<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จ่อคลอดฟื้นฟูศก.ชุดใหม่ คาดจีดีพีปี63ติดลบ7.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทีมเศรษฐกิจประยุทธ์ 2/2 ลั่น ส.ค.นี้เตรียมคลอดมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุดใหม่ ถ้าคนไทยช่วยกันหยุดการระบาดโควิดรอบ 2 อาจไม่ต้องกู้ &amp;quot;ปรีดี&amp;quot; รับปรับบทบาทคลังคุมกระเป๋าตังค์ &amp;quot;คลัง&amp;quot; ลุยโต้ถังแตก ยันฐานะยังแข็งแกร่งไม่มีอะไรน่ากังวล ยังบริหารจัดการได้ดี สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 2/63&amp;nbsp; อ่วมพิษโควิดติดลบ 12.2% ทั้งปีคาดติดลบ 7.5% หลังส่งออกและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ได้มอบนโยบายในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่าจะมีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะเห็นมาตรการชัดเจนภายในเดือน ส.ค.นี้ ภายใต้วงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่มีอยู่ใช้ไปก่อน และหากจำเป็นต้องเพิ่มเติมจริงๆ ก็ต้องกู้เพิ่ม เช่น ถ้าเกิดการระบาดโควิด-19 รอบ 2 เป็นสภาวการณ์ที่ควบคุมไม่ได้&amp;nbsp; คนในประเทศไม่ร่วมมือกัน เงินอาจจะไม่พอก็ได้ แต่ในทางกลับกันถ้าควบคุมการระบาดได้ดี วัคซีนมาเร็ว ความเชื่อมั่นสูงขึ้น เงินที่เตรียมไว้ก็อาจจะไม่จำเป็น เพราะความมั่นใจสูง การลงทุน การบริโภค&amp;nbsp; และการใช้จ่ายมากขึ้น ทุกคนเลิกประหยัด เลิกกลัวที่จะต้องเก็บเงินไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้การดำเนินการทั้งหมดยังอยู่ภายใต้กรอบการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จะดำเนินการภายใต้สถานการณ์หากระบาดรอบ 2 ต้องปิดเมืองอีกครั้ง ถ้าต้องเพิ่มการกู้เงินก็ต้องเพิ่ม หนี้สาธารณะวันนี้อยู่ระดับกว่า 40% ของจีดีพี รัฐบาลไม่มีนโยบายตั้งเป้าว่าหนี้จะต้องเป็นเท่าไหร่ แต่ตั้งเป้าต้องรักษาควบคุมการระบาดให้ดี แล้วเราจะใช้งบประมาณอย่างเหมาะสมและดีที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า จีดีพีไตรมาส 2 ขยายตัวติดลบ 12.2% เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกที่ จะมากหรือน้อยแค่นั้นเอง และประเทศไทยมีสัดส่วนของจีดีพีเรื่องการท่องเที่ยวและการส่งออกสูง ซึ่งได้รับผลกระทบอยู่และยังมีประเทศอื่นที่แย่กว่าไทยก็มี เราต้องเชื่อมั่น การที่จีดีพีติดลบ 12.2% คิดว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำไป ถ้าการระบาดที่เราร่วมมือกันไม่ได้ดีอย่างนี้ ควบคุมการระบาดไม่เรียบร้อย ก็อาจจะแย่กว่านี้&amp;nbsp; เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย หลายประเทศเปิดประเทศไม่ควบคุมเหมือนไทย เศรษฐกิจก็แย่กว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบาย 5 เรื่อง คือ 1.การดูแลผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน 2.เตรียมมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ต้องเป็นมาตรการยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่การเยียวยาโดยตรง 3.หาแนวทางในการจูงใจให้ภาคธุรกิจต่างๆ จ้างงาน 4.เน้นเรื่องการจ้างแรงงานจากนักศึกษาจบใหม่สู่ตลาดแรงงาน และ 5.ทำงานอย่างซื่อสัตย์ โปร่งใส รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ส่วนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดูภาพรวม อุปสรรค ดูในเชิงปฏิบัติให้เหมาะสม ต้องตรงเป้าหมาย ตรงจุดให้เหมาะสมกับคนที่ควรจะได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง กล่าวว่า กระบวนการทำงานของกระทรวงการคลังจะเปลี่ยนไป&amp;nbsp; การตัดสินใจการทำมาตรการต่างๆ อยู่ที่ ศบศ.ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล บทบาทของคลังจากในอดีตจะถูกเปลี่ยนไปบ้าง โดยวันนี้คลังมีเรื่องตัวเงินที่ต้องเข้าไปซัพพอร์ต เรื่องวินัยการเงินการคลัง บทบาทเปลี่ยนชัดเจน จะมีข้อมูลและมาตรการในรายละเอียดออกมาจาก ศบศ.หลังจากนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความท้าทายระยะสั้น เศรษฐกิจทุกประเทศหดตัวลงหมด ถ้าจีดีพีไทยถูกกระทบมากที่สุด ก็ต้องยอมรับว่ามันมากที่สุด เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ไทยพึ่งพาการท่องเที่ยว ส่งออก ปัญหาเกิดจากคนเดินทางไมได้ ไทยก็ได้รับผลกระทบในส่วนนั้นมากที่สุด ทั้งหมดเป็นเหตุและผล ทุกคนถามว่าเมื่อไหร่จะกลับที่เดิม จะ 1-2 ปีนั่นเป็นความคาดหวัง เป็นกำลังใจ ความไม่แน่นอนยังมีอยู่ เราจะแก้ปัญหากัน 1-2 เดือนหรือแก้ปัญหาจนถึงวัคซีนมา บางเรื่องยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนเพราะมีเหตุและผลของตัวเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ณ สิ้นเดือน มิ.ย.63 ประมาณ 7.45 แสนคน หรือ 2% ของกำลังแรงงาน และคาดว่ามีแรงงานมากกว่า 2 ล้านคนที่ไม่ได้รับเงินเดือน แต่มีงานรอที่จะกลับไปทำ รวมทั้งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมีจำกัด ทั้งงบประมาณรายจ่าย พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และ&amp;nbsp; พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไปแล้ว ในช่วงที่เหลือมีเม็ดเงินงบประมาณจำกัด การกระตุ้นเศรษฐกิจต้องมีความคุ้มค่า ทั้งนี้ตนมานั่งคลังจะไม่ตอบอะไรที่มันไม่มีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดีกล่าวต่อว่า จากนี้ดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวควบคู่กับการรักษาระดับหนี้สาธารณะให้อยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังที่ 60% ต่อจีดีพี เร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะรายจ่ายลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม พัฒนากลไกการรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน กำกับดูแลแบงก์รัฐให้ดำเนินการตามพันธกิจท่ามกลางปัจจัยท้าทาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายนั้น ขออย่าพูดว่าถังแตก อย่าไปคิดแบบนั้น การบริหารงบประมาณ จัดการรายจ่าย รายได้ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วง เป็นฤดูกาล ต้องบริหารจัดการเป็นเรื่องปกติ การพูดว่าถังแตกไม่มีความหมายที่ดี และไม่ใช่เรื่องที่ดี&amp;quot; นายปรีดีกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ระบุว่า ไทยเงินหมดประเทศและมีแนวโน้มจะเก็บภาษีพลาดเป้า 5 แสนล้านบาทว่า ปัจจุบันฐานะการคลังยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ไม่มีความน่ากังวลแต่อย่างใด แม้ว่าในปีนี้ภาพรวมการจัดเก็บรายได้จะทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่กระทรวงการคลังยังสามารถบริหารจัดการเงินคงคลังได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้ถังแตก โดยกระทรวงการคลังยังสามารถบริหารจัดการเงินคงคลังได้&amp;nbsp; ทั้งการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล หรือการบริหารจัดการกระแสเงินสด&amp;quot; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณกล่าวว่า ตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจของ สศช.ที่ประกาศออกมาล่าสุดว่าจะขยายตัวติดลบ 7.5% นั้น เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่ สศค.ได้คาดการณ์ไว้ที่ติดลบ 8.5% โดยหลังจากนี้จะต้องมีการติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อมาใช้ในการพิจารณาปรับประมาณการเศรษฐกิจในรอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2563 ติดลบ 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยครึ่งปีแรก 2563 เศษฐกิจไทยติดลบ 6.9% โดยสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้หลายประเทศใช้มาตรการล็อกดาวน์ ทำให้กระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและการเดินทางข้ามประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะที่การส่งออกของไทยในไตรมาส 2 ติดลบ 17.8% หากไม่รวมการส่งออกทองคำจะติดลบ 21.4% ซึ่งเป็นไปตามภาวะถดถอยรุนแรงของเศรษฐกิจและการค้าโลก และทั้งปีคาดว่าจีดีพีจะติดลบ 7.5% ภายใต้สมมติฐานการแพร่ระบาดรอบ 2 ที่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้, มีการจำกัดการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจนถึงสิ้นปี 2563 และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนจะไม่ทวีความรุนแรงหรือมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพรกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 เป็นจุดต่ำสุดและจะเริ่มฟื้นตัวไตรมาส 3 และ 4 ส่วนจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหนยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาวัคซีน หากเป็นไปตามคาดจะมีวัคซีนออกมาใช้กับคนกลางปีหน้า จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นชัดเจนช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 ขณะนี้จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการต่างๆ เพื่อประคองเศรษฐกิจ ทั้งการใช้จ่ายภาครัฐ การสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ&amp;nbsp; การออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้ที่ยังมีกำลัง ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขยอดจองรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาล่าสุดมียอดจองถึง 6,000 คัน รวมทั้งการกระตุ้นการลงทุนของเอกชนให้เตรียมพร้อมรับหลังเศรษฐกิจฟื้น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74754</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยกันหยุดการระบาดโควิด, ทีมเศรษฐกิจ, ประยุทธ์ 2/2, มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a8c74442db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
