<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119809</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนร้องนายกฯ จัดการตลาด-แคมป์คนงานใกล้ชุมชน หวั่นคุมไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ได้นำประชาชน ซึ่งอยู่ในชุมชนกรุงเทพฯบริเวณใกล้แคมป์คนงานก่อสร้าง พร้อมด้วยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19&amp;nbsp; (ศบค.) โดยยื่นผ่านตู้ปณ. 1111&amp;nbsp;เพื่อเสนอให้จัดการตลาดและแคมป์คนงานใกล้ชุมชน เนื่องจากทางเครือข่ายฯ พบว่าสถานการณ์ขณะนี้น่ากังวลมีจุดใหญ่ที่สำคัญคือ พื้นที่แคมป์คนงานก่อสร้าง และ ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ จนเกิดหลายคลัสเตอร์ ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 เป็นจำนวนมากและทางศบค. ได้ให้เฝ้าระวังสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเครือข่ายฯจึงขอเสนอจุดยืนให้ทางศบค.ดำเนินการ มาตรการต่อตลาดสด&amp;nbsp;ตลาดนัด ตลาดนอกระบบ โดยยึดหลักการที่สำคัญเพื่อมุ่งรักษาตลาดต่างๆให้เป็นแหล่งอาหารของประชาชน&amp;nbsp;จึงขอให้ ศบค.เร่งตรวจเชิงรุกกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า&amp;nbsp;ลูกจ้างในตลาด จัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มคนเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นบุคคลากรด่านหน้าที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;รวมไปถึงพิจารณามาตรการเยียวยาแก่พ่อค้าแม่ค้า กรณีตลาดที่ถูกสั่งปิด อีกทั้ง ควรกำหนดให้มีระยะเวลาเข้าจัดการฟื้นฟูตลาดตามมาตรฐานสาธารณสุข&amp;nbsp; เพื่อให้กลับมาเปิดทำการตลาดได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งขอให้กทม.และ ทุกจังหวัดตรวจสอบอย่างเคร่งครัดในการดำเนินมาตรการเข้าออกตลาด และ ทำให้ได้ตลาดทุกแห่ง&amp;nbsp; ไม่เพียงแค่คัดกรอง แต่ผู้เข้ามาซื้อและขอให้มีการสุ่มตรวจอย่างสม่ำเสมอ ขอประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส หากมีตลาดไหนขาดความรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สำหรับตลาดนอกระบบไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับทางกทม. และ จังหวัด ขอให้ดำเนินการให้ตลาดดังกล่าวเข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียนเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมโควิดอย่างเข้มงวดอย่างเลือกปฏิบัติ&amp;nbsp;สำหรับคนงานก่อสร้างในแคมป์ใกล้ชุมชนขอให้ยึดหลักการ สวัสดิภาพผู้ใช้แรงงาน เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เข้าถึงสิทธิการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104338</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ตลาด, ค้นหาเชิงรุก, ฉีดวัคซีน, ชูวิทย์ จันทรส, แคมป์คนงานก่อสร้าง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af16cef0b93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง&#039;ปปช.&#039;ฟันผอ. ปล่อย5ครูขยี้กาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรด้านเด็กและสตรีร้อง ป.ป.ช. สอบ ผอ.โรงเรียนในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ฐานปล่อยครู 5 คนก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิง 2 คนนานนับปี เข้าข่ายละเว้นตามมาตรา 157 หรือไม่ หวังสร้างบรรทัดฐานผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ลอยตัวเหนือปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว พร้อมด้วยนางสาวอังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และตัวแทนเครือข่ายยุติความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ผ่านทางนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบนายราชัน อาจวิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงมอนวิทยาคม ฐานปล่อยปละละเลย เพิกเฉยจนเกิดเหตุการณ์ครู 5 คนและศิษย์เก่า 2 คน ข่มขืนนักเรียนอายุ 14 ปีและอายุ 16 ปีมาต่อเนื่องยาวนานนับปีในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า กรณีนี้เหตุเกิดทั้งในสถานที่ราชการและสถานที่เอกชน ต่อเนื่องกันตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 ถึงเดือนมีนาคม 2563 เป็นเวลานานร่วมปี เป็นเหตุให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้าง เพราะมีข้าราชการครูถึง 5 คนตกเป็นผู้ต้องหา นอกจากนั้นยังพบว่าคนกลุ่มนี้มีพฤติการณ์ตั้งวงมั่วสุมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบ้านพักครูเป็นประจำ จนนำไปสู่การชักชวนบุคลภายนอกมากระทำความผิดทางอาญา เป็นลักษณะโทรมหญิงตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งในเรื่องนี้หากผู้อำนวยการโรงเรียนมีการใส่ใจดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดคงต้องเห็นปัญหา และมีการตักเตือนกันตั้งแต่ปัญหาการตั้งวงดื่ม มั่วสุมกันแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เลยเถิดย่ามใจจนถึงขั้นก่อเหตุร้ายกับเด็กนักเรียนยาวนานขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากเหตุการณ์ดังกล่าว ป.ป.ช.ต้องสืบหาข้อเท็จถึงการปฏิบัติหน้าที่ของนายราชัน อาจวิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนดงมอนวิทยาคม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด มีหน้าที่ที่จะควบคุม ดูแล ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบวินัยของทางราชการ การปล่อยปละละเลยไม่ควบคุม ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด จนเป็นเหตุให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในการปกครองของตนล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กนักเรียนหญิง โดยไม่ยึดถือกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง แบบแผน ธรรมเนียมของทางราชการ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง และเป็นการป้องปรามผู้บริหารโรงเรียน สถานศึกษาต่างๆ ไม่ให้ลอยตัวเหนือปัญหาอย่างนี้&amp;rdquo; นายชูวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อังคณากล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถูกวิจารณ์ไปถึงต่างประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของวงข้าราชการครู บุคลากรการศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ลดทอนความเชื่อมั่น ส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการของรัฐบาลและประเทศชาติ ทางเครือข่ายฯ จึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อนำไปพิจารณา ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ขอให้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นว่า ผอ.ท่านนี้เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 หรือไม่ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมาย และยังเป็นการป้องปรามผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับให้ใส่ใจดูแลสถานศึกษา ครู นักเรียนและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ไม่ลอยตัวเหนือปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ขอให้มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปถึงผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่ง ให้กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติของข้าราชการครูให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบวินัย ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผน ธรรมเนียมของทางราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3.เครือข่ายฯ เชื่อมั่นว่าการดำเนินการในครั้งนี้ของ ป.ป.ช.จะช่วยสร้างขวัญ กำลังใจ ความสามัคคี ภาพลักษณ์ของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการให้ดีขึ้น ช่วยสร้างความเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ตลอดจนสร้างการยอมรับจากต่างประเทศ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่ประเทศไทยได้ลงนามในฐานะรัฐภาคี เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2535 เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากวิงวอนให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือคนใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งตัวเด็กนักเรียนนักศึกษาเองที่พบเห็นการกระทำของครูหรือบุคลากรทางการศึกษาเข้าข่ายการล่วงละเมิดทางเพศ หรือเป็นผู้ถูกกระทำ ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม นำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย หรือจะประสานงานขอคำปรึกษากับทางมูลนิธิได้ ทางเราพร้อมให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ&amp;rdquo; น.ส.อังคณากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67669</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ราชัน อาจวิชัย, สุทธิ บุญมี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อังคณา อินทสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed645191b414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้เอาผิดร้านเหล้า ขายนศ.เมาฆ่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จี้ ผบ.ชน.-ยุติธรรม สั่งปิดร้านเหล้าขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี กรณี นศ.อาชีวะถูกต่างสถาบันแทงเสียชีวิต หลังผู้ก่อเหตุดื่มมาจากร้านเหล้าในซอยวงศ์สว่าง 11 ซึ่งอยู่ในเขตโซนนิง ชี้ถึงเวลาร้านเหล้า ผับ บาร์ที่เป็นต้นทางปัญหาต้องรับผิดชอบ เคร่งครัดทำตามกฎหมาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ถูกแทงเสียชีวิตภายในซอยวงศ์สว่าง 11 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ โดยผู้ก่อเหตุเป็นนักศึกษาอาชีวะ ปี 1-ปี 3 และศิษย์เก่าสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 อายุตั้งแต่ 16-17 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากดื่มสุราจากร้านขายสุราภายในซอยวงศ์สว่าง 11 เช่นกัน เป็นชายจำนวน 11 คน หนึ่งในกลุ่มคนร้าย อายุ 16 ปี พกอาวุธมีดยาวประมาณ 8 นิ้ว แทงที่คอผู้เสียหายจนเสียชีวิต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ปรากฏในข่าวพบว่าเป็นการมุ่งเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ โดยละเลยที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็ก ตามข่าวชัดเจนว่ามีร้านที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีแน่นอน เป็นร้านที่ผู้ก่อเหตุไปดื่มกิน ซึ่งเป็นคำให้การของผู้ก่อเหตุที่อายุอยู่ระหว่าง 16-17 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 29 ระบุไว้ชัดเจน ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 ที่ว่าด้วยเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาร้านเหล้ารอบสถานศึกษา และปัญหาเด็กแว้น ซึ่งกำหนดพื้นที่ควบคุมหรือโซนนิงร้านขายเหล้าทุกรูปแบบ ห้ามมิให้ทำผิดกฎหมายในประเด็นสำคัญๆ เช่น ห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามขายเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ห้ามเสียงดังเกินที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น ซึ่งตามคำสั่งนี้หากอยู่ในพื้นที่โซนนิง สถานประกอบการดังกล่าวที่ทำผิดจะถูกสั่งปิด 5 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบเข้าไปดูในเว็บไซต์ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นฝ่ายเลขาตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ได้ระบุพิกัดพื้นที่โซนนิงไว้ชัดเจนว่า ในซอยวงศ์สว่าง 11 ทั้งสองฝั่ง เป็นพื้นที่ควบคุมตามกฎหมายนี้ ดังนั้นจากข่าวที่ปรากฏจึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายให้จริงจัง เพื่อให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขายให้เด็กและเยาวชน ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;และสถานบริการโดยเคร่งครัด เพื่อลดปัญหาผลกระทบทางสังคม ดังนั้นในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการด้วย การละเลยไม่บังคับใช้กฎหมายกับร้านเหล้า ผับ บาร์เหล่านี้ จึงสุ่มเสี่ยงต่อความผิดในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เครือข่ายจึงขอเรียกร้องให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรม และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พิจารณาในประเด็นร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่โซนนิงรอบสถานศึกษามีการขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี คือกลุ่มผู้ก่อเหตุ ให้มีคำสั่งปิดสถานประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี และขอเรียกร้องให้ตำรวจ พนักงานเจ้าหน้าที่เอาผิดกับร้านค้าตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในประเด็นการขายให้เด็กและอาจเข้าข่ายขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ด้วย&amp;rdquo; นายชูวิทย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46d91d40d03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
