<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เผยข้อดี &#039;ถือศีลอดอาหาร&#039; ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63 - รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า&amp;nbsp;เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ด้วยการถือศีลอดอาหาร โรคโควิด-19 สร้างปัญหาใหญ่โตเกินคาดไปทั่วทั้งโลก ระหว่างที่เขียนอยู่นี้วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2020 ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วทั้งโลกไต่ระดับขึ้นไปที่ 1.2 ล้านคนเข้าไปแล้ว เสียชีวิตเกิน 6 หมื่นราย ประเทศไทยติดเชื้อไป 2 พันกว่าคน เสียชีวิต 20 ราย คำแนะนำที่ใช้กันมากในเวลานี้คือการสร้างระยะห่างในสังคม (Social distancing) แนะนำให้แต่ละคนอยู่ห่างจากคนอื่น 1.5-2 เมตร เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการไอจามของผู้ป่วย ป้องกันตนเองด้วยสารพัดเครื่องมือ PPE ทั้งใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยโดยเจลล้างมือหรือสบู่ หยุดการสัมผัสหน้าตนเองเว้นแต่ต้องล้างมือสะอาดแล้วเท่านั้นและอีกหลายวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไวรัสก่อโรคโควิด-19 สร้างปัญหารุนแรงให้กับปอดกระทั่งหายใจไม่ได้จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจซึ่งเวลานี้ขาดแคลนขนาดหนัก บางประเทศถึงขนาดต้องเลือกกันแล้วว่าจะให้ใครมีชีวิตอยู่ต่อและจะให้ใครเสียชีวิต ขาดแคลนกันถึงระดับนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้นอกจากไม่ควรติดเชื้อโควิด-19 แล้วยังไม่ควรป่วยด้วยโรคอื่นอีกด้วยเนื่องจากสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดเวลานี้คือโรงพยาบาล จึงจำเป็นต้องแนะนำคนทั่วไปในเวลานี้ว่าอย่าได้ป่วย คำแนะนำง่ายๆคือทำร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้ด้วยการออกกำลังกาย หาทางเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยใช้โภชนาการ การนั่งสมาธิหรืออดอาหารก็แล้วแต่จะเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถือศีลอด เดือนรอมฎอนของมุสลิมช่วยทั้งเพิ่มภูมิต้านทาน ทั้งยืดอายุขัย มีงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันกันมานานแล้ว ส่วนกลไกที่การอดอาหารเข้าไปมีผลต่อเมแทบอลิซึมในร่างกายกระทั่งทำให้ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นจะเป็นอย่างไรดูเหมือนมีคำอธิบายอยู่หลายเหตุผลขึ้นกับงานวิจัยชิ้นนั้นๆว่าเป็นไปในทิศทางใด ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นงานวิจัยของ วอลเตอร์ ลองโก (Valter Longo) ศาสตราจารย์ด้านพฤฒาวิทยาหรือกลไกความชราภาพแห่งมหาวิทยาลัย USC ในแคลิฟอร์เนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองโกทำงานวิจัยด้านการอดอาหารกับภูมิต้านทานไว้หลายชิ้น โดยชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ใน ค.ศ.2014 ศึกษาทั้งในคนและในหนูทดลอง พบว่าเมื่ออดอาหารแบบ IF ซึ่งแตกต่างจากการถือศีลอดของมุสลิมเล็กน้อย โดยอดอาหาร 16 ชั่วโมงคร่อมเวลากลางคืนต่อเนื่องกันนานสามวัน ผลคือเม็ดเลือดขาวในเลือดลดลง เอนไซม์ PKA และฮอร์โมน IGF-1 ลดลง ตลอดช่วงสามวันพบว่าเมื่อได้รับอาหารอีกครั้ง ร่างกายเกิดการกระตุ้นกลไกการสร้างเม็ดเลือดขาวใหม่ขึ้นทดแทน ภูมิต้านทานโรคเพิ่มขึ้น สรุปคือการอดอาหารช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานใหม่สดขึ้นมา เป็นภูมิต้านทานที่พร้อมจะรับมือกับโรคที่จะเข้ามากร้ำกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2563 ปีนี้ตรงกับเดือนชะอฺบานซึ่งเป็นเดือนก่อนรอมฎอน ท่านศาสดานบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ถือศีลอดแทบทั้งเดือน หากใครคิดจะอดอาหารเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานโรค ช่วงเวลานี้เหมาะสมที่สุด จะเป็นทุกวันจันทร์และพฤหัสบดีอย่างที่ผมทำต่อเนื่องกันมานานหลายปี หรือถือศีลอด 3 วันช่วงขึ้น 13-15 ค่ำซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 6-8 เมษายน 2563 เป็นจังหวะที่ดีที่สุด ลองได้เลยอย่ารอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62218</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเดือนรอมฎอน, ถือศีลอด, ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล, รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน, สู้โควิด, อดอาหาร, เพิ่มภูมิต้านทานโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89e12216e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้จ่อยิงสาววัย34ปีดับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; มั่นใจคุมสถานการณ์ไฟใต้ได้ &amp;nbsp; ชี้เหตุรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอนลดลง ฟุ้งรู้ตัวคนร้ายป่วนแล้ว &amp;quot;นราธิวาส&amp;quot; 2 โจรใต้แต่งกายคล้ายผู้หญิงจ่อยิงสาววัย 34 ดับ &amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4&amp;quot; เปิดลงทะเบียนซิม &amp;quot;2 แชะ อัตลักษณ์&amp;quot; ป้องกันโดนสวมซิมก่อเหตุระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พ.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงเดือนรอมฎอนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เป็นห่วงข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงได้กำชับให้ตนลงไปดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา พร้อมมอบเงินและสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ก่อนเดินทางไปเป็นประธานสวดพระอภิธรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตที่ อ.สะบ้าย้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า มาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ทางกองทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9(ผบช.ภ.9) พร้อมด้วยฝ่ายปกครองในพื้นที่ มีการประชุมร่วมกันมาโดยตลอด แผนการมีการซักซ้อม แต่บางช่วงบางเวลาคนร้ายได้ฉวยโอกาสก่อเหตุ ซึ่งจริงๆมาตรการเราดำเนินการตามแผนทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงรอมฎอนเราได้เฝ้าระวังมาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุ 38 ครั้ง แต่ปีนี้ 8 ครั้ง เราสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง ส่วนผู้ที่ก่อเหตุมีทั้งผู้ก่อเหตุกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ เบื้องต้นพอทราบเบาะแสคนร้ายว่าเป็นใคร&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เหตุความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 30 พ.ค. เกิดเหตุคนร้ายแต่งกายคล้ายผู้หญิงจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ยิงใส่ น.ส.ซูฮัยลา โต๊ะหาด อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่เยียวยา อ.จะแนะ อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต ขณะที่ น.ส.ซูฮัยลากำลังขายอาหารอยู่บริเวณริมทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคนร้าย 2 คนซึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดบริเวณหน้าร้าน จากนั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่จนทำให้ น.ส.ซูฮัยลาล้มลงและเสียชีวิตทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอกตกอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 89 หมู่ 3 บ้านริแง ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส จึงเก็บมาหลักฐานต่างๆ มาตรวจสอบอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองอำนวยการความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) พ.อ.ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงมาตรการป้องกันคนร้ายก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาการก่อเหตุรุนแรงด้วยระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่ ผู้ก่อเหตุรุนแรงมักจะใช้ซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องเป็นสัญญาณในการจุดชนวนระเบิด ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สล.คปต.) จึงได้ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิจารณาแนวทางควบคุมซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ธนาวีร์กล่าวว่า กสทช.ได้พัฒนาระบบลงทะเบียนซิมการ์ดที่เรียกว่า &amp;ldquo;2 แชะ อัตลักษณ์&amp;rdquo; ขึ้น เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ป้องกันการแอบอ้างการลงทะเบียนเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยเจ้าของชื่อไม่ทราบ สำหรับผู้ที่เปิดใช้บริการซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ใหม่ทุกรายทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันจะต้องลงทะเบียนด้วยระบบนี้ โดยไม่ใช่ใช้บังคับเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เดิม ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ โดยผ่านจุดให้บริการเครือข่ายของโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผ่านแอปพลิเคชัน 2 แชะ อัตลักษณ์ โดย USER ซึ่งเป็นจุดให้บริการย่อยทั้งระบบจดทะเบียน และระบบเติมเงิน&amp;quot; พ.อ.ธนาวีร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ในการดำเนินการผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่อยู่และใช้งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งยังไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยระบบตรวจสอบอัตลักษณ์ ต้องไปแสดงตนพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อลงทะเบียน ณ จุดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือหน่วยงานสังกัดกรมการปกครอง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายจัดตั้งเป็นจุดให้บริการย่อย ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31 ต.ค.2562 หากเลยช่วงเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถใช้บริการซิมการ์ดดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่อยู่นอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา หากมีความประสงค์จะใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา จะต้องลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยระบบตรวจสอบอัตลักษณ์ ณ จุดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.62 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้เข้าถึงการให้บริการโดยง่ายและสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มจุดให้บริการย่อยจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่&amp;quot; รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมอำเภอยี่งอ จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบทุนโครงการ &amp;quot;รินน้ำใจ ซับน้ำตา สู่น้องกำพร้าสู่วันอิฎิลอัฏฮา 1439&amp;quot; ซึ่งจัดมาเป็นครั้งที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยาลา ใบกาเด็ม นายอำเภอยี่งอ (นอภ.ยี่งอ) กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ว่ามีน้องๆกำพร้าที่ได้รับสิทธิรับเงินจำนวน &amp;nbsp;475 คน และมีผู้ปกครองเข้าร่วมงานกว่า 300 คน ที่มาร่วมให้กำลังใจเด็กและเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง บรรยากาศเป็นไปยังอย่างคึกคัก นอกจากนี้ยังมีผู้สนับสนุนหรือผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่มาเอื้ออำนวยเงินสบทบเพื่อสนับสนุนเด็กกำพร้าในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะให้กำลังใจและมอบโอกาสเด็กกำพร้า และเติมเต็มให้กับผู้ปกครองในวันเฉลิมฉลองในใกล้วันฮารีรายออีดิลฟิตรีที่จะถึงนี้ โดยได้รับมอบเงินให้เด็กกำพร้ารายละ 1,500 บาทต่อคน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 712,500 บาท เพื่อปกป้องผลกระทบเหตุการณ์ในพื้นที่ได้ทางอ้อม และเป็นการปลูกฝังเด็กรู้คุณค่าของโอกาส ทำให้เด็กได้เห็นถึงว่าทางภาครัฐไม่ทอดทิ้งเด็กเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอภ.ยี่งอกล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบต่อเนื่อง 15 ปีในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เกิดปัญหากระทบในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจพื้นที่ความคล่องตัวลดลง และอื่นๆ รวมทั้งทำให้สถานการณ์เด็กกำพร้าทั้งทางตรงและทางอ้อมมีมากขึ้นในช่วงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นับหมื่นคน กำพร้าขาดบิดาเป็นส่วนใหญ่ร้อยละ 90% จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ทุกคนจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือเด็กกำพร้า เพื่อให้โอกาสเด็กเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเดือนรอมฎอน, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, มั่นใจคุมสถานการณ์ไฟใต้ได้, หนังสือพิมพ์, โจรใต้จ่อยิงสาววัย34ปีดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefe42151504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
