<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.รับโควิดระลอกใหม่กระทบหนักเสียหายเดือนละแสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้หนักหน่วงไม่แพ้ครั้งแรกและมีความกังวลค่อนข้างมาก เพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูง โดยเบื้องต้นประเมินผลกระทบครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวไปอย่างน้อย 1 เดือน และหากยังไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้จะเกิดความเสียหายลุกลามต่อไปเดือนละ 1 แสนล้านบาทแน่นอน ดังนั้น ภาคเอกชนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดสูงในบางพื้นที่ บางธุรกิจหรือบางอาชีพอย่างน้อย 15 วัน ซึ่งภาคเอกชนรับได้ และถ้าประเมินสถานการณ์แล้วหมดความสุ่มเสี่ยง ก็ค่อยผ่อนคลายเป็นมาตรการป้องกันแทนล็อกดาวน์ หากไม่ล็อกดาวน์เลยจะยิ่งสร้างเสียหายเพิ่มขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ได้รับมีความเสียหายเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่อิงธุรกิจภาคบริการ และอุตสาหกรรมบางส่วนที่อิงตลาดในประเทศ ดังนั้นหากรัฐบาลบริหารจัดการเรื่องการกระจายวัคซีนได้เร็วขึ้นให้ประชาชนได้รับวัคซีนภายในเดือนมิ.ย.2565 ประมาณ 20-30 ล้านโดส ก็เชื่อว่าจะช่วยบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจและสามารถกลับฟื้นคืนมาได้แน่นอน ขณะที่ อุตสาหกรรมที่อิงการส่งออกส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นหมด เพราะเศรษฐกิจโลกดีขึ้น เช่น สหรัฐโตเกือบ 6% จีนมากกว่า 8% หรืออาจโตเป็นตัวเลขสองหลัก ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมี.ค. 64 ว่า อยู่ที่ระดับ 87.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 85.1 ในเดือนก.พ. 64 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกขนาดอุตสาหกรรมและทุกภูมิภาค โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาคการผลิต รวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศ นอกจากนี้ผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าก่อนวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันด้านการส่งออกมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และน้ำมันสำเร็จรูป นอกจากนี้ ความคืบหน้าเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในหลายประเทศ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหรัฐฯ จีนและยุโรป ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,351 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนมี.ค. 64 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน &amp;nbsp;51.2% และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ &amp;nbsp;46.1% ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก 63.2% , อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 52% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ &amp;nbsp;33.5% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 94.0 จากระดับ 92.0 ในเดือนก.พ. 64 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในหลายประเทศ ตลอดจนมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ จะช่วยให้เศรษฐกิจการค้าโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ การผ่อนปรนมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ได้รวบรวมข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ที่ภาคเอกชนต้องการให้ 1.ขอภาครัฐเร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ระลอกใหม่ให้ได้โดยเร็ว โดยใช้มาตรการล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดสูง 2. เร่งรัดการฉีดวัคซีน โควิด-19 ให้กับประชาชนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน 3. สนับสนุนให้เอกชนนำเข้าวัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว เพื่อช่วยให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอให้ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 5. เร่งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และ 6. เร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงโควิดระบาด, สอท., สุพันธุ์ มงคงสุธี, เศรษฐกิจเสียหาย, แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e9050f6f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’สั่งตรวจเข้มทั่วประเทศห่วงฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าช่วงโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมาตรการรับมือของกระทรวงพาณิชย์ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบ 3 ว่า ในด้านการดูแลราคาสินค้าและบริการ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจตราราคาสินค้าที่จำหน่ายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภค กำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และบางสินค้า ถ้าจะมีการขึ้นราคา ก็ต้องขออนุญาต ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยังไม่อนุญาตให้มีการปรับขึ้นราคาใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้ขอให้เน้นเป็นพิเศษ ในการติดตามอัตราค่าบริการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยจะตรวจสอบอัตราค่าบริการในส่วนของธุรกิจจัดส่งสินค้ามากขึ้น เพราะพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้หันมาใช้บริการสั่งสินค้า สั่งอาหารทางเดลิเวอรีกันมากขึ้น จึงต้องเข้าไปกำกับดูแล ไม่ให้เป็นภาระกับพี่น้องกับประชาชน เพราะต้องการสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนทำงานที่บ้านและอยู่กับบ้านเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในด้านงานให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการ ทั้งการจดทะเบียนนิติบุคคล การใช้บริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการปรับรูปแบบมาเป็นการให้บริการผ่านทางออนไลน์ ในแบบ&amp;nbsp;One Stop Service&amp;nbsp;ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ในเวลารวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินทางไปที่กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งได้เปิดให้บริการไปแล้ว 85 บริการ และจะมีการเพิ่มการให้บริการมากขึ้นไป ภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในด้านการส่งเสริมและผลักดันการส่งออก ได้ปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมแบบออฟไลน์มาเป็นแบบออนไลน์เป็นหลัก เพื่อเพิ่มยอดการส่งออกให้กับไทย และยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการทำงานอย่างใกล้ชิด ผ่านเวที กรอ.พาณิชย์ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการที่กระทรวงพาณิชย์ทุกหน่วยงานกับภาคเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และภาคส่วนอื่นๆ ที่จะมีการประชุมหารือร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดูแลข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของกระทรวงพาณิชย์ ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกรมต่างๆ ได้มีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19 และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวัง จัดระบบให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน (Work from Home) แบ่งกะกัน โดยปลัดกระทรวงฯ ประชุมกับอธิบดี และมอบหมายให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลไปก่อนหน้านี้หลายสัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100930</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ช่วงโควิดระบาด, ตรวจราคาสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e6ea537f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
