<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควีนทรงให้อิสระ &#039;เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน&#039; สร้างครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษทรงให้อิสรภาพแก่เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ในการสร้างครอบครัวใหม่ที่แคนาดาสลับกับการประทับที่อังกฤษใน &amp;quot;ช่วงเปลี่ยนผ่าน&amp;quot; ก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ด้านนายกฯ แคนาดาเผยรัฐบาลยังไม่ตัดสินใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการอารักขาครอบครัวซัสเซกซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563&amp;nbsp; (Photo by Chris Jackson/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษมีพระราชเสาวนีย์ให้เจ้าชายแฮร์รี พระราชนัดดา เข้าเฝ้าฯ ที่พระตำหนักซานดริงแฮม เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 เพื่อร่วมการประชุมหารือพร้อมกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ และเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ โดยมีรายงานว่า เมแกน ซึ่งกลับไปแคนาดาเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อดูแลอาร์ชี โอรสวัย 8 เดือนของเธอกับเจ้าชาย ได้ร่วมการประชุมผ่านทางโทรศัพท์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของสมเด็จพระราชินีเผยว่า การพูดคุยระหว่างพระองค์กับเจ้าชายแฮร์รี พร้อมเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก &amp;quot;ครอบครัวของข้าพเจ้าและตัวข้าพเจ้าสนับสนุนความปรารถนาของแฮร์รีและเมแกน ที่จะสร้างชีวิตใหม่ในฐานะครอบครัวใหม่ที่เพิ่งเริ่มก่อร่าง&amp;quot; ควีนรับสั่งในแถลงการณ์ และว่า จะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับอนาคตของทั้งคู่ภายในเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังเจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ซึ่งดำรงพระยศเป็นดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ประกาศต่อสาธารณะผ่านสื่อออนไลน์เมื่อวันพุธที่แล้ว โดยไม่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากควีนก่อน ว่าทั้งคู่จะลดบทบาทการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ และต้องการหารายได้เลี้ยงตนเองโดยไม่พึ่งเงินภาษีของประชาชน โดยทั้งคู่อยาก &amp;quot;พยายามแสดงบทบาทใหม่ที่ก้าวหน้าภายในสถาบันนี้&amp;quot; ถ้อยคำดังกล่าวถูกบางคนตีความว่าเป็นการดูแคลนราชวงศ์วินด์เซอร์ภายใต้ราชบัลลังก์ของสมเด็จพระราชินีอันเป็นที่รักของชาวอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่ออังกฤษตีข่าวคำประกาศของเจ้าชายแฮร์รี และเมแกน มาร์เคิล (Photo by DANIEL LEAL-OLIVAS/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์แทบลอยด์เดลีเมล์รายงานว่า เจ้าชายแห่งเวลส์กริ้วพระโอรสองค์นี้อย่างมากที่ประกาศข่าวโดยไม่ขอพระบรมราชานุญาตจากควีน และเสด็จออกจากการประชุมก่อนใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควีนทรงยอมรับอย่างเปิดเผยว่า การตัดสินใจของเจ้าชายและเมแกนไม่ใช่ข่าวที่พึงยินดี ถึงแม้ว่าพระองค์มีพระประสงค์ให้ทั้งคู่ปฏิบัติกรณียกิจในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์เต็มเวลา แต่พระองค์ก็เคารพและเข้าใจความปรารถนาของทั้งคู่ ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้นในฐานะครอบครัวธรรมดา แต่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่มีค่าของครอบครัวของพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงย้ำด้วยว่า แฮร์รีและเมแกนแจ้งว่า &amp;quot;พวกเขาไม่ต้องการพึ่งพาเงินภาษีประชาชน&amp;quot; แต่ยังไม่มีการกล่าวถึงเรื่องพระยศว่าจะยังคงไว้เช่นเดิมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เบี้ยเลี้ยงของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ที่มาจากเงินภาษีนั้นมีเพียง 5% เท่านั้น ที่เหลือเป็นเงินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ที่มีทรัพย์สินราว 1.1 พันล้านปอนด์ (ราว 43,183 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควีนรับสั่งด้วยว่า ยังมีประเด็นซับซ้อนที่ครอบครัวต้องสะสาง แต่ขณะนี้ทรงเห็นด้วยว่าจะมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ที่ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะใช้เวลาประทับทั้งในแคนาดาและในอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวซัสเซกซ์เคยยอมรับเมื่อเดือนตุลาคมว่ามีปัญหากับการตกเป็นเป้าความสนใจ ภายหลังการอภิเษกสมรสเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 และการประสูติของอาร์ชี 12 เดือนหลังจากนั้น เดือนที่แล้วเจ้าชายแฮร์รียอมรับด้วยว่าพระองค์ไม่ลงรอยกับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา ถึงขั้นแตกหัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ทั้งคู่เลือกฉลองคริสต์มาสกับมารดาของเมแกน และใช้เวลาพักผ่อนที่แคนาดา ซึ่งเป็นประเทศในเครือจักรภพ เดลีเมล์กล่าวว่า เมแกนมีความฝันจะกลับไปอยู่ในสังคมคนดังที่ลอสแองเจลีส แต่ต้องเป็นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ให้สัมภาษณ์สถานีโกลบอลว่า รัฐบาลของเขายังไม่ตัดสินใจเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลความปลอดภัย โดยยังอยู่ระหว่างรอผลการหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออังกฤษรายงานว่า แคนาดาจะออกค่าใช้จ่ายปีละ 500,000 ปอนด์ (ราว 19.6 ล้านบาท) ขณะที่สื่อแคนาดากล่าวว่า การอารักขาครอบครัวซัสเซกซ์ซึ่งรวมถึงอาร์ชี จะต้องใช้เงินประมาณ 39.35 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควีน, ควีนเอลิซาเบธที่ 2, ช่วงเปลี่ยนผ่าน, ดยุคแห่งซัสเซกซ์, ดัชเชสแห่งซัสเซกส์, พระบรมวงศานุวงศ์, ราชวงศ์ชั้นสูง, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ, เจ้าชายแฮร์รี, เมแกน, ให้อิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d993d7918d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ปลุกขจัดคนไม่ดี เตือนตั้งรัฐบาลอย่ามุ่งแค่ต่อสู้/หึ่ง!12พรรคเล็กปั่นราคาซบพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ขอให้ ขรก.ทำงานต่อเนื่องช่วงเปลี่ยนผ่าน วอน ปชช.อย่ามองการจัดตั้งรัฐบาลเป็นการต่อสู้ทางการเมือง แต่เป็นการทำความดีเพื่อขจัดคนไม่ดีที่ทำบ้านเมืองเสียหายออกไป พปชร.ย้ำความชอบธรรมพรรคที่รวบรวมเสียงข้างมากฟอร์มรัฐบาล หึ่ง! 12 ?พรรคเล็กผนึกกำลังปั่นราคาก่อนซบ พปชร. &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ท้ารวมกันได้เกินครึ่งก็แถลงมา กกต.แจง 4 ข้อสงสัยเหตุบัตรงอก 4.5 ล้านใบมาจากเลือกตั้งล่วงหน้า-นอก ปท. &amp;quot;บัตรเขย่ง&amp;quot; 9 ใบบันทึกข้อมูลมั่ว ยันไม่ตกแต่งตัวเลข เคาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 26 พรรค &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ซัดสกปรกซ้ำรอยปี 2500 ขู่ กกต.อาจติกคุกซ้ำรอยอดีต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำงานมาตลอดก่อนการเลือกตั้ง และหลังจากเลือกตั้งแล้วก็ต้องทำงานเหมือนเดิม ขอให้รักษาการทำงานอย่างเนื่องในทุกมิติ โดยช่วยกันปรับแก้มาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งสารถึงประชาชน ระบุว่า การทำงานของรัฐบาลและ คสช., เหล่าทัพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสร้างความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง สร้างความรักความศรัทธาต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ เพื่อประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รักของคนไทยทุกคน ข่าวสารการรวมจัดตั้งรัฐบาลของพรรคต่างๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นกังวลอยู่เวลานี้ ไม่อยากให้มองว่าเป็นการมุ่งเน้นการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากแต่เป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อทำความดีให้กับชาติบ้านเมืองและประชาชน และขจัดคนไม่ดีหรือคนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายออกไป สื่อต่างๆ ขอให้นำเสนอข่าวอย่างพอเหมาะพอควร ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับบ้านเมืองเรา ขอให้ประชาชนทุกคนได้ใช้ความระมัดระวังในการรับรู้ข่าวสารใดๆ ทั้งจากสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ โซเชียลมีเดีย ขอให้พิจารณาอย่างมีเหตุมีผล ประกอบข้อเท็จจริงทั้งในปัจจุบันและในอดีต ขออย่าได้หลงเชื่อคำบิดเบือน ต่างๆ อันจะทำให้ประเทศกลับไปสู่อันตรายเดิมๆ ที่เราได้เคยร่วมกันฝ่าฟันมาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารนายกฯ ระบุด้วยว่า การเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่ให้ความสำคัญแต่เพียงเสียงมากเสียงน้อย ใครเป็นฝ่ายค้าน ใครเป็นรัฐบาล แต่ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ อันได้แก่ ได้รัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ประชาชนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเลือกใครได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงหรือไม่ ประเทศชาติได้รับการสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถหรือไม่ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากคนหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน รวมถึงทุกพรรคการเมือง นักการเมืองทุกคน เราต้องยอมรับว่าวิธีการเดิมๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะไรได้เลย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีวิธีการใหม่ๆ ที่ทันต่อเทคโนโลยี มีการบูรณาการอย่างแท้จริง โดยเราจะต้องสร้างสนับสนุน รณรงค์ สร้างการเรียนรู้ ช่วยกันปรับปรุงพัฒนาทุกเรื่องให้ครบวงจร สร้างความเข้มแข็งให้เกิดความยั่งยืน มิใช่แก้ไขปัญหาที่ปลายทางอย่างเดียว ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลควรต้องสานต่อ ขยายหรือปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป โดยสรุปแล้วความสงบสุขของบ้านเมือง ความรักความสามัคคีของพี่น้องประชาชนคนไทย เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาประเทศก้าวต่อไปอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีเสถียรภาพ&amp;quot; สารนายกฯ ระบุ
พปชร.ย้ำความชอบธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ท่านนายกฯ แข็งแรงดี เมื่อสักครู่ตนร่วมรับประทานอาหารกับท่าน ก็เป็นปกติดีทุกอย่าง เมื่อวานตนก็ถามท่านก็บอกไม่เป็นอะไร แต่แพทย์แค่เป็นห่วงอยากให้พักหน่อย ก็ให้น้ำเกลือไปแค่ครึ่งขวด วันนี้ก็ปกติดี ไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านโมโห นั่งคุยกันตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ท่านนายกฯ ยังมีความกังวลกับสถานการณ์บ้านเมืองหรือไม่ เนื่องจากวันนี้นายกฯ ได้ส่งสารถึงประชาชน พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ท่านไม่มีความกังวลใจในเรื่องนี้ และไม่ได้พูดอะไร ส่วนเรื่องการเลือกตั้งต่างประเทศก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ ท่านไม่พูดอะไรในเรื่องการเมือง นั่งทานข้าวกับท่านมีเพียงเรื่องผลการประชุมข้าว ภัยแล้ง และจะทำอย่างไรให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดี ส่วนความเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองนั้น ตนว่าลึกๆ ทุกคนก็อยากเห็นบ้านเมืองสงบ บ้านเมืองเดินหน้า ก็คงไม่ต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แกนนำ พปชร.นัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรค โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน มีแกนนำและคณะกรรมการยุทธศาสตร์เข้าร่วม จากนั้นนายอุตตมอ่านแถลงการณ์ของพรรคว่า พรรค พปชร.ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครและพรรคจนได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 8,433,137 คะแนน โดยมีผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งครบทุกภูมิภาคของประเทศ ดังนั้น 1.พปชร.ขอยึดมั่นและจะทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนในทุกคะแนนเสียงที่ได้เลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดก็ตาม ย่อมถือว่าเป็นสิทธิของประชาชน ผู้ใดก็ตามไม่ควรที่จะนำไปไกลอ้างว่าประชาชนที่สนับสนุนฝ่ายตนเองเป็นฝ่ายที่ชอบธรรมแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น เพราะจะนำไปสู่การแบ่งแยกพี่น้องประชาชน อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมเหมือนเดิม และ 3.พปชร.มีจุดยืนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่าทุกพรรคการเมืองสามารถรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ในระหว่างที่ กกต.ยังไม่สามารถประกาศและรับรองผลการเลือกตั้งอย่างทางการ การรวบรวมเสียง ส.ส.เพื่อสนับสนุนการของรัฐบาล ย่อมยังจะไม่มีผลทางการเมืองที่จะประกาศชัดเจนว่าขั้วการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเสียงสนับสนุนครบถ้วนถูกต้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวถึงความมั่นใจในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้แถลงผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ การพูดเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ถือว่ายังไม่สิ้นสุด แต่การเจรจาเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ดังนั้นเราจะยังไม่แถลงสิ่งใดๆ ก่อนเวลาที่จะรับทราบผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. ส่วนจะได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพูดคุยกับพรรคการเมือง อื่นๆ แต่ขอยังไม่พูดว่าจะฟอร์มรัฐบาลได้ หรือรัฐบาลเป็นของเรา และยังไม่มีการต่อรองตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้นรวมถึงไม่มีการกว้านซื้อตัว ส.ส.ตามที่มีกระแสข่าวอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายเคารพทุกเสียงของประชาชน และไม่ควรถูกนำไปกล่าวอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรม ซึ่งพรรคมีความกังวลเรื่องการแบ่งฝ่ายนำไปสู่ความขัดแย้งซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ที่น่าเป็นห่วงคือการใช้คำพูดปักหมุดแล้วขยายผล แล้วสังคมก็จะหลงตามคำพูดนั้นๆ อย่างเช่นกรณีที่ระบุว่ามีการซื้อตัวต่างๆ จะซื้อได้อย่างไร เมื่อคะแนนยังไม่นิ่ง แล้วมาโยนให้ทางพรรคเป็นผู้ทำงูเห่า ขอถามกลับว่ามาทำงูเห่าทาง พปชร.บ้างหรือเปล่า มาซื้อตัวคนของพรรคตนบ้างหรือไม่&amp;nbsp;
12 พรรคเล็กปั่นราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฟอร์มรัฐบาลครั้งนี้แตกต่างจากอดีต เพราะมีเงื่อนเวลาของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งสำคัญที่สุดของพี่น้องชาวไทย ดังนั้นการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจึงมีขึ้นหลังพระราชพิธีฯ บัดนี้การเลือกตั้งเสร็จแล้ว อาจจะเห็นโฉมหน้ารัฐบาลได้บ้าง แต่ยังไม่สามารถเห็นบทสรุป จึงต้องรอให้ กกต.ประกาศผลอย่างเป็นทางการ&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พปชร. กล่าวว่า ถ้าดูในเวลานี้แล้ว อย่างไรก็ไม่มีคะแนนเกินกึ่งหนึ่ง แต่ส่วนของ พปชร.ต้องหารือกับพรรคที่คิดว่าจะร่วมกับเราได้ ยืนยันว่าเสียงฝ่ายนั้นไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ในขณะที่ของเรายังพยายามรวบรวมอยู่เพื่อให้ถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวความคืบหน้าการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลของ พปชร.? แจ้งว่า นายอุตตมและนายสนธิรัตน์?ยังคงเป็นแกนหลักในการรวบรวมเสียงในภาพรวม? ขณะที่ในทางลับ ทางแกนนำพรรคได้มอบหมายให้? ร.อ.ธรรมนัส? พรหมเผ่า? ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง?ภาคเหนือ? เดินสายทาบทามพรรคเล็ก? โดยเฉพาะพรรคเล็กที่ได้? ส.ส. 1-2? ที่นั่ง? โดยล่าสุดมีรายงานว่ามีการจับกลุ่มกันของ? 12? พรรคการเมือง? ที่รวมกันแล้วมี?จำนวน? ส.ส. 13? ที่นั่ง? เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองโควตารัฐมนตรี? ได้แก่? พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ?พรรคพลังชาติไทย? พรรคประชาภิวัฒน์? พรรคไทยศรีวิไลย์? พรรคพลังธรรมใหม่? พรรคไทรักธรรม? พรรคประชาธิปไตยใหม่? พรรคประชานิยม? พรรคพลังไทยรักไทย? พรรคครูไทยเพื่อประชาชน? พรรคพลเมืองไทย? พรรคประชาธรรมไทย? ส่วนพรรคประชาชนปฏิรูป?ที่ได้ ส.ส.? 1? ที่นั่ง? ยืนยันจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐแน่นอน? &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางฝั่งนายสุเทพ? เทือกสุบรรณ? ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย? ที่ได้ ส.ส. 5? ที่นั่ง? ได้หันไปจับมือกับพรรคชาติพัฒนา? ที่ได้? ส.ส. 3 ?ที่นั่ง? และพรรคพลังท้องถิ่นไทที่ได้? 3? ที่นั่ง รวมกันเป็น? 11? ที่นั่ง? เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง?โควตารัฐมนตรีเช่นเดียวกัน โดยเมื่อวันที่? 28? มี.ค.?ที่ผ่านมา? ได้มีการนัดหารือกันระหว่างนายสุเทพ? และนายสุวัจน์? ลิปตพัลลภ? ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา? ที่แปซิฟิกคลับ? สุขุมวิท? และเวลา? 15.00 น.? วันที่? 1 ?เม.ย.? พรรคชาติพัฒนาจะมีการประชุมพรรคเพื่อหารือเรื่องนี้? โดยทั้ง? 3? พรรคดังกล่าวต้องการโควตา รัฐมนตรีว่าการ? 1? ตำแหน่ง? และรัฐมนตรีช่วยว่าการ? 1? ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยหยุดพูดว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตยและผลักอีกฝ่ายเป็นเผด็จการว่า ไม่มีอะไรที่เป็นการสร้างความขัดแย้ง เราเพียงยึดมั่นของเราว่าเรายืนอยู่ข้างฝ่ายประชาธิปไตย จะถูกจะผิด ประชาชนจะได้ตัดสินใจ เชื่อว่าประชาชนจะไม่สับสน อย่าเป็นกังวลแทนพี่น้องประชาชน ส่วนการจับมือร่วมรัฐบาล 7 พรรคการเมืองยืนยันในอุดมการณ์ของเรา คือต้องการให้ประชาธิปไตย และความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นจริง เราจะไม่สนับสนุนการดำเนินการใดๆ ก็ตามที่นำไปสู่การสืบทอดอำนาจ
พท.ท้าขั้ว พปชร.แถลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เรายังไม่ได้คิดอะไรไปไกลเกินกว่านี้ ที่เราบอกว่าตัวเลขเราคือ 255 คือเราพูด ณ ขณะนั้น ที่ตัวเลขเป็นแบบนั้น ดังนั้นวันนี้จะพูดว่าเป็นอย่างไร ก็ต้องรอตัวเลขที่ชัดเจนถึงจะพูดได้ ส่วนพรรคอื่นหากคิดว่าตัวเองมีความสามารถที่จะยืนยันตัวเลขของตัวเองได้ก็นั่งแถลงมา เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ที่เราจับมือกัน 7 พรรค ยังยืนยันว่ามั่นคงแข็งแรง&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณี อนค.ถูกจับจ้องว่าจะมีงูเห่าว่า ยอมรับว่า ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่โดนทาบทามจริง ด้วยการให้ผลประโยชน์ต่างๆ แต่เชื่อว่า ส.ส.ของพรรคเป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันด้วยความเชื่อและความฝันเดียวกัน ไม่ใช่กลุ่มคนที่รวมตัวกัน เพราะอยากจะมีตำแหน่งทางการเมือง หรือผลประโยชน์ทางการเงิน จึงเชื่อมั่นว่าว่าที่ ส.ส.ของพรรคทุกคนจะยืนหยัดในหลักการที่เราร่วมก่อร่างสร้างพรรคนี้มาด้วยกัน และมั่นใจว่า ส.ส.อนค.จะไม่มีใครย้ายข้างแปรขั้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสนธิรัตน์อยากให้หยุดวาทกรรมฝั่งเผด็จการและฝั่งประชาธิปไตย นายธนาธรกล่าวว่า พรรคที่นำเสนอแคนดิเดตนายกฯ ที่มาจากผู้ยึดอำนาจจากประชาชน พรรคที่ตั้งขึ้นมาโดยมีชื่อสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ยึดอำนาจมาจากประชาชนไม่ให้เรียกว่าสืบทอดอำนาจ ไม่ให้เรียกว่าพรรคที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไรเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับความเคลื่อนไหวที่พรรคภูมิใจไทย ตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยในวันนี้ไม่มีแกนนำหรือบุคคลสำคัญเดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค ซึ่งทุกคนยังคงสงวนท่าทีและงดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจุดยืนของพรรค โดยย้ำว่าต้องรอฟังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคเพียงสองคนเท่านั้น สำหรับนายอนุทิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปงานศึกษาดูงานที่ต่างประเทศกับหลักสูตรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีกำหนดเดินทางเข้าที่ทำการพรรคในวันที่ 1 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวภายหลังการประกาศคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพลังธรรมใหม่อาจจะได้ 1 ที่นั่งจะเลือกอยู่กับฝ่ายใดว่า การเมืองมีเพียง 2 ขั้ว และก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายไหนสามารถรวบรวมคะแนนเสียงข้างมากได้ ซึ่งพรรคพลังธรรมใหม่ก็พร้อมที่จะเป็นฝ่านค้านที่มีคุณภาพหากเราสามารถทำให้ประเทศชาติได้รับผลประโยชน์สูงสุด แต่ถ้าสุดท้ายแล้วการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีและประเทศสามารถเดินหน้าได้ เราก็ต้องเลือกทางนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. แถลงชี้แจงใน 4 ประเด็นที่มีข้อสงสัยในสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ดังนี้ 1.กรณีมีผู้สงสัยตัวเลขผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ประธาน กกต. แถลงในวันที่ 24 มี.ค. จำนวน 51,205,624 คน กับตัวเลขที่ตนแถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 51,239,638 คน มีการเพิ่มขึ้น 34,014 คนอย่างผิดปกตินั้น ที่ประธาน กกต.ได้แถลงนั้นเป็นตัวเลขซึ่งเป็นการคีย์ข้อมูลเข้ามาของกรรมการประจำหน่วยผ่านระบบแรพพิดรีพอร์ต เป็นข้อมูลยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ตนแถลงเมื่อวานเป็นข้อมูลจากเอกสารการรายงานผลอย่างเป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ 350 เขตส่งเข้ามา
&amp;quot;บัตรเขย่ง&amp;quot; บันทึกมั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีเหตุใดจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ กกต.แถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. จึงเพิ่มขึ้นถึง 4.5 ล้านฉบับ เมื่อเทียบกับจำนวนร้อยละ 93 ที่ประธาน กกต.แถลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค.นั้น ที่ประธาน กกต.แถลงนั้นเป็นข้อมูลตามที่ระบบรายงานผลได้รายงานอยู่ที่ร้อยละ 93 แต่ที่ กกต.แถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ซึ่งมีการรวมผลการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ราว 2.3 ล้าน รวมถึงเลือกตั้งนอกราชที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ราว 1 แสนคน เมื่อตัวเลขทบเข้าไปทำให้เกิดจำนวนที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เพราะกระบวนการทั้งหมดมีการตรวจสอบตั้งแต่หน่วยเลือกตั้ง มีการประกาศผลที่หน่วยเลือกตั้งจำนวนบัตรที่ใช้บัตรที่เหลือ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ และเชื่อว่าผู้สมัครทุกคนได้บันทึกข้อมูลเหล่านั้นไว้ทั้งหมดแล้ว ไม่มีใครไปเพิ่มผลคะแนนตัวเลขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กรณีทำไมผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 38,268,375 คน กับบัตรเลือกตั้งที่ใช้ 38,268,366 ใบ จึงต่างกันอยู่ 9 ใบ ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า กกต.ไม่ได้มีการตกแต่งตัวเลข ตัวเลขมาจากจังหวัดอย่างไร เราก็รายงานอย่างนั้น ส่วนจำนวนบัตรเลือกตั้งที่น้อยกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์ 9 ใบนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เท่าที่มีพูดคุยกันในคณะทำงาน คาดว่าการบันทึกข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ์ลงในแบบ ส.ส. 1/3 อาจคลาดเคลื่อน หรืออาจมีการนับคลาดเคลื่อน เพราะต่างกันแค่ 9 ใบ แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อคะแนนของผู้สมัครแต่อย่างใด ซึ่ง กกต.จะได้ตรวจสอบว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เรื่องจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้มากกว่าจำนวนรวมของบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน โดยต่างกันอยู่ 2 ใบ จากการพูดคุยในคณะทำงาน อาจมีการนับบัตรที่ใช้ไปจากต้นขั้วบัตรคลาดเคลื่อนไป แต่ก็จะตรวจสอบก่อนว่าเกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งใด และจะรายงานให้ กกต. พิจารณาดำเนินการต่อไป กกต.ถูกตั้งคำถามมาก จึงอยากออกมาชี้แจง เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส. มาร้องเรื่องการวินิจฉัยบัตรของกรรมการประจำหน่วย ซึ่งขอให้มีการนับคะแนนใหม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าการร้องให้นับคะแนนใหม่เป็นรายหน่วยสามารถยื่นร้องได้ ซึ่งขณะนี้มีการร้องคัดค้านการเลือกตั้งจำนวน 186 คดี และ 7 เรื่องเป็นการคัดค้านการนับคะแนน แต่ถ้าจะให้นับใหม่ทั้งประเทศนั้น กฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำได้ อย่างไรก็ตาม ในการร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ หากไม่ร้องในระหว่างที่มีการนับคะแนนก็สามารถร้องภายหลังการเลือกตั้งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการประกาศผลร้อยละ 95 ในวันที่ 9 พ.ค. เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า กฎหมายกำหนดว่าหลังกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ ให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 9 พ.ค. ถ้าหากเห็นว่าสุจริต ก็ให้ประกาศผล ซึ่งคาดว่าสำนักงานจะเสนอให้ กกต.พิจารณาภายในวันที่ 9 พ.ค.เบื้องต้นได้เร่งรัด กลุ่มภารกิจสืบสวนสอบสวนในกรณีเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง และกฎหมายใหม่ไม่เปิดโอกาสให้ทยอยประกาศผล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่จะให้ใบแดงก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งอาจทำให้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่สื่อมวลชนคำนวณอาจปรับเปลี่ยนได้ หากมีการเลือกตั้งใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการสั่งไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้ง 1,542 ใบจากนิวซีแลนด์ นายกฤชชี้แจงว่า เมื่อดูกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 114 กฎหมายได้เขียนบังคับให้ กกต.ต้องวินิจฉัยอย่างนั้น ทั้งที่ กกต.เข้าใจเรื่องสิทธิของประชาชนและไม่อยากทำอย่างนั้น รวมทั้งได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 เม.ย. จะทราบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่า กกต.ได้พิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบ
บัญชีรายชื่อทะลุ 26 พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการคิดคำนวณจำนวนปาร์ตี้ลิสต์จำนวน 150 เสียง ล่าสุดมีพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.ทั้งหมด 26 พรรค ดังนี้ 1.พลังประชารัฐ &amp;nbsp;19 เสียง, 2.อนาคตใหม่ 50, 3.ประชาธิปัตย์ 19, 4.ภูมิใจไทย 12, 5.เสรีรวมไทย 10, 6.ชาติไทยพัฒนา 4 , 7.เศรษฐกิจใหม่ 6, 8.ประชาชาติ 1, 9.เพื่อชาติ 5 , 10.รวมพลังประชาชาติไทย 4 , 11.ชาติพัฒนา 2, 12.พลังท้องถิ่นไท 3, 13.รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 ,14.พลังปวงชนไทย 1, 15.พลังชาติไทย 1, 16.ประชาภิวัฒน์ 1, 17.พลังไทยรักไทย 1, 18.ไทยศรีวิไลย์ 1, 19.ประชานิยม 1, 20.ครูไทยเพื่อประชาชน 1, 21.ประชาธรรมไทย 1, 22.ประชาชนปฏิรูป 1, 23.พลเมืองไทย 1 , 24.ประชาธิปไตยใหม่ 1, 25.พลังธรรมใหม่ 1, 26. ไทรักธรรม 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กกต.แถลงผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผลคะแนนเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านคะแนนว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องชี้แจงไป เท่าที่ฟัง กกต.ชี้แจงตนก็เข้าใจ เพราะได้มีการพูดถึงตอนที่ประธาน กกต.แถลงในครั้งแรกว่า การนับคะแนนไม่ได้รวมคะแนนจากต่างประเทศ และไม่ได้นับคะแนนล่วงหน้า เมื่อมีการถามเขาก็จำเป็นต้องตอบไปก่อน แต่เมื่อมีการนำมานับใหม่คะแนนก็งอกออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีมีคำศัพท์ใหม่ว่า &amp;ldquo;บัตรเขย่ง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าวว่า คำนี้เป็นศัพท์ที่ใช้มานานแล้วหมายความถึงตัวที่ไม่ตรงกันจึงเรียกว่ามันเขย่งกัน เป็นศัพท์ที่กระทรวงมหาดไทยเขาใช้อยู่ พอมาใช้กับการเลือกตั้งก็อาจจะงง แต่ก็มีเพียงแค่ 9 ใบเท่านั้น ซึ่งที่ กกต.ก็ชี้แจงมา 9 ใบที่เป็นปัญหาคือ เข้าไปในคูหาแล้วไม่ได้ลงคะแนนเลือกตั้ง อาจจะเห็นคิวยาวแล้วกลับบ้านเลย แต่ 9 ใบก็ไม่ได้เป็นปัญหา แต่ถ้ามากกว่านั้นผิดปกติแน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการคำนวณคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อว่า หลัง กกต.ประกาศคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนำคะแนนบัตรดีของการเลือกตั้งครั้งนี้ &amp;nbsp;35,532,645 ใบหารกับ 500 ซึ่งคือจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ทำให้ได้ค่าเฉลี่ยของเสียงต่อ ส.ส. 1 ที่นั่งหรือ 71,065.294 คะแนน จากนั้นนำมาหารคะแนนเสียงที่แต่ละพรรคได้รับจะได้ที่นั่ง ส.ส. ที่พึงได้รับ ซึ่งผลออกมาทำให้บางพรรคคือพรรคเพื่อไทยที่ได้จำนวน ส.ส.เขตไปแล้วมากกว่าจำนวน ส.ส.ที่พึงได้รับ จึงไม่ได้รับจัดสรรให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สูตรการคำนวณที่นั่ง ส.ส.ไม่ซับซ้อนถึงขั้นเข้าใจไม่ได้ แต่อาจเกิดข้อสับสนตรงสัดส่วนเก้าอี้เกินกว่าที่ควรจะเป็นหรือที่เรียกว่า &amp;nbsp;&amp;quot;โอเวอร์แฮงก์&amp;quot; ตัวเลขที่ออกมายังไม่นิ่ง แต่พรรคการเมืองเอาผลคะแนนมาแข่งทะเลาะเบาะแว้งชิงความได้เปรียบของ 2 ขั้วในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นทุกฝ่ายควรรอให้ตัวเลขนิ่งหรือเป็นทางการเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขในภายหลัง เพราะวิธีคิดหรือสูตรที่วางไว้ไม่ซับซ้อน หลักการในการร่างกฎหมายนี้คืออยากให้ทุกเสียงมีความหมาย ทุกเสียงเท่าเทียมกัน&amp;quot; นายอุดม กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กกต.แถลงผลการเลือกตั้งว่า ตัวเลขที่ได้รับฟังมาก็ยังมีข้อสงสัย ทั้งยังได้ยินศัพท์ใหม่ๆ เช่น บัตรเขย่ง ที่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เป็นนักการเมือง เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องทำความเข้าใจว่าบัตรเขย่งอย่างไร เขย่งจากที่ไหนมาที่ไหน ตอนนี้เรามีปัญหากับตัวเลขต่างๆ เช่น ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ ตัวเลขผู้มีสิทธิซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเรายืนยันให้ กกต.เอาตัวเลขทั้งหมดออกมาเปิดเผย เมื่อทุกฝ่ายได้ดูแล้วตัวเลขบวกกันลงตัวฟังแล้วสมเหตุสมผลทุกอย่างก็จบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปล่อยเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ทำให้เกิดความอึมครึม พรรคการเมืองต่างๆ รอทำงานอยู่ เขามีตัวเลขในมือของเขาอยู่ รอเพียงตัวเลขจาก กกต. ที่จะเอามาแบให้เห็น อย่าทำให้คนรู้สึกว่าไม่มีความโปร่งใส ไม่สบายใจ เพราะเรื่องนี้สัมพันธ์กับเครดิตของประเทศด้วย ต่างชาติก็ทำจดหมายจี้มากว่าเขาอยากเห็นความโปร่งใส&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รับได้ไหมหากสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่ความเป็นจริง ถ้าความเป็นจริงเลอะเทอะ ก็ต้องยอมรับผลของความเลอะเทอะ ถ้าความจริงชัดเจนก็จบ เราคิดว่าเราไม่ได้มโน เราอยู่กับพื้นฐานของความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
สกปรกซ้ำรอยปี 2500
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากผลคะแนนที่สับสน มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำงาน แม้ผลคะแนนที่สับสน จะไม่กระทบต่อการร่วมมือทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยกับอีก 6 พรรคการเมืองที่ได้ร่วมลงสัตยาบันหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. ขอเรียกร้องให้ กกต.ทำความชัดเจนให้เรียบร้อยก่อนการรับรอง ส.ส. วันที่ 9 พ.ค.นี้ เพราะความไม่ชัดเจน อาจทำไปสู่ความเคลือบแคลง พรรคจะยังไม่นำไปสู่การฟ้องร้องเอาผิด กกต. ข้อเรียกร้องเราในวันนี้ขอให้ กกต.ทำความชัดเจนเรื่องผลคะแนนเพียงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายภูมิธรรมได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยว่า &amp;nbsp;การออกแบบกลไกการเลือกตั้งวันนี้กำลังสร้างผลกระทบอะไรกับประเทศ เป็นการนำเอาต้นทุนความน่าเชื่อถือของประเทศและความมั่นคงของประชาชน ไปแลกกับการยึดพื้นที่เพื่อต่อท่ออำนาจ เป็นการเลือกตั้งที่จ่าย &amp;quot;ราคาแพง&amp;quot; การเลือกตั้งปี 2562 จึงเป็นความทรงจำในหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ ซ้ำรอยเฉกเช่นเดียวกับการเลือกตั้งในปี 2500 ที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งของการเมืองไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย และอดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;ldquo;บัตรเขย่ง&amp;rdquo;? คือคนรับบัตรเลือกตั้งไปแล้วไม่ใช้ลงคะแนนอาจเป็นเพราะรอคิวนานหรือมีเหตุอื่นกะทันหันอธิบายแบบนี้ก็ได้เหรอ? &amp;nbsp; แล้วจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ที่อยู่ๆ เพิ่มขึ้น 4 ล้านกว่าคนมายังไง หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะมี &amp;ldquo;บัตรซบ&amp;rdquo; หมายถึงบัตรเลือกตั้งที่ถูกจัดการโดยคนที่ซบแนบแอบอิงกับผู้มีอำนาจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้อาจมีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น การจัดการเลือกตั้งก็ผิดพลาดมาก อดีตในรอบ 10 ปีที่ผ่านเราเคยมีการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะถึง 2 ครั้ง กกต.ถึงขั้นต้องติดคุกโดนคดี ครั้งนี้มองว่าเลวร้ายกว่าการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 2500 อีกด้วยซ้ำคิดว่าชะตากรรมของ กกต.ชุดนี้ก็คงหนีไม่พ้นคุกเดินรอยตามรุ่นพี่เป็นแน่ หากไม่รีบจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. กล่าวว่า เป็นวิกฤติศรัทธาขององค์กรอิสระครั้งใหญ่ที่สุด ไม่เคยมีองค์กรไหนถูกประชาชนล่ารายชื่อถอดถอน 8 แสนคน กกต.ควรแถลงให้เป็นทางการว่าคะแนนแต่ละหน่วยเป็นเท่าไหร่ และเชื่อว่ายังสามารถแก้ไขได้ หากหน่วยไหนที่มีประชาชนตั้งข้อสงสัย อาจจะนำมาสู่การนับคะแนนใหม่อย่างเปิดเผยได้ ถ้าหน่วยไหนมีข้อครหาว่ามีคะแนนที่ไม่ปกติ อาจจะเปิดให้มีการเลือกตั้งระดับเขตใหม่ได้ นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุ บัตรเขย่ง ฤาเขย่า กกต. ว่า การแถลงข่าวของ กกต.ที่นับบัตรทั้งหมดที่มีแล้วน้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 9 ราย โดยให้เหตุผลว่า อาจจะเซ็นชื่อแล้วไม่รับบัตร เหตุผลดังกล่าวแทบจะเป็นไปไม่ได้ การลักลอบนำบัตรเปล่าออกนอกหน่วยเพียง 1 ใบ เป็นเทคนิคการโกงเลือกตั้งแบบคลาสสิก ที่จะเป็นหลักประกันว่าประชาชนที่รับเงินซื้อเสียงไม่มีทางที่จะ &amp;ldquo;รับเงิน(ห)มา แต่กาพรรคที่ชอบ&amp;rdquo; ได้ เพราะบัตรเปล่าที่ถูกนำออกนอกหน่วย จะถูกนำไปกาเบอร์ของผู้สมัคร และให้ประชาชนนำไปหย่อนในหีบ พร้อมรับบัตรเปล่าใหม่ออกมาใหม่ ทำวนแบบนี้ การันตีได้เป็นร้อยคะแนนว่า ร้อยทั้งร้อยไม่สามารถบิดพลิ้ว จึงเป็นเรื่องที่ กกต.ต้องสนใจตรวจสอบว่าบัตรเขย่งทั้ง 9 ใบมาจากพื้นที่ใด หากกระจุกรวมตัวที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แปลว่าเป็นกลิ่นของขบวนการทุจริตการเลือกตั้ง &amp;nbsp;อย่าปล่อยให้เงียบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปลี่ยนผ่าน, ปลุกขจัดคนไม่ดี, พรรคเล็กปั่นราคา, ย่ามองการจัดตั้งรัฐบาลเป็นการต่อสู้ทางการเมือง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9e23cc085ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่&#039;ทำงานปกติถก&#039;นบข.&#039;ขอทุกฝ่ายทำงานต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29มี.ค.62-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) ครั้งที่ 3/2562 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำงานมาตลอดก่อนการเลือกตั้ง และหลังจากเลือกตั้งแล้วก็ต้องทำงานเหมือนเดิม ขอให้รักษาการทำงานอย่างเนื่องในทุกมิติ โดยช่วยกันปรับแก้มาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้นั่งเป็นประธานการประชุม โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนมอบหมายให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมต่อ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป โดยนายกฯ มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงอาการอ่อนเพลียแต่อย่างใด หลังจากวานนี้ (28 มี.ค.) แพทย์ได้ให้น้ำเกลือที่ห้องทำงาน เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ มีภารกิจเยอะ ต้องเดินทางบ่อยและทำงานหนัก จึงเกรงว่าร่างกายจะอ่อนเพลียและไม่สบาย จนภาพถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปลี่ยนผ่าน, นบข., ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c878498db482.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
