<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;กระตุกรัฐบาลไม่ได้ชนะในทุกเรื่อง กม.ประชามติอาจเป็นจุดเปลี่ยนบ้านเมืองในอนาคต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

19 มี.ค.64 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไม่ได้ชนะเสมอไปในทุกเรื่อง !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... วาระ 2 ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลแพ้มติฝ่ายค้านหวุดหวิดในมาตราสำคัญ จนทำให้การพิจารณาต้องสะดุดหยุดลง ไม่อาจพิจารณาต่อจนจบวาระ 2 - 3 ในสมัยประชุมวิสามัญ 17-18 มีนาคมนี้ได้ เพราะต้องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานำไปปรับแก้มาตราอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันให้รอบคอบเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้อาจจะต้องมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อพิจารณาต่อให้จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ว่าสำคัญนั้นมันเป็นไฉน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะพยายามเล่าให้ฟังง่าย ๆ นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็นเรื่องของเหตุที่จะให้มีการออกเสียงประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันมีได้เพียง 2 เหตุเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คณะรัฐมนตรีให้ทำ &amp;ldquo;ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร&amp;rdquo; ทั้งนี้ เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 166&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นสำคัญ ทั้งนี้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างกฎหมายประชามติที่รัฐบาลเสนอเข้ามาเดินตามแนวทางนี้ การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการร่วมของรัฐสภายังคงมีมติเดินตามร่างรัฐบาล ปรับแก้รายละเอียดเล็กน้อย เพราะเห็นว่าโดยลักษณ์อักษรแล้ว เหตุข้อ 1 เขียนไว้ &amp;ldquo;กว้าง&amp;rdquo; ครอบคลุมทุกเรื่องทุกมิติแล้ว เพราะอาจเป็นเหตุใดก็สามารถเข้า &amp;ldquo;เหตุอันสมควร&amp;rdquo; ขอเพียงให้คณะรัฐมนตรีมีมติเท่านั้น ซึ่งก็หมายถึงคณะรัฐมนตรีทุกชุดในอนาคต ไม่จำเป็นต้องเขียนขยายเหตุเพิ่มเติม ตามหลักการเขียนกฎหมายที่ว่าเขียนเปิดกว้างไว้ดีกว่า ยิ่งไปเขียนรายละเอียดเพิ่มเติม อาจให้ผลทำให้ &amp;ldquo;แคบ&amp;rdquo; ลงก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคฝ่ายค้านทั้งที่เป็นกรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภาทั่วไปเสนอขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเหตุที่จะให้มีการออกเสียงประชามติเข้ามามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเห็นว่า เหตุตามข้อ 1 น่ะกว้างก็จริง แต่ไม่เคยเกิดขึ้นได้เลย และเชื่อว่าถ้าไม่เขียนขยายไว้ ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้จริง เพราะโดยธรรมชาติของคณะรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายบริหารมักจะไม่เห็น &amp;ldquo;เหตุอันสมควร&amp;rdquo; เสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ากระนั้นเลย เขียนขยายความไว้ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไหน ๆ ก็เป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแปรญัตติที่เป็นหลักอยู่จนถึงการลงมติในช่วงค่ำวันที่ 18 มีนาคม เป็นของอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการจากโควต้าพรรคเพื่อไทย ขอขยายเหตุเป็น 5 อนุมาตราดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การออกเสียงเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) การออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) การออกเสียงตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการออกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการออกเสียงและได้แจ้งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นการขอแก้ไขที่ไม่ทำให้แคบลงแน่ เพราะรวบเอาเหตุเดิมตามข้อ 1 มาอยู่ใน (2) เรียบร้อยแล้ว เคยกว้างอยู่อย่างไรตามที่กล่าวอ้างกันก็ยังกว้างอยู่อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญอยู่ที่ (4) และ (5) ครับ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มติของ &amp;ldquo;รัฐสภา&amp;rdquo; ในฐานะผู้แทนประชาชนสามารถขอให้คณะรัฐมนตรีจัดประชามติได้ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; ยังสามารถใช้สิทธิโดยตรง โดยเข้าชื่อกันเสนอให้คณะรัฐมนตรีจัดประชามติได้ !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นประเด็นสำคัญที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของบ้านเมืองได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญัตติของอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ชนะไปได้ด้วยเสียงหวุดหวิด โดยส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคอื่น ๆ รวมทั้งส.ว.บางท่าน ร่วมโหวตให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยทำให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมาตราต่อ ๆ ไปอย่างนัอย 4 มาตราต้องเขียนใหม่เพื่อปรับให้เข้ากับหลักการใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#จับตาร่างกฎหมายประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96589</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ชูศักดิ์ ศิรินิล, ร่างพรบ.ประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605461c4b4667.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย ยันสภาแก้รธน.สอดคล้องคำวินิจฉัยของศาล เดินหน้าโหวตวาระ 3 ต่อได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ที่รัฐสภาดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน คือการทำประชามติก่อนตามความหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยออกมา กล่าวคือเมื่อร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านวาระ 3 ก็ยังไม่นำขึ้นทูลเกล้าเพื่อลงพระปรมาภิไธย ต้องให้ประชาชนลงประชามติเสียก่อนว่าจะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เมื่อประชาชนเห็นชอบก็นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนี้ขึ้นทูลเกล้า เพื่อลงพระปรมาภิไธย &amp;nbsp;ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หลังจากนั้นก็จะต้องมีการเลือกส.ส.ร.ตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม แล้วส.ส.ร.ก็ไปยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ก็ไปทำประชามติอีกครั้ง ถ้าประชาชนเห็นชอบก็เข้าสู่กระบวนการประกาศใช้ ทั้งหมดตนเห็นว่าที่ทำอยู่สอดคล้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จากนี้ก็ต้องเดินหน้าลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระ3ต่อไป และเชื่อว่ากระบวนการจะไม่ล่าช้ากว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีผู้ไปตีความคำวินิจฉัยว่า ต้องทำประชามติก่อน มีความหมายว่าก่อนดำเนินการใดๆต้องถามประชาชนเสียก่อนว่ามีความต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่นั้น &amp;nbsp;เข้าใจว่าถ้าไปตีความเช่นนั้น จะเป็นเรื่องที่ขาดเหตุผลอย่างมาก เพราะจะถามประชาชนได้เพียงว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยประชาชนไม่รู้เลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมาอย่างไร จะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร จึงเห็นว่าสิ่งที่รัฐสภากำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้คือการสอบถามประชาชนว่า เห็นสมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐนูญนั้นเอง เนื่องจากเมื่อผ่านวาระ3 เราก็ต้องทำประชามติตามที่ได้กล่าวมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า คำวินิจฉัยที่ออกมาทำให้ประชาชนตีความไปคนละทิศละทาง บ้างก็บอกว่าวันที่ 17 มี.ค. ไม่สามารถเดินหน้าโหวตวาระ 3 ต่อไปได้ บ้างก็บอกว่าเดินหน้าต่อไปได้ แต่ส่วนตัวมีความเห็นว่าคำวินิจฉัยที่ศาลบอกว่าการยกร่างทั้งฉบับต้องไปถามประชาชน โดยทำประชามติ 2 ครั้งนั้น หมายถึงฉบับที่ สสร. จะยกร่างขึ้น แต่ฉบับที่คาสภาฯอยู่นี้ เป็นการแก้เพียงมาตราเดียวคือ มาตรา 256 ไม่ใช่การยกร่างทั้งฉบับ ดังนั้นจึงคิดว่าสามารถเดินหน้าโหวตวาระสามได้ตามปกติ เหตุผลที่หลายคนหยิบยกขึ้นอ้างว่า จะแตะต้องพระราชอำนาจนั้นคือฉบับที่ สสร.จะยกร่างขึ้นไม่ใช่ฉบับนี้ เพราะฉบับนี้แค่เพียงวิธีแก้รัฐธรรมนูญมาตราเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความขัดเจนในเรื่องนี้คงต้องรอให้ประธานรัฐสภาเป็นคนวินิจฉัยแนวทางดำเนินการตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมา แต่ถ้ามีคนไม่เชื่อคำวินิจฉัยประธานรัฐสภา เรื่องนี้อาจต้องวกไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95764</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8c49f78a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มือกม.เพื่อไทย&#039;วิเคราะห์5ด่านขบวนการขวางแก้รธน.หวังสืบทอดอำนาจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.64- นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเส้นทางของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนสำเร็จเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้ จะต้องฝ่าฟันในอีก 5 ด่านสำคัญ คือ ด่านแรกสุด ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 11 มีนาคมนี้ &amp;nbsp;ด่านที่สอง ที่ประชุมรัฐสภา จะต้องลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 จะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรืออย่างน้อย 84 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด่านที่สาม ต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนโดยต้องทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้ต้องมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และก.ม.ประชามติยังมีเงื่อนไขสำคัญนอกจาก ผู้มาใช้สิทธิต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว คะแนนเห็นชอบต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิอีกด้วย ด่านที่สี่ หลังจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านประชามติและประกาศใช้ ต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คนโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งในลักษณะเดียวกับเลือกตั้ง ส.ส. มีส.ส.ร. ได้เขตละคน เป็นไปได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จะไปเกี่ยวพันกับอำนาจหรืออิทธิพลในท้องถิ่น รวมไปถึงการโยงใยกับการเมืองในระดับชาติ &amp;nbsp;ด่านที่ห้า เมื่อส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ จะต้องให้ประชาชนเห็นชอบโดยต้อง ทำประชามติอีกครั้ง ในเงื่อนไขเดียวกับด่านที่สาม หากผ่านประชามติก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์กล่าวว่า ด่านที่สำคัญที่สุด จะอยู่ในสองด่านแรก คือคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า จะสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ และการลงมติในวาระที่ 3 ของที่ประชุมรัฐสภาซึ่งต้องให้ ส.ว.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม คือไม่น้อยกว่า 84 คน เห็นชอบด้วย หากผ่านด่านนี้ไปได้จึงจะมีส.ส.ร. ที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน ที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ยกร่างจากประชาชน มีบทบัญญัติที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้เหตุผลหักล้างเกี่ยวกับกระบวนการโต้แย้งคัดค้าน ขัดขวางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆว่า ต้องถามว่าท่านมีความจริงใจอย่างแท้จริงที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 หรือไม่ จริงๆแล้วท่านได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะท่านยอมรับเองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ designed มาเพื่อพวกเรา ที่ต้องแก้เพราะถูกบีบบังคับจากสถานการณ์ทางการเมือง จากกระแสสังคมหรือไม่ ที่ผ่านมาประชาชน ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้เสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาโดยให้มี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนถึงขั้นผ่านร่างมาจนเข้าสู่วาระที่สอง อยู่ๆท่านเกิดสงสัยในอำนาจของตนเองขึ้นมาแล้วไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจที่ตนมี ทั้งที่ท่านล้วนเป็นผู้เสนอญัตติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีนี้ จึงทำให้นึกย้อนอดีตว่า จริงๆแล้วท่านแสดงออกทั้งโดยตรงและปริยายมาหลายครั้งตลอดมาว่าท่านไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะแก้ไขแล้วอาจกระทบต่อสถานภาพของตนเอง จะเห็นได้ชัดคือร่างรายประเด็นที่เสนอไปพร้อมๆ กับร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ที่ไปกระทบต่อสถานะของพวกท่านล้วนถูกตีตกในวาระที่หนึ่งหมดทุกร่าง ไม่ว่าเรื่องอำนาจส.ว. ระบบเลือกตั้ง ยกเลิกนิรโทษกรรมตลอดกาล ส่วนการลงมติในวาระ 3 โดยเฉพาะจากส.ว.250 คนและต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือไม่น้อยกว่า 84 คนนั้น งานนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าท่านมีความเป็นอิสระไม่อยู่ในอาณัติใดๆหรือไม่ เพราะที่ไปที่มาของท่านเป็นเรื่องที่สังคมตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระอยู่แล้ว งานนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าท่านต้องการให้บ้านเมืองเดินไปอย่างไร ท่านอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์กล่าวว่า การที่ผู้ร้องอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปี 2555 ว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านประชามติของประชาชน การแก้ไขโดยจัดทำร่างใหม่ควรทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนเสียก่อนเพราะประชาชนคือผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญนั้น ความจริงกระบวนการทีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยึดถืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนโดยทำประชามติถึงสองครั้งกล่าวคือ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านรัฐสภาแล้วต้องไปทำประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา256(8) หากผ่านประชามติแล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมาย และเมื่อมีรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จึงจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนเสร็จสิ้นแล้วก็ต้องนำไปทำประชามติอีกครั้งก่อนเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมิได้หมายความว่ารัฐสภายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เอง แต่ ส.ส.ร.เป็นคนยกร่างแล้วให้ประชาชนลงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบ ทั้งหมดอยู่ในบริบทเรื่องอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แม้คำวินิจฉัยดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ยกเลิกไปแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายใดๆ ทำได้สองวิธี คือ แก้ไขรายมาตราบางประเด็นเรียกว่าแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)(พ.ศ.....)หรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกกฎหมายเก่าแล้วตราขึ้นมาใหม่ โดยที่อาจแก้มากแก้น้อย การอ้างว่าจัดทำฉบับใหม่ไม่ได้ จึงเท่ากับต้องแก้ไขเพิ่มเติมเป็นมาตราๆไปเท่านั้น แปลว่ารัฐธรรมนูญหรือก.ม.นั้นๆจะเป็นนิรันดร์ยกเลิกเพื่อทำใหม่ไม่ได้เลย ผิดหลักกระบวนการนิติบัญญัติอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐธรรมนูญมิได้ห้ามมิให้แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีนี้ ทั้งหมดอยู่ในความหมายของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น จึงถือว่ามีอำนาจทำได้ ข้อห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีเพียงข้อห้ามตามมาตรา 255 คือการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ที่พูดว่าท่าน ขอให้คิดเองว่าหมายถึงใครบ้าง อยากจะกล่าวว่า ข้ออ้างทั้งหมด ตนเห็นว่าเป็นเพียงความพยายามสืบทอดอำนาจของคสช. แบบ รัฐธรรมนูญข้าใครอย่าแตะ ซึ่งถ้าทบทวนตั้งแต่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เนื้อหา โดยเฉพาะการได้มาซึ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ครม. รัฐสภา องค์กรอิสระทั้งหลาย อาจถือได้ว่ากระบวนการที่ทำอยู่นี้เป็นการร่วมมือ คบคิดกันปู้ยี่ปู้ยำประเทศ เพียงเพื่อคงอำนาจและสืบทอดอำนาจของพวกตัวเองไว้เท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95254</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, มือกฎหมายเพื่อไทย, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60446e2329161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านยื่นศาล ให้ฟังผู้เชี่ยวชาญ วินิจฉัยแก้ไขรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้ รธน.วาระสองพิจารณา 24-25 ก.พ.นี้จนแล้วเสร็จ พรรคร่วมฝ่ายค้านจ่อยื่นหนังสือถึงศาล รธน. ขอให้พิจารณาความเห็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายรอบด้านก่อนวินิจฉัยสภามีอำนาจแก้ รธน.หรือไม่ &amp;quot;โรม&amp;quot; ลั่นอำนาจการแก้ รธน.เป็นของ ปชช.ไม่ควรให้องค์กรอื่นพิจารณาแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมของรัฐสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่สอง ในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ว่า จะมีการนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ... ซึ่งค้างจากการประชุมครั้งก่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังจากนั้นจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่สองตลอดทั้ง 2 วัน โดยไม่มีการกำหนดกรอบเวลาในการอภิปราย สามารถประชุมได้จนกว่าการอภิปรายจะแล้วเสร็จทั้งหมด เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญพิจารณาในวาระ 3 ได้ ส่วนการเปิดประชุมสมัยวิสามัญจะเป็นวันใดอยู่ที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้พิจารณา หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขผ่านตามกำหนดจะมีการแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ซึ่งตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจะต้องเว้นจากวาระสอง 15 วันถึงจะพิจารณาวาระสามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านได้รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา &amp;nbsp;โดยรัฐสภามีมตินำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา และศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณา ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เราตั้งข้อสังเกตุว่า 1.การที่ศาลจะรับฟังความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม &amp;nbsp;4-5 ท่าน เช่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และนายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น บุคคลต่างๆ เหล่านี้มีส่วนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีมติมอบหมายให้คณะทำงานยกร่างหนังสือส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้ฟังความเห็นผู้ทรงวุฒิด้านกฎหมายมหาชนให้กว้างขวางกว่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขื้น โดยจะยื่นหนังสือต่อศาลในวันที่ 23 ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถแก้ไขทั้งฉบับได้ ฝ่ายค้านจะมีแนวทางแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร นายชูศักดิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องของอนาคต ตามความเห็นส่วนตัว ไม่คิดว่าศาลจะวินิจฉัยออกไปทางนั้น อย่างไรก็ดีตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายไปยังศาล จะไม่แนบชื่อไปด้วยเพราะกลัวถูกมองว่าจะเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิของพรรคฝ่ายค้านอีก ขอเรียกร้องให้ศาลรับฟังผู้ทรงคุณวุฒิอย่างกว้างขวาง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;กล่าวว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญขอให้ช่วยจับตา 3 &amp;nbsp;ประเด็นสำคัญ 1.สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่จะมีการตั้งขึ้นในอนาคตจะมีหมวด 1-2 ที่ไม่สามารถไปแก้ไขปรับปรุงได้ หากดูข้อเรียกร้องจากการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เรียกร้องประเด็นนี้ ดังนั้นอาจนำไปสู่การสร้างชนวนความขัดแย้งใหม่ เพราะไม่ได้เป็นทางออกแท้จริง 2.ระหว่างที่มี ส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ &amp;nbsp;ปกติเราจะแก้รัฐธรรมนูญบางประเด็นระหว่างนี้ได้ แต่ปัญหาคือร่างของ กมธ.เสียงข้างมากกำหนดว่าหากจะแก้ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งโอกาสในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากมาก เมื่อเกิดปัญหาวิกฤติเรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นในอนาคต สภาจะฝ่าวิกฤติไปยากมาก 3.กรณีที่ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วต้องนำไปลงประชามติ หากร่างที่ออกมาประชาชนไม่เห็นด้วย ก็ต้องขีดเส้นใต้ว่าไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะอยากทนอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 แต่อาจหมายถึง ส.ส.ร.ต้องไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ดีกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเป็นการบีบให้เราอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ไปตลอดกาล สุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ในอนาคตอาจต้องใช้วิธีการรัฐประหารเท่านั้น การแก้ไขจึงต้องระมัดระวังมาก สะดุดไม่ได้เลย ถ้าสะดุดอาจจะให้ใบอนุญาตกองทัพในการทำรัฐประหารต่อไป เชื่อว่าอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ไม่จำเป็นต้องให้องค์กรอื่นพิจารณาแทน&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า แม้แต่คนร่างรัฐธรรมนูญอย่างนายมีชัยยังบอกว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ จึงไม่อยากให้อำนาจของรัฐสภาที่มีอำนาจในการแก้ไขถูกยกไปให้หน่วยงานอื่นตีความ ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ซึ่งเป็นเรื่องยาก เมื่อถึงการโหวตวาระ 3 คงต้องขอชั่งน้ำหนักดูก่อนว่าจะโหวตอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า ในกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตามที่นายไพบูลย์ขอให้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา &amp;nbsp;256 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถึงเวลานี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา &amp;nbsp;จะมีแนวทางออกมาอย่างไร ที่ผ่านมาไม่มีประเพณีปฏิบัติว่าจะต้องหยุดการพิจารณา เชื่อว่าคงมีการพิจารณาตามวาระที่กำหนดไว้ โดยจะรอดูว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร หากบอกว่าทำไม่ได้ ทุกสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็กลายเป็นศูนย์ กลับไปนับหนึ่งกันใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจในการเสนอกฎหมายและออกกฎหมายเพื่อคนส่วนมากของประเทศ แต่คนที่ไปร้องไม่ทราบว่าร้องได้อย่างไร เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่เริ่มต้นเลย แต่ไปร้องว่าขัดแล้ว ดังนั้นเจตนาของนายไพบูลย์ชัดเจนว่าทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขธรรมนูญ โดยใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือ&amp;quot; นายสมคิดกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่ายังไม่เห็นชะตากรรม แม้หลายคนเชื่อว่าถ้าไม่แก้แล้วรัฐบาลอยู่ไม่ได้ แต่มองว่าประชาชนมีความด้านชาแล้ว คงต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการตั้ง ส.ส.ร.จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ คาดว่า โอกาสจะไม่เกิด 50 ต่อ 50 แต่ถ้ามี ส.ส.ร.จะเป็นอีกสนามหนึ่งที่ประชาชนจะไปสนใจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93905</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ชูศักดิ์ ศิรินิล, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, รังสิมันต์ โรม, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033b30529832.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; ปัดพัลวัน &#039;ทักษิณ&#039; ครอบงำพรรค แค่ช่วยหาเสียงมุ่งตัวบุคคล ชี้กฎหมายไม่ห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไต่สวนสอบสวนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนจดหมายถึงคนเชียงใหม่ให้สนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งสังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระนั้น ว่า&amp;nbsp;การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิหาเสียง หรือแสดงเจตจำนงช่วยเหลือผู้สมัครได้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งระเบียนว่าด้วยการเลือกตั้ง อบจ. ก็เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกช่วยผู้สมัครได้ เพียงแต่กำหนดว่าหากช่วยแล้วต้องใช้จ่ายเงินเกิน 5,000 บาท ก็ต้องแจ้ง กกต.จังหวัด ดังนั้นตนคิดว่าการช่วบเหลือผู้สมัคร การแสดงความเห็นสนับสนุนใครเป็นเสรีภาพที่ทำได้ ส่วนการที่จะบอกว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ว่ามีบุคคลภายนอกครอบงำพรรคเพื่อไทย ซึ่งบุคคลนั้นไม่เคยได้พูดถึงพรรคเพื่อไทยเลย และมีการแสดงเจตนาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้บอกว่าให้พรรคเพื่อไทยไปช่วยสนับสนุนอะไร ดังนั้นโดยรวมตนยังสบายใจอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยข้อกฎหมาย การครอบงำ ชี้นำพรรคการเมืองนั้น จะต้องครอบงำกรรมการบริหารพรรคด้วย กรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย ส่วนการช่วยหาเสียงเป็นการมุ่งไปที่ตัวบุคคล ไม่ได้มาบังคับว่าพรรคเพื่อไทยต้องทำอย่างนั้น หรือให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทำอย่างนั้น ดังนั้นประเด็นข้อกฎหมายอย่างนี้ชัดอยู่แล้ว หากจะไปร้องตีความเอาผิดก็คิดว่ามีเป้าหมายพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการเชียร์ใครในฐานะประชาชนคนไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ย่อมเชียร์ได้ อาจจะไม่ได้เชียร์คนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยไปเชียร์พรรคอื่นก็สามารถทำได้ ไม่มีอะไรห้ามเลย และในแต่ละถ้อยคำก็ไม่มีการเชียร์ในลักษณะของการครอบงำพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่าติดใจ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;วิษณุ&amp;#39; ชี้ปมลงโทษผู้จัด &amp;#39;บิ๊กเมาท์เทน&amp;#39;
	&amp;#39;เด็จพี่&amp;#39; โผล่แจง &amp;#39;ทักษิณ&amp;#39; ห่วงคนเชียงใหม่
	&amp;#39;ประเดิมชัย&amp;#39; จวกรัฐบาลปล่อยสร้างรถไฟฟ้าพร้อมกันทั่ว กทม. ทำฝุ่นพิษพุ่ง
	&amp;#39;อดีตรองโฆษก ปชป.&amp;#39; หอบหลักฐานร้องกกต.
	อ่วม!&amp;#39;หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง&amp;#39;โดน ม.112
	3นิ้วฟังไว้!พปชร.วอนอย่าโยง&amp;#39;โควิด&amp;#39;เข้าการเมือง
	&amp;#39;สุทิน&amp;#39;มึนตึ้บ!แล้วแต่คนจะคิดว่า&amp;#39;ทักษิณ&amp;#39;เป็นเจ้าของเพื่อไทยหรือเปล่า



	&amp;#39;เด็จพี่&amp;#39; โผล่แจง &amp;#39;ทักษิณ&amp;#39; ห่วงคนเชียงใหม่
	&amp;#39;ประเดิมชัย&amp;#39; จวกรัฐบาลปล่อยสร้างรถไฟฟ้าพร้อมกันทั่ว กทม. ทำฝุ่นพิษพุ่ง
	&amp;#39;อดีตรองโฆษก ปชป.&amp;#39; หอบหลักฐานร้องกกต.
	อ่วม!&amp;#39;หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง&amp;#39;โดน ม.112
	3นิ้วฟังไว้!พปชร.วอนอย่าโยง&amp;#39;โควิด&amp;#39;เข้าการเมือง
	&amp;#39;สุทิน&amp;#39;มึนตึ้บ!แล้วแต่คนจะคิดว่า&amp;#39;ทักษิณ&amp;#39;เป็นเจ้าของเพื่อไทยหรือเปล่า

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลน่าน ศรีแก้ว, ชัยเกษม นิติสิริ, ชูศักดิ์ ศิรินิล, พรรคเพื่อไทย, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลือกตั้งท้องถิ่น, เลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd865324a36e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 01:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ฟัน&#039;บิ๊กตู่&#039;หลุดเก้าอี้ ดักคอ&#039;ศาล&#039;สังคมจับตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จับตา 2 ธ.ค.ชี้ชะตา &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อาศัยบ้านพักทหาร เจ้าตัวจัดคิวทัวร์สมุทรสงคราม &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; พาเหรดฟันธง &amp;ldquo;ภูมิธรรม&amp;rdquo; บอกเป็นจุดท้าทายกระบวนยุติธรรม อ้างนักกฎหมายเชื่อไม่รอด รอวัดใจ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ไขก๊อกเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธที่ 2 ธันวาคมนี้ ในเวลา 15.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ รวมทั้งออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวนี้ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯ เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นบ้านพักของทางราชการทหาร เป็นที่พักอาศัยของตนเองและครอบครัว ตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าเช่าให้ทางราชการทหาร ทั้งที่เกษียณอายุราชการมาตั้งแต่ 30 กันยายน 2557 อาจเข้าข่ายเป็นการรับประโยชน์ใดๆ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 186 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 184(3) และเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้นำมาใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการเดินทางตรวจราชการที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์ ตรวจเยี่ยมการทำน้ำตาลมะพร้าวแท้แม่กลอง กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงชุมชน กิจกรรมโคกหนองนาโมเดล และเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ฟื้นฟูมะพร้าวครบวงจรที่อัมพวา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญกำลังเป็นที่จับตามอง และเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่กระบวนการยุติธรรมไทยจะได้พิสูจน์ตัวเอง จากการพิจารณาผลการชี้ชะตา พล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวกับการเข้าพักอาศัยอยู่ในบ้านหลวง ใช้น้ำฟรี ไฟฟ้าฟรี และอยู่ฟรี ซึ่งหากว่ากันตามตัวบทกฎหมาย และผลการตัดสินพิจารณาคดีที่คล้ายคลึงกันในอดีต ในมุมมองของนักกฎหมายและนักวิชาการทางด้านนิติศาสตร์ ต่างเชื่อมั่นไปในทิศทางเดียวกันว่านายกฯ น่าจะหาเหตุผลมาชี้แจงเอาตัวรอดให้พ้นผิดได้ค่อนข้างยาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;2 ธันวาคม 63 จึงเป็นอีกสถานการณ์สำคัญหนึ่งที่ท้าทาย และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นต่อระบบกระบวนการยุติธรรม และสถาบันการเมืองของไทย นายกฯ ยังจะฝืนเดินหน้าต่อ หรือหยุดพอแค่นี้ เป็นคำถามสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบตัวเองว่าจะยื้ออยู่ต่อไปแล้วทำให้สังคมไทย จะยิ่งถูกซ้ำเติม ตกต่ำลงทุกที หรือลาออกเพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้งในสังคม เพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศสักครั้งหนึ่งในชีวิต&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขอให้ศาลตัดสินเป็นไปตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม เพราะจะเป็นบรรทัดฐานของประเทศนี้ต่อไป หากมองทั้งด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์แล้ว ในกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องมีเหตุให้พ้นจากตำแหน่งจะเป็นประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นปัญหาและเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากมีเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องหลุดจากตำแหน่งโดยทันที จะช่วยลบภาพของรัฐบาลที่สืบทอดมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์อยู่นาน เศรษฐกิจไทยจะยิ่งฟื้นยากขึ้นไปเรื่อยๆ และหาก พล.อ.ประยุทธ์หลุดออกจากตำแหน่ง ก็จะทำให้หยุดการชุมนุมได้ อีกทั้งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในฐานะผู้ร้อง ก็จะแต่งตั้งตัวแทนไปรับฟังการพิจารณาคดีในวันดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85445</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, พิชัย นริพทะพันธุ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc3ba35bbfec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฝ่ายค้าน&#039; ชงลดเวลาถกแก้ รธน.ให้น้อยลง เร่งดัน &#039;สสร.&#039; เข้าวาระ 3 ไม่ลืมร่าง &#039;ไอลอว์&#039; ร่วมพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - เวลา 16.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้านประชุมเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม &amp;nbsp;(ฉบับที่...) ในวันที่ 24 พ.ย. โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานฝ่ายกฎหมายพรรค แถลงภายหลังการประชุมว่า สำหรับแนวทางการทำงานของกรรมาธิการในสัดส่วนของฝ่ายค้านคือ 1.การคัดเลือกตำแหน่งต่างๆ ในกรรมาธิการฯ ควรคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามานั่งในตำแหน่งนั้นๆ แม้เราทราบว่าเสียงของฝ่ายค้านสู้เสียงของฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ แต่เราก็เห็นว่าควรมีการเสนอ 2.เวลาที่กำหนดไว้ 45 วันอาจจะมากเกินไป เราจะเสนอให้ใช้เวลาน้อยกว่านี้ โดยพยายามให้เรื่อง สสร. เข้าสู่การพิจารณาในวาระ 3 โดยเร็ว 3.เมื่อพิจารณาร่างของฝ่ายค้านและร่างของรัฐบาลแล้วเห็นว่า มีความแตกต่างกันในสาระสำคัญ2เรื่องคือ ที่มาของ สสร.ที่ฝ่ายค้านมองว่าควรมาจากการเลือกตั้ง 100% แต่ญัตติของรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งโดยตรง การคัดเลือกจากรัฐสภา จากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ และจากที่ประชุม กกต. ซึ่งกระบวนการที่มาจากการคัดเลือกมีปัญหาหมิ่นเหม่ที่อาจได้คนมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้การได้มาไม่เป็นธรรม เรามองว่าญัตติของฝ่ายค้านมีความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นต่อมาคือ เรื่องการทำประชามติ ฝ่ายค้านมองว่า เมื่อ สสร.ร่างเสร็จแล้วควรนำร่างไปทำประชามติก่อนนำมาประกาศใช้ ขณะที่ญัตติของรัฐบาลนั้น เมื่อ สสร.ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หากที่ประชุมเห็นชอบให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ ซึ่งมีปัญหาหมิ่นเหม่เช่นกัน เพราะประชาชนไม่มีโอกาสรับรู้รับทราบว่า สสร.ร่างรัฐธรรมนูญมาอย่างไร 4.เรามีร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพี่น้องประชาชนที่ตกไป ซึ่งมีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายค้านจึงเห็นว่า เราต้องไปศึกษาร่างที่ตกไปว่า มีประเด็นใดที่สำคัญ เพื่อนำเรื่องนั้นๆ มาพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ และ 5.ให้แต่ละพรรคการเมืองในฝ่ายค้านไปพิจารณาเพื่อมอบหมายให้ ส.ส.แต่ละพรรคร่วมแปรญัตติในประเด็นสำคัญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84792</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, พรรคเพื่อไทย, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb97dbafa85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
