<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่สาวชูวงษ์&#039; พอใจคำพิพากษาประหาร &#039;บรรยิน&#039; คุ้มค่ากับที่รอ-ครอบครัวได้รับความเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.64 - นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลพิพากษาประหารชีวิต พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ หลายสมัย &amp;nbsp;ว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาล คุ้มค่ากับระยะเวลาที่รอมานาน &amp;nbsp;ขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษาที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว และขอบคุณสื่อที่ติดตามคดีนี้มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตัวเชื่อว่ามีคนอื่นที่ร่วมกันฆาตกรรมน้องชายตนเอง เนื่องจากในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาก็มีผู้ร่วมลงมือก่อเหตุ พร้อมกับขอแสดงความเสียใจไปยังผู้พิพากษาที่ต้องสูญเสียพี่ชายจากคดีโอนหุ้น&amp;quot; นางวันเพ็ญ &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;


	ศาลสั่งประหารชีวิต &amp;#39;บรรยิน&amp;#39; คดีฆ่า &amp;#39;เสี่ยชูวงษ์&amp;#39;


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง, บรรยิน ตั้งภากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007d6088295c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอดยาก! คุมเข้ม &#039;บรรยิน&#039; สืบพยานคดีฆ่า &#039;เสี่ยชูวงษ์&#039; ทนายโจทก์มั่นใจพยานหลักฐานเอาผิดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย. 63 - ที่ศาลอาญาพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลนัดสืบพยานโจทก์ ในคดีหมายเลขดำที่ 4915/2559 ที่นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยานายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อดีตนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ กับพวก และพนักงานอัยการ ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรอบศาลอาญาพระโขนง มีการวางกำลังกำลังตำรวจทั้งพื้นที่ สน. บางนา, ตำรวจกองกำกับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 รวมทั้งกองปราบปราม ประจำทางเข้าและทางออกของศาล เพื่อเข้มงวดการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิดหรืออีโอดี ได้เข้าทำการตรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบของศาล ก่อนมีการสืบพยาน มีขบวนรถตำรวจกองปราบฯ พร้อมด้วยชุดปฎิบัติการพิเศษหนุมาน นำขบวนรถราชทัณฑ์นำตัว พ.ต.ท.บรรยิน จากเรือนจำบางขวางไปที่ศาลอาญาพระโขนง โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องร่วมฟังการสืบพยาน และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบริเวณพื้นที่ศาล ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก คำชุ่ม ทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การสืบพยานโจทก์กำหนดขึ้นในเดือน เม.ย.-พ.ค. แต่ติดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ศาลจึงเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. มีการสอบไปแล้วประมาณ 13 ปาก ส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสิรินธร เจ้าหน้าที่กู้ภัย ส่วนวันนี้ มีนำสืบพยานโจทก์ รวม 2 ปาก คือ ตำรวจ 2 นาย ทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพรถยนต์คันเกิดเหตุของนายชูวงษ์ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่เก็บวัตถุพยานต่างๆ ในรถยนต์ รวมถึงคราบเลือด ส่วนพยานคนในครอบครัวไม่เชื่อว่านายชูวงษ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนตัวมั่นใจว่านัดสืบพยานในเดือนหน้า พยานหลักฐานที่มีสามารถจะเอาผิด พ.ต.ท.บรรยิน ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.00 น. นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ หรือบอส บุตรชาย พ.ต.ท.บรรยิน ได้ขับรถยนต์ปอร์เซ่ ทะเบียน ฆฌ39 กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมฟังการสืบพยาน กระทั่งเวลา 14.40 น. เจ้าหน้าที่นำตัว พ.ต.ท.บรรยิน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหากลับเรือนจำกลางบางขวาง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และชุดปฎิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบปราม โดยศาลนัดสืบพยานต่อไปวันที่ 30 มิ.ย. 2563 และวันที่ 1 ก.ค. 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69612</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง, บรรยิน, ศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec205d30453e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม!ศาลสั่งคุกแก๊งบรรยิน ปลอมเอกสารโอนหุ้นชูวงษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี นักธุรกิจรับเหมา หมายเลขดำ อ.305/2561, อ.3352/2559 และ อ.3354/2559 (รวมกับคดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วม) ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์&amp;nbsp;และนางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี ภรรยาของนายชูวงษ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกสามี ผู้เสียหาย เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล อายุ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี อดีตพริตตี้คนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน,&amp;nbsp;น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล (ชื่อปัจจุบัน น.ส.วัชรียา หรือน้ำมนต์ วัชรประยงค์วุฒิ) อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี เจ้าหน้าที่การตลาด หรือโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง และคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน,&amp;nbsp;พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน และ น.ส.ศรีธรา พรหมา อายุ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ปี มารดาของ น.ส.อุรชา เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-4&amp;nbsp;ในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ลักทรัพย์ และรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,&amp;nbsp;265,&amp;nbsp;268, 334,&amp;nbsp;335 วรรคหนึ่ง (5) (7) กับวรรคสาม,&amp;nbsp;357&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2561 ส่วนครอบครัวนายชูวงษ์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 ซึ่งพฤติการณ์คดีกล่าวหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและโอนหุ้น มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ของนายชูวงษ์ไปโดยมิชอบ ก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิตจากเหตุรถยนต์หรูยี่ห้อเลกซัสสีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กทม. ของนายชูวงษ์ ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ขับ เกิดเสียหลักไปชนกับต้นไม้ที่ริม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. ช่วงปี 2558 ซึ่งพฤติการณ์คดีได้กล่าวหา น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 ที่รู้จักกับนายชูวงษ์ กับ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค ประเทศไทย ขณะที่ น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 โบรกเกอร์ซึ่งเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน นั้น ร่วมกับ พ.ต.ท.บรรยิน ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่ครอบครัวนายชูวงษ์ยื่นฟ้องนั้น กล่าวหาว่ามีการจัดทำใบขอถอน/โอนหลักทรัพย์ด้วยปากกาพิเศษที่สามารถลบได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระงับสิทธิระหว่างนายชูวงษ์ กับบริษัทหลักทรัพย์ (AEC จก.) วันที่ 5 มิ.ย. 2558 จำเลยร่วมกันนำเอกสารนั้น-สำเนาบัตร ปชช.นายชูวงษ์ ไปยื่นโอนหุ้นมูลค่า 38,050,000 บาทกับบริษัทหลักทรัพย์ไปโดยทุจริต และกรณีกล่าวหาจัดทำใบขอถอน/โอนหลักทรัพย์ด้วยปากกาพิเศษที่สามารถลบได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระงับสิทธิระหว่างนายชูวงษ์ กับบริษัทหลักทรัพย์ (RHB) วันที่ 22 มิ.ย. 2558 จำเลยร่วมกันนำเอกสารนั้น-สำเนาบัตร ปชช.นายชูวงษ์ ไปยื่นโอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านกับบริษัทหลักทรัพย์ไปโดยทุจริต ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์ 3-5 ล้านบาท ระหว่างพิจารณา ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 เพิ่งถูกเพิกถอนการประกันตัวเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2563 เนื่องจากปรากฏเหตุว่า พ.ต.ท.บรรยิน กำลังถูกสอบสวนคดีมีคนร้ายลักพาตัวพี่ชายของผู้พิพากษาอาวุโสเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ เพื่อบังคับกดดันผลคดีให้ยกฟ้อง กระทั่งพี่ชายผู้พิพากษานั้นเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ อดีตพริตตี้ จำเลยที่ 1, อดีตโบรกเกอร์ และมารดา จำเลยที่ 2, 4 ที่ได้ประกันตัวมาศาลตามนัด ด้าน พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศาลไม่ได้เบิกตัวมาศาล โดยได้อ่านคำพิพากษาให้ฟังผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วยระบบปฏิบัติการออนไลน์แอพพลิเคชั่น Cisco Jabber (ซิสโก้ แจ๊บเบอร์) จากห้องพิจารณาคดีของศาลถ่ายทอดสดไปยังเรือนจำ ซึ่งมีนายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ บุตรชายของ&amp;nbsp;พ.ต.ท.บรรยิน ก็ได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาในส่วนของบิดาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ฝ่ายครอบครัวของนายชูวงษ์ มีนางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ พร้อมคนใกล้ชิด มาศาลร่วมฟังคำพิพากษาด้วย สำหรับบรรยากาศการพิจารณาคดี มีผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์ 5 คน พร้อมถ่ายทอดภาพวิดีโอ พ.ต.ท.บรรยิน จากเรือนจำ โดยบริเวณห้องพิจารณามีตำรวจศาลร่วมรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และใช้เวลาอ่านคำพิพากษาโดยละเอียดกว่า 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของพนักงานอัยการโจทก์ที่ 1 และนางศิริรัตน์ แช่ตั๊ง โจทก์ที่ 2 และจำเลยทั้งสี่แล้ว เห็นว่า เอกสารใบคำขอ/ถอนโอนหลักทรัพย์ทั้งสองบริษัทที่โอนหุ้นไปให้ น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 และ น.ส.ศรีธรา จำเลยที่ 4 และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายชูวงษ์มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ทั้งการโอนไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบริษัทหลักทรัพย์ทั้งสอง ตามที่เจ้าหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเจ้าหน้าที่ของบริษัท อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เบิกความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งได้ความจากพยานบุคคล พยานเอกสาร และวัตถุพยานซึ่งเป็นบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดว่า น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 กับ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 และ น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 กับ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเป็นพิเศษมากกว่านายชูวงษ์ ไม่มีเหตุที่นายชูวงษ์จะโอนหุ้นจำนวนมากให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นมารดาของจำเลยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 1-2 มีหน้าตาดี จำเลยที่ 3 ชอบพอ จึงร่วมกันยักย้ายหุ้นของนายชูวงษ์ จำเลยร่วมกันไปรับประทานอาหาร ตีกอล์ฟ เที่ยวประเทศอังกฤษ โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1-2 ไปซื้อทรัพย์สินฟุ่มเฟือย ส่วนที่จำเลยที่ 2 ตั้งครรภ์ แพทย์เบิกความผลการตรวจว่าเด็กในครรภ์มีการปฏิสนธิประมาณเดือน มิ.ย. - ต้นเดือน ก.ค. 2558 ก่อนนายชูวงษ์เสียชีวิตวันที่ 28 ก.ค. 2558 เป็นเวลาไม่นาน และพยานหลักฐานไม่พบว่านายชูวงษ์มีพฤติกรรมสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1-2 ตามที่จำเลยกล่าวอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโอนหุ้นนั้น จำเลยที่ 2 อ้างว่าไม่สามารถรับโอนหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นของตนเองได้ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ ต้องให้จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นมารดาเป็นผู้รับโอนแทน โดยโทรศัพท์ที่ใช้ในการยืนยันการโอนหุ้น อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 3 เสียงพูดโทรศัพท์ที่ยืนยันการโอนหุ้นไม่ใช่เสียงของนายชูวงษ์ แต่พยานที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับนายชูวงษ์และจำเลยที่ 3 ยืนยันว่าเป็นเสียงจำเลยที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนและหลังการโอนหุ้น จากการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์และภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานที่ต่างๆ พบว่าจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 2 ได้พบปะและพูดคุยบ่อย รวมทั้งระหว่างที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ไปเบิกเงินจากที่ได้จากการขายหลักทรัพย์ที่รับโอนมา ทำให้เชื่อว่า ในการโอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 มารดาจำเลยที่ 2 นั้น นายชูวงษ์ไม่มีส่วนรู้เห็น แต่จำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ร่วมกันปลอมใบคำขอถอน/โอนหลักทรัพย์และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายชูวงษ์แล้วโอนหุ้นของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) จำนวน 9,500,000 หุ้น มูลค่า 228,000,000 บาท รวมทั้งจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 โอนหุ้นของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL), บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) หลักทรัพย์ของบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) รวมมูลค่า 35,050,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 4 มารดาของจำเลยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 4 ศาลเห็นว่า ในขณะที่จำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ร่วมกันปลอมคำขอถอน/โอนหลักพรัพย์และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายชูวงษ์นั้น จำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 เป็นคนดำเนินการ โดยจำเลยที่ 2 แจ้งกับจำเลยที่ 4 ว่า คนรักของจำเลยที่ 2 เป็นคนดำเนินการโอนหุ้นให้ เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ จะเปิดบัญชีรับเองไม่ได้ เป็นเหตุผลที่จำเลยที่ 4 ที่เป็นมารดาย่อมเชื่อ พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 มีส่วนร่วมในการปลอมใบคำขอถอน/โอนหลักทรัพย์และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายชูวงษ์ดังกล่าวตามฟ้อง แต่เข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ดำเนินการโอนหุ้นเข้ามาในบัญชีหลักทรัพย์ที่เปิดไว้ในชื่อจำเลยที่ 4 หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันขายหุ้นที่รับโอนมาเข้าบัญชีของจำเลยที่ 4 แล้วจำเลยที่ 4 เป็นคนดำเนินการเบิกถอนเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยที่ 4 ว่า ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร แต่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง โดยโจทก์ที่ 2 ฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ว่า ร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจรเงินที่ได้จากการขายหุ้นดังกล่าวด้วย แต่ศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าข้อหาดังกล่าวไม่มีมูล คดีถึงที่สุดไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม พิพากษาให้จำคุก น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล จำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี, จำคุก น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล จำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี, จำคุก พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ กระทงละ 4 ปี 2 กระทง รวมจำคุก 8 ปี ยกฟ้อง น.ส.ศรีธรา พรหมา จำเลยที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ เปิดเผยหลังฟังคำพิพากษา ว่า ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม รอมา 4 ปี 9 เดือน และขอแสดงความเสียใจกับพี่ชายของผู้พิพากษาที่เสียชีวิตจากคดีนี้ วันนี้เป็นคดีอาญาชั้นต้นในเรื่องหุ้น ส่วนคดีฆาตกรรมที่อัยการกับญาติเป็นโจทก์ร่วมนั้น จะคัดคำพิพากษาของคดีนี้ ไปยื่นต่อศาลอาญาพระโขนงในคดีฆาตกรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวันเพ็ญ กล่าวต่อไปว่า คดีนี้ไม่ได้ช้าที่ศาล ถ้าอธิบดีอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ในสมัยนั้นส่งฟ้อง น่าจะจบไปภายใน 2 ปี อยากเรียกร้องอัยการสูงสุด ให้สอบอธิบดีอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ คนก่อนที่สั่งไม่ฟ้องว่าเป็นธรรมหรือไม่ คดีนี้มีความซับซ้อนและยาก ขอขอบคุณตำรวจกองปราบปราม ที่หาหลักฐานมาอย่างยากลำบาก และอัยการเจ้าของสำนวน ที่รักษาความเป็นธรรม รวมถึงสื่อมวลชนที่ติดตามคดีมาตั้งแต่ต้น ทำให้ฝ่ายนั้นวิ่งเต้นยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวันเพ็ญ เผยด้วยว่า คำพิพากษาเป็นการพิสูจน์สิ่งที่มีการใส่ความน้องชายตนว่ามีสัมพันธ์กับหญิงสาวไม่เป็นความจริง เพราะนอกจากถูกโกงหุ้นแล้วก็ยังเสียชื่อเสียง วันนี้ก็ดีใจที่ไม่เสียชื่อเสียง ซึ่งการโอนหุ้นไม่ใช่วัตถุประสงค์ของผู้ตาย การเสียชีวิตมีมูลเหตุ คดีแพ่งที่จำหน่ายไว้ชั่วคราว หลังจากนี้ก็จะคัดคำพิพากษาคดีนี้ไปยื่นคดีแพ่งด้วย ตนมั่นใจในพยานหลักฐาน ที่กองปราบปรามทำไว้แน่นมาก ก่อนหน้าเราต่อสู้ฟ้องเองมา ขอบคุณ ผบ.ตร. อัยการสูงสุดที่เห็นแย้งยื่นฟ้อง และเราได้กลับมาเป็นโจทก์ร่วม ที่ผ่านมาใช้ชีวิตลำบาก ต้องระแวดระวัง ไม่อยากเล่าว่าเจออะไรมาบ้าง ส่วนการอุทธรณ์คดีนั้น ต้องปรึกษาทีมทนายความก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยอื่นที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ในส่วนของ น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล อดีตพริตตี้ จำเลยที่ 1 นั้น ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เดิม 5 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ส่วนป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์ จำเลยที่ 2 ยื่นหลักทรัพย์เดิม 3 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้ว เห็นควรส่งให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและมีคำสั่งว่าจะให้ประกันหรือไม่ต่อไป โดยจำเลยทั้งสองก็จะต้องถูกนำตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางระหว่างรอฟังคำสั่งประกันจากศาลอุทธรณ์ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60345</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e7457a0253f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดพิพากษา&#039;บรรยิน&#039; กับพวก คดีโอนหุ้น &#039;เสี่ยชูวงษ์&#039; 20 มี.ค. พร้อมอ่านออนไลน์ให้จำเลยฟังในเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19&amp;nbsp;มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (20&amp;nbsp;มี.ค.) เวลา&amp;nbsp;9.00&amp;nbsp;น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง นัดอ่านคำพิพากษาคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี นักธุรกิจรับเหมาหมื่นล้าน หมายเลขดำ อ.305/2561 (รวมกับคดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมแล้ว) ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ และนางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี ภรรยาของนายชูวงษ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกสามี กับครอบครัวของนายชูวงษ์ รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ที่เป็นผู้เสียหาย เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล อายุ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี อดีตพริตตี้คนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน,&amp;nbsp;น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล (ชื่อปัจจุบัน น.ส.วัชรียา หรือน้ำมนต์ วัชรประยงค์วุฒิ) อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี เจ้าหน้าที่การตลาด หรือโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง และคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน,&amp;nbsp;พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน และ น.ส.ศรีธรา พรหมา อายุ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ปี มารดาของ น.ส.อุรชา เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-4&amp;nbsp;ในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ลักทรัพย์ และรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,&amp;nbsp;265,&amp;nbsp;268, 334,&amp;nbsp;335 วรรคหนึ่ง (5) (7) กับวรรคสาม,&amp;nbsp;357&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ เปิดเผยจะไปร่วมฟังคำพิพากษาตามนัดหมายอย่างแน่นอน จะไปรอฟังข่าวดีที่เราเรียกร้องความเป็นธรรมมา คดีนี้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีกว่าแล้ว เพิ่งถึงศาลชั้นต้น สำหรับมูลค่าหุ้นในคดีนี้นั้น มีจำนวนกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ล้านบาท มูลค่าปัจจุบันก็มากกว่า&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;ล้านบาทไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ต่อสื่อมวลชนในการนัดอ่านคำพิพากษานี้ว่า 1. ท่านที่จะเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาที่ศาลขอให้ลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้ แต่จำเลยที่ 3 (พ.ต.ท.บรรยิน) ไม่ได้เบิกตัวมาที่ศาล ใช้การอ่านคำพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ฟังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่จำเลยที่ได้รับการประกันตัวที่ต้องเดินทางมาศาล 2. การคัดกรองกรณีโควิด จะตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าศาล มีเจลบริการ แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามันทุกท่าน 3. ศาลอาญากรุงเทพใต้จะจัดเตรียมสรุปย่อผลคำพิพากษาส่งให้ทีมงานโฆษกศาลยุติธรรมเพื่อส่งให้สื่อมวลชนต่อไป ถ้าไม่จำเป็นจึงไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;กรณีกล่าวหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและโอนหุ้น มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ของนายชูวงษ์ไปโดยมิชอบ ก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิตจากเหตุรถยนต์หรูยี่ห้อเลกซัสสีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กทม. ของนายชูวงษ์ ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ขับ เกิดเสียหลักไปชนกับต้นไม้ที่ริม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. ช่วงปี 2558 ซึ่งพฤติการณ์คดีได้กล่าวหา น.ส.กัญฐณา จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่รู้จักกับนายชูวงษ์ กับ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์&amp;nbsp;อาร์เอชบี&amp;nbsp;โอเอสเค ประเทศไทย&amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 โบรกเกอร์ซึ่งเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน นั้น ร่วมกับ พ.ต.ท.บรรยิน ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยทั้งสามได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณา โดย น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 ประกัน 5 ล้านบาท,&amp;nbsp;น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 ประกัน 3 ล้านบาท และ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ประกัน 5 ล้านบาท พร้อมกับมีเงื่อนไขห้ามออกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย&amp;nbsp;แต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตการปล่อยชั่วคราว พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ในคดีโอนหุ้นนี้ และให้ออกหมายขังจำเลยไว้ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากปรากฏเหตุว่า พ.ต.ท.บรรยิน ถูกสอบสวนคดีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกับพวกรวม 6 คน ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานฯ,&amp;nbsp;พยายามข่มขืนใจโดยร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวฯ,&amp;nbsp;เป็นซ่องโจร รวม 3 ข้อหา จากที่เกิดเหตุช่วงต้นเดือน ม.ค.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;คนร้ายลักพาตัวพี่ชายของผู้พิพากษาอาวุโสเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ เพื่อบังคับกดดันผลคดีให้ยกฟ้อง ซึ่งพี่ชายของผู้พิพากษาได้เสียชีวิตระหว่างถูกลักพาตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของคดีแพ่งกรณีการโอนหุ้นนี้ ครอบครัวของนายชูวงษ์ได้ยื่นฟ้องแพ่ง&amp;nbsp;2 สำนวน&amp;nbsp;ประกอบด้วย คดีหมายเลขดำ พ.1280/2559 ฟ้อง น.ส.กัญฐณา, พ.ต.ท.บรรยิน, บ.หลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กับเจ้าหน้าที่หลักทรัพย์อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;ในฐานความผิด ผิดสัญญา,&amp;nbsp;เพิกถอนนิติกรรมการโอนหุ้น,&amp;nbsp;ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน จำนวนทุนทรัพย์ 245,100,000 บาท กับคดีหมายเลขดำ พ.1409/2559 ฟ้อง น.ส.ศรีธรา, น.ส.อุรชา หรือ น.ส.วัชรียา, พ.ต.ท.บรรยิน และบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-4&amp;nbsp;ในฐานความผิด ผิดสัญญา,&amp;nbsp;เพิกถอนนิติกรรมการโอนหุ้น, ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน,&amp;nbsp;สินสมรส จำนวนทุนทรัพย์ 37,887,609 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง, บรรยิน ตั้งภากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db921963b37f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายเรียก&#039;บรรยิน&#039;ฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ ออกหมายเรียก &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; &amp;nbsp; พร้อมพวกรวม 5 คน ข้อหาฟอกเงิน จากการยักยอกทรัพย์ &amp;quot;เสี่ยชูวงษ์&amp;quot; ที่ถูกฆาตกรรม เจ้าตัวอ้างติดธุระต้องขึ้นศาล ยังไม่ขอเข้าพบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ได้ออกหมายเรียก พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.กระทรวงพาณิชย์ และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์ เพื่อให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีร่วมกันฟอกเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด ที่เสียชีวิตหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่เดินทางกลับจากไปตีกอล์ฟกับ พ.ต.ท.บรรยิน แต่ทางญาติของผู้ตายไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ กระทั่งร้องเรียนให้กองปราบฯ รื้อคดี ก่อนจะมีความเห็นว่าเป็นเหตุฆาตกรรม อันมีสาเหตุมาจากการปลอมหลักฐานการโอนหุ้นของนายชูวงษ์มูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท ให้กับ น.ส.อุรชาและ น.ส.กัญฐณา สาวคนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาก็ได้มีการยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการขายหุ้นดังกล่าว ก่อนนำไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.ท.บรรยินกล่าวว่า ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามที่ถูกออกหมายเรียกแต่อย่างใด &amp;nbsp;เนื่องจากในวันที่ 15 ส.ค. ตนติดคดีที่ศาลพระโขนง หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนก็คงจะออกหมายเรียกซ้ำให้เข้ามาพบเพื่อแจ้งข้อหา ซึ่งต้องพิจารณาอีกว่าในวันที่ออกหมายเรียก ตนมีคดีที่ศาลอีกหรือไม่ แต่ยืนยันไม่ได้คิดหลบหนี เพราะหากตนไม่เดินทางไปศาลตามกำหนดนัด ก็เกรงว่าอาจถูกเพิกถอนการประกันตัวในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.บรรยินกล่าวต่อว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่ถูกดำเนินเพิ่มเติมครั้งนี้ ทราบว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ต่อเนื่องจากคดีโอนหุ้นและคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่ากรณีที่ ปปง.มาแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงิน เพราะก่อนหน้านี้ได้มีผู้ต้องหาโอนหุ้นบางคนไปแจ้งความดำเนินคดีกับเลขาฯ ปปง. ในความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เนื่องจากได้ยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ 90 วัน แต่ยังไม่ดำเนินการใดๆ ให้ ต่อมาทาง ปปง. จึงเข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา 5 คนในข้อหาฟอกเงินดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเสกสรร เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล หรือน้ำตาล อดีตพริตตี้คนสนิทเสี่ยชูวงษ์ เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้เข้ามาขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวนไปเป็นวันที่ 28 ส.ค.นี้ พร้อมเผยว่า เนื่องจากเพิ่งจะได้รับหมายเรียก ซึ่งพนักงานสอบสวนส่งไปที่บ้านพักย่านถนนราชพฤษ์ เพราะตามปกติ น.ส.กัญฐณาไม่ค่อยได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว นอกจากนี้ก็ยังรวบรวมเอกสารหลักฐานไม่ทันด้วย จึงขอเลื่อนการเข้าพบไปก่อน โดยยืนยันว่าไม่ได้คิดหลบหนี และก็ยังยืนยันว่า น.ส.กัญฐณาขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 ส.ค.61 น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์ พร้อมด้วย น.ส.ศรีธรา พรหมมา มารดา และนายชัยพรรณ พรหมมา น้องชาย ที่ถูกออกหมายเรียกให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวในคดีเดียวกันจะเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.ในวันพรุ่งนี้ตามกำหนดเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15423</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญฐณา ศิวาธนพล, ชัยพรรณ พรหมมา, ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี, ศรีธรา พรหมมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุรชา วชิรกุลฑล, เสกสรร เสนาชู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72ebb069da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบเผยอัยการสั่งฟ้อง &#039;บรรยิน&#039; จัดฉากฆ่า &#039;เสี่ยชูวงษ์&#039; นำตัวส่งศาล 15 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.61 - &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกปราบปราม (รอง ผบก.ป.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เมื่อปีพ.ศ.2558 ว่า คดีนี้ญาติของนายชูวงษ์ผู้เสียชีวิตได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เกี่ยวกับสาเหตุการตายที่แท้จริงของนายชูวงษ์ ทางสตช. จึงได้มีคำสั่งให้มีการโอนย้ายคดีมาอยู่ในอำนาจของกองบังคับการปราบปราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการรวบรวมพยานหลักฐานนั้นปรากฏว่าสาเหตุการตายของนายชูวงษ์ไม่ใช่เหตุของการขับรถประมาทแต่เป็นการฆาตรกรรมนายชูวงษ์แล้วมีการนำศพมาจัดฉากจึงได้แจ้งข้อหาพร้อมสรุปสำนวนส่งความเห็นให้อัยการ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ นายตำรวจนอกราชการอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนของนายชูวงษ์ และเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้องในข้อหากระทำประมาทเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา กรุงเทพใต้ (พระโขนง)ได้แจ้งมาว่ามีคำสั่งฟ้องนายบรรยิน ในข้อหาฆ่านายชูวงษ์โดยไตร่ตรองไว้ก่อนและให้พนักงานสอบสวนควบคุมตัวนายบรรยินไปส่งพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 15มิถุนายน ส่วนข้อหากระทำประมาทสาเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายที่พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีความเห็นพ้องกันให้สั่งไม่ฟ้องนายบรรยินในข้อหานี้นั้น ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องส่ง ผบ.ตร.ทำความเห็นนั้น บัดนี้ ผบ.ตร.ได้มีความเห็นพ้องด้วยพนักงานอัยการคือสั่งไม่ฟ้องในข้อหาประมาทเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตายจึงเป็นที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ จากพยานหลักฐานพบว่า มีการล่อลวงให้นายชูวงษ์เดินทางมาพบที่สนามกอฟ ก่อนจะใช้กลอุบายพาไปในสถานที่เปลี่ยวและใช้ของแข็งลงมือทำร้ายที่ศรีษะจนเสียชีวิตก่อนนำร่างของนายชูวงษ์มาจักฉากว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ ส่วนแรงจูงใจน่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์การโอนหุ้นส่วนเมื่อหากอัยการยื่นฟ้องนายบรรยินต่อศาลอาญากรุงเทพใต้แล้วจะคัดค้านการประกันตัวตัวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่านายบรรยินมีพฤติการที่จะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือไม่หากพบว่ามีทางพนักงานสอบสวนก็จะยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการเพื่อยื่นต่อศาลขอให้คัดค้านการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คดีนี้เมื่ออัยการสั่งฟ้องในคดีฆ่าโดยไตร่ตรองแล้ว คาดว่าเมื่อมีการยื่นฟ้องต่อศาลก็จะมีการสั่งรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับที่ญาติของนายชูวงษ์ได้ยื่นฟ้องและศาลประทับรับฟ้องไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์เดียวกันญาติของนายชูวงษ์ก็จะมีสถานะเป็นโจทก์ร่วมในคดี&amp;quot; พ.ต.อ.ชาคริต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b10dff36949f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
