<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยชาวนาทันที! จุรินทร์ แจงสภาฯ ชาวนาได้ประโยชน์เต็มจากประกันรายได้ จ่ายส่วนต่าง 16 พย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานครโดยเป็นการทำหน้าที่ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เกี่ยวกับราคาข้าวตกต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเกษตรกร รวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สำหรับข้าวอยากเห็นข้าวมีราคาดีแต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียวขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิต และความต้องการในแต่ละปีด้วย และในปีการผลิตที่ผ่านมาเป็นยุคหนึ่งในรอบ 10 ปี ที่ราคาข้าวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงเกวียนละ 10,000 บาท สำหรับข้าวเปลือกเจ้า เพราะหลายมาตรการของรัฐบาลประกอบกับกลไกตลาดในช่วงเวลานั้น แต่สำหรับภาพรวมผลผลิตปี 2563 มากกว่าปีที่แล้วร้อยละ 6 และช่วงนี้ที่ราคาข้าวอ่อนลงเนื่องจากเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมของทุกปีผลผลิตข้าวจะออกมากและจะมีผลกระทบเช่นนี้ทุกปี ประกอบกับโรงสีได้ซื้อข้าวเก่าเก็บไว้ในราคาสูง และยังไม่สามารถระบายออกได้ แล้วก็ขาดสภาพคล่อง รัฐบาลจึงจะออกมาตรการหลายมาตรการในการช่วยดึงราคาในตลาด 1.ชะลอขายโดยทางเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร ชะลอขายข้าวเก็บไว้ มีเงินช่วยเหลือสนับสนุน ตันละ 1,500 บาท 2.ถ้าเป็นสหกรณ์และโรงสีเก็บข้าวไว้ รัฐบาลจะช่วยดอกเบี้ยร้อยละ 3 และธ.ก.ส.มีมาตรการในการให้สินเชื่อกับโรงสีเป็นกรณีพิเศษตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน เพื่อซื้อข้าวมาเก็บไว้ลดปริมาณข้าวในตลาด โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 และรัฐบาลมีสินเชื่อ SME ด้านการเกษตรโดยให้โรงสีสามารถกู้ในวงเงินถึงรายละ 20 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 4 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุนินทร&amp;nbsp; กล่าวว่า สัปดาห์นี้กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในจะเชิญธนาคารพาณิชย์และแบงค์ชาติมาหารือในการผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆในการปล่อยสินเชื่อให้กับโรงสีในการที่จะไปเร่งรับซื้อข้าวจากเกษตรกร แต่ไม่ว่าพืชเกษตรตัวใดใน 5 ตัว ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถ้าราคาลดลงมาจากรายได้ที่ประกันไว้ รัฐบาลยังมี &amp;quot;นโยบายประกันรายได้เกษตรกร&amp;quot; เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้ชาวนาผู้ปลูกข้าวสามารถมีรายได้ตามรายได้ที่ประกันไว้ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้วในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดภูเก็ตให้เริ่มต้นนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูการผลิตปีนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; โดยคณะอนุกรรมการได้เคาะเงินส่วนต่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว รายได้ที่ประกันและเงินส่วนต่างที่เกษตรกรจะได้รับนั้น ข้าวเปลือกหอมมะลิ ประกันรายได้ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ได้ส่วนต่างตันละ 2,911 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ประกันรายได้ตันละ 14,000 บาท ส่วนต่างตันละ 2,137 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ประกันรายได้ตันละ 10,000 บาท ส่วนต่างตันละ 1,222 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ประกันรายได้ตันละ 11,000 บาทส่วนต่างตันละ 1,066 บาท ข้าวเหนียวประกันรายได้ตันละ 12,000 บาท ส่วนต่างตันละ 2,084 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจ่ายเงินงวดแรกวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 นี้ จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวแต่ละชนิดรับเงินส่วนต่างสูงสุด ถ้าปลูกข้าวเปลือกหอมปทุมธานี จะได้รับเงินส่วนต่างสูงสุดถึง 26,674 บาท ข้าวเหนียวจะได้รับเงินส่วนต่างสูงสุด 33,349 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ได้รับเงินส่วนต่างสูงสุด 36,670 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ได้รับเงินส่วนต่างสูงสุด 34,199 บาท และข้าวหอมมะลิจะได้รับเงินส่วนต่างสูงสุดถึง 40,756 บาท ต่อครัวเรือนจะเป็นตัวช่วยจากนโยบายประกันรายได้ของรัฐบาล&amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้รัฐบาลมีเงินช่วยพิเศษสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เรียกว่า เงินค่าพัฒนาคุณภาพข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ จะได้รับครัวละไม่เกิน 20,000 บาท โดยแบ่งเป็น 2 งวด งวดที่ 1 ได้รับ 500 บาท งวดต่อไป 500 บาทจะช่วยชาวนาเพื่อลดปัญหารายได้ลดลงถ้าอยู่ในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ ส่วนมาตรการระยะยาวรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเข้าไปดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยใช้ยุทธศาสตร์ข้าวไทย&amp;nbsp; 5 ปี ตั้งแต่ปี 63-67โดยยุทธศาสตร์ข้าวกำหนดยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์ไว้ชัดเจนว่า ใน 5 ปีเราจะทำให้ไทยเป็นผู้นำการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลกโดยเน้นข้าว 7 ชนิด ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิข้าวหอมไทย ข้าวขาวพื้นนุ่ม ข้าวขาวพื้นแข็ง ข้าวนึ่ง ข้าวเหนียว ข้าวสี และข้าวคุณลักษณะพิเศษ โดยเน้นตลาด 3 ตลาดคือ ตลาดพรีเมียม ตลาดทั่วไปและตลาดเฉพาะ และที่สำคัญถ้าการผลิตมีเป้าหมายชัดเจนใน 5 ปี จะลดต้นทุนการผลิตให้ข้าวจากไร่ละ 6,000 บาท เป็นไม่เกิน 3,000 บาทต่อไร่ และจะมีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตจากไร่ละ 465 กิโลกรัม เป็นไร่ละ 600 กิโลกรัมต่อไร่ ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนช่วยให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น และจะมุ่งเน้นในการเพิ่มพันธุ์ข้าวใหม่ให้ได้ 12 พันธุ์ ภายใน 5 ปี และมุ่งเน้นในการประกวดพันธุ์ข้าวไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้งเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและการวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ไปแข่งกับประเทศอื่นในตลาดโลกได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขอให้เพื่อนสมาชิกสบายใจหัวใจเราตรงกัน เป็นผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน เราเห็นใจและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรไม่ว่าจะปลูกอะไรก็ตาม&amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ช่วยชาวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab7f9c49d6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา&#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งหัวโต๊ะประชุมนบข.เคาะมาตรการช่วยชาวนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62- นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 21 ส.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับทราบและพิจารณาวาระการประชุมที่สำคัญต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) รับทราบสถานการณ์ข้าวโลกข้าวไทย ปี 2562/63 และรับทราบผลการดำเนินงานมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2561/62 ด้านการตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับพิจารณาโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 และพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้ นบข. รวม 5 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต 2.คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด 3.คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และ 5. คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยชาวนา, นบข., นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โครงการประกันรายได้ข้าว, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5b95133e51f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2019 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2019 21:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ชูนโยบายพยุงราคาข้าว 10,000 บาท ช่วยค่าเกี่ยวไร่ละ 2,000 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 มี.ค. 62 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคกลาง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และนายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ กรรมการบริหารพรรค นายทศพล เพ็งส้ม เดินทางลงพื้นที่ จ.อยุธยา ช่วยนายชาตรี อยู่ประเสริฐ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 หาเสียงและร่วมปราศรัย ณ.ลานเอนกประสงค์ริมทางรถไฟ สี่แยกหอนาฬิกา เทศบาล ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า &amp;nbsp;ปัจจุบัน จ.อยุธยา มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและเป็นจังหวัดที่มีรายได้เป็นอันดับ 4 ของประเทศรองจากระยอง ชลบุรี และกรุงเทพ รายได้หลักมาจากท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม ซึ่ง จ.อยุธยาเป็นเมืองมรดกไทยและ มรดกโลกในขณะเดียวกัน &amp;nbsp; ทั้งนี้อยุธยาจึงมีความสำคัญต่อคนไทยและเป็นที่รู้จักของต่างประเทศ &amp;nbsp;ไม่เพียงการท่องเที่ยว &amp;nbsp;แต่ยังมีการลงทุนของต่างประเทศอีกด้วย &amp;nbsp; อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะต้องเติมคือการกระจายรายได้ให้กับพื้นที่ ชุมชนโดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อทำให้รายได้เกิดขึ้นที่ฐานราก &amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่ รวมทั้งการทำให้สินค้าทั้งเกษตรหรือการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวจากนักลงทุนจากที่อื่นหรือต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามอาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยึดอาชีพเกษตรกร ทำนาเป็นหลัก และในบางปีราคาข้าวก็ไม่ดี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนโยบายเพื่อช่วยชาวนา ซึ่งพรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างมากคือ 1.พยุงราคาข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาทเพื่อชะลอการขายและถ้าชาวนาได้ราคามากกว่าสามารถไถ่ถอนไปขายเองได้ 2.การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ เรียกรวมคือ &amp;ldquo;ข้าวได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม&amp;rdquo; ซึ่งเรามั่นใจว่านโยบายที่คิดมานี้เป็นสิ่งที่ทำได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังอีกนโยบายสวัสดิการประชารัฐซึ่งจะดูแลประชาชนทุกคน และนโยบายสังคมประชารัฐที่จะสร้างโอกาส สร้างอนาคต สร้างสังคมสีขาว คือปลอดภัย ปลอดโรค ปลอดยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์กล่าวว่า &amp;nbsp;พปชร. มีแก้ว 3 ประการ ทั้งผู้สมัครที่เราคัดเลือกกันอย่างเข้มข้นจนได้คนที่มีคุณภาพเหมาะสมที่จะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน อีกทั้งเรื่องนโยบายที่มาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนและที่สำคัญคือได้ผู้นำที่เป็น action man คือคนที่ทำมากกว่าพูด ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30398</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยค่าเกี่ยว, ช่วยชาวนา, พปชร., พยุงราคาข้าวเปลือก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190303/image_big_5c7beb1ae034f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
