<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อนุทิน” นัดถกรูปแบบสายสีส้มตะวันตก 8 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วงเงิน 1.28 แสนล้านบาทว่า ในวันที่ 8 ต.ค.นี้เวลา 9.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) มาประชุมร่วมกันถึงโครงการดังกล่าว เพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเอง จะทำให้มีมูลค่าของโครงการที่ถูกลงไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้าน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า หากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเองนั้น จะไม่ทำให้โครงการล่าช้า เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษาไว้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ สนข. และ ขร. ไปพิจารณาความแตกต่างระหว่างระบบรถไฟรางหนัก (Heavy Rail) กับรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) พร้อมทั้งพิจารณาข้อกังวล ทั้งในส่วนเรื่องของค่าโดยสารของประชาชน และเพดานหนี้สาธารณะด้วย ขณะที่ในส่วนของจำนวนผู้โดยสารที่ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี เมื่อรวมกับฝั่งตะวันตก จะมีจำนวนผู้โดยสาร 440,000 คนต่อวันนั้น ตนมองว่าตัวเลขผู้โดยสารยังน้อยไป เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว ผ่านใจกลางเมือง จึงสั่งการให้ รฟม. ไปอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

&amp;ldquo;หลังจากที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายเศรษฐกิจแล้ว และได้ให้กลับมาทบทวนโครงการรถไฟสายสีส้มว่า จะใช้รูปแบบไหน ก็ต้องมาดูว่าอันไหนถูกกว่าและดีกว่า ก็จะเสนอข้อเท็จจริง และข้อเปรียบเทียบเสนอให้ ครม.พิจารณา ซึ่งตอนนี้มี 2 รูปแบบ คือ แยกการก่อสร้างออกจากการเดินรถ แต่ปัจจุบันรวมเป็นเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) 100% ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นว่า ถ้าแยกก่อสร้างออกมาจะถูกกว่า ซึ่งความเห็นนี้มีเป็นตัวหนังสืออยู่ในรายงานการประชุม&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับกรอบในการพิจารณาโครงการนั้น จะต้องเรียงลำดับความสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ 3 กลุ่มหลักที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) คือ ลำดับที่ 1 ประชาชนจะต้องได้ประโยชน์สูงสุด และรับภาระน้อยที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของอัตราค่าโดยสาร ลำดับที่ 2 รัฐจะต้องมีการลงทุนน้อย และลำดับที่ 3 เอกชนที่มาลงทุนจากรัฐจะต้องได้รับผลตอบแทน

ทั้งนี้ หากการพิจารณาดังกล่าว ที่มีนายอนุทินเป็นประธานนั้น ได้ข้อสรุปออกมาว่า รัฐจะเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเอง จะถอนเรื่องกลับมาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจะส่งเรื่องกลับไปยังคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟม.) ก่อนที่จะเสนอให้ ครม.ฝ่ายเศรษฐกิจพิจารณา เพื่อส่งไปยัง ครม.ชุดใหญ่ และเข้าสู่กระบวนการ PPP เฉพาะการเดินรถต่อไป ขณะเดียวกัน ถ้าพิจารณาแล้วว่า จะดำเนินการรูปแบบเดิมตามมติ ครม.ชุดก่อนเหมาะสมกว่านั้น ก็สามารถเสนอไปยัง ครม.ชุดใหญ่ได้ทันที อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสรุปรูปแบบการดำเนินการและเสนอ ครม. ได้ภายใน ต.ค. นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์, ทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้ม, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af78135ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดรฟม.เคาะสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตก 1.4 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดรฟม.เคาะรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตกตกพร้อมเปิดสเปคทีโออาร์ ด้านบิ๊กทุน BTS-BEM ตบเท้าชิงเค้ก คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาได้ภายในปีนี้ก่อนเปิดประมูลต่อไปช่วงต้นปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)นัดพิเศษได้มีมติเห็นชอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตกระยะทาง 13.4 กม. ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ หลังจากนี้เจะเร่งเสนอกระทรวงคมนาคมภายในเดือนนี้ก่อน ส่งต่อเรื่องไปยังบอร์ดพีพีพีและที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ภายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เพื่อให้เข้าสู่ขั้นตอนร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์) ได้ตามแผนในช่วงต้นปีและเปิดประมูลภายในปี 2562 ก่อนเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปีหรืออย่างช้าต้นปี 2563 ซึ่งตามเป้าหมายนั้นจะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายนี้ได้ในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์กล่าวต่อว่าสำหรับเงื่อนไขการลงทุนนั้นจะเป็นรูปแบบ PPP Net Cost ซึ่งมีวงเงินลงทุน 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1.5 หมื่นล้านบาท ค่างานก่อสร้างโยธา 9.6 หมื่นล้านบาทและค่างานระบบและการจัดหารถ 3.2 หมื่นล้านบาท สำหรับเงื่อนไจของทีโออาร์นั้นประกอบด้วยกันสองส่วน เริ่มจาก ค่างานโยธาวงเงิน 9.6 หมื่นล้านบาทนั้นเอกชนต้องเป็นฝ่ายลงทุนก่อนโดยรัฐบาลจะทยอยชำระเงินคืนให้พร้อมดอกเบี้ยภายใน 10 ปี นับตั้งแต่เปิดบริการ โดยจะคัดเลือกเอกชนที่ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลออกเงินค่างานโยธาน้อยที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งวิธีดังกล่าวนับเป็นแผนในการลดตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศ ส่วนด้านงานระบบและเดินรถ วงเงิน 3.2 หมื่นล้านบาทบนระยะเวลาสัมปทาน 30 ปีนั้นเอกชนจะต้องลงทุนทั้งหมด โดยจะคัดเลือกเอกชนที่เสนอรายได้เชิงพาณิชย์และรายได้ค่าโดยสารมากที่สุดให้กับรัฐบาลเนื่องจากหากเอกชนรับรายได้ต่ำก็จะทำใหผลประโยชน์กลับสู่ภาพรวมของประชาชนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้พื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหทดจะเป็นของเอกชนระยะเวลา 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งใช้วงเงินลงทุนจำนวนมาก อีกทั้งยังมีรายละเอียดที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านก่อสร้างและงานเดินรถ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงทำให้มีแต่เพียงบริษัทรายใหญ่เท่านั้นที่สนใจเนื่องจากมีศักยภาพด้านเงินทุนและประสบการเดินรถที่สั่งสมมานาน ดังนั้นจึงเป็นที่จับตามองบิ๊กทุนที่คอยเข้าซื้อซองและประกวดราคาโครงการนี้ เริ่มจาก กลุ่มบีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ หรือ BTS และกลุ่ม บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด หรือ BEM&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ดังนั้นจึงมีโอกาสที่กลุ่มทุนจะจับมือร่วมกันเข้าประมูลโครงการอย่าวกลุ่ม BSR ซึ่งประกอบด้วย BTS บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) หรือSTEC และ บริษัท ราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ RATCH
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17285</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์, รฟม., เห็นชอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212e60a4d66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
