<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชูวิทย์&#039;โร่แจงไม่ใช่งูเห่า โทษระบบลงคะแนนผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายชูวิทย์ กุ๋ย&amp;nbsp; พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า&amp;nbsp; ได้ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนยันการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ไม่ปรากฏชื่อตนในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตนลงมติเห็นด้วยคือไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไล่มาเรื่อยๆ จนถึงนายเฉลิมชัยก็กดปุ่มลงมติเห็นด้วย และคิดว่าลงมติเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตนเป็นงูเห่า ขอยืนยันว่ายืนข้างประชาชนในการเป็นผู้แทนราษฎรฝั่งประชาธิปไตยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัญหาเกิดจากระบบที่ผิดพลาดใช่หรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า คงเป็นระบบที่ผิดพลาด วิธีการลงคะแนนที่ดีที่สุดคือการยกมือ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และโกงยากที่สุด แต่เมื่อบ้านเมืองพัฒนา จึงมีวิธีลงคะแนนแบบเสียบบัตร ซึ่งก็มีข่าวว่ามีการกดบัตรแทนกัน แม้วิธีนี้ดีแต่ผิดพลาดง่ายที่สุด ทั้งนี้จะเดินทางไปที่พรรคเพื่อไทยเพื่อจะชี้แจงให้ได้รับทราบว่า ได้ทำหน้าที่แล้วแต่มีความผิดพลาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115779</URL_LINK>
                <HASHTAG>งูเห่า, ชวน หลีกภัย, ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, พท., อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135b04581d36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายวัวเลี้ยงเสือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจะร่วม 20 วันเข้าไปแล้ว ผู้คนในประเทศกลับมาใช้ชีวิตปกติ สัญจรไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจยังสาหัส คงต้องใช้ระยะเวลาอีกพักใหญ่ในการฟื้นฟู สร้างความมั่นใจ ซึ่งตอนนี้ไม่เพียงคนหาเช้ากินค่ำ ชนชั้นแรงงาน&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระดับผู้ประกอบการรายใหญ่อีกหลายธุรกิจก็อยู่ในภาวะ &amp;quot;อ่วมอรทัย&amp;quot; ไม่แพ้กัน ไม่กี่วันก่อนปะหน้า&amp;nbsp; เฮียกุ่ย-ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี และประธาน ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย บ่นอุบให้ฟังนอกจากอาชีพหลักเป็นนักการเมือง เป็น ส.ส.แล้ว เฮียกุ่ยยังเป็นเจ้าของฟาร์ม Tiger Kingdom อีก&amp;nbsp; 4 แห่ง คือที่อุบลราชธานี, เชียงใหม่ และภูเก็ตสองแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอพูดถึงผลกระทบทางธุรกิจ เฮียกุ่ย ถึงกับบ่นอุบ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จากเดิมที่เคยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ก็ไม่ได้เก็บค่าบัตรเข้าชม แต่ถ้าจะถ่ายรูปค่อยเสียเงิน&amp;nbsp; ช่วงโควิดนักท่องเที่ยวหายไปหมด ค่าใช้จ่าย 4 ที่ ทั้งค่าอาหาร ค่าดูแลพนักงาน เราก็เลี้ยงวัวพันธุ์ด้วย&amp;nbsp; จากเดิมขายเสือมาเลี้ยงวัว วันนี้กลายมาเป็นขายวัวเพื่อต้องมาเลี้ยงเสือแล้ว ฟาร์มเสือทั้ง 4 แห่งมีเสือรวมแล้วกว่า 700 ตัว ยังมีค่าใช้จ่ายต้องจ่ายให้ทั้งเสือและพนักงานตกเดือนละ 1 ล้านบาทต่อที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไวรัสร้ายโควิดทำธุรกิจท่องเที่ยวทรุดหนัก แต่รัฐบาลยังคงมาตรการปลอดภัยไว้ก่อน ไม่คลายล็อกการเดินทางทั้งทางบก เรือ อากาศ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดิมเคยสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวให้ตนเป็นหลัก ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย และคงใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นตัวได้ดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่ลำบาก ทั้งเสือ ช้าง สัตว์เศรษฐกิจขวัญใจนักท่องเที่ยวก็อยู่ในภาวะลำบากหนักไม่ต่างกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;ม้าไม้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68893</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, ม้าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ซัดกันนัว/ปชป.ไล่&#039;จุรินทร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยกอดีตมี 3 สูตรปรับ ครม. ระบุ​ดีสุดแจ้งล่วงหน้าพรรคร่วม-ให้เวลาเตรียมตัว &amp;quot;อุตตม&amp;quot; เรียกประชุม พปชร. 19 มิ.ย. กำหนดเลือก กก.บห.ชุดใหม่ 3 ก.ค. ขณะที่ไวรัสการเมืองระบาดหนัก ประชาธิปัตย์-เพื่อไทยติดกันงอมแงม เด็ก ปชป.ล่าชื่อหวังเขี่ย &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เปลี่ยนแม่ทัพ เพื่อไทยไม่น้อยหน้าซัดกันกลางที่ประชุม อัดบิ๊กเนมเตรียมแยกตัวไปตั้งกลุ่มการเมืองใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่เคยพูด มีแต่พูดในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ว่าเป็นอำนาจของท่าน แต่ท่านยังไม่ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีสัญญาณบ้างหรือไม่ รองนายกฯ ปฏิเสธว่า &amp;quot;ไม่มี ไม่มีทั้งสัญญา และไม่มีทั้งสัญญาณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในอดีตเคยมีกรณีที่ให้รัฐมนตรีเซ็นใบลาออกล่วงหน้าเพื่อรองรับการปรับ ครม.หรือไม่ &amp;nbsp;นายวิษณุตอบว่าเป็นของพรรคการเมืองทำ แต่ว่าหัวหน้ารัฐบาลทำไม่เคยมี และไม่กล้าไปทำด้วย &amp;nbsp;เพราะสมัยก่อนเป็นรัฐบาลผสม มีหลายพรรคการเมือง หากเอาเขาเข้ามาร่วมรัฐบาล แล้วจะไปบังคับเขาเซ็นลาออกล่วงหน้าไม่ได้ แต่หากพรรคใครพรรคมันทำก็ได้ บางพรรคก็ทำ บางพรรคก็ไม่ทำ บางพรรคก็ทำด้วยเจตนาดี ในแง่เผื่อเหตุการณ์ปุบปับ ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่มีเหตุจำเป็นต้องปรับ ครม. &amp;nbsp;เจ้าตัวอยู่เมืองนอก หากต้องรอให้เซ็นแล้วส่งกลับมาก็คงไม่ทัน ก็อาศัยใบลาออกที่เขียนไว้ให้ก่อนนั่นแหละ แล้วค่อยนำมากรอกวันที่ เป็นเรื่องของพรรคการเมือง เป็นเรื่องเทคนิค ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร &amp;nbsp;บางทีเซ็นไว้แล้วก็สามารถยกเลิกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าโดยปกตินายกฯ จะแจ้งล่วงหน้าเรื่องการปรับ ครม.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่ามีทุกแบบ &amp;nbsp;แบบที่หนึ่งคือ ไม่แจ้งรัฐมนตรี ซึ่งหากจะปรับอย่างนั้นก็เหมือนกับการปลดออกจากตำแหน่ง คือกราบบังคมทูลฯ ให้พ้นจากตำแหน่งเลย แบบที่สองคือ แจ้งรัฐมนตรี หมายความว่าเป็นการบอกให้เขาเขียนลาออก และแบบที่สามคือ แจ้งแต่ว่ายังไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่ เพียงแต่แจ้งว่ามรสุมกำลังจะมา ฝนกำลังจะตก กางร่มเตรียมไว้นะ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ ก็มีเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีทุกรูปแบบ ในอดีตเคยมีด้วยซ้ำไป ผมเคยเขียนในหนังสือของผมว่า นายกฯ บางท่านหากต้องการปรับ ครม. ก็จะไม่บอกก่อน ซึ่งตอนนั้นผมเป็นเลขาฯ ครม. ผมจึงเรียนท่านว่าถ้าไม่บอกก่อนจะผิดใจกันนะ จึงแนะนำว่าให้บอกเขาแล้วให้ยื่นใบลาออกแทน นายกฯ จึงบอกผมว่าคุณไปบอกเอง ท่านจะไม่บอก ซึ่งผมก็ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลกำลังจะปรับ ครม. เพราะมีหลายคน โดยรัฐมนตรีบางคนก็เขียนมาให้ บางคนบอกไม่เขียน เก่งจริงก็ปลดสิ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่สมัย คสช.ช่วงที่ต้องปรับ ครม. มีการแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่าแจ้ง​ เพราะตอนมาก็มาด้วยกัน เราไม่ได้เป็นพรรคการเมือง ที่จะแจ้งกันยากหน่อยก็เพราะเป็นพรรค แต่ต่อให้เป็นพรรคของตัวเองก็แจ้งยากนะ
ไม่ใช่การทำตามอำเภอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ารอบนี้จะมีการแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ปัญหาคือเรื่องแจ้งหรือไม่แจ้งล่วงหน้า &amp;nbsp;ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่การทำตามอำเภอใจ ถ้าเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง รัฐบาลผสมหลายพรรค ก็ต้องเข้าใจว่า หากมีการปรับแล้วไม่ได้แจ้ง แล้วถ้าเกิดพรรคเขาคิดว่าน่าจะบอกกันก่อนนั้น เขาก็อาจจะขอเปลี่ยนตำแหน่งคนนั้นคนนี้ด้วย คืออาจจะได้ทำไปในคราวเดียวกัน แต่หากเล่นเงียบๆ และปรับ ครม.เลย &amp;nbsp;ตั้งใจจะปรับสักคนหนึ่งหรือสองคน ถ้าบอกให้รู้พรรคก็อาจจะแถมมาอีกสักสามคนห้าคน ทำไปทีเดียว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการดำเนินการหลายครั้ง มันจะกลายเป็นความล่าช้าและอาจจะพลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมัยที่เป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือรัฐบาลประยุทธ์ 1 นั้น เวลานายกฯ เลือกใครออก นายกฯ ก็จะเป็นคนเลือกคนเข้า จึงไม่ต้องปรึกษากับคนอื่น แต่ถ้าอยู่กันหลายพรรค สมมติจะปรับพรรค ก. แล้วตั้งใจจะทำเฉพาะพรรค ก. แต่พรรค ข.ก็อาจจะอยากปรับของเขาอยู่ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่านายกฯ จะปรับ &amp;nbsp;ถ้าอยู่ดีๆ แล้วประกาศปรับ ครม. โอเคได้ปรับพรรค ก. แล้วเดี๋ยวเขาก็ขอยื่นให้ปรับพรรค ข.บ้าง เลยกลายเป็นปรับ ครม.ทุกอาทิตย์ ฉะนั้นทำเสียทีเดียวไปเลย ดังนั้นเมื่อจะทำทีเดียวก็ต้องแจ้งล่วงหน้า&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธที่จะตอบผู้สื่อข่าวกรณีความวุ่นวายในพรรค โดยระบุว่าขณะนี้ขอไม่พูดเรื่องการเมือง เพราะก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดแล้วว่าให้เน้นเรื่องการทำงานให้มาก ส่วนเรื่องการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงยังไม่ขอพูดตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์​ นิติตะวัน​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ รักษาการรองหัวหน้าพรรค​ &amp;nbsp;พปชร.​ ในฐานะฝ่ายกฎหมาย​ เปิดเผยว่า​ ขณะนี้รับทราบมาว่านายอุตตมได้​ดำเนินการเรียกประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 19 มิ.ย. เพื่อกำหนดวาระวันประชุมใหญ่สามัญในการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะมีการจัดประชุมใหญ่สามัญในวันที่ 3 ก.ค. ถือว่าเป็นข่าวที่ดี ทำให้เห็นบรรยากาศของพรรคที่จะเป็นไปในทางที่ดีหลังจากนี้ มีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น เพราะถือว่าทุกคนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากมีความปั่นป่วนในพรรคพลังประชารัฐแล้ว ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์เริ่มมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคให้ได้เกินครึ่ง จากที่มี 39 คนตามโครงสร้างพรรค ให้ลาออกเพื่อให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคชุดใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ นายอันวาร์ สาและ รองเลขาธิการพรรคและ ส.ส.ปัตตานี พร้อม 9 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมลงชื่อเรียกร้องขอให้ผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อระดมสมองแก้ปัญหาภายในพรรค กรณี ส.ส.และสมาชิกของพรรคทยอยลาออก &amp;nbsp;ตามมาด้วยการลาออกจากตำแหน่งเหรัญญิกพรรคของนายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นการลาออกนำร่องของ กก.บห.คนแรก และมีการเตรียมจัดประชุมใหญ่ในวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ต้องสะดุดเพราะอยู่ในช่วงยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทั่งเริ่มมีความเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อ กก.บห.พรรคให้ลาออกอีกครั้ง เพื่อรอการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด ซึ่งตามข้อบังคับพรรคหากมี กก.บห.พรรคเกินกึ่งหนึ่งลาออก จะทำให้ &amp;nbsp;กก.บห.พรรคทั้งหมดต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ และต้องดำเนินการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันนับแต่วันพ้นตำแหน่ง
ลักษณวิศิษฏ์รวมศูนย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุถึงสาเหตุที่ทำให้มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ เกิดจากการบริหารของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน เป็นลักษณะรวมศูนย์ ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับ ส.ส.ในพรรค จนลูกพรรคส่วนใหญ่คุยลับหลังว่าเหมาะกับการเป็นรัฐมนตรี แต่ไม่เหมาะเป็นหัวหน้าพรรค เพราะสนใจแต่งานในกระทรวงของตัวเอง ขณะที่ปัญหาการบริหารภายในพรรค ทั้งกรณีสมองไหล แกนนำและสมาชิกพรรคทยอยลาออก ไม่ประชุมแก้ไขเพื่อรักษาบุคลากรของพรรคไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า กรณีที่สร้างความไม่พอใจถึงการแสดงภาวะผู้นำต่อลูกพรรค คือการนำข้าวสารจำนวน 25.5 ตันไปแจกให้ อบต.ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดพังงาในช่วงวิกฤติโควิดเพียงจังหวัดเดียว &amp;nbsp;ทั้งที่พื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัดก็ประสบปัญหาเดียวกัน จน ส.ส.ลูกพรรคบางคนเอ่ยปากว่าใจดำ แทนที่จะกระจายข้าวให้จังหวัดละ 2-3 ตันให้ทั่วถึงเท่าเทียม โดยเปรียบเทียบยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ที่ส่งถุงยังชีพแจกจ่ายลูกพรรคทุกเขตเลือกตั้งให้แจกจ่ายประชาชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงไม่มีการแสดงจุดยืนทางการเมือง แต่กลับวางบทบาทของพรรคในสถานะเหมือนเป็นลูกไล่ที่ต้องปฏิบัติตามพรรคพลังประชารัฐ บนข้ออ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแกนนำ ต้องมีมารยาททางการเมืองในการร่วมรัฐบาล จน ส.ส.หลายคนรู้สึกอึดอัดและกังวลต่ออนาคตพรรคว่าจะตกต่ำลง จากการนำพาพรรคที่กำลังแปรสภาพกลายเป็นพรรครอเสียบ รอร่วมรัฐบาลแบบไร้ข้อแม้ ไม่ต่างจากพรรคตัวแปรอื่นๆ ในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้พรรคเสียแนวทางและอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ยินเรื่องดังกล่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่มีใครมาทาบทามร่วมลงชื่อลาออกจากการเป็นรองเลขาธิการพรรค ซึ่งส่วนตัวต้องการให้มีการปรับปรุงพรรคไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ได้ต้องการโค่นล้มใคร ยืนยันตามเนื้อหาในจดหมายที่เคยยื่นต่อหัวหน้าพรรคไปเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าต้องการให้มีการประชุมใหญ่โดยเร็วที่สุด เพื่อระดมสมองแก้ปัญหาภายในพรรคที่สูญเสียบุคลากรของพรรคไปอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่เป็นรองเลขาธิการพรรค ตนไม่ได้ต้องการมีตำแหน่งนี้เพียงเพื่อมาพิมพ์ในนามบัตร แต่เห็นว่าตำแหน่งบริหารมาพร้อมความรับผิดชอบที่ต้องขับเคลื่อนพรรคไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อเห็นอะไรเป็นปัญหาต้องร่วมกันแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เราต้องกลับมาพิจารณาคือ สมาชิกที่ลาออกไปล้มเหลวที่จะอยู่กับพรรค หรือว่าการบริหารพรรคล้มเหลว สมาชิกไม่เห็นอนาคตจึงลาออกไป การประชุมใหญ่จะทำให้เราได้ระดมสมองร่วมกัน ซึ่งผมคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องยืนเคียงข้างประชาชนตามอุดมการณ์ของผู้ก่อตั้งพรรค อะไรทำให้พรรคตกต่ำลง เราต้องหาคำตอบให้ได้เพื่อแก้วิกฤติพรรค และแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน โดยในจดหมายที่ผมยื่นต่อหัวหน้าพรรคได้แสดงเจตจำนงไว้ด้วยว่า หากแนวทางแก้ไขวิกฤติพรรคประชาธิปัตย์ต้องมีการเสียสละ เพื่อให้มีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาสร้างศรัทธาให้กับสังคม ผมก็ยินดี เพราะไม่ยึดติดกับตำแหน่งและไม่เคยคิดโค่นล้มใคร แต่ต้องการเห็นพรรคยืนหยัดได้อย่างแข็งแรงอีกครั้ง&amp;quot; นายอันวาร์กล่าว
พรรคแตกโทษรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็มีปัญหาต่อเนื่อง มีรายงานว่าในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ &amp;nbsp;อดีตหัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมทำหน้าที่ประธานการประชุม มีแกนนำพรรคและกลุ่ม ส.ส.ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ถึงกรณีแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางคนเตรียมออกไปตั้งกลุ่มแคร์เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวในที่ประชุมว่า เมื่อมีข่าวพวกเราจะแยกไปตั้งกลุ่ม ก็ไม่แปลก เพราะถ้ารัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ เราจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ถึงไม่ได้ตนก็ยังอยู่ แม้จะสอบตก จะยืนตรงนี้ เพราะตรงนี้คือบ้านของตน ไม่แปลกใจที่บางคนจะไป แต่ถ้าจะไปไม่ควรจะทำลายที่นี่ คำพูดที่บอกว่าต้องออกไปเพราะว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นที่หวังของประชาชน เป็นคำพูดที่ใช้ไม่ได้ ถ้าเปรียบเป็นผัวเมียเมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็แยกกันไป ไม่ใช่ปักหลักอยู่ในบ้านอย่างนี้ &amp;nbsp;ถือว่าเห็นแก่ตัว เมื่อยังอาศัยพรรคนี้กลับมาสร้างความขัดแย้ง แล้วบอกว่าพรรคนี้ไม่ได้เป็นที่หวัง ไม่ได้เป็นโอกาสของประชาชน มันย้อนแย้ง คนที่จะออกไปที่จะไปตั้งพรรค เมื่อไม่มีความศรัทธา เมื่อไม่มีความเชื่อมั่น ก็ควรจะไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายวัฒนาพูดจบ นายสุทินชี้แจงกับที่ประชุมตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ใครประสงค์จะพูดอีกก็พูดเลย พูดแล้วจะได้จบที่นี่ จบในห้องประชุมนี่แหละ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม กล่าวว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากควรได้รับโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ถ้าเราแตกแบงก์พันกันไปมากๆ โอกาสที่จะได้เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลจะยากขึ้น ครั้งที่แล้วขณะที่เขาจะสืบทอดอำนาจ เราจึงไม่มีโอกาสจะจัดตั้งรัฐบาล แต่ในโอกาสครั้งต่อไปคิดว่าโอกาสเรายังมีอยู่ การเลือกตั้งเชื่อว่าเรายังเป็นอันดับหนึ่ง คิดว่า ส.ส.เขตไม่มีใครคิดจะออกไปจากพรรคเพื่อไทย การจะทำให้พรรคมั่นคงแข็งแกร่งต้องตั้งหลักตั้งสติให้ดี จะเดินงานการเมืองข้างหน้าอย่างถูกต้อง เป็นประเพณีที่ถูกต้องสวยงาม ถ้าอยู่ที่นี่ต้องส่งเสริมสนับสนุนพรรคของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุด ฝ่ายเราที่จะออกไปมาบอกว่า ส.ส.อีสานหมดน้ำยา ขาดความร่มเย็นที่จะมาสร้างความเป็นสุขให้พี่น้องประชาชน &amp;nbsp;คนที่ออกไปแล้ว เช่น นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เราไม่ติดใจสักเท่าไหร่ แต่คนอื่นๆ มาพูดมันเสียความรู้สึก &amp;nbsp;วันนี้อยากจะเชิญให้ท่านมาพูดว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ จะได้ทำตัวทำใจให้เข้าใจกัน จะไปหรือจะอยู่ แล้วภาระที่ต้องไปประชุมกับตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาจเป็นภาระที่ทำความสับสนให้เกิดขึ้น ถ้าคนพูด ส.ส.ไม่เป็นโล้เป็นพาย เป็นที่พึ่งประชาชนไม่ได้ มันก็จบแล้ว นักการเมืองเวลาแบบนี้พูดกันอย่างอื่นไม่ได้ ต้องแสดงความจริงใจว่าจะอยู่หรือจะไป ขอให้แสดงความจริงใจกับประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนเลือกตั้งได้เสนอแนวความคิดขอให้พรรคสู้เลย ส่งทั้ง 350 เขต ยังไงก็ได้ไม่ต่ำกว่า 210 เสียง ส่วนบัญชีรายชื่อรอเป็นรัฐมนตรี เพราะเราได้เป็นรัฐบาลแน่นอน แต่จากนั้นก็มาแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย จุดเปลี่ยนการเมืองที่ผ่านมาอยู่ที่ทษช. (ไทยรักษาชาติ) ถูกยุบ ไม่ว่าคนที่อยู่ที่นี่หรืออยากไป เชื่อว่าเรายังเป็นเพื่อน เป็นมิตร เป็นคนที่เคยกินข้าวหม้อเดียวกันอยู่ ยังเชื่อว่าคนที่จะไปตั้งพรรคหรือพวกเราที่อยู่นี่ ยังรักการต่อสู้แนวทางประชาธิปไตย คงไม่มีใครย้ายไปฝั่งเผด็จการ ถ้ามีความจำเป็น ไปแล้วก็ต้องยังรักกันได้ ทำงานร่วมกันได้ การเมืองวันข้างหน้าต้องเดินตามระบอบประชาธิปไตย ยังต้องอาศัยมือทั้งหลายในการมาจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าดีที่สุดไม่ต้องไป สู้ด้วยกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
รัฐบาลอยู่ในภวังค์ที่โซเซ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็มีสมาชิกและ ส.ส.สลับกันลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นอีกระยะ ทำให้นายสมพงษ์กล่าวขึ้นมาว่า ไม่สบายใจเมื่อมีคนมาพูดว่าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถเป็นที่คาดหวังประชาชนได้ ควรนำคำพูดนั้นมาเป็นพลัง ทำงานหนักลบคำสบประมาท หากตนและคุณหญิงสุดารัตน์ผนึกกำลังก็จะขับเคลื่อนพรรคให้ประสบความสำเร็จได้ และขอให้คุณหญิงกับตนไปร่วมแถลงข่าวเพื่อชี้แจงกระแสข่าวต่างๆ ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์, นายสมพงษ์, นายสุทิน พร้อมทั้งคณะ ส.ส.เพื่อไทยหลายคน ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อชี้แจงถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการออกข่าวพรรคเพื่อไทยขาดความสามัคคีนั้น ขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีการแบ่งกันทำงาน ตนทำงานในสภา คุณหญิงสุดารัตน์ทำงานด้านยุทธศาสตร์ ยืนยันว่าเราทำงานกลมเกลียวและเข้าใจกัน &amp;nbsp;ประโยชน์สูงสุดตกแก่พรรคเพื่อไทย อะไรที่เข้าใจผิดขอให้เข้าใจกันด้วย เราสองคนทำงานกันอย่างกลมเกลียวและจริงจัง แต่แน่นอนว่าการทำงานย่อมติดขัดกันบ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่และแก้ไขได้ ตนทำงานประสานกับคุณหญิงสุดารัตน์โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า บางทีรัฐบาลอยู่ในภวังค์ที่โซเซ ย่อมมีบุคคลที่ต้องเตรียมตัวเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติ แต่ทุกคนเป็นเพื่อนฝูงกันหารือกันตลอดเวลา ซึ่งการตั้งพรรคใหม่ก็เพื่อให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าสภา ส่วนตัวเชื่อว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยยังอยู่กับพรรคตามเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อรัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำ ก็กำลังต้องเตรียมตัวเท่านั้นเอง พรรคอื่นๆ ก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน &amp;nbsp;อย่างพรรครัฐบาล แต่เราไม่ขัดแย้งกัน ขอให้สบายใจกันได้&amp;quot; นายสมพงษ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การที่มี ส.ส.จะไปตั้งพรรค เราเข้าใจดีว่ากติกาแบบนี้ไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้นผู้เป็นนักการเมืองและต้องการเข้าสภาจึงไปทำพรรคการเมือง ต่างเป็นเรื่องดีทั้งนั้นเพราะยังอยู่กับซีกประชาธิปไตย เป็นความจำเป็นจากรัฐธรรมนูญและกติกาที่บิดเบี้ยวและเข้าใจกันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า การตั้งพรรคเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่การไปตั้งพรรคนั้นมีการเสนอข่าวที่ทำให้พรรคเดิมเสียหาย ซึ่งคิดว่าไม่มีเจตนาเหล่านั้น ตนยังมั่นใจว่าเราที่ยังอยู่และสมาชิกที่ไปก็จะยังทำงานร่วมกันในอนาคตได้อีกยาว เพราะยังอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน ทั้งหมดเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มีการสื่อสารผิดพลาด ทำให้ ส.ส.โดยเฉพาะ ส.ส.ภาคอีสานได้รับความทุกข์มากที่สุด ดังนั้นการยืนยันถึงความเป็นเอกภาพของพรรคได้ดีที่สุด คือการทำงานในสภาที่ผ่านมา เช่นการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งเราภูมิใจว่า ส.ส.ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ทำงานได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เป็นอย่างนี้ เชื่อว่ายังอยู่ด้วยกันทั้งหมด แต่เมื่อรัฐธรรมนูญไม่มีทางแก้ได้จึงต้องมีการหาที่ยืน อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายังจับมือทำงานได้กันเหมือนเดิม&amp;quot; นายสุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และประธาน ส.ส.ภาคอีสาน กล่าวว่า &amp;nbsp;ส.ส.อีสานมีความเหนียวแน่นและกลมเกลียวที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาถึงพรรคเพื่อไทย จะไม่มี ส.ส.อีสานหนีไปไหน ยังอยู่กับเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคก้าวไกลระบุว่า เมื่อช่วงที่มีการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินที่ผ่านมา มี ส.ส.จากพรรคก้าวไกลและอดีตผู้สมัคร ส.ส.จากเขตพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวนหนึ่ง ได้นัดรับประทานอาหารเป็นการส่วนตัวร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์ โดยอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จากกลุ่ม &amp;quot;คนรุ่นใหม่&amp;quot; &amp;nbsp;เป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เมื่อเรื่องแดงไปถึงหูของแกนนำพรรคได้สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยแกนนำท่านนั้นได้เรียกกลุ่ม ส.ส.มาตักเตือน ทั้งยังแจ้งไปยังฝั่งพรรคเพื่อไทยว่า พรรคก้าวไกลไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายผู้บริหารและผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยก็ไม่พอใจต่อการกระทำของคนฝ่ายตัวเองด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การนัดรับประทานอาหารระหว่าง ส.ส.บางส่วนของพรรคก้าวไกลกับคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพียงแต่ครั้งที่ผ่านๆ มาไม่ได้เป็นข่าวเท่านั้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68356</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, วัฒนา เมืองสุข, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อันวาร์ สาและ, เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม, ไพจิต ศรีวรขาน, ไพบูลย์​ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0e54444b3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดแตกคอหน่อย &#039;2นักโทษ&#039;อบอุ่น ลิ่วล้อบินไปเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก๊วนอีสานโต้ข่าวแตกคอ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ไม่จริง แจงเชิญเข้าร่วมประชุมภาคด้วยเหตุอยากให้รับทราบยุทธศาสตร์อีสาน ชื่นชมเป็นคนทุ่มเทเสียสละทำงาน ส.ส.ศรีสะเกษอ้างเปลี่ยนตัวอนุ กมธ.เป็นความผิดพลาดการประสานงาน &amp;quot;หัวเขียง&amp;quot; ปัดไม่มีการตำหนิ &amp;quot;สุดารัตน์&amp;quot; ต่อหน้า &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ไปดูไบพร้อมกันถือโอกาสอวยพรปีใหม่นายทักษิณ ยันไม่มีเรื่องขัดแย้ง ขณะที่ &amp;quot;นายใหญ่&amp;quot; ทวีตข้อความขอบคุณลิ่วล้อมาให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธาน ส.ส.ภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีมีการปล่อยข่าวจากผู้ไม่หวังดีว่า ส.ส.อีสานไม่พอใจการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ยืนยันไม่เป็นความจริง เป็นการให้ข่าวเท็จ 100% คุณหญิงสุดารัตน์ได้ร่วมกับ ส.ส.อีสานทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ส.ส.ต่างชื่นชมถึงความทุ่มเท ความเสียสละที่ทำให้กับพรรค คนอีสานก็รักคุณหญิงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ 1.คุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้บริหารพรรค ได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักและสนับสนุนการทำงานของ ส.ส.อีสานและ ส.ส.ทุกคนเป็นอย่างดี 2.การที่คุณหญิงได้ร่วมประชุม ส.ส.อีสาน เป็นเพราะตนในฐานะประธาน ส.ส.อีสานได้รับการร้องขอจาก ส.ส.อีสานให้เชิญมาร่วมประชุม เพื่อจะได้รับทราบยุทธศาสตร์การทำงานในสภาแต่ละสัปดาห์ และภาคอีสานจะเชิญไปร่วมประชุมทุกสัปดาห์ด้วย 3.ส.ส.อีสานต่างมีความรักและชื่นชมต่อตัวคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ได้ทุ่มเทเสียสละทำงานให้พรรคอย่างหนัก ส.ส.อีสานทุกคนขอเป็นกำลังใจให้ และจะยืนเคียงข้างคุณหญิงสุดารัตน์ในการทำงานให้ประชาชนต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีแหล่งข่าวระบุว่า ส.ส.อีสานไม่พอใจการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ โดยมีการหยิบยกเรื่องการเปลี่ยนตัวอนุกรรมาธิการงบประมาณจากตนเองเป็นคนอื่นว่า ที่ตนเองไม่ได้เป็นอนุกรรมาธิการงบประมาณไม่ได้เกิดจากคุณหญิงสุดารัตน์แต่ประการใดเลย คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวเลย แต่เป็นความผิดพลาดของการประสานงานในภาค ซึ่งประธาน ส.ส.อีสานได้ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว ตนก็ไม่ได้ติดใจ ไม่เกี่ยวกับคุณหญิงสุดารัตน์เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอร้องผู้ไม่หวังดีว่าอย่าพยายามสร้างข่าวเท็จที่ทำความเสียหายต่อคุณหญิงสุดารัตน์และต่อพรรค คุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้นำหลักให้พรรคที่ ส.ส.อีสานให้ความรักชื่นชม และการที่ท่านเข้ามาประชุมกับภาคอีสานก็เป็นความต้องการของ ส.ส.อีสาน ที่ต้องการให้ท่านเข้ามาให้แนวทางการทำงาน &amp;nbsp;จึงได้ให้ประธาน ส.ส.อีสานเชิญท่านเข้าร่วมประชุม&amp;quot; นายวีระพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานพรรคเพื่อไทย ภาคอีสาน กล่าวชี้แจงพร้อมปฏิเสธกระแสข่าวความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะประเด็นที่มีการเสนอข่าวว่าตนเองลุกขึ้นพูดกลางโต๊ะอาหารตำหนิการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ต่อหน้านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตรงกันข้ามตนได้ลุกขึ้นพูดแสดงความชื่นชมการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยซ้ำ และการเดินทางไปที่ดูไบครั้งนี้ ตนไปพร้อมกับคุณหญิงสุดารัตน์และ ส.ส.หลายคน ซึ่งทุกคนก็ไปเที่ยว และถือโอกาสไปอวยพรปีใหม่นายทักษิณในฐานะที่เป็นคนรู้จักกัน โดยได้ทานข้าวด้วยกันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ์กล่าวอีกว่า ระหว่างที่นั่งทานข้าวตนก็ได้พูดชื่นชมการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์กับทุกคนในโต๊ะอาหารรวมถึงนายทักษิณ ว่าที่ผ่านมาหากพรรคเพื่อไทยไม่ได้คุณหญิงสุดารัตน์ถือว่าแย่ เพราะคุณหญิงสุดารัตน์เป็นคนที่มีความตั้งใจในการทำงานสูง เป็นคนขยันหาตัวจับได้ยาก ซึ่งไม่มีเรื่องที่ตนเองลุกขึ้นตำหนิ หรือเสนอให้ปลดคุณหญิงสุดารัตน์ออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเลย จึงแปลกใจว่ามีคนเอาไปบิดเบือนว่าตนเองตัดพ้อ และนำเสนอข่าวใหญ่ให้เห็นความขัดแย้งของพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความสัมพันธ์ระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์กับผมนั้นดี เพราะทั้งสองครอบครัวรู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องใดที่จะให้ขัดแย้งหรือเห็นต่างกัน ข่าวที่ออกมาผมไม่รู้ว่าคนที่ออกมาปล่อยข่าวคือใคร แต่หากเป็นคนในพรรคเพื่อไทยที่ใช้วิธีการสร้างความขัดแย้งด้วยการนำเอาผมมาเป็นเป้า ก็อยากเตือนว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมงคลทั้งกับตนเองและพรรคเพื่อไทย&amp;quot; นายประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทุกครั้งที่มีปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยก็จะมีชื่อนายประยุทธ์เข้าไปเกี่ยวข้องตลอดนั้น เขากล่าวว่า ก็ไม่แปลกใจเพราะตนเองเป็นประธานพรรคที่ดูพื้นที่ภาคอีสาน หากจะโจมตีคนก็จะพุ่งเป้ามาที่ตนเองเป็นคนแรก ทั้งนี้หากมีโอกาสตนและ ส.ส.อีสานจะไปร่วมนั่งแถลงข่าวด้วยกันอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร ทวีตข้อความผ่าน Thaksin Shinawatra@ThaksinLive ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบคุณท่านหัวหน้าสมพงษ์ คุณหญิงหน่อย ท่านประยุทธ์ และพี่ๆ น้องๆ ที่แวะมาให้กำลังใจกัน ในเทศกาลปีใหม่ ผมและน้องสาวรู้สึกอบอุ่นและดีใจทุกครั้งที่มีเพื่อนฝูงจากเมืองไทยมาเยี่ยมเยียนถึงดูไบ &amp;nbsp;หวังว่าจะได้เจอกันอีกครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51638</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, ทักษิณ ชินวัตร, ประยุทธ์ ศิริพานิชย์, วีระพล จิตสัมฤทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de51d9344a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงแข็งพท.พรรคเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อดีต ส.ส.อีสานเพื่อไทย&amp;quot; ข้องใจพรรคสำรอง-พรรคอะไหล่ทำชาวบ้านสับสน จี้ถามทิศทาง กก.บริหารชุดใหม่ &amp;quot;ภูมิธรรม-เจ๊หน่อย&amp;quot; เสียงแข็ง พท.คือพรรคเดียว แต่แบะท่าหลังเลือกตั้งพร้อมจับมือกันได้ &amp;quot;ลุงกำนัน&amp;quot; เดินสายคารวะแผ่นดินโดนป่วนตะโกนด่า &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ควง &amp;quot;ยงยุทธ&amp;quot; ลุยอุดรธานีตั้งสาขาพรรค &amp;quot;เสี่ยโต้ง&amp;quot; ทิ้ง &amp;quot;ชทพ.&amp;quot; หันซบ &amp;quot;ภูมิใจหนู&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 29 ต.ค. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาให้เป็นกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้เรียกอดีต ส.ส., ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคมาหารือทันที โดยมีอดีต ส.ส.ภาคอีสานที่นำโดยนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานภาคอีสานและอดีต ส.ส.จำนวนมากเข้าร่วมหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวหลังการหารือว่า ในวงหารือประเด็นที่อดีต ส.ส.อีสานมีการพูดคุยซักถามผู้บริหารพรรคอย่างมาก คือเรื่องทิศทางของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอดีต ส.ส.อีสานหลายสิบคนได้ถามในแนวทางเดียวกันว่า ตอนนี้ประชาชนในพื้นที่มีความสับสนกันมากว่าเพื่อไทยจะเอาอย่างไร เพราะมีข่าวออกมามากมีพรรคการเมืองตั้งใหม่ เป็นพรรคเครือข่าย สาขาของพรรคเพื่อไทย เช่นพรรคเพื่อชาติอะไรต่างๆ จนประชาชนบอกว่าสับสน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังมีอดีต ส.ส.อีสานหลายคนซักถามประเด็นดังกล่าว ทำให้นายภูมิธรรมและคุณหญิงสุดารัตน์ ต้องชี้แจงเรื่องนี้ เช่นนายภูมิธรรมยืนยันกับที่ประชุมเพื่อไทยก็คือเพื่อไทย เป็นพรรคเดียวไม่มีพรรคอื่นหรือพรรคสำรอง หากมีคนของพรรคอื่นมาบอกเป็นพรรคเครือข่ายเพื่อไทยให้ช่วยลงคะแนนให้ก็ช่างเขา &amp;nbsp;ก็เป็นการแอบอ้าง จึงขอให้ทุกคนไปบอกประชาชนแบบนี้ คือให้เลือกคนของเพื่อไทย&amp;quot; นายชูวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ส.อุบลฯ รายนี้กล่าวว่า เลขาธิการพรรคยังได้บอกว่าแต่พรรคการเมืองอื่นที่เขาตั้งขึ้นมา &amp;nbsp;บางคนก็เคยเป็นเพื่อนเรา แต่อย่างไรก็ต้องสู้กันเต็มที่ แต่เมื่อเลือกตั้งเสร็จ หากถึงตอนนั้นถ้าอุดมการณ์ตรงกันคือไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ก็ถือว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับเพื่อไทย ก็มาอยู่ด้วยกันได้ตอนหลังเลือกตั้ง เช่นเดียวกับคุณหญิงสุดารัตน์ก็ยืนยันต่อที่ประชุมเพื่อไทยคือพรรคเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า ในที่ประชุมยังได้มีอดีต ส.ส.อีสานถามกันมากว่า จะมีการยุบพรรคเพื่อไทยในช่วงเลือกตั้งหลังมีการลงสมัครแล้วหรือไม่ และหากยุบพรรคจริงจะทำอย่างไร ซึ่งผู้ใหญ่ในที่ประชุมก็บอกว่าอย่าได้หวั่นไหว การยุบพรรคไม่ได้ทำกันง่ายๆ โดยแกนนำพรรคได้ยกตัวอย่างการยุบไทยรักไทย กว่าจะยุบได้จากขั้นตอนการร้อง แล้วต้องไปยัง กกต. ไปยังศาลรัฐธรรมนูญก็ใช้เวลาเกือบปี ส่วนตอนยุบพรรคพลังประชาชน ขั้นตอนจากพื้นที่ไปถึง กกต.และไปศาลรัฐธรรมนูญก็เกือบ 7-8 เดือน ไม่ใช่จะมายุบกันได้ง่ายๆ แค่ไม่กี่วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต รมช.พาณิชย์ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ เจ้าของห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ที่มีข่าวว่าเป็นนายทุนของพรรคเพื่อชาติที่มีจตุพร พรหมพันธ์ และยงยุทธ &amp;nbsp;ติยะไพรัช เป็นแกนนำ ได้เดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อไทยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิด เชื้อคง สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากนี้พรรคถือว่าเตรียมพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ทิศทางต่างๆ จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น หลังจากยื่นนโยบายต่อ กกต.ให้พิจารณาแล้ว พรรคคงจะเดินสายหาสมาชิกพรรคไปตามจังหวัดต่างๆ โดยโอกาสพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลหรือไม่อยู่ที่พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน หากอยากให้เรากลับมาอีกเขาคงเลือกกลับมา&amp;nbsp;
พท.คึกรับ &amp;#39;เจ๊หน่อย&amp;#39; นำทีม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคคนใหม่ ขอให้ตนไปช่วยงาน ซึ่งบอกไปว่าโฆษกเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว คงทำงานต่อไปได้เลย ประกอบกับงานในเขตพื้นที่ตนที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชนเยอะมาก เกรงว่าจะไม่มีเวลาไปช่วยงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งผม นายวรชัย เหมะ และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด พร้อมจะช่วยงานเป็นเรื่องๆ ไป คงไม่ใช่ลักษณะเข้าไปช่วยเต็มตัวหรือเป็นหนึ่งในทีมโฆษก&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ว่าที่โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่คุณหญิงสุดารัตน์มาทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรคถือเป็นเรื่องเหมาะสมอย่างยิ่ง เป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง อีกทั้งยังมีแกนนำพรรคที่มีความรู้ความสามารถคอยให้การสนับสนุน มั่นใจพรรคเพื่อไทยจะปรับกุลยุทธ์ต่างๆ สำหรับการเลือกตั้งให้ได้จำนวน ส.ส.มาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถบอกได้ คงต้องรอให้ถึงช่วงใกล้เลือกตั้งถึงจะสามารถประเมินตัวเลขออกมาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการทำหน้าที่โฆษกพรรค ได้ขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังหากมีประเด็นข่าวใดกระทบกับพรรคเพื่อไทยในด้านลบ ขอให้แจ้งมาที่ตนจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงออกไป หากประเด็นไหนสมาชิกพรรคสามารถชี้แจงแทนโฆษกได้ ก็ขอให้สมาชิกชี้แจงในนามส่วนตัวได้ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพรรค&amp;quot; ว่าที่โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และนายจรูญพงศ์ &amp;nbsp;พันธุ์ศรีนคร อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกพรรคเพื่อไทย นำรายชื่อผู้คัดค้านการเสนอแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ของจังหวัดนครราชสีมา ที่เสนอโดยนายสถาพร โชติกลาง และคณะซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น มายื่นต่อ กกต. เนื่องจากเห็นว่าข้อเสนอการแบ่งเขตในรูปแบบที่ 4 นี้ที่กลุ่มนายสถาพร โชติกลาง เสนอมานั้นจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม และยากลำบากต่อการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่หลายอำเภอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อเสนอให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.แบบใหม่นี้ มีอดีตนักการเมืองระดับชาติอยู่เบื้องหลัง ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยยังคงสนับสนุนแนวทางการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 3 แบบของ กกต. เพราะเห็นว่าเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของประชาชน&amp;quot; นายประเสริฐ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ คุณหญิงสุดารัตน์จะลงพื้นที่ครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง โดยจะเดินทางไปที่อำเภอเมือง นครราชสีมา เพื่อสักการะย่าโมและร่วมรับสมัครสมาชิกพรรค รวมถึงร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกร จากนั้นจะเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพร้อมรับสมัครสมาชิกต่อในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะมีอดีต ส.ส.ของพรรค และผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมในกิจกรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ กกต.จ.นครราชสีมา นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และว่าที่ผู้สมัคร &amp;nbsp;ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย และนายพงษ์พันธุ์ พันธุ์ศรีนคร ส.อบจ.นครราชสีมา เขตอำเภอพิมาย พร้อมด้วยสมาชิกรวม 6 คนเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ประจำ จ.นครราชสีมา คัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 4 ที่นายสถาพรและคณะได้ยื่นให้กับ กกต.นครราชสีมาพิจารณาด้วย
&amp;#39;สุเทพ&amp;#39; พ้อโดนตะโกนด่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะออกเดินคารวะแผ่นดินหาสมาชิกพรรคเป็นวันที่ 4 เส้นทางถนนสีลมถึงถนนนราธิวาส เริ่มต้นจากการสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 บริเวณลานสวนลุมพินี ก่อนออกเดินถนนสีลม เข้าซอยศาลาแดง ซอยคอนแวนต์ ซอยพิพัฒน์และซอยละลายทรัพย์ จากนั้นเข้าสู่ถนนนราธิวาส จรดถนนสาทร สิ้นสุดที่สกายวอล์กนราธิวาส-ตัดสาทร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทยเริ่มเดินเข้าสู่ถนนสีลม มีชายคนหนึ่งได้เดินมาสอบถามว่าเป็นพรรคของนายสุเทพหรือไม่ เมื่อทราบว่าใช่ก็ตะโกนทันทีว่าโกหก แล้วเดินหันหลังจากไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวว่า จากการเดินคารวะแผ่นดินที่กรุงเทพฯ มา 3 วัน ได้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการลงพื้นที่เยาวราชเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็พบว่ามีกลุ่มต่อต้านที่อยากกลับมามีอำนาจ มาขัดขวางก่อกวนการรณรงค์เชิญชวนการสมัครสมาชิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งตะโกนด่า รวมถึงโพสต์ด่าในโซเชียล ซึ่งได้กำชับทีมงานขออย่าใส่ใจ ให้อยูในความสงบ เพราะเป็นการพบกับประชาชนด้วยหัวใจ ต้องไม่หวั่นไหว และขอฟ้องประชาชนว่ายังมีขบวนการแบบนี้อยู่&amp;quot; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติจัดประชุมสมาชิกพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อจัดตั้งสาขาพรรคและเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเพื่อชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บ้านเลขที่ 2 หมู่14 ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มีสมาชิกพรรคเพื่อชาติอุดรธานี 275 &amp;nbsp;คน ร่วมประชุมครบองค์ประชุม จากนั้นได้เปิดสถาบันพัฒนาการเมือง โดยเชิญวิทยากรมาร่วมบรรยาย &amp;nbsp;ได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา พร้อมคณะแกนนำ นปช.ที่มาในนามกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พรรคเพื่อชาติได้นัดหมายเพื่อจัดตั้งสาขาพรรคและเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเพื่อชาติ ภาคใต้ ในวันที่ 30 ต.ค. โรงแรมเกียรตินคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช และภาคกลางจัดประชุมสมาชิกพรรควันที่ 3 พ.ย. ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง จ.สมุทรปราการ โดยนายยงยุทธและนายจตุพรจะเดินทางไปให้กำลังใจทุกแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค กล่าวว่า นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค, พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก แกนนำพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรคจะเดินทางไปยังจังหวัดสระบุรีเพื่อดำเนินการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค และรับสมัครสมาชิกพรรคในวันอาทิตย์ที่ 4 &amp;nbsp;พ.ย.นี้ จากนั้นจะลงพื้นที่พบกับพี่น้องสมาชิกพรรค พร้อมทั้งร่วมรับฟังแนวคิดและปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร, ปัญหาสิ่งแวดล้อม, ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ, &amp;nbsp;ปัญหาผังเมือง, การอนุรักษ์แม่น้ำป่าสัก และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อนำไปเป็นแนวทางจัดทำนโยบายของพรรคต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นเรื่องจริง และการตัดสินใจดังกล่าวตนได้พูดคุยและยืนยันไปกับทางผู้ใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว และในวันที่ 30 ต.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. ตนจะเข้าไปยื่นใบลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างเป็นทางการ ขณะที่การร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยนั้นได้พูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยมาช่วงหนึ่งถึงแนวคิดและแนวทางการทำงาน ซึ่งตนเห็นว่าผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยได้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ร่วมทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายณภัคธร ชัยสงคราม ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังไทสร้างชาติ พร้อมด้วยนายสุรชัย สมบัติเจริญ ศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง และคณะ เข้ายื่นขอจัดตั้งพรรคพลังไทสร้างชาติ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรทุกชนิดจะต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอีกต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20971</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรูญพงศ์  พันธุ์ศรีนคร, ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd717d45d296.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดฝุ่นนายกปรองดอง สะพัด!พท.เดินเกมจับมือปชป.หนุน&#039;ชวน&#039;ร่วมสกัดทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อิทธิพร&amp;rdquo; ยันความพร้อมถกพรรคการเมือง เตรียมตอบทุกข้อสงสัย &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; เผยเก็บข้อมูลเรื่องดูดไว้แล้ว ทะแม่ง! บิ๊กป้อมระบุเพื่อไทยเตรียมตั้งพรรคสำรองไว้ก็ดี &amp;ldquo;พท.-ปชป.&amp;rdquo; เดินหน้าสกัดทหาร เผยต่อสายมานับปี รื้อแผนดึง &amp;ldquo;นายหัวชวน&amp;rdquo; นั่งนายกฯ ปรองดองปัดฝุ่น เพื่อแม้วคึกเปิดตัวยังบลัดที่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนกันเอง &amp;ldquo;ภูมิใจไทย&amp;rdquo; โชว์พลังดูด ตระกูลตันเจริญ-อดีต รมต.เพื่อไทย กระทั่งนกหวีดก็ซบ กางปฏิทินสมัคร ส.ว.ตีเส้น 30 ธ.ค.! เลือกระดับอำเภอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่ 28 กันยายนนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นัดประชุมพรรคการเมืองเพื่อชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง หลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2561 ประกาศใช้ และกรณีคำสั่งคลายล็อกของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวว่า กกต.พร้อมตอบทุกคำถามกับพรรคการเมือง โดยได้เตรียมเนื้อหาการบรรยายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการใช้สื่อออนไลน์ ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ กกต.จะมีเครื่องไม้เครื่องมือและกฎหมายใหม่ๆ มาช่วย ทั้งการสืบสวนไต่สวนคดีเลือกตั้ง หรือกรณียับยั้งการเลือกตั้ง ซึ่งในวันที่ 11 ธ.ค.2560 จะเป็นวันที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะเป็นวันแรกที่เริ่มนับกรอบเวลา 150 วันของการจัดเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กกต.ได้แบ่งเขตไปแล้วในระดับจังหวัด คาดว่าจะประกาศรูปแบบการแบ่งเขต 3 รูปแบบ เพื่อให้พรรคการเมืองและประชาชนเสนอความคิดเห็นในสัปดาห์หน้า และ กกต.จะพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ส่วนการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น คัดเลือกไว้แล้ว 616 คน และกำลังตรวจสอบข้อร้องเรียน คาดว่าอีกไม่นาน กกต.จะสรุปได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กกต. กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ อยากให้มีการใช้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยไปรณรงค์ให้ประชาชนมาใช้สิทธิให้มาก และ กกต.จะทำหนังสือถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้แจ้งเวียนคำสั่งขอให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นจะต้องบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชนทำเป็นเครือข่าย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ที่จะทำให้วงจรอุบาทว์กลับมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า กฎหมายการเลือก ส.ส.ได้กำหนดให้ กกต.เก็บข้อมูลการกระทำผิดไว้ทั้งหมด เพราะหากมีการร้องเรียน กกต.จะต้องตามล้างตามเช็ด โดยอนาคตหากมีคนร้อง ก็จะไปเอาข้อมูลนั้นมาสืบสวนมาไต่สวน ซึ่งกรณีการดูด ส.ส.ตามกฎหมายพรรคการเมืองระบุว่า ไม่ให้มีการเสนอให้ทรัพย์สินหรือเงินทองเพื่อแลกกับการให้มาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หากมีการดำเนินการก็เป็นโทษ และหากเป็นการดำเนินการของกรรมการบริหาร มีโทษถึงยุบพรรค &amp;nbsp;
บิ๊กป้อมบอกเตรียมไว้ก็ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย (พท.) มั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้ง และถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบก็บริหารประเทศไม่ได้ ว่าไม่ขอตอบ &amp;nbsp; ส่วนที่ประกาศไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลนั้น ขอให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณา และตัดสินใจเองว่า จะให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ทำงานต่อหรือไม่ หากประชาชนไม่เอา ใครก็ทำอะไรไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยกลัวถูกยุบพรรค และเตรียมตั้งพรรคเพื่อธรรมไว้นั้น พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่าแล้วทำผิดหรือเปล่า แต่เตรียมการไว้ก็ดีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เอาเปรียบยังไง ลงพื้นที่ไปดูแลประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่ได้หาเสียง&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรโต้กรณี พท.กล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ ในการลงพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง สมาชิก พท. กล่าวถึงข้อกังวลในการยุบพรรคเพื่อไทยก่อนการเลือกตั้ง 90 วันว่า เข้าใจว่าบางฝ่ายมีความคิดเช่นนั้น แต่ถ้าจะทำต้องได้รับความร่วมมือ ไม่รู้ว่าจะกล้าทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงประเทศอีกหรือไม่ เพราะถ้าทำจะเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พท. กล่าวในเรื่องนี้ว่า เปรียบเหมือนการแข่งขันฟุตบอลโลก ทีมบราซิลได้เข้ารอบไปแล้ว แต่จะมาห้ามไม่ให้ลงเตะได้หรือ เป็นไปไม่ได้ แล้วผู้ชมจะยอมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ พท. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไล่นายเสนาะให้กลับไปพักผ่อนว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์มีความสุขุม และเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น เพราะสิ่งที่นายเสนาะพูดไม่ได้เป็นการก้าวล่วงใคร หรือใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และสิ่งที่นายเสนาะพูด ก็เป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนความเห็นประชาชน ถือเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิก พท. กล่าวในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่นายเสนาะพูดเป็นความจริง เป็นสัจธรรมทางการเมือง เพราะงานในสภาผู้แทนราษฎร ส.ว.ไม่อาจมาลงคะแนนช่วยเหมือนตอนเลือกนายกฯ ได้ ซึ่งสิ่งที่นายเสนาะพูดนั้น มาจากประสบการณ์ และไม่ใช่ว่า พท.ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้วจะก่อความวุ่นวายดังที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจ เพราะไม่ใช่วิสัยของพรรค นอกจากนี้ได้คุยกับนายเสนาะ ก็ไม่คิดตอบโต้อะไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เป็นประโยชน์ เพราะแก่แล้วจริงๆ ผู้ใหญ่จะลงไปทะเลาะกับผู้มีอายุคราวลูกก็ใช่ที่ เดี๋ยวจะถูกเด็กลูบหัวเอา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษก พท.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์โชคดี ใครพูดอะไรไม่เข้าหู นึกอยากไล่ใครก็ไล่ได้ ไม่เหมือนคนไทยที่หากมองว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา เศรษฐกิจปากท้องมีปัญหา ถึงอยากไล่ก็ไล่ไม่ได้ ทำได้เพียงแต่รอว่าเมื่อไหร่จะปลดล็อกและเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พท.แจ้งถึงแนวคิดเรื่องการจับมือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อต่อต้านรัฐบาลทหาร ว่ามีการส่งตัวแทนระดับแกนนำระดับสูงของพรรคไปหารือกันนานนับปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังขยายไปถึงพรรคการเมืองอื่นที่เห็นด้วยกับแนวทางปรองดอง โดยจะเห็นได้ในเหตุการณ์ระยะหลัง 2 พรรคใหญ่ต่างมีทิศทางไปทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ปลดล็อก และกรณีกฎหมายลูก &amp;nbsp;
รื้อแผนดึง &amp;quot;นายหัวชวน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;2 พรรคเห็นพ้องว่าหากฝ่ายการเมืองไม่หันหน้าเข้าหากัน เท่ากับเปิดทางให้รัฐบาลทหารสืบทอดอำนาจได้ตามกติกาที่ออกแบบไว้ โดยได้ประเมินตัวเลข ส.ส.ออกมาแล้วว่า พท.น่าจะได้รับชัยชนะมี ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 200 เสียง ปชป.ประมาณ 100 ที่นั่ง และพรรคต่างๆ ที่ไม่ใช่ฝ่ายสืบทอดอำนาจที่พร้อมเข้ามาเป็นแนวร่วม อีก 70 ที่นั่ง จะสามารถคุมทิศทางการลงมติเลือกนายกฯ ได้แบบสูสี แม้ฝ่าย คสช.จะมีเสียง ส.ว. 250 เสียงก็ตาม ถือเป็นสูตรรัฐบาลแห่งความปรองดอง ไม่ต่างจากรัฐบาลแห่งชาติเลยทีเดียว&amp;rdquo; รายงานระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งอีกว่า ปัญหาการหารือที่ยังไม่ลงตัวขณะนี้คือ บทสรุปว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ แม้ พท.จะยกตำแหน่งนายกฯ ให้ ปชป. &amp;nbsp;ซึ่งชื่อตอนแรกที่เหมาะสมที่สุดคือ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ แต่นายชวนปฏิเสธ จึงตกมาที่นายอภิสิทธิ์ แต่ก็ทำให้ พท.ตะขิดตะขวง เนื่องจากไม่สามารถอธิบายกับมวลชน โดยเฉพาะคนเสื้อแดงได้ จึงได้นำรายชื่อนายชวนกลับมาสู่วงเจรจาอีกรอบ เพราะนายชวนยังเป็นผู้ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ต่างให้ความเคารพนับถืออย่างสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ &amp;ldquo;วิบากกรรมประเทศไทย ย้อนรอยพฤษภา 35&amp;rdquo; โดยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อปลดล็อก ครม.ปัจจุบันมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อป้องกันเสียงครหาใช้อำนาจรัฐบาลเอาเปรียบพรรคการเมือง เพื่อไม่ให้กงล้อประวัติศาสตร์พฤษภา 2535 ได้ย้อนรอยกลับมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้งพรรคการเมืองของคณะรัฐประหารไม่ใช่มีครั้งแรกในยุคนี้ และแต่ละยุคล้วนต่างมีจุดจบไม่สวยงามแม้แต่รายเดียว โดยหากอยากเป็นนายกฯ นี่ตรงไปตรงมาที่สุด ท่านก็เข้าทางตรอกออกทางประตูชัดเจน ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ลงสมัครได้ และให้คนกลางมาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองระยะเปลี่ยนผ่านที่จะมีการเลือกตั้งนี้ ถ้ากรรมการเป็นผู้เล่น แม้ได้ชัยชนะก็ตาม แต่โลกติเตียน&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว และว่า ที่เสนอเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้บ้านเมืองของเราบอบช้ำไปมากกว่านี้ และคนไทยเดือดร้อนกันมากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิก พท. กล่าวถึงความกังวลต่อการทำหน้าที่ของ พล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ว่า เชื่อมั่นว่า พล.อ.อภิรัชต์เป็นทหารมืออาชีพ มีระเบียบวินัย ซึ่ง พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ บิดา พล.อ.อภิรัชต์ ถือเป็นเจ้านายเก่า มีความคุ้นเคยกันดี ในวันที่ พล.อ.อภิรัชต์เกิดยังได้ไปร่วมแสดงความยินดี และเคยไปอุ้มกับมือมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน หลายพรรคการเมืองเต็มไปด้วยความคึกคักในการเปิดตัวสมาชิกใหม่ หรือการดึงอดีตนักการเมือง โดยที่พรรคเพื่อไทยได้เปิดตัวกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคประมาณ 30 คน ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการและลูกหลานของสมาชิกพรรค พท. อาทิ นายต้น ณ ระนอง บุตรชายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และนายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวว่า คนรุ่นใหม่ที่มาสมัครสมาชิกส่วนหนึ่งจะลง ส.ส.เขต อีกส่วนจะมาทำงานเชิงนโยบาย และช่วยงานการเมืองในทุกมิติ ส่วนกรณีข่าวว่าตระกูลสะสมทรัพย์จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นั้น ยังเป็นแค่กระแสข่าว เพราะนายอนุชา สะสมทรัพย์ ก็ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และในหลังวันที่ 3 ต.ค. แกนนำพรรคจะเริ่มลงพื้นที่ติดต่อประสานงาน พบปะรับฟังความคิดเห็นประชาชนและติดตามการทำงานของสาขาพรรค 4 สาขา ในจังหวัดเชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช และสมุทรปราการ
ภท.คึกดูดทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่า หลังพรรคเตรียมเปิดตัวตระกูลสะสมทรัพย์ นำโดยนายไชยา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทย และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา บุตรชายว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ในวันที่ 2 ต.ค. ในการประชุมคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคนั้น ล่าสุด นายชาดาได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
แหล่งข่าวแจ้งอีกว่า ล่าสุด นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้าน ส.ส.ริมน้ำ กลุ่ม 16 ที่ใกล้ชิดกับนายเนวิน ชิดชอบ ได้นำทีมตันเจริญมาร่วมงานกับพรรคหลังจากก่อนหน้ามีกระแสข่าวไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รวมทั้งนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร &amp;nbsp;อดีต รมช.คมนาคม พรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้ก็จะย้ายไป พปชร. มาสังกัด ภท.เช่นกัน รวมถึงนายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี ปชป., พล.ร.อ.สุรพล จันทน์แดง ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายจรูญ ยังประภากร อดีต ส.ว.สมุทรปราการ ที่เคยเดินทางไปมอบนกหวีดและดอกไม้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงการชุมนุมของ กปปส.ในปี 2556
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สาเหตุที่อดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.ย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย เพราะมั่นใจมีโอกาสเป็นรัฐบาลสูง ที่สำคัญพรรคยังมีภาพและเรื่องท่อน้ำเลี้ยง ก็ไม่เป็นรองใครจากกระเป๋านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ซิโน-ไทยฯ และกลุ่มบุรีรัมย์ ที่มีคิงเพาเวอร์หนุนหลัง พร้อมคอนเน็กชั่นทางการเมืองของนายเนวินที่ต่อสายกับผู้ใหญ่ คสช.ได้&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตรยอมรับว่า มีผู้ที่สนใจมาร่วมงานกับกลุ่มสามมิตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ในอนาคตหากไปสังกัดพรรคการเมืองนั้น เกรงว่าอาจเกิดปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนของผู้สมัครส.ส.ได้ โดยเฉพาะในภาคอีสาน จึงอาจต้องมีการทำโพล รวมทั้งต้องใช้เวลาพิจารณาพอสมควร เพื่อความละเอียดรอบคอบ ทำให้การเข้าสังกัดพรรคการเมืองของกลุ่มสามมิตรนั้น อาจต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง
นายปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชาชน ในฐานะคณะทำงานนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมใหญ่ พปชร. ในวันที่ 29 ก.ย.ว่า ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะยังมีเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดประชุมสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการได้มาซึ่ง ส.ว.และการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารระดับจังหวัดทั่วประเทศ ประมาณ 1,300 คน ร่วมประชุม &amp;nbsp;
กกต.กางปฏิทิน ส.ว.ลากตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพรกล่าวถึงกระบวนการเลือก ส.ว.ว่าจะเริ่มขึ้นเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาการเลือก ส.ว. คาดว่าจะมีผลใช้บังคับประมาณวันที่ 30 พ.ย. จากนั้นจะประกาศวันรับสมัครผู้เข้ารับการคัดเลือก ส.ว.ประมาณวันที่ 5 ธ.ค. ส่วนการคัดเลือกแบ่งเป็น &amp;nbsp;3 ระดับ คือ ระดับอำเภอคัดเลือกประมาณวันที่ 30 ธ.ค. จากนั้นอีก 7 วัน จะคัดเลือกในระดับจังหวัด คือประมาณ 6 ม.ค.2562 ต่อจากนั้นอีก 10 วัน ก็คัดเลือกระดับประเทศ &amp;nbsp;โดยคาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จในวันที่ 16 ม.ค.2562 จากนั้นในวันที่ 22 ม.ค.2562 กกต.ก็เสนอรายชื่อ 200 คนให้ คสช.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรยังกล่าวถึงข้อกังวลถึงกำหนดวันสรรหา ส.ว.ระดับอำเภอจะมีขึ้นในวันที่ 30 ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวสิ้นปี ว่าเป็นเพียงตารางที่ กกต.กำหนดไว้เบื้องต้น ซึ่งเผื่อเวลาเอาไว้ไม่ให้เกินวันที่ 30 ธ.ค. ซึ่ง กกต.เองก็คาดหวังว่าจะสามารถจัดให้เร็วขึ้นได้ อาจไปไม่ถึงวันที่ 30 ธ.ค. ซึ่งกำหนดให้เป็นวันสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยยอมรับว่า การเลือกระดับอำเภอที่วางปฏิทินไว้ในช่วง 30 ธ.ค. อาจเป็นปัญหากระทบกับกระทรวงมหาดไทยที่ติดภารกิจเรื่อง 7 วันอันตราย ซึ่ง กกต.ก็จะไปหารือให้ปรับแผนให้เหมาะสม &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวในประเด็นนี้ว่า ต้องดูความเหมาะสมเรื่องวัน เวลา ทาง กกต.จะพิจารณาอีกครั้ง คงต้องถามทาง กกต. เพราะไม่ใช่คนกำหนด หากชัดเจนแล้วว่าเป็นวันเวลาไหน ก็ไม่มีปัญหา และพร้อมดำเนินการ สื่ออย่าถามให้เป็นประเด็นเลย ประเทศชาติจะเดินไปอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฏฐ์กล่าวเตือนสื่อมวลชนว่า ให้ระวังการทำข่าวและเสนอข่าวเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. โดยเฉพาะในช่วงการเปิดรับสมัคร ส.ว.ระดับอำเภอ ที่จะต้องรอให้ปิดรับสมัครก่อน จึงจะสามารถรายงานจำนวนได้ เพราะกฎหมายกำหนดห้ามเปิดเผย เนื่องจากเกรงจะทำให้ผู้สมัครรู้ว่ากลุ่มองค์กรใดยังจำนวนน้อยหรือมีใครสมัครในกลุ่มใดบ้าง อาจเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ &amp;nbsp;รวมทั้งไม่ควรไปสัมภาษณ์ผู้สมัคร หรือนำเสนอประวัติของผู้สมัคร เพราะกฎหมายห้ามผู้สมัครหาเสียง ทำได้เพียงแต่การแนะนำตัว ซึ่งผู้สมัครจะสามารถแนะนำตัวกันเองได้เท่านั้น และจะใช้โซเชียลฯ แนะนำตัวเองไม่ได้ ซึ่งการที่กฎหมายไม่ให้หาเสียง เพราะผู้สมัคร ส.ว.ต้องมีต้นทุนทางสังคมสูงมาก ไม่ใช่โนเนมแล้วจะมาสมัคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต วิชยสุทธิ์, ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล, ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เสนาะ เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bace3747dd0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.บินเป่าเค้กนช. แห่ไปลอนดอนฉลองวันเกิดแม้ว/แรมโบ้ลั่นแค่น้ำใจยังไม่มี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ควันหลง! &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ลากไส้เพื่อไทย-นปช. แค่กำลังใจไม่มีให้ แต่ถูกหาว่าทรยศ ลั่นลาขาดแล้ว ใช่ว่าไม่เป็น นปช.แล้วจะรักประชาธิปไตยไม่เป็น ระบุไหว้ย่าโมทำตามปู่ย่าตายายผิดตรงไหน สะพัดบิ๊กเพื่อไทย อดีต ส.ส.ขนครอบครัวตีตั๋วไปเบิร์ธเดย์นักโทษหนีคุกที่อังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงข้อกล่าวหาที่ระบุว่า แตกคอกับแกนนำ นปช. และถูกดูดไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ว่าตนเองไม่ได้เป็นนปช.มานานแล้ว ตั้งแต่นางธิดา ถาวรเศรษฐ มาเป็นประธาน ด้วยเหตุผลแนวทางและความเห็นของตนขัดแย้งกับนางธิดามาตลอด จึงทำงานไปด้วยกันไม่ได้ ก็ขอออกมา ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับ นปช.อีกเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แกนนำ นปช.ทุกคนก็ทราบดี จากนั้นผมก็ได้มาตั้งกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย หรือ อพปช.เคลื่อนไหวในแนวทางของผมเอง และต่อมาก็ถูก อาจารย์ธิดา หมอเหวง และนายจตุพร กล่าวหาโจมตีและระบุชัดเจนว่าแรมโบ้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ นปช.แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2557 คสช.เข้ายึดอำนาจ ตนก็ได้ประกาศยุติบทบาททางการเมือง เพราะอึดอัดเจอสารพัดปัญหา ทั้งถูกดำเนินคดีหลายคดี แม่กับภรรยาก็ป่วยเป็นมะเร็ง ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ถ้าขืนยังทำการเมืองอยู่ต่อไปครอบครัวก็คงจะลำบาก ที่สำคัญขณะที่ตนเองถูกทหารควบคุมตัวพรรคเพื่อไทย ไม่มีใครมาเหลียวแลถามไถ่ความเป็นอยู่ของตนเลย ต้องช่วยตัวเองทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจึงเห็นธาตุแท้ของนักการเมือง จำเป็นต้องเอาตัวรอดก่อน ในที่สุดทหารก็ปล่อยผมออกมา ซึ่งในช่วงนั้นผมก็รอดูว่าจะมีผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยคนใดโทร.มาถามสารทุกข์สุกดิบว่าผมมีชีวิตอยู่อย่างไร ครอบครัวเดือดร้อนหรือไม่ เพียงแค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาเงินทองมาให้ผม แต่ก็ไร้วี่แวว ไม่เห็นมีใครสนใจสักคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อผมถูกพรรคเพื่อไทยทอดทิ้ง ไม่เห็นคุณค่า ผมจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และพรรคก็ตอบหนังสือกลับมาให้ลาออกได้โดยไม่มีใครมาทัดทานหรือห้ามปรามอะไรทั้งสิ้น มิหนำซ้ำผมยังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศพรรค ขายตัวให้กับทหารสารพัดที่จะหาเรื่องด่า เช่น กล่าวหาว่าผมเอารายชื่อแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไปให้ทหารตามจับบ้าง ซึ่งไม่เป็นความจริง หัวใจผมยังผูกพันกับคนเสื้อแดงเหมือนเดิม แต่ผมไม่ได้ไปร่วมทำงานกับแกนนำ นปช.เท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า มาถึงวันนี้ประชาชนในพื้นที่อยากให้ตนกลับมาเล่นการเมือง ทำประโยชน์ให้กับชาวบ้าน ก็ต้องฟังเสียงประชาชน เพราะที่ผ่านมาตนมีบทบาทในการผลักดันงบประมาณมาสร้างประโยชน์ในพื้นที่หลายโครงการ จนทำให้ชาวบ้านรักและศรัทธา เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เลยตัดสินใจจะกลับมาทำงานทางการเมือง
ทำตามปู่ย่าตายาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้แจงว่า ก่อนจะกลับก็ต้องไปกราบย่าโมที่ตนเคารพบูชา บอกท่านเสียก่อน เพราะตอนจะเลิกตนก็มาบอกย่า ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมของลูกหลานย่าโมคนโคราช ปู่ย่าตายายปฏิบัติมาอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นการนำเอาย่าโมมาหากินตามที่มีคนกล่าวหาตนเอง ตนทำตามปู่ย่าตายายเคยพาทำ มันจะผิดหรือเสียหายตรงไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์เผยว่า หลังจากนี้จะตัดสินใจเข้าสังกัดพรรคการเมืองที่เห็นว่ามีนโยบายและผู้นำพรรคที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้ ถ้าตนจะไปสังกัดพรรคที่มีทหารเป็นแกนนำ ก็ถือเป็นสิทธิของตนเอง แต่ก่อนถูกคนออกมาด่าเสียๆ หายๆ ทั้งผ่านโซเชียลฯ ต่างๆสารพัดวิธีที่จะด่า ณ วันนี้ได้ตัดสินใจแล้วที่จะเข้ามาสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีแนวทางการสร้างความปรองดอง การสลายสีเสื้อ เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความรัก ความสามัคคี เป็นปึกแผ่น ซึ่งสังคมไทยในปัจจุบันกำลังต้องการอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวเข้าร่วมกับกลุ่มสามมิตรและพรรคพลังประชารัฐ เพราะถูกเสนอเงินให้เป็นตัวเลขที่สูงนั้น นายสุภรณ์ปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาไม่เห็นมีกลุ่มหรือพรรคไหนมาเสนอเงินให้แม้แต่บาทเดียว ที่ต้องการเข้าร่วมเพราะมองเห็นเจตนารมณ์ที่ดีที่อยากจะสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดกับแผ่นดินไทยโดยไม่เลือกสี เลือกข้าง ซึ่งตนเห็นว่า ณ วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่ทุกกลุ่มทุกฝ่ายจะต้องหันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินไปข้างหน้าให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า นปช. มันไม่ใช่ว่าใครเป็น นปช.แล้วต้องรักประชาธิปไตย ตนจะเป็นประชาชน จะเป็นแนวร่วมอะไร ก็รักประชาธิปไตยเหมือนกัน ไม่ได้มีอะไรเลยที่จะมาทำลายความรู้สึกความเป็นประชาธิปไตย ทำลายความรู้สึกรักบ้านเมืองรักประชาชน เทิดทูนสถาบัน ตนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความเป็นแรมโบ้ แนวร่วมประชาธิปไตยยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ต้องเลิกพูดเรื่องสี หยุดได้แล้ว บ้านเมืองต้องการความสามัคคี ต้องการความสงบสุข ปรองดอง ต้องหาทางออก วันนี้ถ้าคิดว่าคุณคือประชาธิปไตยฝ่ายเดียว คือสีเสื้อ นปช. อย่างโน้นอย่างนี้ บ้านเมืองไม่มีจบ ผมอยากเห็นทางออกของบ้านเมืองที่กลับมาสงบสุข ประชาชนคนไทยจะกลับมารักสามัคคีกัน ร่วมมือร่วมแรงกัน ร่วมใจกัน อย่างนี้ถึงจะเรียกว่ารักบ้านเมืองประเทศชาติ รักประชาธิปไตย&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การเคลื่อนไหวเดินสายหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ล่าสุดในส่วนของพื้นที่ จ.ลพบุรี พล.อ.สรชัช วรปัญญา ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก บุตรชายนายนิยม วรปัญญา ที่จะลงสมัครในเขต 4 แทน นายพหล วรปัญญา อดีต ส.ส.ลพบุรีพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเขตดังกล่าวเป็นพื้นที่เดิมของนายนิยม เมื่อ พล.อ.สรชัชจะเกษียณอายุราชการในเดือน ต.ค. จึงลงเล่นการเมืองแทนบิดา ส่วนนายพหลนั้นยอมที่จะหลีกทางให้
แห่เบิร์ธเดย์นักโทษหนีคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวบุตรชายนายนิยมจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ แทนนายพหล วรปัญญา ว่าการที่นายพหลจะหลบให้ พล.อ.สรชัช ถือเป็นเรื่องของคนในครอบครัว ก่อนหน้านี้ พล.อ.สรชัชไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เมื่อเขาเป็นข้าราชการทหารที่เพิ่งปลดเกษียณอายุราชการ แล้วจะลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ต้องหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาลงสมัครในเขตดังกล่าวในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป เพราะถือเป็นพื้นที่เดิมของพรรค และยืนยันยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยเช่นเดิม เชื่อว่าประชาชนยังมั่นคงกับพรรคเพื่อไทยไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยนโยบายและผลงานที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในอดีตที่ผ่านมา และขณะนี้ส่วนตัวมองว่าการเมืองเริ่มมีความชัดเจน พรรคต่างๆ เช่น พรรคพลังประชารัฐ มีการเคลื่อนไหว ก็เรียกร้องให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมได้แล้ว มันถึงเวลาของพรรคการเมืองทุกพรรคต้องเตรียมตัวเลือกตั้งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเผยว่า ขณะนี้อดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ครอบครัว ญาติพี่น้อง ที่มีความใกล้ชิดนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จำนวนมาก ได้ทยอยเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเตรียมร่วมงานฉลองวันคล้ายวันเกิดปีที่ 69 ของนายทักษิณ ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ซึ่งจะจัดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่ที่ จ.อุบลราชธานี ว่า กลุ่มของตนไม่ลงไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์เองก็คงไม่อยากให้เรามาเกี่ยวข้อง เพราะคงมีข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องหลายพันคนให้การต้อนรับอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีอดีต ส.ส.อุบลราชธานีคนใดให้การต้อนรับ ก็คงชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้มีนัยทางการเมือง ก็ถือเป็นมุมมองของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้ามีนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นไปตั้งแถวรอรับ จะให้ประชาชนคิดอย่างไร ท่านไม่มีสิทธิไปห้ามความคิดประชาชนได้ ส่วนกระแสเรื่องพลังดูดนั้น อดีต ส.ส.ที่ยึดมั่นอยู่กับพรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหว เพราะเมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ไม่มีอำนาจใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าเสียงของประชาชน
มาอุบลฯ ทำไมหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า ครม.สัญจรจะมาอุบลฯ วันที่ 23 -24 กรกฎาคมนี้ ตนยินดีด้วยที่มา อยากให้มาเยี่ยมชาวบ้านและชาวอุบลฯ จะได้ถามว่า 3 ปีที่ผ่านมา ที่ ครม.สัญจรเมื่อปี 2558 มาที่อุบลฯ ถึงวันนี้ชาวอุบลฯ ได้อะไรบ้าง มีความสุขหรือมีความทุกข์ ขอฝากไปยังรัฐบาลด้วยว่า ประเทศไทยมีกี่จังหวัด จังหวัดอุบลราชธานีมาแล้วครั้งหนึ่ง มาแล้วอุบลฯ ได้อะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า จังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยยังมีอีกมากมายหลายจังหวัดที่น่าจะไปเยี่ยมเขาบ้างครับ เขาคงอยากให้รัฐบาลไปเยี่ยมบ้าง ไม่ใช่มาแต่อุบลฯ อย่างไรก็ตาม ครม.สัญจรที่ จ.อุบลฯ ในครั้งนี้ อยากฝากให้รัฐบาลให้ความสำคัญด่านชายแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร ที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 6 ที่อำเภอนาตาล สะพานข้ามแยกวนารมณ์ และแยกเขื่องในรถติดมาก ชึ่งเคยมาประชุมไว้ตั้งแต่ปี 2558 ครม.สัญจรรอบก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อย่ามาหาเสียงนะครับ ดูด ส.ส.ไปอยู่พรรคประชารัฐ พี่น้องชาวอุบลฯ ช่วยดูด้วยครับ ใครจะอยู่พรรคเพื่อไทย ใครจะไปพรรคประชารัฐตามแรงดูด&amp;rdquo; นายชูวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มสามมิตรส่อว่าจะไม่ไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ว่า ส่วนตัวเห็นว่ามีความเป็นไปได้ในทางการเมือง แต่เป้าหมายของกลุ่มนี้คือการเป็นรัฐบาลโดยหนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงถือว่า เป็นพรรคแนวร่วมของ คสช. จริงๆ แล้วไม่ควรใช้ชื่อกลุ่มสามมิตร ควรเรียกกลุ่มสามโบสถ์มากกว่า และยิ่งนำเสนอโครงการโคล้านตัวมาอีก ตนเกรงว่าจะเป็นเหมือนวัวพลาสติกเช่นที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์คงต้องช่วยกลั่นกรองพิจารณานโยบายของนักการเมืองที่มาสนับสนุนด้วย ว่าจะเอาเงินมาจากไหนตามรัฐธรรมนูญ และจัดซื้อวัวที่ไหน หักหัวคิวเท่าไร และจะเวียนเทียนกี่รอบ กลยุทธ์การทุจริตคอร์รัปชันในวงราชการกำจัดได้หรือยัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมกลับมองว่าเป็นนโยบายที่ไปติดสินบนประชาชนชัดๆ ว่าเลือกพรรคผมแล้วจะให้วัวฟรีๆ เลิกได้ไหมนโยบายประชารัฐแบบนี้ เพราะไม่แตกต่างอะไรกับนโยบายประชานิยมของนายทักษิณ ชินวัตร ที่เคยทำมาในอดีต&amp;rdquo; นายวัชระกล่าว
ทุ่งกุลาต้อนรับกำนัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)&amp;quot; ได้โพสต์ภาพและข้อความลงในเพจหลังจากเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยระบุว่า &amp;quot;ผมและคณะผู้ร่วมจัดตั้งพรรค &amp;quot;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;quot; &amp;nbsp;มาเยี่ยมพี่น้องประชาชนในทุ่งกุลาร้องไห้ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด เพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเรื่องการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในเขตทุ่งกุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าชื่นใจที่ประชาชนมีความคิดเห็นที่ดี คิดอย่างมีระบบ สรุปบทเรียนจากอดีต นำมากำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกันในวันข้างหน้า ขอให้แก้ปัญหาการบริหารจัดการเรื่องน้ำให้เขา เขาจะทุ่มเทนำศาสตร์พระราชา เกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง มาปฏิบัติกันให้จริงจังเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ปราชญ์ชาวบ้านที่นี่เก่งมาก ทำการเกษตรตามรอยพระยุคลบาทพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ประสบความสำเร็จ เป็นแบบอย่างให้พี่น้องประชาชนทำตามกันกว้างขวาง ทั้งในหมู่บ้าน และขยายเป็นตำบลและอำเภอรอบๆ มีความคิดกันเรื่องการประกาศให้ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งเสริมการลงทุนด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมีทั้งหมด สร้างคุณค่าเพิ่มความเป็น &amp;ldquo;อาหารปลอดภัย&amp;ldquo; เป็นครัวที่ปลอดภัยของโลก ฟังแล้วชื่นใจจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองของประชาชนต้องฟังประชาชน ประชาชนเป็นคนคิด นักการเมืองเป็นคนทำให้สำเร็จตามเจตนารมณ์ของประชาชน พรรครวมพลังประชาชาติไทย จะทำนโยบายโดยกระบวนการอย่างนี้ ขอบคุณพี่น้องชาวทุ่งกุลาที่ต้อนรับ ทำอาหารเลี้ยงด้วยความเมตตา เราจะกอดคอต่อสู้เคียงข้างกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริงครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระแสข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษหนีคุก ผู้ต้องหาตามหมายจับหลายใบ ป่วยและเข้ารับการรักษาตัวด่วนที่โรงพยาบาลในกรุงปารีส ล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ โพสต์คลิปวิดีโอหยอกล้อกับนายทักษิณผ่านอินสตาแกรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่นายทักษิณหันหลังอวดกางเกงยีนส์ตัวใหม่ให้บุตรสาวชม พร้อมบอกว่าซื้อมาในราคาลด 50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ได้เขียนคอมเมนต์แซวน้องสาวว่า &amp;ldquo;เห้ยแก อย่าตัดต่อวิดีโอจิ ป่วยไม่ใช่เหรอ&amp;rdquo; โดยที่ น.ส.แพทองธาร ตอบกลับว่า ไม่ได้ป่วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13850</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, นายทักษิณ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, วัชระ เพชรทอง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนวย คลังผา, แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, แพทองธาร ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b53463712a20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
