<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุยดูแลคนเดินทางช่วงวันหยุด 10-13 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่า เนื่องในวันหยุดราชการตามมติคณะรัฐมนตรีระหว่าง&amp;nbsp; วันที่ 10 &amp;ndash; 13 ธันวาคม 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการบูรณาการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ในส่วนของกรมทางหลวงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมทางหลวงประกอบด้วย สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน โดยให้โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และงานซ่อมบำรุงทางและสะพาน หยุดดำเนินการดังกล่าว เพื่อทำการคืนพื้นผิวจราจรให้มีช่องจราจรเท่าเดิมหรือให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด พร้อมติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือน ไฟสัญญาณต่างๆในพื้นที่บริเวณก่อสร้างและตรวจสอบ&amp;nbsp; ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายสราวุธ กล่าวว่า หากพบว่ามีปริมาณจราจรหนาแน่นจะทำการประสานงานกับตำรวจ&amp;nbsp; ทางหลวง ในการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรหรือการจัดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86391</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินทาง, ช่วงหยุดยาว, ทล.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd06c0bde9d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่งทุกหน่วยเตรียมแผนรับคนเดินทางช่วงหยุดยาว 25-28 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานประชุมผ่านระบบ zoom ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อสรุปภาพรวมการเดินทางของประชาชนทั้งในส่วนรถสาธารณะ รถยนต์ส่วนบุคคล สถิติจำนวนผู้เดินทางทั้งหมด และภาพรวมของอุบัติเหตุ พบว่าจำนวนผู้เดินทางในระหว่างวันที่ 3 - 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหยุดในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาคือวันเข้าพรรษาและอาสาฬหบูชา พบว่าจำนวนปริมาณผู้เดินทางในช่วงหยุดยาวดังกล่าว มีจำนวนรถส่วนบุคคล ที่เดินทางเข้าออกกรุงเทพฯจำนวน 6,007,706 คัน มีผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากกว่า 9,014,427 คน อุบัติเหตุเกิดขึ้น 369 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 56 คน และบาดเจ็บ 396 คน

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานถอดบทเรียนจากในช่วงวันหยุดยาวของต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และนำไปจัดทำแผนเตรียมรับมือกับช่วงหยุดยาวของปลายเดือนกรกฎาคมระหว่างวันที่ 25- 28 กรกฎาคมนี้ โดยเบื้องต้นขอให้ปรับปรุง ช่องจราจรผ่านด่าน,ทางด่วนและมอเตอร์เวย์ ซึ่งรัฐบาลมีการงดเว้นค่าผ่านทางให้แก่ผู้ใช้ทาง แต่พบว่าในแต่ละด่านเก็บค่าผ่านทางบางแห่งมีการเปิดช่องจราจรเพียง 3-4 ช่องเท่านั้น และมีช่องด่านงดบริการปิดอยู่ ทำให้เมื่อถึงหน้าด่านรถจำนวนมากต้องเบียดกันเพื่อใช้เส้นทาง เกิดการกระจุกตัวขึ้น ดังนั้นในส่วนนี้ขอให้หน่วยงานที่กำกับดูแลไปดำเนินการตามนโยบาย เมื่อมีการงดเว้นค่าผ่านทางแล้วก็ขอให้เปิดช่องผ่านทุกด่านเพื่อให้การจราจรเกิดการลื่นไหลด้วย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการดูแลผิวจราจร เช่นขอให้มีการทำป้ายแจ้งผู้ใช้รถให้ทราบว่า ในระยะทางข้างหน้าอีกกี่กิโลเมตรจะมีจุดพักรถ (Rest Area) เพื่อให้รถที่สัญจรทราบว่าหากต้องการเข้าใช้จุดพักรถ จะได้เตรียมตัวเพื่อใช้ช่องจราจรให้เหมาะสม ไม่เกิดการตัดกระแสจราจรทำให้เกิดปัญหารถติดเมื่อถึงจุดใกล้จุดพักรถเกิดขึ้น เหมือนในช่วงที่ผ่านมา

ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวในการประชุมว่า การเดินทางในช่วงวันที่ 3 ถึง 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา สถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นพบว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากเส้นทางถนนที่เป็นทางตรงสูงถึงร้อยละ 67.21 ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่สูง งั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ไปตรวจสอบว่าลักษณะการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวมาจากสภาพผิวถนน พี่อาจความเสี่ยงจากสภาพหลังฝนตกทำให้ถนนลื่น หรือมาจากการจัดระบบจราจรป้ายบอกทางต่างๆ เพื่อที่จะได้วางแนวทางแก้ปัญหาในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71000</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินทาง, ช่วงหยุดยาว, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee09f3eeb62f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์ยอดชิมช้อปใช้วันหยุด คลังฟุ้งเงินสะพัดหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;คลัง&amp;quot; โชว์ยอดชิมช้อปใช้ช่วงหยุดยาว 4 วัน ประชาชนใช้จ่ายคึกคัก เงินสะพัดหมื่นล้านบาท ด้านกรมบัญชีกลางเตรียมจับมือ ธ.กรุงไทย-ททท.จัดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี สรรพากรวอนพ่อค้าแม่ค้าคลายกังวลถูกตรวจสอบบัญชีเพิ่ม &amp;quot;ธนกร&amp;quot; ดีดปาก &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ถ้าไม่พูดก็คงไม่มีใครว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 2-5 พ.ย.62 ติดต่อกัน 4 วัน เพื่อลดปัญหาการจราจรรองรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน มีประชาชนออกมาใช้จ่ายเงินผ่านโครงการชิมช้อปใช้ 1 และ 2 จำนวนมาก &amp;nbsp;โดยข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ย.62 มียอดการใช้จ่ายรวม 10,667 ล้านบาท แบ่งเป็นร้านชิม 1,460.1 ล้านบาท ร้านช้อป 6,171.7 ล้านบาท ร้านใช้ 141.7 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไป 2,893.8 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการลงพื้นที่ติดตามผลอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ พบว่าร้านค้ารายย่อยและวิสาหกิจชุมชนสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างน้อย 30% และบางพื้นที่ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 100% แสดงว่าเงินสามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมชิมช้อปใช้แล้ว 180,000 ร้านค้า กระจายอยู่ 77 จังหวัดทั่วทั้งประเทศ&amp;quot; นายชาญกฤชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางและธนาคารกรุงไทยจะร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดแคมเปญใหญ่โหมกระหน่ำลดราคา เพื่อดึงนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวช่วงปลายนี้ และกระตุ้นให้ผู้ได้รับสิทธิ์ชิมช้อปใช้นำเงินของตัวเองออกมาใช้จ่ายให้มากขึ้น ซึ่งจะมีการโครงการออกมาเร็วๆ นี้ โดยเป็นสิทธิเพิ่มเติมจากเดิมที่ให้เงินผ่านชิมช้อปใช้ วงเงิน &amp;nbsp;30,000 บาทแรกได้รับคืนเงินแคชแบ็ก 15% และหากซื้อเกิน 30,000-50,000 บาท ได้รับคืนเงินแคชแบ็ก 20% ของเงินใช้จ่ายแต่ไม่เกิน 8,500 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ได้สั่งการให้สรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ เร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ร้านค้า โรงแรม ร้านค้าโอทอปที่เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ ว่าไม่ต้องกังวลจะถูกนำข้อมูลการค้าขายผ่านโครงการชิมช้อปใช้ไปเรียกเก็บภาษีเพิ่ม เพราะกรมฯ ยืนยันว่าจะไม่นำข้อมูลมาเรียกเก็บภาษีเพิ่มแน่นอน ดังนั้นให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจและเปิดรับชำระเงินจากกระเป๋า 2 ในโครงการด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีร้านค้าบางแห่งกลัวว่าหากรับเงินจากโครงการชิมช้อปใช้ โดยเฉพาะจากกระเป๋า 2 เข้ามามากๆ จะทำให้มียอดโอนเงินเข้าบัญชีเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือมียอดรับโอนตั้งแต่ 400 ครั้ง และรวมเกิน 2 ล้านบาท จนทำให้ถูกสรรพากรเข้ามาตรวจสอบบัญชีนั้น ขอยืนยันว่าร้านค้าจะยังไม่ถูกตรวจสอบเช่นกัน เพราะขณะนี้กฎหมายยังไม่ใช้และอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูกอยู่ ซึ่งจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็วๆ นี้ จึงยังไม่มีผลให้เข้ามาตรวจสอบยอดโอนเงินในบัญชีได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่สำคัญในกรณีผู้ที่เป็นเจ้าภาพงานบุญกฐินและเจ้าภาพงานบุญทอดผ้าป่า รวมถึงผู้รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ นั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากแม้จะมียอดโอนเงินเข้ามาเกินที่กำหนด แต่กรมสรรพากรจะไม่เรียกเก็บภาษีเพิ่มโดยทันที แต่จะมีการตรวจสอบเปรียบเทียบรายได้กับปีที่ผ่านมา รวมถึงความถี่ในการโอนแต่ละช่วงว่าสอดคล้องกับช่วงการรับบริจาคหรืองานบุญกฐินหรือไม่ ตลอดจนความเหมาะสมของยอดเงินด้วย เพื่อให้มีความเป็นธรรมมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนที่เป็นเจ้าภาพจัดงานกฐินงานบุญต่างๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องถูกเรียกเก็บภาษี &amp;nbsp;เนื่องจากมียอดธุรกรรมเกินกว่า 3,000 ครั้ง เพราะกรมฯ จะตรวจสอบข้อมูลและที่มาที่ไปของเงินหรือรายได้ที่รับ รวมถึงเรียกเข้ามาสอบถามในรายละเอียด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าหากโอนเกินแล้วจะต้องเรียกเก็บภาษีเพิ่มทุกกรณี&amp;quot; นายเอกนิติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าไม่เคยแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง มักอ้างนักการเมืองและผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไม่ค่อยดีนักเนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกจริงๆ ซึ่งทุกประเทศในเอเชียได้รับผลกระทบหมด รัฐบาลจึงออกมาตรการต่างๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพยุงให้เศรษฐกิจประคองไปได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการชิมช้อปใช้ มาตรการประกันรายได้เกษตรกร การส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ไม่พูดก็คงไม่มีใครว่า แต่ทางที่ดีหากมีข้อเสนอแนะอะไรดีๆ ก็น่าจะนำเสนอมา ไม่ใช่พูดไปเรื่อย เอาความสะใจไปวันๆ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ คุณหญิงสุดารัตน์ควรเอาเวลาไปช่วยดูแลพรรคเพื่อไทยบ้างดีกว่า เห็น ส.ส.หลายคนก็บ่นๆ อยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำงานเพื่อพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ที่สำคัญไม่เคยอุ้มนายทุนขนาดใหญ่หรือคนรวยตามที่คุณหญิงกล่าวหา ไม่เหมือนอดีตผู้นำบางคน ไปปราศรัยที่นครสวรรค์ แล้วบอกว่าจะช่วยจังหวัดที่เลือกพรรคของท่านก่อนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เอสเอ็มอี แรงงาน สิ่งเหล่าพี่น้องประชาชนทราบดี มีเพียงคุณหญิงสุดารัตน์ที่ไม่ยอมเปิดรับ อยากให้เปิดใจให้กว้าง ทำจิตใจให้สงบ &amp;nbsp;แล้วจะสัมผัสถึงความรักชาติรักประชาชนของ พล.อ.ประยุทธ์ คุณหญิงสุดารัตน์จะได้เข้าใจ มาช่วยกันเพื่อบ้านเมืองจะดีกว่า เพราะการเล่นเกมการเมืองมากจนเกินไปประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49532</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, ชิมช้อปใช้, ช่วงหยุดยาว, ททท., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินสะพัดหมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc039cfd791d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
