการประกาศการนับคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการของ กกต.ชุมพร เช้าวันที่ 21 ธันวาคม 63&amp;nbsp; ปรากฏว่า หมายเลข 3 คือ นายนพพร อุสิทธิ์ ได้คะแนน&amp;nbsp; 147,068 คะแนน&amp;nbsp; ส่วนหมายเลข 3 นายศิริศักดิ์ อ่อน ละมัย ได้คะแนน 59,115 คะแนน ซึ่งเท่ากับน้องเขย 2 ส.ส.ดัง ชนะพ่อของ ส.ส. ทิ้งกันห่างไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, นพพร อุสิทธิ์, นายกโต้ง, ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย, อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe01cefb2e3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
