<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตำรวจ เตรียมพร้อมดูแลจราจร รับเปิดภาคเรียน 14 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 มิ.ย.64 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ &amp;nbsp;กิตติประกัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศปจร.ตร.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศกำหนดการเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2564 เต็มรูปแบบในวันจันทร์ ที่ 14 มิ.ย. 2564 พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ ให้มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนตามความเหมาะสม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด- 19) โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (พื้นที่สีแดง) และพื้นที่ควบคุม(พื้นที่สีสัม) ในบางพื้นที่สามารถใช้อาคารสถานที่เพื่อทำการเรียนการสอนได้ หรือในรูปแบบ on site ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนเป็นไปตามปกติ ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโรคตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งยกเว้นเพียงพื้นที่ของกรุงเท พมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่ยังคงจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบผ่านระบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้การเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงสั่งการไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะพื้นที่ใดมีการก่อสร้างหรือซ่อมแซมพื้นผิวการจราจร ให้ดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคืนพื้นที่ผิวจราจร หรือจัดระเบียบพื้นผิวการจราจรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยรอบโรงเรียนหรือสถานศึกษา พร้อมทั้งให้เพิ่มช่องทางจราจร และให้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ไปยังพี่น้องประชาชน พ่อ แม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงแผนการจัดการจราจรและเส้นทางต่างๆ โดยให้มีการเพิ่มกำลังตำรวจจราจรให้เพียงพอและเหมาะสมต่อจำนวนโรงเรียนและสถานศึกษา โดยให้ยึดหลักการปฏิบัติตนเป็นไปตามมาตรฐานขั้นตอนในสายงานจราจร Standard Operation Procedures (SOP) ภายใต้วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และเตรียมความพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกด้านจราจร และการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในชั่วโมงเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ขอเน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติตนตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันตนเอง เพื่อนร่วมงาน และประชาชน พร้อมทั้งให้ติดตามข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปิดเทอม, ดำรงศักดิ์  กิตติประกัสร์, ดูแลจราจร, ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศปจร.ตร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c587088f214.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาคเรียนสะดุด “เบรกเกอร์” เผยผูู้บริโภคชะลอจับจ่ายสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 2562 นายวิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ซี.เอส. สปอร์ตสแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย รองเท้าผ้าใบภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;เบรกเกอร์&amp;rdquo; (Breaker) &amp;nbsp;เปิดเผยกับ &amp;ldquo;ไทยโพสต์&amp;rdquo; ว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งนับว่าเป็นช่วงของการจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าก่อนเปิดภาคการศึกษานั้น พบว่าลูกค้ามีการชะลอการใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ เนื่องจากต้องการเก็บเงินไว้ใช้จ่ายอย่างอื่น เพราะลูกค้าบางคนมองว่ายังสามารถสวมรองเท้าคู่เดิมได้อีก จึงเลือกจะไม่ซื้อ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและอัตราการเกิดที่น้อยลง ก็มีผลทำให้ภาพรวมตลาดชะลอตัวลงไปเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทต้องปรับกลยุทธ์หนักขึ้น เน้นเรื่องของโปรโมชั่นในการช้อป และส่วนลด รวมถึงการส่งสินค้าฟรีไปยังผู้บริโภค เบื้องต้นคาดการณ์ว่าในช่วงเดือน ต.ค. นี้ จะต้องจัดโปรโมชั่นหรือแคมเปญอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 6-7% และแน่นอนว่าภาพรวมตลาดรองเท้านักเรียนยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงในเรื่องของโปรโมชั่นเช่นเคย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังต้องปรับตัวกับปัจจัยลบหลายทั้งเรื่องของเศรษฐกิจและอัตราการเกิดของเด็กที่น้อยลง โดยการหันไปใช้การสื่อสารที่สามารถเข้าไปหาลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะการทุ่มงบประมาณเพื่อใช้ในทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์หรือดิจิทัล ซึ่งได้มีการเพิ่มงบมากขึ้น นับเป็นการเพิ่มช่องทางการข้าถึงผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด จึงจำเป็นต้องใช้งบดังกล่าวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค รวมถึงหากสานการณ์ด้านเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ประกอบการต้องเพิ่มช่องทางการขายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ &amp;nbsp;กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างรองเท้าเบรกเกอร์เอ็กซ์มีผลตอบรับน่าพอใจมาก เนื่องจากมีการตลาดที่ชัดเจนคือความเป็นเอ็กซ์ตรีม โดยเป็นการเริ่มจากแฟชั่นออกมาวางจำหน่ายก่อน และได้ผลิตเบรกเกอร์เอ็กซ์ที่เป็นนักเรีนยออกมาควบคู่กันไปด้วย รวมถึงยังได้มีการจัดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกและลุ้นโชค ทั้งยังเป็นการนำแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปิดเทอม, รองเท้านักเรียน, วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย, เอส.ซี.เอส. สปอร์ตสแวร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce372793e054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.คลอด4มาตรการแก้รถติดกรุงช่วงเปิดเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;(ศปก.ตร.) &amp;nbsp;ชั้น 20 &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรช่วงเปิดภาคเรียนสถานศึกษา &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (ผบช.สยศ.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับผู้การบังคับการ จนถึงรองผู้บังคับการของ บก.จร. และ บก.น.1-9 รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการจราจรถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยในปัญหาการจราจรติดขัดช่วงเปิดภาคเรียน การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบ ทั้งทางกายภาพและทางเทคโนโลยีในเรื่องของการกดสัญญาณไฟ โดยได้แบ่งเป็น 4 หัวข้อสั่งการ &amp;nbsp; 1.การแก้ไขปัญหาการเปิดสัญญาณ &amp;nbsp;2.การแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเปิดภาคเรียน 3.การคืนพื้นผิวการจราจรตามแนวรถไฟฟ้า และ4.การใช้พื้นที่จอดรถไม่ให้กระทบการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีโรงเรียนที่จะเปิดภาคเรียนดังนี้ 1.โรงเรียนอาชีวะเอกชน จะเปิดวันที่ 13 พ.ค. 2.โรงเรียนอาชีวะของรัฐเปิดวันที่ 13-16 พ.ค. แล้วแต่ทางโรงเรียนจะกำหนด &amp;nbsp;3.โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) เปิดวันที่ 13-16 พ.ค. 4.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดวันที่ 15 พ.ค. &amp;nbsp;5.โรงเรียนในระดับอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยจะเปิดในช่วงเดือนสิงหาคม &amp;nbsp;และ6.มหาวิทยาลัยราชภัฏจะเปิดช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งได้มีการประสานไปยังสถานศึกษาต่างๆ ในดูแลเรื่องความสะดวกหน้าจุดจอดสถานศึกษานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมอีกว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่จะเริ่มทยอยเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาแล้วบางส่วน และจะมีการเปิดภาคเรียนมากที่สุด ในช่วงวันที่ 13-16 พ.ค. พร้อมเน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบในช่วงเปิดเทอม โดยเบื้องต้นจะเร่งรัดคืนพื้นผิวการจราจรในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าให้มากที่สุด รวมทั้งให้ประสานผู้ประกอบการบริษัทขนส่งมาทำความเข้าใจ กำชับไม่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรในเวลาห้ามอย่างเด็ดขาด ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ สร้างผลกระทบการจราจรในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมให้ตำรวจแต่ละพื้นที่เข้าไปปฐมนิเทศผู้ปกครองถึงเส้นทางและจุดรับ-ส่ง ลดปัญหาการจราจรติดขัด รวมถึงประสานสถานศึกษา จัดโครงการในลักษณะพี่รับน้อง หรือผู้ปกครองอาสา รวมถึงจิตอาสาจราจร ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับเด็กเล็กลงจากรถโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะ 3 กลุ่มเส้นทางที่มักมีปัญหาจราจรหน้าสถานศึกษา ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สามเสน ราชวิถี นครราชสีมา กลุ่มที่ 2 ถนนอโศก เพลินจิต สุขุมวิท และกลุ่มที่ 3 สีลม สาทร เจริญกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวว่า สถานศึกษาที่อยู่ในซอยแคบ มักมีปัญหาจราจรมาก ซึ่งได้เน้นย้ำการระบายรถไม่ให้กระทบถนนสายหลัก โดยให้แต่ละพื้นที่แก้ปัญหาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ พร้อมสั่งระดมกำลังตำรวจจราจรเต็มที่ช่วงเดือนแรกของการเปิดภาคเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองคุ้นเคยกับระบบบริหารจัดการจราจร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปิดเทอม, ตร., ปัญหาจราจร, ผช.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์, รถติด, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd27234e8a6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
