<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา  แจงชัดกรณี &#039;อานนท์&#039; อ้างอาจถูกส่งตัวไปที่เรือนจำนครไชยศรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 63 - เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมชั้น 10 อาคารศาลอาญา นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พร้อมด้วยนายสุรจิตร เปลี่ยนขำ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายขังนายอานนท์ นำภา และนายภานุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหา ระหว่างสอบสวนเพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนและพิจารณาคำร้องขอหมายขังและคำคัดค้านของผู้ต้องหาทั้งสอง นั้น&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อานนท์&amp;#39;อ้างทีมทนายกังวลศาลอาจส่งตัวไปเรือนจำนครไชยศรีที่เคยคุมตัวหมอชื่อดัง


&lt;p&gt;ต่อมา ได้มีการลงและแชร์ข่าวว่า หากศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขังจะนำผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมตัวที่เรือนจำนครไชยศรี เขตทุ่งสองห้อง นั้น เป็นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง &amp;nbsp;กรณีที่ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งสองมีสิทธิยื่นประกันตัวต่อศาลได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและหากในวันนี้ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราวจะถูกนำตัวไปคุมขังที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ตลอดทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยขณะแถลงข่าวในขณะนี้ได้ทำการไต่สวนผู้ต้องหาทั้งสองเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเหลือแต่เพียงรอฟังคำสั่ง ถ้าวันนี้ศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นประกันตัวต่อศาลได้เลยแต่หากผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยอมยื่นประกันตัวก็จำเป็นที่จะต้องนำไปควบคุมตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพเหมือนคดีอาญาทั่วไปจึงขอความกรุณาสื่อมวลชนช่วยเผยเเพร่ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยเฟกนิวส์กับความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลต่อผู้ชุมนุมหรือไม่ นายชูชัย กล่าวว่า โดยส่วนตัวตนมองว่าบ้านเมืองขณะนี้ยุ่งกันอยู่เเล้ว บางดรื่องเราต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ ไม่อยากไปพูดว่าคนไหนจะต้องผิด เราต้องทำอย่างไรให้อยู่กันได้ ต้นไม่อยากตอบว่าผิดหรือไม่เพราะถ้าตนตอบว่าผิด ในฐานะอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีก็จะต้องเข้ามาที่ศาลอาญาเเละตนไปให้คงามเห็นก่อนหน้าก็จะต้องถูกโจมตี บางเรื่องเราจึงไม่ควรพูดเรื่องผิดถูกแต่ใช้หลักรัฐศาสตร์บางทีก็ดีกว่าหลักนิติศาสตร์ อย่างนี้เรื่องผู้ชุมนุมวันนี้ตนก็ยืนยันว่าเค้าจะมองแบบหลักรัฐศาสตร์ จะดำเนินคดีหรือไม่ยังตอบไม่ได้แต่ขอความร่วมมือทุกฝ่ายเพราะผู้ที่มาศาลก็จะต้องมีข้อกำหนด ถ้าไปฝ่าฝืนก็มีความผิดไม่อยากให้ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมก็ให้อิสระโซนข้างล่างพอสมควร จะได้ปลดปล่อยกันบ้าง แต่พยายามอย่ามาถามผมว่าอันนี้ผิดหรือถูก&amp;rdquo; อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์, อานนท์, เรือนจำนครไชยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200808/image_big_5f2e5613e5437.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธ.ศาลอาญา ประกาศ 13 มาตรการเข้มกันโควิด-19 ห้ามกลุ่มเสี่ยงเข้าศาลอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63 - นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ออกประกาศข้อกำหนดศาลอาญา เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ความว่า โดยที่กระทรวงสาธารณสุขมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของบุคลากร คู่ความ และประชาชนที่มาติดต่อราชการในศาลอาญาอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 ศาลอาญาจึงเห็นควรกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้อกำหนดนี้เรียกว่า ข้อกำหนดศาลอาญา เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับนับถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ห้ามมิให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้ามาในอาคารศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1บุคคลที่มีไข้โดยวัดอุณหภูมิร่างกายเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2บุคคลที่เดินทางมาจากหรือแวะผ่าน (Transit) หรือเปลี่ยนเครื่อง (Transfer) ณ ประเทศหรือเขตการปกครองที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย และเข้ามาอยู่ในประเทศไทยยังไม่เกิน 14 วัน รวมทั้งบุคคลที่พักอาศัยในที่พักเดียวกัน หรือบุคคลที่ติดต่อใกล้ชิดกับบุคคลดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ผู้ที่มาติดต่อราชการซึ่งเป็นบุคคลตามข้อ 3 หรือผู้ที่นำบุคคลดังกล่าวมา มีหน้าที่ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของศาลทราบก่อนเข้าอาคารศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์มีอำนาจตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเข้าอาคารศาลอาญาว่า บุคคลใดเป็นบุคคลตามข้อ 3 หรือไม่ หากบุคคลนั้นมิได้ให้ความยินยอมหรือมีข้อสงสัยว่าเป็นบุคคลตามข้อ 3 ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์แจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาทราบ และให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาเสนอรายงานต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.บุคคลที่เข้ามาในบริเวณศาลอาญา จะต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์การคัดกรองตามที่ศาลอาญากำหนด และห้ามปกปิดหรือทำลายเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ การคัดกรองออกจากบริเวณที่ติด และต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในบริเวณศาลอาญา รวมทั้งควรล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ที่ศาลอาญาได้จัดเตรียมไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.กรณีบุคคลตามข้อ 3 เป็นคู่ความพยานและบุคคลที่โจทก์หรือจำเลยร้องขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.กรณีบุคคลตามข้อ 3 มีความประสงค์จะขอเลื่อนการพิจารณาคดี ให้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อขอคำแนะนำ และต้องยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาคดีพร้อมแนบหลักฐานใบรับรองแพทย์ สำเนาหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นโดยที่ระบุว่าเป็นบุคคลตามข้อ 3 โดยให้ส่งคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาคดีทางไปรษณีย์ หรือทางโทรสารหมายเลข 02-512-8346 หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail crime@coj.go.th หรือทางเว็บไซต์ https://crime.coj.go.th ตามคิวอาร์โค้ดระบบขอเลื่อนคดีของกลุ่มผู้เฝ้าระวัง COVID-19 ที่แนบมาพร้อมข้อกำหนดศาลอาญานี้หรือมอบฉันทะให้ผู้ที่ไม่ใช่บุคคลในข้อ 3 มายืนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ในการพิจารณาคดี อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเท่านั้นเข้าไปในห้องพิจารณาคดี จำเลยหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกคุมขังต้องนั่งในบริเวณที่ศาลกำหนดไว้ให้เป็นสัดส่วนเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอื่น (Social Distancing) และห้ามญาติผู้ต้องขังเยี่ยมผู้ต้องขัง ณ ห้องขังของศาลบริเวณชั้น 1 ห้องพิจารณาคดี ตลอดจนระหว่างทางเดินไปยังห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.การติดต่อราชการศาล การพิจารณาคดีอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเท่านั้น เว้นแต่บุคคลที่มีความจำเป็นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคู่ความ เช่น อัยการ ทนายความพยาน และบุคคลที่โจทก์หรือจำเลยร้องขอ โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอื่น Social Drag ตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.พนักงานขนส่งสินค้าพัสดุและอาหารของบริษัทเอกชน ให้ส่งสินค้าพัสดุและอาหารด้านหน้าอาคารศาลอาญาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.บุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการภายในห้องผู้บริหาร ห้องผู้พิพากษา ห้องทำงานธุรการต้องแลกบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรแสดงบุคคลประเภทอื่น หรือหลักฐานในการมาติดต่อราชการศาล ณ ประตูทางเข้าอาคารศาลอาญาชั้น 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ ปกปิดข้อมูลหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับสถานะของบุคคลตามข้อ 3 หรือขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อ 5,6,9-12 หรือปกปิดหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จตามข้อ ให้ถือว่ามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31 (1)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e070cb5d5d6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยกย้ายผู้พิพากษา!ก.ต.เห็นชอบ&#039;ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์&#039;นั่งอธ.ศาลอาญา&#039;สราวุธ&#039;เลขาฯสำนักงานศาลอีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สราวุธ เบญจกุล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ศาลฎีกา สนามหลวง นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะ ประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้นัดประชุม ก.ต.ครั้งที่ 11/2562 ซึ่งมีวาระพิจารณา โยกย้าย แต่งตั้งและสับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ชั้น 4 รวม 130 คน&amp;nbsp;

โดยที่ประชุม ก.ต.มีมติเห็นชอบ โยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งระดับอธิบดีผู้พิพากษา อาทิ นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ จากผู้พิพากษาศาลฎีกา (พ.ฎีกา) ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา, นายอาคม รุ่งแจ้ง พ.ฎีกา ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, นายภพพิสิษฐ&amp;nbsp; สุขะพิสิษฐ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, นางวราภรณ์ สหัสโพธิ์ พ.ฎีกา ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี, นายปุณณะ จงนิมิตรสถาพร ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา (ผช.ฎีกา) ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;nbsp;

นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7, นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษ (ล้มละลาย) ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง, นายสุรินทร์ ชลพัฒนา ประธานแผนกสิ่งแวดล้อม ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไปเป็น เลขาธิการประธานศาลฎีกา, นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1, นายวิเชียร อภิรัตน์มนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3, นายยอน พลาบดีวัฒน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2, นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6, นายพงษ์เดช วานิชกิตติกุล&amp;nbsp; ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ (พ.อุทธรณ์) ไปเป็น เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

การพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการตุลาการ 130 คนดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ต.ยังมีมติเห็นชอบให้ นายสราวุธ เบญจกุล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ต่อไปอีก 1 วาระ (2 ปี)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ชีพ จุลมนต์, ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์, ศาลยุติธรรม, สราวุธ เบญจกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d18bafa52ed6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
