<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทยเห็นใจทั้ง&#039;ครู-นักเรียน&#039;ในบริบทความเห็นต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนักเรียนร่วมกันชู 3 นิ้ว ขณะเคารพธงชาติ และมีครูเข้ามาขัดขวางทำให้นักเรียนบางส่วนโต้ตอบด้วยท่าทางที่ไม่น่ารักว่า ในมุมของนักเรียนการแสดงออกตามสิทธิของตัวเองเป็นสิ่งที่ดี การชูกระดาษ การชูสามนิ้ว ไม่ใช่เรื่องผิดไม่มีกฎข้อห้ามในโรงเรียนสามารถแสดงออกมาได้ แต่ไม่ควรโต้ตอบครูบาอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนด้วยท่าทางที่เกรี้ยวกราด รุนแรง รวมทั้งไม่ควรแสดงออกถึงครูบาอาจารย์ผ่านทางโซเชียลมีเดียในประโยคที่ไม่น่าฟัง นักเรียนควรวางตัวให้ดีอย่าก้าวร้าวอย่าเอาอารมณ์มาทำลายจุดยืนของตัวเองเหมือนที่สุภาษิตไทยว่าไว้ว่า &amp;quot;เสือมันไม่เห่า&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในมุมของครูบาอาจารย์ การใช้อำนาจข่มขู่คุกคามเด็กปิดกั้นการแสดงออก จะยิ่งทำให้เขามองท่านในทางลบ ต้องไม่ใช่อำนาจไปสั่ง แต่ต้องรับฟังพูดคุยด้วยเหตุผลเขาจะไว้ใจท่าน รับฟังท่าน และจุดที่สำคัญอย่างยิ่ง อย่าลืมว่าโลกหมุนเร็วเด็กๆ เขาหมุนตามกระแสในยุคของเขา การจะเอาบริบทเก่าๆ มาตัดสินไม่ได้อีกแล้ว เพราะโลกมันไม่ได้หมุนย้อนกลับ ครูบาอาจารย์อย่าขวางทางเขา อย่าเอาความนิยมส่วนตัวของท่านมาตัดสินเด็กเหล่านั้น มิเช่นนั้นแล้ว ท่านที่เคยสร้างศรัทธาได้ดีศรัทธาเหล่านั้นอาจหายไป เพียงแค่การกระทำและคำพูดเพียงไม่กี่คำ เราอย่าให้สถานการณ์บ้านเมืองมาทำลายความเคารพรัก ความเอ็นดู ความเห็นอกเห็นใจ รอยยิ้ม รอยน้ำตา และเสียงหัวเราะที่เคยมีให้กัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครู, ชู 3 นิ้ว, นักเรียน, พท., พรรคเพื่อไทย, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d271ae45bea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชู3นิ้ว-ผูกโบขาวลามรร. แฉไม่ทำเจอ‘บูลลี่’กดดัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชู 3 นิ้ว+ผูกโบขาว&amp;rdquo; ไฟลามทุ่ง โรงเรียนเก่านายกฯ&amp;nbsp; วัดนวลนรดิศก็ร่วมขบวน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ปูดมีบูลลี่กดดันให้เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; มามุกแค่ลูกเสือ ส่วนสภาสูงจัดหนักแจงการข่าวชัดพรรคการเมืองเทกโอเวอร์ม็อบประชาชนปลดแอก ยุรัฐบาลใช้ไม้แข็งจัดการไอ้โม่ง เพื่อไทยดาหน้าปัดอยู่เบื้องหลัง &amp;ldquo;อนุดิษฐ์&amp;rdquo; ปูดอีกคุกคามอาจารย์-ผู้ปกครองนอกเหนือจากเยาวชน
เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ยังคงมีกระแสนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาในหลายพื้นที่แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการผูกโบสีขาวและชู 3 นิ้วระหว่างยืนเคารพธงชาติ เพื่อต่อต้านเผด็จการ การมีสิทธิและเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของสังคม
โดยที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังมีการชู 3 นิ้วต่อเนื่องเป็นวันที่สอง รวมทั้งมีการปลดป้ายแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะศิษย์เก่าที่เป็นนายกฯ ออกด้วย ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนให้เหตุผลว่าเพราะป้ายมีความเก่าและทรุดโทรมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รร.สามเสนวิทยาลัย เขตพญาไท มีการจัดกิจกรรมลูกสามเสนไม่เอาเผด็จการ โดยกลุ่มนักเรียนได้นัดชูกกระดาษเปล่า ผูกโบสีขาวหน้าเสาธงเช่นกัน
ส่วนในต่างจังหวัดก็มีหลายพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น รร.บุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง รร.ลำปางกัลยาณีก็เริ่มมีการนำโบสีขาวมาแจกเพื่อให้นักเรียนหญิงผูกไว้ที่ผม ส่วนที่ จ.ยะลา ภายในโรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน มีการจัดกิจกรรมชู 3 นิ้ว หลังร้องเพลงชาติจบ และมีการติดโบสีขาวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีดรามาเกิดขึ้นในกิจกรรมดังกล่าว โดยในโลกโซเชียลแชร์ภาพนิ่งนักเรียนทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลภายใน รร.สุราษฎร์พิทยา แล้วมีอาจารย์มายืนอธิบาย ซึ่งมีการใช้มือประกอบลักษณะเหมือนกับการตบตี พร้อมข้อความว่า กล้าตบหนูเหรอคะ ซึ่งทำให้โลกออนไลน์วิจารณ์อย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประหยัด ไทยเสน รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป รร.สุราษฎร์พิทยา ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ภาพดังกล่าวเป็นการพูดคุยกันกับตัวแทนกลุ่มนักเรียน โดยไม่ได้มีเหตุกระทบกระทั่งรุนแรงอะไร ขอให้ยุติกิจกรรมดังกล่าวภายในโรงเรียน และขอเก็บป้ายผ้าเอาไว้ ให้ทำกิจกรรมนอกโรงเรียน เพราะการแสดงออกเรื่องการเมืองไม่สมควรทำในสถาบันการศึกษา ควรทำในที่สาธารณะหรือสถานที่ที่เหมาะสมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ตัวแทนกลุ่มนักเรียนกล่าวเช่นกันว่า ภาพที่ลงในโซเชียลฯ เป็นการเจรจาระหว่างรอง ผอ.กับตัวแทนกลุ่มนักเรียน โดยรอง ผอ.ยกมือขอร้องให้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ส่วนตัวแทนนักเรียนชี้แจงว่า รอง ผอ.ไม่มีสิทธิ์ยึดแผ่นป้ายผ้าของนักเรียนเอาไว้ ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นการเจรจากัน ยกมือบอกให้ออกไปด้านนอก ไม่ได้ยกมือจะตบตามที่โซเชียลฯ ลงแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า หลายอย่างได้เกิดขึ้นมา แต่ไม่อยากให้เป็นประเด็นต่อไป ซึ่งเห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของเด็กต่างๆ เหล่านี้ แต่สิ่งที่ทราบมาจากการรับฟังความคิดเห็นจากเด็กๆ หลายคน เขาบอกบางทีในสถาบันศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตาม มันมีการบูลลี่กัน ถ้าใครไม่มาร่วมก็จะถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมชมรม เข้ากลุ่ม อะไรแบบนี้ คิดว่านั่นคืออันตราย ซึ่งเพียงแต่ยกตัวอย่างเฉยๆ ที่ได้ฟังจากนักศึกษามา บางคนไม่ได้อยากจะมีส่วนร่วม แต่ถูกบูลลี่ ถูกกีดกัน อะไรหลายๆ อย่างด้วยกัน ขอให้ทุกคนหารือด้วยเหตุและผลก็แล้วกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวก่อนประชุม ครม.ด้วยสีหน้าเรียบเฉยสั้นๆ ว่า &amp;quot;อ๋อ ลูกเสือๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ห่วงเด็ก ต้องมีคนสร้างความเข้าใจให้กับเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะลามไปอีกเรื่อยๆ ในหลายพื้นที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องเข้ามาดูเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับคนที่สนับสนุน และคิดดูให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขตอบคำถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่ พล.อ.ประวิตรมองว่าการชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์ลูกเสือ นายอนุทินพยักหน้าก่อนตอบว่า ใช่ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การชุมนุมและการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนขณะนี้สามารถใช้เวทีของสภาในการแก้ไขปัญหาได้ โดยผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐบาลสามารถเสนอเรื่องเพื่อขอเปิดประชุมสภาพิจารณาหาทางออกร่วมกันได้ ซึ่งหากเสนอเข้ามาก็ขอเปิดประชุมได้ทันที ทั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะที่เป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติ เห็นว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดี โดยภายนอกสภาจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ภายในสภาต้องยึดหลักกฎเกณฑ์ ทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประธานไม่มีสิทธิ์ไปสั่งนัดประชุมพิเศษอะไรถ้าไม่อยู่ในระเบียบวาระ แต่ถ้าฝ่ายใดเสนอเข้ามาก็ยินดี ผมเชื่อทุกคนทำหน้าที่ตัวเองให้ดี อย่างน้อยสภาต้องเป็นหลักให้บ้านเมืองในฝ่ายดูแลประสานกฎเกณฑ์กติกาของระบอบประชาธิปไตย ของหลักกฎหมาย เพราะเราปกครองด้วยกฎหมายต้องยึดหลักนี้ไว้&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
ซัดการเมืองเทกม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประชุมวุฒิสภา ก่อนเข้าสู่วาระ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. หารือว่า หนักใจเมื่อทราบการข่าวว่าม็อบประชาชนปลดแอกมีพรรคการเมืองเทกโอเวอร์ เพราะมีมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมเวที ซึ่งการข่าวระบุว่าการชุมนุมมี ส.ส.คนหนึ่งนำประชาชนมาจากย่านสายไหม-มีนบุรี-บางซื่อ ร่วมชุมนุมพร้อมสนับสนุนรถห้องน้ำติดเครื่องปรับอากาศ 4 คัน รถน้ำและเครื่องดื่มแบบบาร์ พร้อมเวทีแสงสีเสียง ขณะที่อีกพรรคการเมืองนำคนจากโรงงาน 2,000 คนร่วมชุมนุม โดยสารมากับรถบัสส่งที่โรงแรมรัตนโกสินทร์และเสาชิงช้า นำชาวบ้านจากวัดย่านมีนบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี&amp;nbsp; 3,000 คนเข้าร่วม และพบการทะเลาะกันของการ์ดและชายชุดดำ ดังนั้นขอให้รัฐบาลใช้มาตรการกฎหมายดำเนินการผู้ละเมิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวว่า ส่วนการจัดเวทีที่รัฐบาลมอบให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รับฟังความเห็นนักศึกษานั้น ขอให้จัดเวทีโดยมีตัวแทนอธิการบดีสถาบันการศึกษา ตัวแทนประธานนิสิตนักศึกษา 400 คน มาประชุมที่รัฐสภา จัดประชุมร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์, นายอนุทิน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายชวน, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และ กมธ.สภาและวุฒิสภา ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับกลุ่มเยาวชน โดยตั้งโจทย์เช่นจะแก้รัฐธรรมนูญมาตราใด การแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การคุกคามสิทธิเสรีภาพจะทำอย่างไร รวมถึงข้อเสนอยุบสภาจะเดินต่ออย่างไร
&amp;ldquo;ผู้ใหญ่ควรแลกเปลี่ยนสิ่งที่เป็นปัญหากับเด็ก ขณะนี้ครูผู้ปกครองปรับตัวไม่ทัน มองว่าการชูสามนิ้วระหว่างร้องเพลงชาติไม่เหมาะสม เพราะการเข้าแถวคือการสร้างวินัย ส่วนการผูกโบสีขาวนั้นทำได้ แต่การเคลื่อนไหวของเยาวชน มีความพยายามทำให้เหมือนกับการชุมนุมที่ฮ่องกง&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ขอให้กำลังนายกฯ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยรัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้อยู่เบื้องหลัง 10 ประเด็นจาบจ้วงสถาบันฯ และอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของเด็กนักเรียน
ปูดคุกคามอาจารย์
ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานติดตามการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน กล่าวว่า หลังคณะทำงานเปิดช่องทางการสื่อสารให้ผู้ถูกคุกคามและบุคคลทั่วไปสามารถร้องเรียนและแจ้งเบาะแสข้อมูลต่างๆ เข้ามา พบว่านอกเหนือจากเยาวชนจะถูกละเมิดสิทธิ์และถูกคุกคามแล้ว ยังมีรายงานเข้ามาว่าครูอาจารย์โดนคุกคามและกดดันมาจากผู้มีอำนาจด้วยเช่นกัน โดยมีรายงานระบุชัดเจนว่า มีข้าราชการระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ออกมากดดันและคาดโทษผู้บริหารสถานศึกษาและครูอาจารย์ ที่ปล่อยให้นักเรียนแสดงออกทางการเมือง ในขณะเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ เช่นตำรวจและทหาร ก็ออกมากดดันให้ครูอาจารย์ร่วมมือส่งชื่อรายชื่อเด็ก และผู้ปกครองที่เป็นแกนนำให้ฝ่ายความมั่นคงด้วยเช่นกัน
&amp;ldquo;ไม่สบายใจที่รัฐบาลทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงมาเอาใจใส่กับเรื่องนี้ให้มากขึ้น อย่างน้อยที่สุดควรให้นโยบายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งฝ่ายประจำและฝ่ายมั่นคง ให้เลิกแทรกแซงสถาบันการศึกษาต่างๆ ในทุกระดับ ให้เสรีภาพกับครูอาจารย์ในการดูแลปกป้องลูกศิษย์ หยุดกดดันและใช้ครูอาจารย์เป็นเครื่องมือในการละเมิดเสรีภาพและลิดรอนสิทธิ์ของเยาวชน&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะ กมธ.การปกครอง กล่าวว่า การชูนิ้ว 3 นิ้วในช่วงเคารพธงชาติ อยากฝากไปยังคณะครูอาจารย์เจ้าหน้าที่ ว่าขอเปิดให้นักเรียนได้แสดงออก เพราะไม่มีอะไรเกินเลย&amp;nbsp; นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้รับการประสานงานจากผู้ที่ได้รับหมายเรียก 15 คนให้ช่วยเหลือ ซึ่งย้ำว่าพร้อมดูแล และประกันตัวทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล หากญาติไม่ประกันตัวคณะก็พร้อมดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากครูอาจารย์ปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียน นักศึกษา พร้อมจะประสานเสนอให้ กมธ.การศึกษาฯ เชิญมาชี้แจงถึงมาตรการดูแลนักเรียน ส่วนการชุมนุมในต่างจังหวัดหากจะชุมนุม คณะทำงานของ ส.ส.เพื่อไทยพร้อมลงไปสังเกตการณ์ และขอปฏิเสธข้อสังเกตว่าการชุมนุมมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยพรรคไปในนามผู้สังเกตการณ์ และไปเพียง 6 คนเท่านั้น และเชื่อว่าคงไม่มีใครเกณฑ์คนไปชุมนุมได้&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
ซัด&amp;#39;ป้อม&amp;#39;ดื้อตาใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวโต้ พล.อ.ประวิตร กรณีมองการชู 3 นิ้วเป็นแค่ลูกเสือว่า พล.อ.ประวิตรยังคงเป็นผู้ไม่เคยรู้อะไรเลย ดื้อตาใส เพราะประเมินสถานการณ์ผิด วิเคราะห์ผิด แบบนี้มาโดยตลอด เลยไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ถึงวันนี้ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประวิตรเข้าใจในความหมายของการชู 3 นิ้วหรือไม่ รัฐบาลนี้กลัวการชู 3 นิ้ว กลัวโบขาว กลัวการชูกระดาษเปล่า เพราะต้องการรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุด แต่พลังของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขยายตัวมากขนาดนี้ ถ้าประเมินสถานการณ์ตรงไปตรงมา ถ้ารัฐบาลผ่านปีนี้ไปได้ ต้องถือว่าปาฏิหาริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรค พท. กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจอย่างมากที่การจัดกิจกรรมของเด็กถูกกดดันห้ามปรามจากครูบาอาจารย์ บางโรงเรียนถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปคุกคาม เพราะการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ของเด็กๆ คือการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตยของประเทศนี้ ซึ่งเด็กๆ เห็นว่ามันมีปัญหา ดังนั้นเมื่อผู้ใหญ่ไปคุกคามและลิดรอนสิทธิ์ จึงกลายเป็นการตอกย้ำความเชื่อให้กับเด็กๆ ว่าประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการ เหตุการณ์ในลักษณะนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การโจมตีว่ามีพรรคการเมืองหนุนหลังม็อบอยู่นั้น แสดงให้เห็นว่าการข่าวกรองของประเทศต้องมีปัญหา เพราะพื้นที่ของพรรคการเมืองทุกพรรคอยู่ในสภาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาเคลื่อนไหวเรียกร้องนอกสภา การที่พรรคการเมืองส่งผู้แทนราษฎรไปสังเกตการณ์นั้น เพราะว่าที่ผ่านมารัฐใช้อำนาจไปข่มขู่ คุกคาม และจับกุม สร้างความหวาดกลัวในหมู่ผู้ชุมนุม เราจึงต้องไปปกป้องประชาชนของเรา วันนี้นายกฯ คุมทั้งฝ่ายความมั่นคง คุมทั้งตำรวจ จึงขอได้โปรดยุติการคุกคามประชาชนทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) กล่าวว่า ในฐานะผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมกลุ่มประชาชนปลดแอกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บอกได้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังม็อบคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะหากท่านไม่บริหารประเทศลงเหวได้ขนาดนี้ไม่มีใครออกมาเรียกร้องหรอก ต้นกำเนิดของการชุมนุมทั้งหมดคือตัวนายกฯ เอง ไม่ต้องหาว่าพรรคไหนอยู่เบื้องหลัง พวกท่านผลักประชาชนออกมาเพราะเขาทนไม่ไหวแล้ว ยอมรับความจริง เปิดหูเปิดตา เลิกโทษประชาชนเสียที
เตือนไฟลามทุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk โดยระบุถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ลุกลามดังไฟลามทุ่ง ว่าธรรมชาติของไฟที่ดับยากที่สุดคือไฟไหม้ใต้ดิน และเหตุการณ์การเมืองขณะนี้เป็นเหมือนไฟใต้ดินปะทุขึ้น ซึ่งลุกโหมจากพื้นที่มหาวิทยาลัยขยายไปถึงโรงเรียนต่างๆ แล้วลามออกไปกว้างขวางจนยากดับได้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะการชู 3 นิ้ว ซึ่งหากมองว่าการชูสามนิ้ว ผูกโบขาวเป็นศัตรู จะยิ่งทำให้ไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความตื่นตัวทางการเมืองลงไปถึงเยาวชนแล้ว ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากบิดพลิ้ว ยื้อถ่วงเวลา จะนำไปสู่เหตุการณ์อื่นๆ ได้ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เป็นเหมือนไฟลามทุ่ง ส่วนที่นักเรียนลุกขึ้นมาชูสามนิ้ว ผูกโบขาว ควรปล่อยให้เป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่ควรมองในเชิงใช้อำนาจเข้าจัดการ เพราะจะเกิดการถลำลึก แล้วเกิดความสูญเสีย การแก้ปัญหาต้องมองคนหนุ่มสาวเป็นลูกหลาน มองเข้าไปถึงเบื้องลึกความต้องการ ไม่ใช่ยุยงให้เจ้าหน้าที่จัดการปัญหา&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวถึงการชู 3 นิ้วว่า ขณะที่ผู้ใช้อำนาจยังเหลิง ยังเมาในอำนาจไม่สร่างชัดเจน นักเรียนเหล่านี้ได้ลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ ยืนยันเสรีภาพ ตอกย้ำระบบอำนาจนิยมที่กดทับพวกเขามายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว กล่าวว่า มีครูอาจารย์ในโรงเรียนบางแห่งได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมกับเด็กๆ นักเรียนที่แสดงออก ทั้งวาจาและการกระทำ ซึ่งในฐานะคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นผลกระทบโดยตรงต่อเด็ก จึงขอแสดงจุดยืน ดังนี้ 1.ขอสนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนนักศึกษาทุกระดับชั้น 2.กระทรวงศึกษาธิการควรมีนโยบายเปิดพื้นที่แสดงออกของนักเรียน นักศึกษา ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยปราศจากการแทรกแซง หรือคุกคามของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด และ 3.กระทรวงศึกษาฯ และสถานศึกษาควรระลึกอยู่เสมอว่า ความตื่นตัวในทางการเมืองและสนใจปัญหาบ้านเมืองของนักเรียนนักศึกษาในยุคนี้ คือสิ่งที่มีค่า ควรสนับสนุนและรักษาไว้อย่างยิ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนเดช ใจสบาย ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ ได้ออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิเห็นว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนในรั้วสถาบันการศึกษานั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของนักเรียนที่สามารถจะกระทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมของ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะที่ปรึกษา กมธ. ร่วมซักถามและขอคำชี้แจงในส่วนของหน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ โดยมี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธนาธรได้พยายามซักถามในเรื่องผังล้มเจ้า โดยเฉพาะกรณีมีชื่อตนเองอยู่ในผัง ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญที่เคยเป็นอดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลง และต่อมากลับยอมรับว่ามโนไปเอง ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
พล.ท.สรรเสริญชี้แจงว่า เรื่องเกี่ยวกับผังล้มเจ้าที่ว่าได้ยอมรับต่อศาลว่าผังนี้ได้มโนไปเองนั้นไม่เป็นความจริง เพราะคนที่ฟ้องร้องต่อศาลได้ถอนฟ้องไป และก็ไม่ได้ยอมรับว่ามโนแบบนั้น ทำให้นายธนาธรได้นำคำของ พล.ท.สรรเสริญที่แถลงต่อศาล ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าวผู้จัดการเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2554 มาอ่าน พร้อมระบุว่าผังล้มเจ้าที่พูดมาตลอดมันไม่มี มีแค่การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ แล้วให้สังคมไปพิจารณาเอง แต่ทว่าเวลาที่ท่านพูดถึงเรื่องผังล้มเจ้า ณ วันนั้น พูดเสมือนหนึ่งว่าเกิดขึ้นจริง แต่เวลาแถลงกับศาลกลับอีกเรื่อง อย่างนี้สังคมพิจารณาเองได้ว่าท่านมีความตั้งใจอย่างไร ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญชี้แจงเพิ่มเติมว่า คำว่ามโนไปเอง เป็นคำที่สื่อเลือกข้างสุดโต่งนำไปใช้เท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74854</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชู 3 นิ้ว, ผูกโบขาว, พรรคการเมืองเทกโอเวอร์ม็อบประชาชน, ม็อบประชาชนปลดแอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bebd4005ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงป้อม&#039;ปล่อยมุกเด็กนักเรียนชู3นิ้วเคารพธงชาติ &#039;ลูกเสือๆ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการชูสามนิ้วของนักเรียนมัธยมในหลายโรงเรียนทั่วประเทศระหว่างเคารพธงชาติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า &amp;quot;ลูกเสือๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชู 3 นิ้ว, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกฯ, ลูกเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b2c884dffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชู3นิ้ว‘ธนาเกอร์เกมส์’ ขึ้น‘ศาลทหาร’3ข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ธนาธรเกมส์&amp;quot; ชู 3 นิ้วรายงานตัวคดี ม.116 ยุยงปลุกปั่น เซ็นรับทราบ 3 ข้อหา ขึ้นศาลทหาร ขณะที่ม็อบฟ้าของพ่อ savethanathorn แห่ให้กำลังใจแน่น สน.ปทุมวัน ฝรั่งมุง ตัวแทนจากสถานทูต 12 คน ทั้งจากสหภาพยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ รวมถึงแคนาดา และสหรัฐอเมริกา มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 เมษายน ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เข้าให้ปากคำตามหมายเรียก ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และมาตรา 189 ช่วยเหลือหรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา กรณีช่วยนายรังสิมันต์ โรม นักกิจกรรมทางการเมือง หลบหนีระหว่างการชุมนุมประท้วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2558
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ได้เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. บางส่วนได้สวมเสื้อสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำพรรค และบางส่วนได้สวมเสื้อรูปนายธนาธร พร้อมข้อความ &amp;ldquo;6 April&amp;rdquo; &amp;ldquo;#savethanathorn&amp;rdquo; พร้อมกันนี้ยังมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น การนำปี๊บระบุชื่อ กกต.มาคลุมหัว โดยด้านหลังมีภาพงูเห่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแกนนำพรรคอนาคตใหม่ที่มาให้กำลังใจนายธนาธร อาทิ น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค และยังมีเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมนักนักศึกษา, นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด พร้อมบุตรชาย มาให้กำลังใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเเผงเหล็กมากั้นประตูเข้า-ออก โดยจะอนุญาตให้เฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีเข้าเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 09.50 น. นายธนาธรเดินทางมาถึง สน.ปทุมวัน เพื่อให้ปากคำตามหมายเรียก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และมาตรา 198 ช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนให้การต้อนรับ มอบดอกไม้และตะโกนให้กำลังใจ พร้อมกรูเข้ารุมล้อมจนทำให้นายธนาธรและทนายความเดินไปสู่ สน.ปทุมวันอย่างยากลำบาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนาธรถือไมโครโฟนประกาศกับประชาชนว่า เราทุกคนที่มาอยู่ที่นี่ต่างรักความเป็นธรรม รักความสงบ และไม่อยากให้มีใครมาฉวยโอกาสนี้สร้างสถานการณ์ก่อให้เกิดความวุ่นวายเพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่คนแบบนั้น ดังนั้นขอให้ทุกคนที่มาให้กำลังใจในวันนี้ อย่าเข้าไปภายในสถานีตำรวจ เพราะไม่มีความจำเป็น&amp;nbsp;
กลัวเป็นเครื่องมือผู้ไม่หวังดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีใครต้องการให้วันนี้กลายเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี อย่างไรก็ตาม ผมขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ&amp;quot; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และก่อนเข้าให้ปากคำ นายธนาธรได้หันมาชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของมวลชนที่มาให้กำลังใจ โดยนายธนาธรบอกกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ไม่ได้กังวลใดๆ ทั้งนี้ ประชาชนที่รอให้กำลังใจอยู่ด้านนอกร่วมกันตะโกน &amp;quot;เซฟธนาธร&amp;quot; รวมถึง &amp;quot;ธนาธรสู้ๆ&amp;quot; อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรับทราบข้อกล่าวหาครั้งนี้ มีตัวแทนจากสถานทูต 12 คน ทั้งจากสหภาพยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ รวมถึงแคนาดาและสหรัฐอเมริกา มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ภคพงษ์ พงษ์เภตรา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีค้างเก่าที่ยังสืบสวนไม่แล้วเสร็จ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)? จึงได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนสืบสวนคดีก่อน โดยพบว่ามีผู้ที่เข้าข่ายความผิดในคดีดังกล่าวรวม 15 คน แต่วันนี้ได้ออกหมายเรียกนายธนาธรมารับทราบข้อกล่าวหาเป็นคนแรก รวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ให้การช่วยเหลือผู้กระทำความผิดหลบหนีตามมาตรา 189 และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมาตรา 215
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนวันนี้ เมื่อนายธนาธรรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็เป็นสิทธิของนายธนาธรที่จะให้การอย่างไรก็ได้ จากนั้นพนักงานสอบสวนจะปล่อยตัวไป และจะเรียกมาให้ปากคำในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่ามีการดำเนินคดีในช่วงสถานการณ์การเมืองที่เข้มข้นนั้น พล.ต.ต.ภคพงษ์ยืนยันว่า เป็นการทำหน้าที่ตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนรายละเอียดพฤติการณ์ของนายธนาธรทั้งหมดที่นำมาสู่การเรียกตัวมารับข้อกล่าวหา อยู่ในสำนวน ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายธนาธรกำลังให้ปากคำภายในสถานี ปรากฏว่าได้เกิดเหตุชุลมุน เมื่อมีหญิงรายหนึ่งมาตะโกนด่าทอนายธนาธรว่า &amp;ldquo;โกหกเรื่องคุณสมบัติว่าไม่ได้เป็นประธานหอการค้า พร้อมระบุว่าคนที่มาให้กำลังใจเพราะรับจ้างมา&amp;rdquo; สร้างความไม่พอใจให้กับมวลชนที่มาให้กำลังใจจนปะทะคารมกัน และมีการใช้กำลังโดยยกเท้าถีบกัน จนมวลชนต้องเข้ามาห้าม และเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนต้องเข้ามาระงับเหตุ นำตัวหญิงคนดังกล่าวออกจากพื้นที่และส่งขึ้นรถกลับเพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังรับทราบข้อกล่าวหา นายธนาธร?กล่าวว่า วันนี้ได้เซ็นรับทราบข้อกล่าวหาทั้ง 3 ข้อหา ซึ่งตนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ตำรวจแจ้ง หลังจากนี้จะชี้แจงต่อทางตำรวจเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีกำหนดชี้แจงก่อนวันที่ 15 พ.ค.นี้ ส่วนตัวเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ แต่มีความกังวลในกรณีที่คดีนี้ขึ้นกับศาลทหาร ไม่ขึ้นศาลพลเรือน ส่วนเหตุใดที่ขึ้นกับศาลทหารนั้น เป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย ซึ่งต้องให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจง &amp;nbsp;
อย่าให้เป็นเรื่องของธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกท่านครับ อย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของธนาธร เพราะมันไม่ใช่เรื่องของธนาธร เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เรื่องนี้มีคนอื่นติดคุกมาแล้วก่อนหน้าธนาธรเยอะแยะไปหมด อย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของผม เพราะมันไม่ใช่ เป็นเรื่องของคนที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของทุกคน ความยุติธรรมที่ทำกับเราคนหนึ่งคือความยุติธรรมที่ทำต่อเราทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า กรณีที่ตัวแทนเจ้าหน้าที่ทูตที่มาสังเกตการณ์ในวันนี้ ได้สอบถามตำรวจในเรื่องของรูปคดีว่าเหตุใดถึงขึ้นศาลทหาร เหตุใดคดีถึงล่าช้า และ จะใช้เวลานานเท่าไร ซึ่งทางตำรวจได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ทูตว่าขณะนั้นเป็นช่วงปรับเปลี่ยนตำแหน่งและผู้รับผิดชอบคดีเกษียณอายุราชการ ทำให้คดีล่าช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร?ได้ระบุอีกว่า ขอให้สังคมให้ความเป็นธรรมกับตำรวจ เพราะเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นมืออาชีพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเดินทางกลับ นายธนาธรได้พูดกับประชาชนที่มาให้กำลังใจอีกครั้ง โดยให้สลายตัวกลับบ้านด้วยความสงบ พร้อมขออย่าให้ใครฉวยโอกาสในการสร้างสถานการณ์ และระบุว่าจะแจ้งความคืบหน้าทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวและเพจของพรรคให้ทราบ ก่อนจะชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว โดยมีประชาชนร่วมชู 3 นิ้วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร กล่าวถึงประเด็นที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุว่าคดีของนายธนาธรอยู่ในอำนาจศาลทหาร ว่าถ้าตีความตามกฎหมาย คสช.นั้น คดีนี้เกิดขึ้นปี 2558 จึงไม่ได้ผลจากคำสั่ง คสช.ที่ 55/2559 ที่ให้ก่อนมีคำสั่งนี้ให้คดีลักษณะดังกล่าวขึ้นศาลทหาร พล.ต.อ.ศรีวราห์จึงยืนยันว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร แต่ในความเห็นของตน แม้คดีนี้จะเกิดปี 2558 แต่เพิ่งมามีการดำเนินคดีในช่วงนี้ ประกอบกับหลังปี 2559 ได้มีรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งแบ่งแยกอำนาจของศาลทหารและศาลพลเรือนอย่างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นในความเห็นของเรา บวกกับหลายคดีที่เราได้ชนะ และมีแนวคำวินิจฉัยมาว่าคดีนี้ต้องขึ้นศาลพลเรือน โดยข้อโต้แย้งตรงนี้ที่เราไม่ได้โต้แย้งระหว่างการสอบสวน เนื่องจากเรายังไม่มีอำนาจโต้แย้งในขณะนี้ แต่เมื่อมีข้อสังเกตและทักท้วง ก็ควรที่จะมีการถามแนววินิจฉัยก่อน จะเห็นได้ในช่วงหลังคดีที่ขัดคำสั่ง คสช.จะขึ้นศาลพลเรือน โดยที่ไม่ได้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช.ก็ตาม โดยเรื่องการยื่นให้วินิจฉัยเขตอำนาจศาลนั้น เราจะยื่นคำร้องในชั้นศาล เพราะในชั้นสอบสวนและอัยการ ศาลทหารเรายังไม่มีสิทธิยื่น อีกทั้งตอนนี้ก็ยังไม่ทีท่าทีชัดเจนสรุปสำนวนว่าจะมีคำสั่งเห็นสมควรสั่งฟ้องเราหรือไม่ เป็นแค่มีการแจ้งข้อหามา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์กล่าวว่า ถ้าหากมีการส่งฟ้องเราในศาลทหาร ถึงเวลาเราจะยื่นคำร้องต่อศาลทหารให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมวินิจฉัยเขตอำนาจศาลเพื่อชี้ขาดในเรื่องนี้
&amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot;เชียร์ลั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าการที่นายธนาธรใช้รถพาผู้ต้องหาหนี ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฤษฎางค์แจงว่า แจ้งความจำนงว่าจะให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าข้อกล่าวหาจริงหรือไม่ เนื่องจากนายธนาธรเองก็ยังจำข้อเท็จจริงในวันดังกล่าวไม่ค่อยได้ชัดเจน แต่เรารับในข้อเท็จจริงว่าในวันดังกล่าวเรามาชุมนุมร่วมกับประชาชนและนักศึกษาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยว่า ขอเป็นกำลังใจให้นายธนาธร และคณะผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่ ในสถานการณ์ที่ถูกมุ่งร้ายทางการเมืองครั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่แม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่มีจุดยืนและเจตนารมณ์เพื่อประชาธิปไตยที่แน่วแน่ และเป็นหนึ่งใน 6 พรรคการเมืองที่ได้ร่วมลงสัตยาบันเป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากไปยังกลไกรัฐและกลไกนอกระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องว่า ท่านไม่ควรสร้างเงื่อนไขใดๆ ที่จะนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่ปกติ ประชาชนไทยไม่ต้องการเห็นอุบัติเหตุทางการเมืองใดๆ ที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมทรุดของประเทศอีกต่อไป หยุดคุกคามพรรคการเมืองและบุคคลที่มีความเห็นต่าง หยุดสร้างเงื่อนไขที่จะฉุดรั้งประเทศมิให้ก้าวไปข้างหน้า หยุดขัดขวางเจตนารมณ์ของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมยังระบุว่า หลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. แทนที่จะทำให้ประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยด้วยความสันติ โปร่งใส ปัญหาหลายๆ ด้านจะได้รับการแก้ไข กลับกลายเป็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยิ่งรู้สึกหมดหวังและคลางแคลงสงสัยต่อกระบวนการทำงานที่เต็มไปด้วยปัญหาและข้อบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. จนเกิดเป็นประเด็นสื่อสารทั่วไปว่า มีส่วนสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของรัฐบาล คสช.หรือไม่ ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ เกิดขบวนการที่พยายามจัดการกับบุคคลและพรรคการเมืองที่มีความเห็นต่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการดำเนินการกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมากเป็นอันดับ 3 จากการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการสร้างวาทกรรม ป้ายสี ปองร้ายจากกลไกทั้งในและนอกระบบ ใช้การกล่าวหาทางคดีเพื่อทำให้เกิดความเสียหาย ปลุกกระแสสังคมเพื่อสร้างความเกลียดชังอย่างไร้ข้อเท็จจริง&amp;quot; เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชู 3 นิ้ว, ธนาธรเกมส์, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ม.116, ศาลทหาร, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca895c2adb52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
