<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นเนื้อหอมสายการบินพาเหรดเพิ่มเที่ยวบินรับลมหนาว-ไฮซีซั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 ต.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ยังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ด้วยสายการบินพาณิชย์ทีเปิดให้บริการในแต่ละวันกันอย่างต่อเนื่องและคึกคัก ด้วยมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งสายการบินพาณิชย์จากบริษัทฯต่างๆ ต่างยังคงมีการจัดโปรโมชั่นในเรื่องของราคาบัตรที่นั่งโดยสาร การให้สิทธิพิเศษให้กับผู้โดยสารในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องทุกวัน ขณะที่ตารางการบินในฤดูหนาวที่จะมีผลในช่วงปลายเดือนนี้เป็นต้นไปต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี 2563 พบว่า ทุกสายการบินมีการขอเปิดเส้นทางการบินข้ามภาค และการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางการบินที่มีอยู่แล้วกันอีกกว่าเท่าตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเขต จ.ขอนแก่น และ จังหวัดใกล้เคียงในช่วงไฮท์ซีซั่นฤดูหนาวปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ ร.ต.อัธยา &amp;nbsp;ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังจากที่สายการบินต่างๆมีการกลับมาเปิดให้บริการในเส้นทางต่างๆ ซึ่งขอนแก่นวันนี้มีเที่ยวบินพาณิชย์เปิดให้บริการทั้งในเส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น และเส้นทางข้ามภูมิภาควันละกว่า 25 เที่ยวบิน ขณะที่ตารางการบินในช่วงฤดูหนาวที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไปจนถึงเดือน ธ.ค.นั้น พบว่ามีการขอเปิดเส้นทางการบินเพิ่มเติมที่ขณะนี้สนามบินขอนแก่น รอคำสั่งจากกรมท่าอากาศยานอีกครั้ง ประกอบด้วย สายการบินนกแอร์ ขอเปิดเส้นทางการบินแบบไม่หยุดพักเส้นทาง ขอนแก่น-เชียงใหม่ เริ่มทำการบินวันที่ 1 ธ.ค.สายการบินแอร์เอเชีย ขยายขอบเขตการให้บริการในเส้นทางขอนแก่น-สุราษฎร์ธานี โดยหยุดพักเครื่องและต่อเครื่องที่ดอนเมือง ขณะที่สายการบินไทยเวียตเจ๊ต ขอเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางขอนแก่น-สุวรรณภูมิ เป็นวันละ 4 เที่ยวบิน เริ่มทำการบินตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ขอเปิดเส้นทางการบินใหม่ ขอนแก่น-สุวรรณภูมิ เริ่ม 1 มี.ค.2564 นอกจากนี้ยังคงมีเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ เที่ยวบินส่วนตัว ที่ทำการขึ้นและลงที่ท่าอากาศยานขอนแก่น อย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคึกคักในเรื่องของการเดินทางและการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้กันแล้ว เพราะขอนแก่นนอกจากที่นักเดินทางจะเดินทางมาประชุมสัมมนา มาท่องเที่ยว มาพักผ่อน มาขอรับบริการในด้านต่างๆแล้วนั้น ยังคงพบว่าบางส่วนยังคงใช้สนามบินขอนแก่นเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนอีกด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ ร.ต.อัธยา &amp;nbsp;กล่าวต่ออีกว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ลงเครื่องที่ขอนแก่นจะเช่ารถขับไปท่องเที่ยวที่เขาค้อ ที่ภูทับเบิกและที่ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เพราะระยะทางไม่ไกล บางส่วนไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน รวมทั้งอุทยานแห่งชาติภูกระดึง นอกจากนี้ยังคงท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงในระยะทางที่ไม่ไกลมากนักเพราะเที่ยวบินของเรานั้นมีให้บริการแทบทุกชั่วโมงจึงเป็นตัวเลือกที่สำคัญที่นักเดินทางเลือกใช้บริการที่ท่าอากาศยานขอนแก่น อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น แม้จะทำให้การเดินทางลดลงในช่วงที่ผ่านมาแต่ในปีนี้มั่นใจว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการที่ท่าอากาศยานขอนแก่นไม่น้อยกว่า 1,200,000 คนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในขณะนี้สภาวะอากาศที่หนาวเย็นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอย่างเป็นทางการประจำปี 2563 ส่งผลให้สภาพอากาศโดยทั่วไปของ จ.ขอนแก่น มีลมหนาวพาดผ่านพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการวัดอุณหูมิล่าสุดเช้าวันนี้ บนพื้นที่ยอดภู มีอุณหภูมิแตะระดับที่ 18-22 องศาเซลเซียส ขณะที่พื้นที่ในเขตชุมชนเมืองอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต่างนำเสื้อกันหนาวและเครื่องนุ่งห่มกันหนาวมาสวมใส่เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภายในตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่วันนี้ชาวขอนแก่นต่างยังคงพากันออกมาเลือกซื้อเสื้อกันหนาวและเครื่องนุ่งห่มกันหนาว กันอย่างคึกคัก ซึ่งเหล่าบรรดาพ่อค้า-แม่ค้า ต่างนำเสื้อกันหนาวทั้งมือหนึ่งมือสอง และในกลุ่มประเภทต่างๆมาวางจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;โดยมีการจัดโปรโมชั่นราคาจำหน่ายในราคาเริ่มต้นตัวละ 20 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81701</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ช่วงไฮซีซั่น, ท่องเที่ยว, สนามบินขอนแก่น, เที่ยวบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f95074eac136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกหอการค้าบูมท่องเที่ยว จัดมหกรรมดนตรีระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ หัวโต๊ะถกสภาหอการค้าฯ-ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซั่น เร่งปลดล็อกอุปสรรคแก้ กม.ล้าสมัย ไฟเขียวจัดมหกรรมดนตรีดึงศิลปินชื่อดังระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยว่า วันนี้รัฐบาลเน้นย้ำช่วงฤดูการท่องเที่ยว ที่มีความเกี่ยวพันกับหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก รวมความไปถึงในส่วนของค้าปลีก ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุดคือการดูแลผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยภาคธุรกิจเข้ามาช่วยด้วย เพื่อทำให้คนไทยทุกคนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการดูแลสินค้าและราคาต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือด้านเศรษฐกิจ ทุกภาคส่วนทุกระดับมีความสำคัญทั้งสิ้น ไม่สามารถทิ้งใครไว้ข้างหลังได้ และต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน เปรียบดั่งไม้ไผ่มัดรวมกันเป็นกำ จะหักยากและแข็งแรงขึ้น ดังนั้น สิ่งที่จะหารือในวันนี้ แม้ว่าจะมีการพูดคุยกันมาในเบื้องต้นแล้ว แต่ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เข้ามาหารือด้วย เพื่อปรับท่าทีในการร่วมดูแลประชาชน นอกจากนี้ ขอให้ตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อยด้านต่างๆ เพื่อเน้นการเชื่อมโยงเป็นรัฐบาลดิจิทัล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้เราเข้าใจตรงกัน ดูแลประชาชนทุกระดับด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะทำสิ่งใดก็ดี เราต้องเห็นตรงกันในมิติของความมั่นคงด้วย เราต้องร่วมกันทำให้ภาคประชาชน เอกชน ราชการเข้มแข็ง เพื่อเดินหน้าไปด้วยกัน ผมขอแค่นี้ ขอให้ร่วมมือกัน ผมช่วยท่าน ท่านช่วยรัฐบาล ช่วยกันดูแลประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น. นายกฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า ได้รับฟังจากภาคธุรกิจทุกส่วน ทางผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้าปลีก และในเรื่องของเมืองหลัก เมืองรอง รวมถึงการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเข้ามาบริหารงานตรงนี้ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของกฎหมายต่างๆ วิธีการปฏิบัติที่อาจจะล้าสมัยในปัจจุบัน จำเป็นต้องปรับแก้ในอนาคตต่อไป ซึ่งได้เร่งรัดทุกอย่าง จะต้องมีการแก้ไข โดยก่อนหน้านี้ได้มีการปรับแก้ไปหลายอย่างแล้ว ทางการประชาสัมพันธ์ในสิ่งที่ดีงามของประเทศที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นการจะเขียนหรือโพสต์อะไรต่างๆ ออกไปทั้งโลก ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี สิ่งที่เราทำได้คือระงับหรือห้าม แต่ต้องใช้กฎหมาย ซึ่งอยู่ที่จิตสำนึกที่ดีของพวกเราว่าควรจะเขียนอะไรหรือควรจะเผยแพร่อะไรในโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การสร้างบ้านเมืองให้น่าอยู่น่าเที่ยว ข้อสำคัญคือทุกคนต้องรู้จักเผื่อแผ่แบ่งปัน ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก จะช่วยเหลือกันอย่างไร หลายอย่างต้องขับเคลื่อนด้วยการประชุมขนาดใหญ่ อย่างที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม (Mice)&amp;nbsp;ทำอยู่ เช่น การจัดกีฬา การจัดดนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็คิดมานานแล้ว การจัดมหกรรมดนตรีจะทำได้ไหม เอานักดนตรีที่มีชื่อเสียงของโลก ซึ่งก็มีแนวทางถ้าจัดได้ในสถานที่สำคัญสวยงามของประเทศไทย ก็จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวที่ชอบฟังเพลงเหล่านี้มาได้ไหม เหมือนเทศกาลดนตรี ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ ก็จะมีแต่ของเก่าๆ แต่ก็ต้องมีการลงทุน ทุกคนต้องร่วมไปด้วยกันทั้งหมด&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า มาตรการต่างๆ ที่ออกมากระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ถ้าเราไม่ปลดล็อกตรงนี้ อาจจะไม่ดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก โดยเราต้องการมากกว่านี้ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงมกราคมปีหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นก็ต้องระมัดระวังด้านความมั่นคง เพราะการท่องเที่ยวมีสัดส่วนเกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งประกอบกันหลายกลุ่ม บางกลุ่มก็ยังมีปัญหาอยู่ และมีผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น การประกอบการที่ถูกหรือผิดกฎหมาย ต้องแก้ไขให้เขา ไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อนกันไปหมด ซึ่งอยากให้เร่งแก้ปัญหาให้ได้ภายใน&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เดือนนี้ ตามที่มีการร้องขอเข้ามา อะไรที่ทำได้ก็ทำคู่ขนานกันไปกับแนวทางในระยะยาว และจะมีการจัดทำแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้นำคณะตัวแทนสภาหอการค้าฯ พร้อมด้วยตัวแทนจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมสปาไทย เข้าพบนายกรัฐมนตรี ในโอกาสนี้ นายกฯ เปิดโอกาสให้เอกชนได้รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยว พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนที่ต้องการขอให้รัฐเพิ่มมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อดึงนักท่องเที่ยวใน 10 ด้านที่สำคัญ โดยหลังจากนี้ นายกฯ มอบหมายให้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานคณะทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนมาตรการด้านการท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไทยประมาณ 40 ล้านคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 60 ล้านคนในปีหน้า เอกชนจึงขอให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวให้ตรงจุด ในระยะเร่งด่วนช่วง 1-3 เดือนนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น และมาตรการระยะยาวที่จะดำเนินงานในปีหน้า รวมถึงแก้ไขบางมาตรการออกมา แล้วยังไม่ตรงความต้องการของเอกชน ซึ่งต้องหารือกันในรายละเอียดกับแต่ละหน่วยงาน&amp;rdquo; นายกลินท์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 ด้านที่ภาคเอกชนหยิบยกไปหารือ อาทิ การจัดทำ Walking Street ในกรุงเทพฯ และทุกจังหวัด ช่วงเย็นวันอาทิตย์ ปิดถนนห้ามรถผ่านเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเดิน ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ จะนำร่อง 2 จุดคือ ถนนเยาวราชและถนนข้าวสาร, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ประสานดึงการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ด้านต่างๆ ทั้งงานประชุม การจัดแข่งขันกีฬา หรือคอนเสิร์ตเข้ามาจัดในประเทศไทยมากขึ้น, การแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50308</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ล้าสมัย, กระตุ้นเศรษฐกิจ, ช่วงไฮซีซั่น, ธุรกิจท่องเที่ยว, สภาหอการค้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd63299ce20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
