<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เริ่มพรุ่งนี้ ลงทะเบียนพักหนี้ ช่วย SME และรายย่อย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18​ ก.ค. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี ให้ทุกภาคส่วนออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีความสามารถประคับประคองธุรกิจให้ก้าวข้ามความยากลำบากช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 โดยเฉพาะผู้ประกอบการSME ซึ่งขณะนี้ธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง ได้ขานรับโดยออกมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 2เดือน ช่วยSME และรายย่อย ที่ต้องปิดกิจการตามมาตรการของรัฐ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นความประสงค์ที่ธนาคารเจ้าหนี้ ได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) ถึง 15 ส.ค. บางแห่งถึง31ส.ค.นี้ สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ร้านตึกแถว ร้านในห้าง ฟู้ดทรัค บู๊ทขายอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบมาหลายระลอก &amp;nbsp;ธนาคารออมสินได้ออกสินเชื่อเป็นการเฉพาะ โครงการ &amp;rdquo;สินเชื่ออิ่มใจ&amp;rdquo; ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย &amp;nbsp;ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดการชำระเงินงวด 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี นาน 5 ปี &amp;nbsp;โดยเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อแล้วจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. หรือจนกว่าจะครบวงเงินโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ กรมบังคับคดียังเร่งให้ความช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าและร้านอาหาร ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับเจ้าหนี้ ซึ่งจะมีถึงวันที่ 31 ส.ค.นี้ ณ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี และสำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ จำนวน 116 แห่ง ซึ่งการช่วยเหลือดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ ได้เจรจากันด้วยความพึงพอใจ สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ และลูกหนี้ก็สามารถชำระหนี้ได้เช่นกัน อีกทั้งช่วยลดปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้ลูกหนี้ไม่ถูกยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ หรือนำไปขายทอดตลาดในที่สุด จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้สินซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว และอยู่ระหว่างการบังคับคดี เข้าร่วมการไกล่เกลี่ย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทผ่านระบบออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์กรมบังคับคดีwww.led.go.th และแอปพลิเคชัน Session call หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี หมายเลขโทรศัพท์ 02 881 4840 /02 887 5072 หรือสายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79 และสำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110153</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วย SME, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​, ลงทะเบียนพักหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บสย.&#039;ควัก2หมื่นล้านค้ำประกันSME!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;12 ส.ค. 2563 นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;(บสย.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้ บสย.&amp;nbsp;เร่งทำข้อตกลงกับสถาบันการเงินที่ต้องการปล่อยกู้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจริง ๆ เพื่อช่วยให้ผ่านวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ไปให้ได้ โดย บสย.&amp;nbsp;ใช้เงินของตัวเองวงเงิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ในการค้ำประกันสินเชื่อให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีที่มาขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยขณะนี้มีสถาบันการเงิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ที่ได้ทำข้อตกลงกับ บสย.&amp;nbsp;แล้ว คือ ธนาคารออมสิน ขอวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พันล้านบาท และ ธนาคารกรุงไทย ขอวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พันล้านบาท ซึ่งการค้ำประกันของ บสย.&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เท่า จะทำให้สถาบันการเงินไปปล่อยกู้ได้&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;quot;วงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท บสย.&amp;nbsp;จะร่วมมือกับสถาบันการเงินที่จะดำเนินการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโควิด-19จริง ๆ และต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ยังประคองธุรกิจให้อยู่รอดไปได้&amp;quot;&amp;nbsp;นายรักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายรักษ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่ผ่านมาสถาบันการเงินและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ติดกับดักสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;(ซอฟท์โลน)&amp;nbsp;และ ค่าธรรมเนียมถูก ซึ่งทำให้เอสเอ็มอีส่วนมากเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง จนในที่สุดมีปัญหาการดำเนินงาน เป็นหนี้เสียกับสถาบันการเงิน ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;quot;ตอนนี้ บสย.&amp;nbsp;ไม่เป็นห่วงเรื่องหนี้เสีย แต่เป็นห่วงหนี้ที่กำลังจะเป็นหนี้เสีย ที่มีอีกจำนวนหลายแสนล้านบาท หากสถาบันการเงินไม่เร่งช่วยปล่อยกู้ช่วยเอสเอ็มอี ผลสุดท้ายจะทำให้หนี้เสียของสถาบันการเงินมากขึ้น ถึงเวลาที่สถาบันการเงินต้องปล่อยกู้ช่วยผู้ประกอบการ ส่วนเอสเอ็มอีก็ต้องปรับตัวเองให้มีประสิทธิภาพ เพราะหากไม่ปรับตัวเองให้ได้สินเชื่อไม่ว่าดอกเบี้ยจะแพงหรือถูก สุดท้ายก็ไปไม่รอดอยู่ดี&amp;quot;&amp;nbsp;นายรักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ บสย.&amp;nbsp;ยังมีวงเงินค้ำประกันของโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีค่า&amp;nbsp;(PGS8)&amp;nbsp;เหลืออีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรอนายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง คนใหม่เห็นชอบเรื่องการปรับเงื่อนไขการค้ำประกัน เหมือนกับวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ที่ บสย.&amp;nbsp;ดำเนินการอยู่ เพราะของเดิมเป็นการค้ำประกันหมู่ มีสถาบันการเงินจำนวนมากได้วงเงินค้ำประกันไปแล้ว แต่ไม่ยอมปล่อยสินเชื่อ ทำให้ไม่เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับ&amp;nbsp;PGS9&amp;nbsp;จะต้องรองบประมาณปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านก่อน จึงเสนอให้ รมว.การคลัง เห็นชอบ ว่ากำหนดวงเงินดำเนินการเท่าไร เพราะการดำเนินการต้องใช้เงินงบประมาณชดเชยให้กับ บสย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74217</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ำประกันสินเชื่อ, ช่วย SME, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), รักษ์ วรกิจโภคาทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec5e7b9466ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;ชงครม.โยกเงินกองทุนเอสเอ็มอี3พันล้านบ.ช่วยบริษัทเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุริยะ&amp;quot;ชงครม.โยกเงินกองทุนเอสเอ็มอี3พันล้านบ.ช่วยรายจิ๋ว วงในเผยผลดำเนินการหลุดเป้าหมาย-ผู้ประกอบการสภาพคล่องดีกั๊กเงินไม่ยอมเบิกจริง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนทำได้ใน 100 วันว่า ได้รับรายงานว่าปัจจุบันกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 10,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอีที่ไม่มีปัญหาสภาพคล่องจึงต้องการเพิ่มศักยภาพ เสริมเทคโนโลยี และเพิ่มผลผลิต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท และ 8,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอี-คนตัวเล็ก(ไมโครเอสเอ็มอี) ที่ต้องการฟื้นฟูและเสริมศักยภาพธุรกิจ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย เริ่มปล่อยกู้มาตั้งแต่ต้นปี 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันกองแรกมีเงินเหลือค้างรวมกับเงินที่ลูกหนี้จะชำระคืน ประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ขณะที่กองสองวงเงินใกล้เต็มแล้ว กระทรวงจึงเตรียมโยกเงินที่มีอยู่มาใส่ในกองทุนเอสเอ็มอี-คนตัวเล็ก โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ คาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีประมาณ 5,000 ราย​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นโยบายเร่งด่วนขณะนี้คือการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ดังนั้นต้องพยายามทะลวงเงินของกองทุนฯออกมาหลังติดขัดจากขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ เพราะจากการศึกษาสถานการณ์เอสเอ็มอีล่าสุดพบว่าประสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว&amp;quot;นายสุริยะกล่าว​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ(กอป.) กล่าวว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2560 เป็นกองทุนภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน 2558 คิดดอกเบี้ยในอัตรา 1%ต่อปี ปลอดเงินต้น 3 ปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท แบ่งการช่วยเหลือเอสเอ็มอีเป็น 3 ส่วน คือ 1.กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอีที่ไม่มีปัญหาสภาพคล่องจึงต้องการเพิ่มศักยภาพ เสริมเทคโนโลยี และเพิ่มผลผลิต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท ปัจจุบันอนุมัติสินเชื่อแล้ว 7,372 ล้านบาท จำนวน 1,768 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณา 3,420 ล้านบาท จำนวน 543 ราย เบิกจ่ายแล้ว 5,981 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81% จำนวน 1,648 ราย วงเงินคงเหลือ 1,154 ล้านบาท​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กองทุนฟื้นฟูและเสริมศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับไมโครเอสเอ็มอี วงเงิน 8,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อนุมัติสินเชื่อแล้ว 7,998 ล้านบาท จำนวน 8,725 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณา 38 ล้านบาท จำนวน 38 ราย และเบิกจ่ายแล้ว 7,930 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99% จำนวน 8,693 ราย 3.งบประมาณเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเอสเอ็มอี วงเงิน 1,000 ล้านบาท สำหรับดำเนินกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีผ่านโครงการต่างๆ อาทิ การพัฒนาเอสเอ็มอีสู่อี-คอมเมิร์ซ เบิกจ่ายแล้ว 272 ล้านบาท วงเงินคงเหลือ 729 ล้านบาท เป้าหมายช่วยเหลือผู้ประกอบการ 3,196 ล้านบาท ดำเนินการแล้ว 2,502 กิจการ และ4.งบประมาณเพื่อบริหารกองทุน จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารเงินกู้ยืมให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ อัตรา 0.5-1% ของวงเงินกู้ยืม และใช้สำหรับจ้างบุคลากร ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการบริหารงานของสำนักงานกองทุน คาดว่ามีการใช้จ่ายไปไม่เกิน 500 ล้านบาท​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากสถานะการปล่อยกู้จะพบว่าตัวกองทุนฯวงเงิน 10,000 ล้านบาท ที่เบิกจ่ายเพียง 81% หากผู้ยื่นกู้ไม่มีการเบิกวงเงินภายในเวลาที่กำหนดควรระงับการปล่อยกู้และนำเงินที่้เหลือมาปล่อยกู้ให้กับไมโครเอสเอ็มอีแทน เพราะจะเข้าถึงรากหญ้ามากกว่าเอสเอ็มอีรายใหญ่ เพราะจากสถิติก็เห็นชัดเจนว่าไมโครเอสเอ็มอีมีการเบิกเงินกู้รวดเร็วจนเต็มวงเงิน 8,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางนี้นายสุริยะเห็นด้วย และเตรียมเสนอครม. จึงต้องติดตามว่าจะได้รับความเห็นชอบหรือไม่&amp;quot;รายงานข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43258</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี, ช่วย SME, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, โยกเงินกองทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d691b224d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
