<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมดันโปรเจ็กจ์ &#039;แลนด์บริดจ์&#039; ปักมุด2ทำเลที่ตั้งท่าเรือแห่งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ก.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบ ความก้าวหน้าการศึกษาโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการคัดเลือกตําแหน่งท่าเรือที่เหมาะสมของฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันนั้น มีการพิจารณาจากเกณฑ์การคัดเลือกที่ตั้งท่าเรือ ในด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการลงทุน และด้านสังคม ซึ่งนอกจากจะเป็นตําแหน่งที่เหมาะสมในการพัฒนาท่าเรือแล้ว แนวเส้นทางเชื่อมต่อทั้ง 2 ท่าเรือ ยังมีระยะทางที่สั้นและตรงที่สุดในการขนส่งจากฝั่งอ่าวไทยสู่ฝั่งอันดามัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า จากทำเลที่ตั้งดังกล่าว ที่มีระยะทางที่สั้นและตรงที่สุดแล้วนั้น น่าจะเป็นผลดีในการดึงดูดให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้เส้นทางขนส่งแลนด์บริดจ์ในอนาคต โดยหลังจากนี้ จะทําการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงแนวทางในการพัฒนาพื้นที่หลังท่าเรือให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ สอดคล้องกับตําแหน่งท่าเรือและแนวเส้นทางครอบคลุมครบทุกมิติ และนําตําแหน่งที่ตั้งท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง ดําเนินการจัดทําการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อพิจารณาผลตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากการศึกษารูปแบบและปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ พบว่า การขนส่งสินค้าทางทะเล มีมากถึง 80% ของการขนส่งสินค้าของโลก หรือคิดเป็นปริมาณสินค้าเท่ากับ 11.1 พันล้านตัน และมีการขนส่งผ่านช่องแคบมะละกามากถึง 1 ใน 4 ของการขนส่งสินค้าทางทะเลของโลก โดยหนึ่งในประเภทสินค้าที่มีการขนส่งทางช่องแคบมะละกามากที่สุด คือ การขนส่งสินค้าประเภทน้ํามัน (Tanker) ซึ่งการพัฒนาเพื่อดึงดูดให้เรือขนส่งน้ํามันขนาดใหญ่และเรือขนส่งสินค้าให้หันมาใช้เส้นทางแลนด์บริดจ์ในอนาคต จะเป็นโจทย์สําคัญของการศึกษาโครงการ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ําของภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า กระทรวงคมนาคมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆ ประกอบด้วย ด้านการพัฒนาท่าเรือและด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ ด้านการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษ รถไฟเชื่อมท่าเรือ และการขนส่งทางท่อ ด้านการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนและกฎหมาย และด้านการสื่อสารสาธารณะ ทั้งนี้ เพื่อให้การดําเนินโครงการแลนด์บริดจ์ของกระทรวงคมนาคม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกิดผลสําเร็จอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้ศึกษาเพิ่มเติมถึงปัจจัยที่จะส่งเสริมให้สายการเดินเรือต่างๆ มาใช้บริการโครงการแลนด์บริดจ์ได้ รวมถึงให้พิจารณาการเพิ่มของปริมาณการนำเข้า-ส่งออกทางน้ำ ภายหลังจากมีการพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)รวมถึงเปรียบเทียบแนวทางเลือกการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ระหว่างการทำอุโมงค์แยกระหว่างรถไฟและรถยนต์ และการทำอุโมงค์รวม ทั้งรถไฟและรถยนต์ โดยเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ให้รอบด้าน นอกจากนี้ ในการศึกษาการพัฒนาพื้นที่หลังทำให้คำนึงถึงชุมชน วิถีชีวิต และปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า จากการคัดเลือกมีพื้นที่ตําแหน่งท่าเรือที่เหมาะสมของฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน พบว่า มีศักยภาพฝั่งละ 3 แห่งที่มีความเหมาะสม ที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือแห่งใหม่ของประเทศไทย รองรับเรือขนส่งสินค้าจากฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร ประกอบด้วย แหลมประจําเหียง, แหลมริ่ว และแหลมคอเขา ขณะที่ท่าเรือรองรับเรือขนส่งสินค้าจากฝั่งอันดามัน จ.ระนอง ประกอบด้วย เกาะตาวัวดํา, เกาะสน และแหลมอ่าวอ่าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร-ระนอง, ที่ตั้งท่าเรือแห่งใหม่, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แลนด์บริดจ์ (Land Bridge)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed0fbc63829.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ดันสร้างรถไฟทางคู่ชุมพร-ระนอง 4 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.รับลูกรัฐบาลดันรถไฟทางคู่ชุมพร-ระนอง 4 หมื่นล้านฝันปลุกเศรษฐกิจ SECพร้อมจี้พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟทางคู่ มั่นใจเดินหน้าศึกษาก่อนเปิดประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยถีงแผนพัฒนารถไฟทางคู่เพิ่มอีก 1 เส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-ระนอง เพื่อส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ตลอดจนเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรด้วระบบราง (Land-bridge) ระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน &amp;nbsp;ว่าขณะนี้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)อยู่ระหว่างเสนอผลศึกษาโครงการดังกล่าวให้กับรฟท.ไปดำเนินการศึกษารายละเอียดการก่อสร้างและถอดแบบราคาก่อนเปิดประมูลโครงการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าจะใช้เวลาราว 4-6เดือนนับจากนี้ในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ดังนั้นจึงมั่นใจว่ารฟท.จะสามารถสองนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่าโครงการรถไฟชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง เป็นรถไฟรางเดี่ยว มีระยะทาง 108 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท กำหนดเป้าหมายเปิดให้บริการปี 2568 มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 12.20% โดยคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารที่จะใช้บริการในปีแรกอยู่ที่ 5,724 คนต่อปี และจะเพิ่มเป็นจำนวน 11,710 คนต่อปี ภายในระยะเวลา 30 ปีหลังจากเปิดให้บริการ คิดเป็นปริมาณการเติบโตราว 100% หรือคิดเป็น 28% ต่อระยะเวลา 10 ปี ด้านปริมาณการขนส่งสินค้านั้น ในปีแรกที่เปิดบริการจะมีปริมาณสินค้านำเข้า-ส่งออกราว 33,116 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี และจะเพิ่มเป็น 85,502 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี คิดเป็นปริมาณการเติบโตเฉลี่ย 158% หรือคิดเป็น 53% ต่อระยะเวลา 10 ปี แบ่งเป็นสินค้านำเข้าทั่วไป อาทิ เหล็ก สินค้าเกษตร สินค้าบริโภค สินค้ากลุ่มก่อสร้างและสินค้าอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเบื้องต้นโครงการดังกล่าวกำหนดไว้ 9 สถานี ได้แก่ สถานีขุนกระทิง สถานีบ้านนา สถานีวังใหม่ สถานีปากจั่น สถานีกระบุรี สถานีบางใหญ่ สถานีละอุ่น สถานีท่าเรือระนอง และจากสถานีท่าเรือระนอง จะมีเส้นทางแยกเข้าสู่เมืองระนอง โดยสิ้นสุดที่สถานีระนอง ระยะทางประมาณ 5 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายต้องการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ไปดำเนินการบรรจุแผนพัฒนารถไฟทางคู่เพิ่มอีก 1 เส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-ระนอง เพื่อส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ตลอดจนเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรด้วระบบราง (Land-bridge) ระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งฝั่งท่าเรือระนองสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้ากับกลุ่มประเทศอ่าวเบงกอล ดังนั้นจึงต้องพัฒนาเส้นทางสายดังกล่าวเกิดขึ้นให้ได้เพราะจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้โจทย์ว่าโครงการนี้ในปีหน้าต้องมีความชัดเจนให้ได้ทั้งการเปิดประมูลและการก่อสร้าง นอกจากนี้ตนยังมองว่าเส้นทางดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างอีอีซีกับมหาสมุทรอินเดียได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้ รฟท.ต้องเปิดประมูลโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 วงเงิน 4 แสนล้านบาทให้เป็นไปตามกำหนดการที่ตั้งไว้ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรโดยการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เนื่องจากรฟท.มีทรัพย์สินจำนวนมากทั่วประเทศจึงต้องทำหน้าที่เป็นนักพัฒนาพื้นที่ ตามแนวเส้นทางรถไฟทางคู่สายใหม่ เพราะรฟท.มีประสบการด้านการเดินรถและเชี่ยวชาญการตั้งสถานีเพื่อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ นอกจากนี้รฟท.ต้องให้ความสำคัญกับการเชื่อมเส้นทางรถไฟไปยังเมืองรองเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20078</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEC, Southern Economic Corridor, ชุมพร-ระนอง, รถไฟรางคู่, รฟท., ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้, เชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208af63ce3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผพลิก!!ชัยวัฒน์ มาแรงนั่งเก้าอี้ปลัดคมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. ไฟเขียวโยกย้ายข้าราชการระดับสูงคมนาคม ตั้ง &amp;quot;ชัยวัฒน์ &amp;quot; นั่งปลัดกระทรวงคมนาคม โยก &amp;quot;ธานินทร์-สนิท&amp;quot; มานั่งรองปลัดฯ ย้าย &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ไปคุม ทล. และ &amp;quot;พีระพล&amp;quot; นั่งอธิบดี ขบ.&amp;rdquo;สมศักดิ์&amp;rdquo;กลับถิ่น นั่ง อธิบดี จท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.สัญจร &amp;quot;ชุมพร-ระนอง&amp;quot; วันนี้ (21 ส.ค. 2561) ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้งข้าราชการบริหารระดับสูงจำนวน 9 ราย ได้แก่ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม, นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง หรือ ทล. ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคม, นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคม, นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมทางหลวง หรือ ทล., นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ., นางอัมพวัน วรรณโก ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมท่าอากาศยาน หรือ ทย., นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมกรมเจ้าท่า หรือ จท.ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และนายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า หรือ จท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15849</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งตั้งโยกย้าย, ครม.แต่งตั้ง, ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ชุมพร-ระนอง, สนข., โยกย้ายข้าราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7bc41af1b3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
