<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.โรคติดต่อ ออก 8 ข้อ คำแนะนำ ป้องกันโควิด ให้พี่น้องมุสลิมปฎิบัติ ในช่วงเดือนถือศีลอด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 เม.ย.63- นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้ลงนามคำแนะนำในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในช่วงเดือนรอมฎอน &amp;nbsp;ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ลงวันที่ 10 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ยังมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีการดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นทุกพื้นที่ กรมควบคุมโรค จึงขอความร่วมมือจากประชาชนชาวไทยผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามทั่วประเทศ ร่วมกันป้องกันและลดการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงเดือนรอมฎอนปีนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มในห้วงระหว่างวันที่ 24 หรือ 25 เมษายน - 23 หรือ 24 พฤษภาคม 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนเป็นหนึ่งในบทบัญญัติตามหลักปฏิบัติศาสนบัญญัติของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งจะงดเว้นการรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม และการปฏิบัติตัวตามหลักศาสนา โดยเริ่มปฏิบัติทุกวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกดินเป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งระยะเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวจะได้อยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อทั้งภายในครอบครัวและในชุมชน กรมควบคุมโรค ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ &amp;nbsp;จึงได้ออกคำแนะนำในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 โดยขอความร่วมมือให้ผู้ที่ถือศีลอดปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;1.หลีกเลี่ยงการสลามด้วยการสัมผัสมือ การสวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือสลามกันเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.งดการไปร่วมละหมาดญะมาอะฮ์หรือละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด และปฏิบัติตามประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด โดยแนะนำให้ปฏิบัติศาสนกิจภายในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน และงดการแบ่งปันอาหารให้แก่กัน หากจำเป็นให้นั่งห่างกันอย่างน้อย&amp;nbsp;1-2 เมตร และไม่จัดอาหารแบบใส่ถาดรวม (บุฟเฟต์) ให้แยกเป็นอาหารจานเดียว มีช้อนส้อมและแก้วน้ำเฉพาะของตนเอง และล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4.หลีกเลี่ยงการไปสถานที่ที่มีการรวมตัวกันของคนเป็นจำนวนมาก หากจำเป็นควรเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลให้สะอาดอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5.กรณีมีความจำเป็นต้องปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด แนะนำให้เปิดหน้าต่างและผ้าม่านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก งดการใช้เครื่องปรับอากาศ และให้คัดกรองทุกคนก่อนเข้ามัสยิด หากมีอาการไข้ (อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส) ไอ เจ็บคอ แม้จะมีอาการไม่มาก ให้งดเข้าร่วมและแนะนำให้สังเกตอาการที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6.หากมีการสัมผัสบุคคลหรือไปสถานที่เสี่ยง เมื่อกลับเข้าบ้าน แนะนำให้รีบทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำสระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7.เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และดื่มน้ำสะอาดมากๆ หลังรับประทานอาหาร นอกจากจะเป็นข้อควรปฏิบัติในการถือศีลอดที่ถูกต้องแล้วยังช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำในสภาพอากาศร้อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. สุวรรณชัย ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรออกไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาข้างนอกบ้าน ให้ปฏิบัติศาสนกิจภายในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสิ่งแวดล้อมภายนอก เพราะหากกลุ่มดังกล่าวได้รับเชื้อ จะมีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63349</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ, ช่วงรอมฏอน, นพ.สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e981d25b8413.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; เผยรู้ตัวคนร้ายลอบวางระเบิดภาคใต้ช่วงถือศีลอด ลั่นยังควบคุมได้ระดับหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ใน&amp;nbsp;3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงรอมฏอน หรือถือศีลอดว่า&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่การกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงข้าราชการตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงได้กำชับให้ตนลงไปดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา พร้อมมอบเงินและสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ก่อนเดินทางไปเป็นประธานสวดอภิธรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตที่ อ.สะบ้าย้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ กองทัพภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9&amp;nbsp;(ผบช.ภ.9) และ ฝ่ายปกครองในพื้นที่มีการประชุมร่วมกันมาโดยตลอด แผนการมีการซักซ้อมแต่บางช่วงบางเวลาคนร้ายได้ฉวยโอกาสก่อเหตุ จริงมาตราการเราดำเนินการตามแผนทุกครั้งโดยเฉพาะช่วงรอมฏอนเราได้เฝ้าระวังมาโดยตลอด เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ครั้ง แต่ปีนี้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ครั้ง เราสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง ส่วนผู้ที่ก่อเหตุมีทั้งผู้ก่อเหตุกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ เบื้องต้นพอทราบเบาะแสคนร้ายว่าเป็นใคร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้, ช่วงรอมฏอน, ถือศีลอด, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สถานการณ์ชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18baa2d896a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
